wake-up-news

FULL EP. คลิปหลุด ‘พุทธะอิสระ’ ยุทธศาสตร์ใหม่กลุ่มยึดวัดธรรมกาย

รับชมคลิปตัวเต็มได้ที่นี่ แม้ไม่เกี่ยวกับวัดพระธรรมกาย แต่  “พุทธะอิสระ” กลับโทรหา ผ.อ.สำนักพุทธศาสนาเรื่องนี้พร้อมโพสท์คลิปขึ้นเฟซทั้งหมด พบบทสนทนาปรากฏ “หลวงปู่” บอก ผ.อ. ต้องแจ้ง “เจ้าคณะ” หาทางตั้ง “รักษาการ” ที่มาจาก “คนนอก” ระบุให้อ้างว่าเจ้าอาวาสต้องเป็นพระที่ไม่มีคดี  ไม่แคร์แม้ “มีคดี” ไม่ใช่ “มีความผิด” และมหาเถรสมาคมก็ไม่มีกฎแบบนั้น ขณะ “ผ.อ.” ถามโพสท์คลิปทำไม แต่ทำหนังสือถึง “เจ้าคณะ” เนื้อหาคล้ายคลิปหลายประการ สัญญาณหาเรื่องยึดวัดพระธรรมกายยังไม่ลดละ ต่อให้สำนักพระพุทธศาสนาจะเสียหายก็ตาม


ยอดขายรถยนต์เดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 19.9%

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เผยยอดขายรถยนต์เดือนก.พ.มีปริมาณทั้งสิ้น 68,435 คัน เพิ่มขึ้น 19.9% จากช่วงเดียวกันปีก่อน หลังค่ายรถยนต์แนะนำรถรุ่นใหม่เข้าสู่ตลาด ประกอบกับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้น นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด รายงานสถิติการขายรถยนต์ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2560 มีปริมาณการขายทั้งสิ้น 68,435 คัน เพิ่มขึ้น 19.9% ประกอบด้วย รถยนต์นั่ง 26,702 คัน เพิ่มขึ้น 49.8% รถเพื่อการพาณิชย์ 41,733 คัน เพิ่มขึ้น 6.3% ขณะที่ รถกระบะขนาด 1 ตัน ในเซกเมนท์นี้ จำนวน 34,480 คัน เพิ่มขึ้น 9.8% ⇒ประเด็นสำคัญ ตลาดรถยนต์เดือนกุมภาพันธ์มีปริมาณการขาย 68,435 คัน เพิ่มขึ้น 19.9%  เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยแบ่งเป็นตลาดรถยนต์นั่งมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 49.8% และตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 6.3% ส่วนหนึ่งเพิ่มขึ้นจากการที่หลายค่ายรถยนต์แนะนำรถรุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา ประกอบกับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ปรับตัวดีขึ้น ส่งผลในเชิงบวกต่อตลาดรถยนต์ในภาพรวม     ตลาดรถยนต์สะสม 2 เดือน มีปริมาณการขาย 125,689 คัน  เพิ่มขึ้น 15.4% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยตลาดรถยนต์นั่งมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 37.2% ตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 5.4% ทั้งนี้เป็นผลมาจากความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับความนิยมอย่างต่อเนื่องในรถยนต์รุ่นใหม่ที่หลายค่ายแนะนำเข้าสู่ตลาดในช่วง 2เดือนที่ผ่านมา รวมถึงกิจกรรมส่งเสริมการขายที่เริ่มตั้งแต่ต้นปี ตลอดจนรูปแบบสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ที่เริ่มมีการผ่อนปรน ทำให้ง่ายต่อการตัดสินใจซื้อมากขึ้น     ตลาดรถยนต์ในเดือนมีนาคม คาดว่ายังคงเติบโต แม้ว่าสถานการณ์ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ตลอดจนระดับราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม การแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ รวมถึงข้อเสนอพิเศษและเงื่อนไขการเช่าซื้อที่หลากหลายจากค่ายรถยนต์ต่างๆ ตลอดจนการจัดงานมอเตอร์โชว์ในช่วงปลายเดือน จะเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญต่อการเติบโตของตลาดรถยนต์       ⇒ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์ เดือนกุมภาพันธ์ 2559        1.ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 68,435 คัน เพิ่มขึ้น 19.9%                                     อันดับที่ 1 โตโยต้า     21,572 คัน    เพิ่มขึ้น     38.6%  ส่วนแบ่งตลาด 31.5%      อันดับที่ 2 อีซูซุ        12,326 คัน    เพิ่มขึ้น      1.3%  ส่วนแบ่งตลาด 18.0%      อันดับที่ 3 ฮอนด้า      9,707 คัน    เพิ่มขึ้น    20.4%    ส่วนแบ่งตลาด 14.2%     2.     ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 26,702 คัน เพิ่มขึ้น 49.8%                                      อันดับที่ 1 โตโยต้า     8,314 คัน    เพิ่มขึ้น  106.5%    ส่วนแบ่งตลาด 31.1%      อันดับที่ 2 ฮอนด้า      7,623 คัน    เพิ่มขึ้น   47.9%        ส่วนแบ่งตลาด 28.5%      อันดับที่ 3 มาสด้า      2,375 คัน     เพิ่มขึ้น     5.9%        ส่วนแบ่งตลาด  8.9%    3.   ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน*  (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV) ปริมาณการขาย  34,480 คัน เพิ่มขึ้น 9.8%     อันดับที่ 1 โตโยต้า     12,542 คัน    เพิ่มขึ้น    16.7%   ส่วนแบ่งตลาด 36.4%     อันดับที่ 2 อีซูซุ         11,333 คัน    เพิ่มขึ้น     0.2%   ส่วนแบ่งตลาด 32.9%     อันดับที่ 3 ฟอร์ด      3,801 คัน    เพิ่มขึ้น    47.0%    ส่วนแบ่งตลาด 11.0%    *ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน: 4,132 คัน โตโยต้า 1,734 คัน – มิตซูบิชิ 1,110 คัน – อีซูซุ 639 คัน – ฟอร์ด 567 คัน – เชฟโรเลต 82 คัน   4.) ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 30,348 คัน เพิ่มขึ้น 15.0%      อันดับที่ 1 โตโยต้า     10,808 คัน   เพิ่มขึ้น  32.9%    ส่วนแบ่งตลาด 35.6%       อันดับที่ 2 อีซูซุ         10,694 คัน   ลดลง    4.9%    ส่วนแบ่งตลาด 35.2%      อันดับที่ 3 ฟอร์ด      3,234 คัน    เพิ่มขึ้น    54.8%    ส่วนแบ่งตลาด 10.7%   5.) ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 41,733 คัน เพิ่มขึ้น 6.3%                           อันดับที่ 1 โตโยต้า     13,258 คัน    เพิ่มขึ้น   14.9%  ส่วนแบ่งตลาด 31.8%     อันดับที่ 2 อีซูซุ         12,326 คัน    เพิ่มขึ้น    1.3%   ส่วนแบ่งตลาด 29.5%      อันดับที่ 3 ฟอร์ด      3,937 คัน    เพิ่มขึ้น   44.8%     ส่วนแบ่งตลาด  9.4%   ⇒   สถิติการจำหน่ายรถยนต์ เดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2559 1.  ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 125,689 คัน เพิ่มขึ้น 15.4%                                     อันดับที่ 1 โตโยต้า     36,687 คัน    เพิ่มขึ้น    24.7%    ส่วนแบ่งตลาด 29.2%      อันดับที่ 2 อีซูซุ         25,523 คัน    เพิ่มขึ้น     9.9%        ส่วนแบ่งตลาด 20.3%       อันดับที่ 3 ฮอนด้า     17,573 คัน    เพิ่มขึ้น   28.5%        ส่วนแบ่งตลาด 14.0% 2.  ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 46,930 คัน เพิ่มขึ้น 37.2%                                       อันดับที่ 1 โตโยต้า      14,148 คัน    เพิ่มขึ้น   88.1%        ส่วนแบ่งตลาด 30.1%     อันดับที่ 2 ฮอนด้า      13,563 คัน    เพิ่มขึ้น   43.4%        ส่วนแบ่งตลาด 28.9%     อันดับที่ 3 มาสด้า      4,535 คัน     ลดลง      2.1%        ส่วนแบ่งตลาด  9.7% 3.



แบโผ 11 แข้งช้างศึกลุยซาอุฯ – จักรพันธ์ลงตัวจริง

แบโผรายชื่อ 11 คน ช้างศึกเปิดบ้านดวลซาอุดีอาระเบีย วางระบบ 3-4-1-2 พร้อมส่ง 'จักรพันธ์ แก้วพรม' เล่นกลางคู่ 'ปกเกล้า อนันต์' 'ซิโก้' เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เผยรายชื่อ 11 คน ลุยซาอุดีอาระเบีย ในศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย โดยส่ง จักรพันธ์ แก้วพรม ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในแดนกลางร่วมกับ ปกเกล้า อนันต์ กุนซือทีมชาติไทย วางระบบ 3-4-1-2 ส่ง กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ นายทวารเบอร์หนึ่งเฝ้าเสา  แนวรับ : อดิศร พรหมรักษ์ , ธนบูรณ์ เกษารัตน์ และ ประทุม ชูทอง  กองกลาง : ปกเกล้า อนันต์ , จักรพันธ์ แก้วพรม วิงแบ็กขวาซ้าย : ทริสตอง โด , ธีราทร บุญมาทัน กองหน้า : ชนาธิป สรงกระสินธ์ , สิโรจน์ ฉัตรทอง และ ธีรศิลป์ แดงดา ทีมชาติไทย จะพบกับ ทีมซาอุดีอาระเบีย ช่วงค่ำวันนี้ (23 มี.ค.) เวลา 19.00 น. ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน       ขอบคุณภาพจาก @changsuek


‘ซิโก้’ ตั้งคำถามผู้ตัดสินอาหรับเป่าเกมไทย

รับชมคลิปตัวเต็มได้ที่นี่ ซิโก้ ตั้งข้อสงสัยว่าทำไมถึงใช้ผู้ตัดสินจากอาหรับ ในเกมไทยพบกับซาอุดีอาระเบีย ในศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย หลังจากมีการประชุมผู้จัดการทีมได้บทสรุปว่า ขุนพลช้างศึก ทีมชาติไทยจะสวมชุดสีดำล้วน ซึ่งเป็นชุดเเข่งใหม่ของเเบรนด์ วอร์ริกซ์ เป็นครั้งเเรก หลังจากบริษัทดังกล่าวได้สิทธิผลิตชุดเเข่งทีมชาติไทยเเทน “แกรนด์สปอร์ต” เจ้าของลิขสิทธิ์เดิม ขณะที่ทีมเยือน ซาอุดีอาระเบีย จะสวมชุดสีขาว เเซมเขียว ซึ่งเป็นชุดหลักของพวกเขา      ส่วนอีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจ คือผู้ตัดสินในเกมนี้ ซึ่งได้เเก่ “อาลี ฮัสซัน อับดุลนาบี้” เปาวัย 45 ปี ชาวบาห์เรน ซึ่งเป็นคนเดียวกันกับที่ตัดสินฟุตบอล เอเอฟซี เเชมเปี้ยนส์ ลีก คู่ระหว่าง อุลซาน ฮุนได ที่เสมอ เมืองทอง ยูไนเต็ด 0-0 ซึ่ง “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เฮดโค้ชของไทยก็ตั้งข้อสงสัยว่าทำไมถึงใช้ผู้ตัดสินจากอาหรับด้วยกันเเทนที่จะใช้จากชาติเป็นกลาง เเต่เมื่อฟีฟ่าตัดสินเช่นนี้ก็ไม่ขอพูดอะไร เพราะยังมีกองเชียร์เป็นหูเป็นตาให้  ผู้ตัดสินรายนี้ลงตัดสินเกมไปทั้งสิ้น 44 นัด เเจก 3 จุดโทษ 3 ใบเเดง เเละ 194 ใบเหลือง       ส่วนสถิติการเจอกันระหว่างทีมชาติไทยกับซาอุดีอาระเบีย คู่นี้เคยเจอกันมาแล้วรวมทุกรายการ 27 ครั้ง ไทยเอาชนะได้เเค่ 3 ครั้ง เสมอ 1 ครั้ง และซาอุดีอาระเบีย เป็นฝ่ายชนะถึง 13 นัด โดยนัดสุดท้ายที่เจอกันเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา เป็นทาง ซาอุฯ ที่เปิดบ้านเฉือนชนะไทยไปด้วยลูกจุดโทษเจ้าปัญหา 1-0          ตารางคะแนนศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนเอเชีย 12 ทีมสุดท้าย กลุ่ม B แข่งไปแล้ว 5 นัด ซาอุฯ อยู่จ่าฝูงมี 10 คะแนนเท่ากับญี่ปุ่น แต่ประตูได้เสียซาอุฯดีกว่า ส่วนไทยอยู่อันดับสุดท้ายมีคะแนนเดียว  รอบนี้ทีมที่จบอันดับ 1 และ 2 จะผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซียทันที ส่วนอันดับสาม ได้สิทธิ์ไปเพลย์ออฟในรอบต่อไป   


‘ผบ.ทบ.’ ดีเดย์รับฟังสร้างโรงไฟฟ้าใต้ จันทร์ที่ 27 นี้

ผู้บัญชาการทหารบก เตรียมเปิดเวทีรับทราบความคิดเห็น สถานการณ์พลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ วันที่ 27 มีนาคมนี้  พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก และเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และรับทราบความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์พลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ โดยระบุว่า จะจัดเวทีแรกในวันที่ 27 มีนาคมนี้ พร้อมกัน 3 เวที ครอบคลุมพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ รวมผู้ร่วมงานกว่า 4,220 คน โดยจะมีภาครัฐ เช่น กระทรวงพลังงาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กระทรวงทรัพยากรธรรชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมให้ข้อมูลด้านสถานการณ์การใช้ไฟฟ้าในภาคใต้ รวมถึงทางเลือกที่เหมาะสมในการสร้างโรงไฟฟ้า นอกจากนี้พลเอกเฉลิมชัย ยังระบุถึงความจำเป็น ว่าภาคใต้มีการประกอบอาชีพในด้านประมง ด้านเกษตรกรรม ด้านอุตสาหกรรม ตลอดจนด้านธุรกิจท่องเที่ยวจำนวนมาก ซึ่งต้องอาศัยพลังงานไฟฟ้าขับเคลื่อน ดังนั้นการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้าในภาคใต้จึงมีความจำเป็นเร่งด่วน แต่ยังต้องอยู่บนพื้นฐานของการมีส่วนร่วม จึงเปิดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมการชุดนี้ขึ้น เพื่อดำเนินการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และรับทราบความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์พลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้แก่ประชาชน


สั่งย้าย-ตั้งกก.สอบ พ.ต.ท.คดีหมวดแบงค์ 

รับชมคลิปตัวเต็มได้ที่นี่ ตำรวจภูธรภาค 7 สั่งย้ายพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรสามร้อยยอด เจ้าของคดีนายทหารทำร้ายร่างกายอดีตภรรยาได้รับบาดเจ็บสาหัส พร้อมตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง เนื่องจากทำคดีล่าช้าถึง 9 เดือน ส่วนหมวดแบงค์เข้ามอบตัวกับตำรวจแล้ว ก่อนที่ศาลทหารจะให้ประกันตัวออกไป  พลตำรวจตรีประเสริฐ ศิริพรรณาภิรัตน์ ผู้บังคับการประจำกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ในฐานะรักษาการผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีคำสั่งย้าย พันตำรวจโท พิชิต แสงศิริสุทธิสาร พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรสามร้อยยอด เจ้าของคดี ร้อยตรีภาณุพงศ์ เจริญศรี หรือหมวดแบงค์ ผู้ต้องหาคดีทำร้ายร่างกายอดีตภรรยาได้รับบาดเจ็บสาหัส ไปปฏิบัติหน้าที่ประจำ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง หลังผู้เสียหายและญาติร้องเรียนว่ามีการดำเนินคดีล่าช้านานกว่า 9 เดือน นอกจากนี้ยังได้แต่งตั้งพนักงานสอบสวนชุดใหม่ มีพันตำรวจเอกวันชัย ธารณธรม รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน สำหรับคดีนี้ นายทหารพระธรรมนูญ นำตัวหมวดแบงค์เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรปราณบุรีเมื่อวานนี้ พร้อมสอบปากคำเบื้องต้น ให้การรับสารภาพว่าทำร้ายร่างกายอดีภรรยาจริง แต่ภาคเสธเรื่องมีอาวุธปืนและไม่ได้พยายามฆ่า จากนั้นได้คุมตัวไปฝากขังที่ศาลทหาร มทบ.15 จังหวัดเพชรบุรี โดยศาลให้ประกันตัวไปในวงเงิน 4 แสนบาท 


No Picture

‘ตร.-กรมขนส่ง’ เข้มกฎหมายจราจร ตามม.44

รับชมคลิปตัวเต็มได้ที่นี่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จับมือ กรมการขนส่งทางบก สนองคำสั่งมาตรา 44 คุมเข้มกฎจราจร สั่งเชื่อมต่อระบบจ่ายค่าปรับจราจรออนไลน์ พร้อมปรับรูปแบบใบสั่งใหม่ เพิ่มระบบการตัดแต้ม คาดพร้อมใช้ภายใน 30 วัน  ยืนยัน รถสองแถว รถสามล้อ และรถปิคอัพ ไม่จำเป็นต้องติดเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับกรมการขนส่งทางบก ประชุมหารือกรอบการทำงาน ภายหลัง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.ประกาศบังคับใช้อำนาจตามมาตรา 44 เกี่ยวกับกฎหมายจราจร โดยบังคับให้ผู้ขับขี่รถยนต์และผู้โดยสารต้องรัดเข็มขัดนิรภัย และบังคับให้จ่ายค่าปรับใบสั่ง หากไม่จ่ายค่าปรับจะถูกดำเนินคดีส่งฟ้องต่อศาล และไม่สามารถต่อทะเบียนประจำปีได้  ที่ประชุมมีมติให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เชื่อมต่อข้อมูลการจราจร กับกรมการขนส่งทางบกทั้งหมด ส่วนการจ่ายค่าปรับออนไลน์ ได้มอบหมายให้ธนาคารกรุงไทยเป็นผู้ดูแลระบบ  ทั้งนี้คาดว่าจะเสร็จสิ้นภายใน 30 วัน  นอกจากนี้จะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบใบสั่งใหม่ ให้ระบุความผิดต่างๆ และมีการเพิ่มระบบตัดแต้มวินัยจราจรเพิ่มเข้าไปด้วย เช่น ขับรถฝ่าไฟแดงตัด 30 แต้ม หรือ รถแท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสารตัด 30 แต้ม โดยหากมีการโดยตัดแต้มรวม 60 แต้มขึ้นไป จะต้องเข้าทำการอบรมเพื่อทำใบขับขี่ใหม่ ส่วนกรณีการรัดเข็มขัดนิรภัย สรุปให้มีการบังคับใช้กฎหมาย 2 ฉบับ คือ พ.ร.บ.รถยนต์ และ พ.ร.บ.การขนส่งทางบก โดยจะบังคับให้รถยนต์และรถตู้ทุกประเภท ต้องติดตั้งเข็มขัดนิรภัย และผู้โดยสารต้องคาดเข็มขัดทุกที่นั่งเว้นแต่เป็นรถยนต์ที่มีส่วนควบประกอบ ทำให้ไม่สามารถติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆเพิ่มได้ เช่น รถสองแถว รถสามล้อ และรถปิคอัพ ซึ่งจะบังคับเพียงให้คนขับรถ และผู้โดยสารข้างหน้าเท่านั้น ส่วนรถโดยสารขนาดใหญ่ หรือรถบัส  จะบังคับให้มีเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่งเช่นเดียวกับรถยนต์ทั่วไป พลตำรวจเอก อำนาจ อันอาตม์งาม กรรมการและรักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด หรือ บขส. สั่งกำชับรถ บขส