twitter


No Picture

BMC Software และ CA กำลังเจรจาควบรวมกิจการ คาดมูลค่าดีลสูงสุดนับตั้งแต่ Dell ซื้อ EMC

Bloomberg รายงานว่า BMC Software และ CA สองบริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์สำหรับองค์กรรายใหญ่ กำลังเจรจาเพื่อควบรวมกิจการกัน ซึ่งหากดีลนี้สำเร็จ BMC น่าจะเป็นฝ่ายเสนอซื้อหุ้น CA ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่ากิจการ 13,200 ล้านดอลลาร์ ทำให้ดีลนี้น่าจะเป็นดีลวงการไอทีมูลค่าสูงที่สุดนับตั้งแต่ดีล Dell ซื้อ EMC BMC เป็นบริษัทนอกตลาดหุ้น มีกองทุน Bain Capital และ Golden Gate Capital เป็นเจ้าของ ส่วน CA ยังเป็นบริษัทในตลาดหุ้น จึงคาดว่าดีลนี้จะเป็นการซื้อ CA และนำบริษัทออกจากตลาดหุ้นเช่นกัน ปัจจุบันแนวโน้มการซื้อกิจการขนาดใหญ่และนำออกจากตลาดหุ้นมีมากขึ้น เนื่องจากราคาซื้อขายที่สูงทำให้อัตราผลตอบแทนการลงทุนต่ำ และจะถูกกดดันจากนักลงทุนมากหากบริษัทยังอยู่ในตลาดหุ้น ที่มา: Bloomberg Topics:  BMC CA Enterprise Acquisition


No Picture

Instagram Stories มีผู้ใช้ 250 ล้านคนแล้ว, เพิ่มฟีเจอร์รีเพลย์ live video ได้ 24 ชั่วโมง

Instagram เผยว่า Stories ฟีเจอร์สำหรับการแชร์ภาพหรือวิดีโอแล้วจะหายไปภายใน 24 ชั่วโมงที่นำมาจาก Snapchat ตอนนี้มีผู้ใช้ 250 ล้านคนต่อวันแล้ว เพิ่มจาก 200 ล้านคนในเดือนเมษายนที่ผ่านมา นอกจากนี้แล้ว Instagram ก็ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่สำหรับการแชร์วิดีโอ Instagram Live ได้ใน Stories ซึ่งจะแสดงเป็น Stories วิดีโอปกติ และจะลบตัวเองเมื่อผ่านไป 24 ชั่วโมงเหมือนกับ Stories อื่น ๆ (จากเดิมที่ Live จะหายไปทันทีเมื่อหยุด) เพื่อเป็นการเพิ่มยอดการรับชมให้ Instagram Live เพราะมีเวลาเพิ่มขึ้นอีก 24 ชั่วโมงในการดูวิดีโอ ฟีเจอร์นี้ถือว่าสำคัญมากสำหรับ Instagram Live เพราะ Facebook Live สามารถบันทึกวิดีโอไว้ได้ ส่วน Periscope ของ Twitter ก็เปิดให้ดูวิดีโอหลังถ่ายทอดสดจบ 24 ชั่วโมง โดยฟีเจอร์นี้สามารถใช้งานได้แล้วใน Instagram 10.26 บน iOS และ Android ที่มา – TechCrunch , Instagram Topics:  Instagram


No Picture

Google เตรียมใช้ AI ทำงานขนานคู่กับมนุษย์ ร่วมคัดแยก เซ็นเซอร์เนื้อหาก่อการร้าย

Google และ YouTube ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการต่อต้านการก่อการร้าย โดย Kent Walker รองประธานและที่ปรึกษาทางกฎหมายของ Google เขียนบล็อก ร่วมต้านก่อการร้ายบนโลกออนไลน์ โดย Google และ YouTube ร่วมมือกับทั้งภาครัฐ ภาคประชาสังคมกว่า 1,000 รายจากทั่วโลกกำจัดเนื้อหาก่อการร้ายออกจากพื้นที่ออนไลน์ที่ให้บริการอยู่ ด้วยการระบุอัตลักษณ์เนื้อหาที่มีลักษณะสร้างความรุนแรง และเป็นการก่อการร้าย ทั้งนี้ ได้ใช้ระบบวิศวกรรมเข้ามาพัฒนาเทคโนโลยีในการจัดการเนื้อหา คลิปวิดีโอดังกล่าว รวมทั้งการจับคู่ภาพ (image – matching) ภาพจาก Wikipedia ขั้นตอนร่วมต้านการก่อการร้าย เพิ่มเทคโนโลยีในการจัดการกับเนื้อหาในคลิปวิดีโอที่ระบุได้ว่าเป็นคลิปที่สร้างความรุนแรงและมีลักษณะก่อการร้าย โดยใช้โมเดลวิเคราะห์วิดีโอดังกล่าว แค่ AI ทำงานลำพังยังไม่พอ ต้องใช้แรงงานคนด้วยการขยายจำนวนองค์กรภาคประชาสังคมเข้ามาร่วมตรวจสอบจากเดิมคือ 50 แห่ง เป็น 63 แห่ง จะมีคำเตือนสำหรับคลิปวิดีโอที่มีเนื้อหายั่วยุให้เกิดความรุนแรง คลิปนั้นจะไม่สามารถทำเงินได้ ไม่สามารถสร้าง engagement และยังค้นหาได้ยากด้วย YouTube จะโปรโมตผ่านคลิปวิดีโอเพื่อต่อต้านเนื้อหาก่อการร้ายและหยุดสร้างความเกลียดชัง เพื่อเปลี่ยนแปลงจิตใจผู้คนให้มาร่วมมือมากขึ้น Google และ YouTube ยังร่วมมือกับ Facebook, Microsoft และ Twitter เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีในการต่อต้านการก่อการร้ายบนโลกออนไลน์ร่วมกัน ก่อนหน้านี้ Facebook เพิ่งออกตัวร่วมต้านก่อการร้ายเช่นกัน หลัง ผู้นำอังกฤษและฝรั่งเศสประกาศให้โซเชียลมีเดียร่วมรับผิดชอบ รูปแบบของ Facebook คือการนำ AI และคนมาใช้เช่นเดียวกัน แต่จะเปิดพื้นที่ให้คนทั้งโลกร่วมจับตาและเซ็นเซอร์ประเด็นดังกล่าว ที่มา – Google Topics:  Google YouTube Terrorism


No Picture

Facebook เปิดตัวบล็อก Hard Questions พื้นที่ถกปัญหา ร่วมต้านภัยก่อการร้าย

Mark Zuckerberg เปิดตัวบล็อกเพื่อเป็นพื้นที่ถกปัญหา Hard Questions (เรื่องที่สำคัญ) เรื่องใหญ่บนโลกโซเชียล สอดรับนโยบายรัฐบาลอังกฤษและฝรั่งเศสที่ออกตัวกดดันโซเชียลมีเดีย ทั้ง Facebook, Twitter และ Google เมื่อเร็วๆ นี้ ประเด็นที่ผู้นำของทั้งสองประเทศออกมาติงว่า โซเชียลมีเดียต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว เพื่อที่จะจัดการกับปัญหาคอนเทนต์บนโลกออนไลน์ที่มีความรุนแรงและยังมีการสนับสนุนให้มีการก่อการร้ายอีกด้วย โดยเฉพาะ Facebook, Twitter และ Google หลังถูกกดดันได้เพียงวันเดียว Mark Zuckerberg ก็โพสต์เรื่องการเปิดบล็อก Hard Questions ทันที บล็อก Hard Questions จะเปิดกว้างให้ถกเถียงกันในเรื่องสำคัญๆ เรื่องใหญ่ๆ ที่สังคมเห็นว่ามันเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นโดยโซเชียลมีเดีย เป้าหมายของการสร้างบล็อกนี้ขึ้นมา ก็เพื่อตัว Facebook เองจะได้เห็น feedback ได้มากขึ้น และเพื่อพัฒนาทิศทางของสังคมโลกไปในทางบวกมากขึ้น Mark ออกตัวชัดเจนเลยว่า เขาตระหนักถึงปัญหาเรื่องก่อการร้าย ประเด็นแรกที่เราจะถกเถียงกันก็คือเรื่องที่เกี่ยวกับการก่อการร้าย จุดยืนของเราในประเด็นนี้ชัดเจนมาก เราไม่ต้องการให้พื้นที่บน Facebook หรือที่ใดก็ตามในโลกอินเทอร์เน็ตสมควรถูกทำให้เป็นพื้นที่เชื่อมโยงสำหรับการก่อการร้าย เราให้ความสำคัญเรื่องนี้มาก คำถามที่สำคัญก็คือ ทำอย่างไรที่จะต่อสู้กับภัยก่อการร้ายได้อย่างทรงประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกันก็สามารถปกป้องสิทธิความเป็นส่วนตัวของผู้คนด้วย หน้าตาของบล็อกภายใต้เว็บห้องข่าวของ Facebook โดย Elliot Schrage รองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะและการสื่อสาร สิ่งที่ Facebook ทำมีอยู่ 2 เรื่องที่ชัดเจนมาก คือ Facebook ตั้งทีมเพื่อรีวิวและรายงานสิ่งที่เกี่ยวกับการก่อการร้าย ไม่ว่าจะเป็นการโพสต์ Facebook ที่สนับสนุนการก่อการร้าย จะมีการลบออกอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ระบบนี้ผู้คนจะบอกเองว่าเนื้อหาแบบนี้มีลักษณะเข้าข่ายการก่อการร้าย ในส่วนนี้จะเป็นลักษณะ manual คือใช้คนทำ อีกเรื่องคือการใช้ AI หรือปัญญาประดิษฐ์เข้ามาช่วย เพื่อวิเคราะห์ว่า ภาพแบบใด คลิปวิดีโอแบบใด เพจ Facebook กรุ๊ปไหน การโพสต์ลักษณะใดที่เข้าข่ายสนับสนุนการก่อการร้าย นี่เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่ Facebook พยายามจะผดุงความเป็นธรรมและบาลานซ์ระหว่างความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ Facebook และภัยความมั่นคงในประเด็นก่อการร้ายที่โลกกำลังเผชิญอยู่ ทั้งนี้ Facebook ได้ให้ account สำหรับผู้ที่ต้องการส่งข้อเสนอแนะไปได้ที่ hardquestions@fb.com ใช้พลัง AI ผสานพลังมนุษย์ Monika Bickert ผู้อำนวยการฝ่ายการจัดการนโยบายโลก และ Brain Fishman ผู้จัดการนโยบายเพื่อการต่อต้านการก่อร้าย พูดถึง Hard Questions ว่า เราจะเผชิญหน้ากับการก่อการร้ายอย่างไร สาระสำคัญของเรื่องนี้ก็คือ Facebook ต้องการสื่อว่า เขาเชื่อทั้งในเรื่องทางเทคนิคและเชื่อในตัวบุคคล เชื่อว่า AI สามารถค้นพบเนื้อหาที่มีลักษณะเป็นการก่อการร้ายได้โดยทันที ก่อนที่ผู้คนจะเห็นด้วยซ้ำ โดย Facebook จะใช้เทคโนโลยีเฉพาะทางอย่าง AI นี้เข้ามาจัดการกับการก่อการร้าย ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาที่เกี่ยวกับ ISIS หรือ Al Qaeda หรือส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ด้วยการจับคู่ภาพถ่าย การกรองภาษาที่ใช้ การขจัดกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายทั้งในแง่สนับสนุน Facebook เรียกระบบนี้ว่า “fan out” คือพยายามจะระบุอัตลักษณ์ของวัตถุที่เกี่ยวข้องให้ได้ จนไปถึงการตรวจจับ account ทั้งที่เป็น account ปลอม หรือเข้าข่ายผู้ใช้ความรุนแรง ตลอดจนการร่วมมือข้ามแพลตฟอร์มไม่ว่าจะเป็น WhatsApp หรือ Instagram เพื่อจำกัดศักยภาพของกลุ่มก่อการร้ายและทำให้สังคมโลกอยู่ในแพลตฟอร์มที่ปลอดภัยมากขึ้น ขณะเดียวกัน Facebook ก็ยังเปิดพื้นที่ให้มนุษย์ด้วย ให้ช่วยกันรีวิว ตรวจสอบ รายงาน และทำงานกับทุกผู้ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นภาคเอกชน และภาครัฐ ที่จะทำให้ประชาคมโลกปลอดภัยจากการก่อการร้ายมากขึ้น ผู้ใช้ Facebook มีจำนวนมหาศาลถึงเกือบ 2 พันล้านรายจากทั่วโลก การผนึกกำลังดังกล่าวน่าจะทำให้พื้นที่นี้ปลอดภัยได้มากขึ้นบ้างไม่มากก็น้อย ที่มา – Mark Zuckerberg , Hard Questions , Hard Questions: How We Counter Terrorism Topics:  Facebook Terrorism AI Hard Questions Mark Zuckerberg


No Picture

Twitter เปลี่ยนดีไซน์ใหม่ทั้งระบบ เน้น flat design มากขึ้น

Twitter ปรับเปลี่ยนดีไซน์ของตัวเองใหม่ทั้งบนแอพมือถือทุกระบบและเว็บไซต์ เน้นความเป็น flat design มากขึ้น, ใช้ขอบมนที่ปุ่ม, เปลี่ยนกรอบภาพโปรไฟล์เป็นวงกลม, ใช้ตัวอักษรแบบใหม่และเพิ่มความหนาเพื่อให้ง่ายต่อการมองเห็น อีกทั้งเปลี่ยนไอคอนส่วนต่างๆ ให้เป็นแบบ flat เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ใหม่เข้าใจถึงสัญลักษณ์ต่างๆ ได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้แอพ Twitter บนมือถือก็อัพเดตฟีเจอร์เพิ่มเติมได้แก่ อัพเดตตัวเลขในแต่ละทวีตทันทีเมื่อมีผู้ตอบทวีต, Retweet หรือกด Like ส่วน Twitter บน iOS ก็เพิ่มเมนูด้านข้างเมื่อแตะรูปโปรไฟล์เหมือนกับ Twitter บน Android และเมื่อเปิดลิงก์ผ่านแอพก็จะใช้ Safari In-app browser เป็นตัวแสดงเว็บแล้ว Twitter หวังว่าการเปลี่ยนดีไซน์ในครั้งนี้จะทำให้แบรนด์ดูสดใหม่, สว่างสดใส, รวดเร็วและใช้งานง่ายขึ้น หากใครมีคำติชมใดๆ ก็สามารถติดต่อได้ทาง https://support.twitter.com/articles/20172023 ที่มา : Twitter Blog Topics:  Twitter Design


No Picture

อังกฤษ-ฝรั่งเศสผนึกกำลังกดดันโซเชียลมีเดีย จัดการเนื้อหาที่รุนแรงและสนับสนุนก่อการร้าย

Facebook, Twitter และ Google กำลังถูกกดดันเรื่องเนื้อหารุนแรงบนแพลตฟอร์มขึ้นอีกขั้น หลังรัฐบาลฝรั่งเศสและอังกฤษ ร่วมมือออกแคมเปญป้องกันการเผยแพร่เนื้อหาที่มีความรุนแรงและสนับสนุนการก่อการร้ายบนแพลตฟอร์มของโซเชียลมีเดีย ด้วยการสร้างพื้นที่ปลอดภัยหรือ safe space บนโลกออนไลน์ โดยมีความเป็นไปได้ว่าจะใช้บทลงโทษและค่าปรับที่รุนแรงขึ้นหากบริษัทที่ให้บริการบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียไม่รีบนำเนื้อหาผิดกฎหมายออก ภาพจาก วิกิพีเดีย ขณะนี้ ยังไม่มีมาตรการชัดเจนเรื่องแคมเปญ เนื่องจาก ทั้ง Facebook, Twitter และ Google ก็ให้ความร่วมมือกับรัฐบาล และ EU ในการจัดการเนื้อหาสนับสนุนก่อการร้ายบนแพลตฟอร์มอยู่แล้ว เนื้อหาส่วนหนึ่งจากเว็บไซต์ Gov.UK ระบุว่าทั้งสองรัฐบาลจะทำงานร่วมกับโซเชียลมีเดียอย่างใกล้ชิดในการพัฒนาเครื่องมือป้องกันและคัดกรองเนื้อหารุนแรง ความร่วมมือนี้เป็นผลจากแนวคิดของ Theresa May นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร จากงานประชุม G7 ที่ต้องการยกระดับความกดดันต่อโซเชียลมีเดียในการจัดการเนื้อหาสนับสนุนก่อการร้าย #LondonAttacks Solidarity with the British people and support for the victims 🇫🇷🇬🇧 pic.twitter.com/1N8PLgGKAU — French Government (@French_Gov) 4 มิถุนายน 2560 ที่มา – Engadget Topics:  Social Media Terrorism UK France


No Picture

Twitter เพิ่มปุ่ม action button ใน DM สำหรับบัญชีประเภทธุรกิจโดยเฉพาะ

ผู้ใช้ Twitter ที่เป็นบัญชีประเภทธุรกิจสามารถเพิ่มปุ่มตัวเลือกให้ผู้ใช้กดใช้งาน (action button) ลงไปในทวีตที่ต้องการได้มากสุด 3 ปุ่ม โดยกำหนดการทำงานได้ตามใจเช่น ให้ลิงก์ไปที่เว็บไซต์, บัญชี Twitter หรือคำสั่งต่างๆ ภายในแอพ Twitter ภายในปุ่มกำหนดคำได้เอง ซึ่งรองรับการใช้งาน emoji ด้วย ฟีเจอร์ใหม่นี้จะช่วยให้ผู้ใช้งานกับฝ่ายดูแลลูกค้าบน Twitter ติดต่อสื่อสารกันได้สะดวกขึ้น และหากบัญชีมีบอททำงานอยู่ใน DMs อยู่แล้วก็จะทำให้สะดวกสบายมากขึ้นกว่าเดิม ทำให้การสื่อสารไม่น่าเบื่อ ปุ่ม action button นี้จะเริ่มให้ใช้งานแล้วตั้งแต่วันนี้ผ่านแอพ Twitter บน iOS, Android และเว็บไซต์ ที่มา : The Next Web Topics:  Twitter


Automated WordPress Blogs