sports

No Picture

สภาโอลิมปิคแห่งเอเชีย เผยรายชื่อ 4 เกม eSport ที่ใช้แข่งกีฬาในร่ม Ashgabat 2017

หลังจากเมื่อช่วงกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา ได้มีรายงานถึง การบรรจุการแข่งขัน eSport ลงไปในงาน 2017 Ashgabat Asian Indoor and Martial Arts Games หรือ Ashgabat 2017 ที่ประเทศเติร์คเมนิสถาน ในขณะนี้ สภาโอลิมปิคแห่งเอเชียหรือ OCA ผู้รับผิดชอบการจัดงาน ได้ออกมาเปิดเผยถึงรายชื่อเกมที่จะทำการแข่งขันกันในครั้งนี้แล้ว ประกอบด้วย MOBA (Multiplayer Online Battle Arena): Dota 2 (การแข่งขันประเภททีม) RTS (Real-Time Strategy): StarCraft II: Legacy of the Void (การแข่งขันประเภทเดี่ยว) Card: Hearthstone (การแข่งขันประเภทเดี่ยว) Sports game: FIFA หรือ NBA (รอการยืนยัน) (การแข่งขันประเภทเดี่ยว) โดยทาง OCA จะเชิญคณะกรรมการโอลิมปิคของประเทศต่างๆ หรือ NOC รวม 64 ประเทศคัดเลือกผู้เล่นหรือทีมของชาติตัวเองเพื่อมาร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ โดยขั้นแรก NOC จะต้องลงทะเบียนผู้เล่นที่เสร็จสิ้นก่อนวันที่ 10 มิถุนายน และ คัดเลือกผู้เล่นหรือทีมที่จะมาเป็นทีมชาติจากผู้เล่นทั้งหมดที่ได้ลงทะเบียนไว้ ภายในวันที่ 30 มิถุนายน โดยแต่ละเกมสามารถส่งเข้าแข่งได้มากสุด 2 คนหรือทีม ตามแต่ละประเภทของเกม จากนั้น ผู้เล่นทั้งหมดจะต้องทำการแข่งขันรอบคัดเลือกระดับภูมิภาคในวันที่ 1-20 กรกฎาคม โดยแบ่งโควต้าทีมที่เข้ารอบของแต่ละภูมิภาคดังนี้ เอเชียตะวันออก: Dota 2 (1 slot), Sports Game (3), StarCraft II (3), Hearthstone (3) เอเชียใค้: Dota 2 (1), Sports Game (2), StarCraft II (2), Hearthstone (2) เอเชียกลาง: Dota 2 (1), Sports Game (1), StarCraft II (1), Hearthstone (1) เอตะวันตก: Dota 2 (1), Sports Game (3), StarCraft II (3), Hearthstone (3) เอเชียตะวันออกเฉียงใต้: Dota 2 (2), Sports Game (3), StarCraft II (3), Hearthstone (3) โอเชียเนีย: Dota 2 (1), Sports Game (3), StarCraft II (3), Hearthstone (3) ประเทศเจ้าภาพ: Dota 2 (1), Sports Game (1), StarCraft II (1), Hearthstone (1) รวมแล้วจะมีทีมและผู้เล่นที่เข้าไปแข่งขันรอบสุดท้ายใน Ashgabat 2017 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 17-27 กันยายน 2017 ดังนี้ Dota 2 8 ทีม, Sports Game 16 คน, StarCraft II 16 คน, Hearthstone 16 คน ทั้งนี้การแข่งขัน eSport ในงาน Ashgabat 2017 จัดว่าเป็นกีฬาสาธิต และมีข้อสังเกตที่น่าสนใจคือ ไม่มีเกมประเภท FPS ถูกเลือกขึ้นมาแข่งเขีน ที่มา: Olympic Council of Asia Topics:  eSport


ฉลามเขียว : สินบนเรือดำน้ำฝรั่งเศส/บราซิล

ยังคงเกาะติดเรื่องสินบนเรือดำน้ำอยู่ ทันทีที่มีข่าวสินบนเรือดำน้ำเกิดขึ้นไม่ว่ามุมใดของโลก     The commander-in-chief of the corruption scheme ประโยคนี้ได้ยินแล้วเกิดอาการจั๊กจี้จั๊กเดียมดีแท้ มันแปลว่า ผู้บัญชาการสูงสุดแห่งโครงการโกง คือ  ตัวผม นายฉลามเขียว ขณะนี้ก็ยังคงเกาะติดเรื่องสินบนเรือดำน้ำอยู่ ทันทีที่มีข่าวสินบนเรือดำน้ำเกิดขึ้นไม่ว่ามุมใดของโลก  ผมเป็นต้องตื่นเต้นและนำมันมาเขียนสู่คนไทยได้อ่านร่วมกัน เพราะผมเชื่อว่าคนไทยจะสะเทือนใจเหมือนๆกันทุกคน เมื่อวันที่ 21 พ.ค.2017 มีข่าวใหม่เอี่ยมว่าด้วยสินบนเรือดำน้ำเกิดขึ้นอีกแล้วครับ  คราวนี้เป็นเรื่องราวที่อัยการด้านการเงินของฝรั่งเศส  เปิดสอบสวนเบื้องต้นว่า การที่อดีตประธานาธิบดี Nicolas Sarkozy ไปลงนามขายเรือดำน้ำพลังงานดีเซลไฟฟ้า  ที่ผลิตโดยบริษัทของรัฐบาลฝรั่งเศส  ให้แก่ประธานาธิบดี Luiz Inácio Lula da Silva, แห่งบราซิล เมื่อปี 2008 ฝรั่งเศสจ่ายสินบนให้ลูลาเพื่อให้ซื้อเรือดำน้ำของฝรั่งเศสดังคำร่ำลือจริงรึไม่ ฉลามเขียว ก็หูผึ่งสิครับ  ขนาดฝรั่งเศสเป็นชาติที่มีระบบตรวจสอบการให้สินบนข้ามชาติที่เข้มแข็งมาก   ประธานาธิบดีซาร์โกซีกล้าหาญขนาดนั้นเลยรึ  ซึ่งหากเป็นการซื้อขายเรือดำน้ำกับชาติที่ไม่มีระบบตรวจสอบโกงที่ข้นๆก็รับสินบนกันอย่างสบายๆ  แต่นี่คือฝรั่งเศส ฉลามเขียว  จึงต้องนำเรื่องนี้มาสู่คนไทยให้รับรู้ไปพร้อมกันด้วย มีเค้าว่า  เรื่องจะมันแน่นอน เพราะท่านอดีตประธานาธิบดีลูลา แห่งบราซิล  ตอนนี้ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 พ.ค.2017  ศาลสูงสุดของบราซิลเพิ่งเปิดคดี  ท่านลูลาโกงสารพัด ในช่วงของการเป็นประธานาธิบดีปี 2003-2010 รวมขณะนี้ 5 คดี The commander-in-chief of the corruption scheme… ผู้บัญชาการแห่งโครงการโกง  คนที่พูดคำนี้คือ  นาย Deltan Dallagnol   อัยการสูงสุดของบราซิล  ผู้ทำการสอบสวนการโกงของลูลา  เริ่มสอบเมื่อปี 2014 กล่าวคำนี้ในการแถลงข่าวแก่นักข่าว  วันที่ประกาศว่ายื่นฟ้องต่อศาลรวม 5 คดี “The federal prosecutor’s office today is accusing Mr


“ฉันขายตัวในเกาหลี”

ปัญหาคนไทยเข้าเมืองเกาหลี  เพื่อลักลอบทำงานผิดกฎหมาย   เป็นต้นตอทำให้คนไทยที่ไปเที่ยวเกาหลีจริงๆ หลายคนถูกกักตัว โดย ตม.เกาหลีที่ใช้วิธีการสุ่มตรวจคนไทยที่อาจจะเข้าข่ายผิดสังเกต ผิดปกติ หรือ เข้าเกณฑ์ที่ ตม.เกาหลีได้ลิสต์รายการเอาไว้ เรื่องนี้เป็นมาตรการป้องกันภัยระหว่างประเทศที่ทางการต้องทำ เพราะสร้างความเสียหาย ไม่เพียงแค่การแย่งงานคนเกาหลี แต่ลามมาถึงปัญหายาเสพติดอีกด้วย เรานัดพบกับหญิงไทยค้าบริการทางเพศ  ที่คอนโดแห่งหนึ่งย่านพระราม 9 เธอเป็นคนไทยที่เคยเข้าเมืองเกาหลีถูกกฎหมาย  เพื่อไป “ทำงาน” ผิดกฎหมาย  นั่นคือการ “ขายบริการทางเพศ” อาชีพของเธอที่ทำมาตั้งแต่เรียนจบจนถึงปัจจุบันคือ สาวไซด์ไลน์  และเขยิบมาเป็นดาวอาบอบนวดแห่งหนึ่งบนถนนเพชรบุรี เธออายุ 30 ต้นๆ และเคยไปขายบริการทางเพศที่เกาหลีมาแล้ว 1 ครั้ง ขณะที่เพื่อนๆดาวรอบตัวเธอ เคยไปมาแล้วหลายครั้ง การลักลอบเข้าเกาหลีเธอ ทำผ่าน “บอส” หรือนายหน้า ซึ่งมีอาชีพพาเด็กไปเกาหลีโดยเฉพาะ  เธอบอกว่า บอสมีหลายคนหลายแบบ ก่อนจะไปเกาหลี  จะต้องให้บอสดูตัวก่อน  ว่าไปได้มั้ย  ได้ราคาเท่าไหร่ต่อรอบ  จากนั้นจึงจะตกลงเงื่อนไขที่เป็น “ค่านายหน้า” เธอบอกว่าค่านายหน้าอย่างต่ำอยู่ที่ 60,000 บาท  หรือบางรายไม่จ่ายก็มี โดยใช้วิธีการตกลงหักค่าใช้จ่ายส่วนนี้หลังจากทำงานไปแล้ว  อาจจะให้เป็นก้อนหรือทยอยจ่าย   ประเด็นอยู่ที่ว่า  ลักษณะการเข้าเกาหลีโดยการไปขายบริการทางเพศของเธอผ่านไปโดยปกติทุกครั้ง  เพราะเวลาที่เธอและเพื่อนจะเข้าไปขายบริการทางเพศที่เกาหลี  จะไปในรูปแบบของการพาครอบครัวไปเที่ยวบ้าง  ไปในลักษณะกลุ่มเพื่อนสาวไปเที่ยวกันเองบ้าง แล้วขากลับก็ให้ครอบครัวหรือเพื่อนกลับกันเอง เธอก็อยู่เที่ยวต่อ  ซึ่งจริงๆแล้วคืออยู่เพื่อทำงานขายบริการทางเพศ เมื่อครอบครัวหรือเพื่อนๆ กลับไทยแล้ว จะมีคนมารับเธอไปอยู่สถานที่ทำงาน ซึ่งเธอเรียกมันว่า “บ้าน”   “บ้าน” มีลักษณะคล้ายโรงแรม หรือห้องพัก เป็นตึกห้องๆ  และคอยให้บริการแขกที่นั่น โดยไม่ได้ไปประจำอยู่ในอาบอบนวดเหมือนที่ไทย เพราะที่นั่นไม่มีสถานประกอบการลักษณะนี้ การรับงาน  วันหนึ่งจะรับงานเป็นรอบ รอบละครึ่งชั่วโมง หากเป็นการรับงานเฉลี่ยแบบปกติ จะเริ่มทำงาน 13.00 – 05.00 น ของอีกวัน โดยผู้หญิง 1 คน จะต้องรับงานให้ได้ไม่ต่ำกว่า 25 รอบ นั่นคือรับงานติดต่อกัน 13 ชั่วโมง  ได้เงินเฉลี่ยราคารอบละ 1,200 บาท   แต่หากเป็นผู้หญิงขายบริการทางเพศที่ใช้ยาเสพติด จะรับแขกได้ 60 รอบ และจะชวนให้แขกที่มาใช้บริการร่วมเสพด้วย ซึ่งเรื่องนี้น่าจะเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้รัฐบาลเกาหลีลงดาบปราบปรามจริงจังกับเรื่องนี้ จนทำให้คนไทยที่ไปเที่ยวจริงๆเดือดร้อน ปัญหา ตม.เกาหลีกักตัวคนไทย สาเหตุจริงๆ  ไม่น่าจะโทษใครได้ เพราะประเทศไทยเอง  ก็มีธุรกิจอาบอบนวดที่เปิดให้บริการถูกกฎหมาย  แต่ในเบื้องหลังของการเปิดบริการนี้ กลับมีธุรกิจสีเทาแฝงอยู่หลายมุม หนึ่งในนั้นกลายมาเป็นการขายบริการทางเพศข้ามชาติ    หากไม่มีความต้องการ ( Demand) สินค้า (Supply) ก็ไม่มีความหมาย   มาดูตัวเลขคนไทยที่ไปท่องเที่ยวเกาหลีกันบ้าง  อยู่ที่ 300,000 คน  ในทางตรงกันข้าม  คนเกาหลีก็มาเที่ยวเมืองไทย มากกว่าถึง 4 เท่าของนักท่องเที่ยวไทยที่ไปเกาหลี  อยู่ที่ประมาณ  1,200,000 คน ส่วนจำนวนคนไทยที่ถูกกักตัวในเกาหลีใต้   ผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง  เปิดเผยว่า  ในปี 2558  มีคนไทยถูกกักตัวเกือบ 3,000 คน    ปี 2559   สถิติเพิ่มมากขึ้นเป็น 3,600 คน     การเตรียมตัวเมื่อไปเกาหลีคือ 1.เตรียมเอกสารยืนยันตัวตนให้เรียบร้อย 2.ศึกษาแผนที่เราวางไว้ ว่าจะไปไหนบ้าง ไปทำอะไรบ้าง  ไปกี่วัน  พักที่ไหน  ควรจำให้ได้    ปัจจุบัน รัฐบาลเกาหลีอนุญาตให้คนไทยเดินทางเข้าเมืองได้   โดยไม่ต้องรับการตรวจลงตรา หรือวีซ่า และพำนักในประเทศได้ไม่เกิน 90 วัน     แต่พบปัญหาว่าคนไทยมักทำผิดกฎหมายเกาหลีใต้ เช่น อยู่เกินกำหนดเวลา และลักลอบทำงานในเกาหลีใต้ผิดกฎหมาย    ปี 2558  คนไทยเดินทางไปประเทศเกาหลีประมาณ 400,000 คน แต่กลับถูกปฏิเสธการเข้าเมืองและส่งกลับอยู่ที่  28,750 คน  โดยเจ้าหน้าที่  ตรวจคนเข้าเมืองเกาหลีไม่ให้เหตุผล  ปัจจุบัน  มีคนไทยที่พำนักในเกาหลีใต้ จนถึงเดือนมีนาคม 2560  พบว่ามีคนไทยอยู่ประมาณ 101,000 คน    ในจำนวนนี้   มีผู้อยู่เกินกำหนดวีซ่าถึง 57,490 คน   


No Picture

ม้าแข่งชื่อ Cloud Computing ชนะการแข่งขันรายการใหญ่ Preakness Stakes

Preakness Stakes เป็นการแข่งม้ารายการใหญ่ระดับ Top 3 ของสหรัฐอเมริกา (ที่เรียกรวมกันว่า Triple Crowns ) และในการแข่งขันปี 2017 เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคมที่ผ่านมา ม้าแข่งที่ชนะเลิศชื่อว่า Cloud Computing Cloud Computing ไม่ใช้ม้าตัวเต็งของการแข่งขันนี้ แต่สามารถไล่กวดเอาชนะ Classic Empire ม้าตัวเต็งช่วงก่อนเข้าเส้นชัยได้สำเร็จ (ดูคลิปประกอบ) สาเหตุที่ม้าตัวนี้ใช้ชื่อว่า Cloud Computing มาจากเจ้าของ Seth Klarman และ William Lawrence ที่เป็นผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์ ทั้งสองคนเคยตั้งชื่อม้าตัวก่อนๆ ตามคำศัพท์ในแวดวงการเงิน เช่น Takeover Target และ Currency Swap มาก่อน การแข่งขันครั้งนี้มีผู้ชม 140,327 คน ที่มา – Preakness Stakes , The Register Cloud Computing (จ็อกกี้เสื้อแดง) กำลังตีคู่กับ Classic Empire (เสื้อเหลือง) Cloud Computing wins the #PreaknessStakes ! pic.twitter.com/zQSWQEOMin — NBC Sports (@NBCSports) May 20, 2017 Topics:  Cloud Computing


ฉลามเขียว : อาชญากรรมของมนุษยชาติ

ศุลกากรหนองคายจับขบวนการอุ้มบุญจีน  …เป็นเรื่องใหญ่แต่ไม่เป็นข่าวดัง  จัดเป็น “อาชญากรรมของมนุษยชาติ” ที่น่าสยดสยองมาก   จนป่านนี้แล้วตัวผมก็ยังคิดไม่ออก กรณี ท่านรัฐมนตรีกลาโหมประเทศกรีซ รับสินบนเรือดำน้ำจากอู่ต่อเรือประเทศเยอรมนี แล้วเอาเงินไปให้เมียฟอก ด้วยการซื้อบ้านหรูหราบนถนนที่หรูที่สุดกลางกรุงเอเธนส์ ทำให้ถูกนักข่าวตัวเจ็บเอามาลงเป็นข่าว จนรัฐสภาสอบสวน อัยการทำเป็นคดี ท่านรัฐมนตรีถูกศาลตัดสินจำคุก 20 ปี ติดจริง 6 ปี ในขณะที่เมียโดนคดีฟอกเงิน ศาลตัดสินจำคุก 12 ปี แต่เกิดเป็นบ้าในคุก ต้องย้ายไปขังในโรงพยาบาลจิตเวช มีรายการหนีออกจากคุก ซึ่งวันนี้ศาลเมตตาปล่อยออกมาจากเรือนจำแล้ว ให้วางเงินค้ำประกันไว้ 50,000 ยูโร ยึดพาสปอร์ต ให้ไปรายงานตัวตำรวจที่โรงพักเดือนละ 3 ครั้ง และท่านรัฐมนตรีกลาโหมก็ได้ออกคุกเมื่อ 4 พ.ค.2017 ในขณะที่ตัวผมยังคิดไม่ออก  เมียพาซวย พาเมียซวย ไม่มีเมียแล้วแอบเอาเงินเข้าบัญชีแบงก์สวิสฯ คนเดียวเงียบๆ  ท่านรัฐมนตรีกลาโหมแต่งเมียปี 2004 ปี 2011 เมียซื้อบ้านหรู …ถ้าไม่แต่งเมีย….


"ชมพู่ อารยา" ซูเปอร์สตาร์ ที่ก้าวผ่านข้อจำกัดของกาลเวลา

ในระยะ 4-5 ปีมานี้ต้องยอมรับว่าคนไทยรู้จักเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศสมากขึ้น เพราะ การที่”ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต” ได้ไปเดินพรมแดง ในฐานะทูตความงาม หรือ Brand Ambassador ของเครื่องสำอางค์ระดับโลกอย่าง “ลอรีอัล” ซึ่งเป็นหนึ่งในสปอนเซอร์หลักของงานมาตั้งแต่ปี 1997 หรือ 20 ปีมาแล้ว เทศกาลภาพยนต์เมืองคานส์จัดขึ้นต่อเนื่องทุกปีเป็นเวลา 70 ปีในช่วงเดือนพฤษภาคม “คานส์” จึงเป็นจุดศูนย์กลางของคนในแวดวงภาพยนตร์จากทั่วโลก ไฮไลท์ของงานคือ “การเดินพรมแดง” เพราะนอกจากจะได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนทั่วโลกแล้ว ยังหมายถึงการต้อนรับที่ยิ่งใหญ่ต่อคนในวงการภาพยนตร์ทั้งระดับชั้นแนวหน้าและคลื่นลูกใหม่ที่น่าจับตามอง ความหมายของเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ การเดินพรมแดงของคานส์ คือ เกียรติยศสูงสุดของผู้มีภาพยนตร์ที่ถูกคัดเลือกให้ฉายในปีนั้น ๆ  กลุ่มคนเดินพรมแดงที่สำคัญที่สุด คือ ผู้ที่มีผลงานภาพยนคร์ได้ฉายรอบปฐมทัศน์ในวันที่จัดงานซึ่งหนังที่ฉายในคานส์ทุกเรื่อง ถือว่าฉายเป็นรอบ เวิร์ลพรีเมียร์ คนไทยที่คว้ารางวัลปาล์มทองคำ ในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์เป็นคนแรก คือ อภิชาติพงศ์ วิระเศรษฐกุล จากภาพยนตร์เรื่อง “ลุงบุญมีระลึกชาติ” ในปี 2010 แต่คุณทราบหรือไม่ว่า “การเดินพรมแดง” ยังมีช่วงเวลาที่เป็นประวัติศาสตร์  นั่นคือ การเปิดพรมแดงให้แขกระดับวีไอพี ที่ถูกเชิญมาโดยเฉพาะ เช่น ตัวแทนของแบรนด์ที่ให้การสนับสนุน จะก้าวเดินลงจากรถลีมูซีนสู่พรมแดงทีละคน พร้อมการขานชื่อ  คนไทยคนแรกที่เดินพรมแดง ในช่วง “Exclusive Moment”ในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ปี 2013  คือ “อารยา เอ ฮาเก็ต” ในฐานะทูตความงามของ “ลอรีอัล”  โดยแขกวีไอพีเหล่านี้จะปรากฎตัวในชุดราตรีเฉิดฉาย พร้อมประกาศชื่อนามสกุล ประเทศ และแบรนด์ที่เป็นตัวแทน  จากนั้นจึงจะเปิดพรมแดงให้ ศิลปิน ดารา นักแสดง ผู้กำกับที่มีชื่อเข้าชิงรางวัลเดินเข้าสู่งาน   นักแสดงไทยที่มีโอกาสเดินพรมแดง เพราะมี “ผลงานภาพยนตร์” ได้ฉายในเทศกาลเมืองคานส์ปี 2013  คือ “หญิง รฐา โพธิ์งาม”  และ “ปู  วิทยา ปานศรีงาม” จากภาพยนตร์ เรื่อง “ Only God Forgives”  ที่มีพระเอกเจ้าของรางวัลออสการ์ปีล่าสุด “ไรอัน กอสลิง” เป็นนักแสดงนำ พัฒนาการ 5 ปี บนพรมแดงของ อารยา เอ ฮาร์เก็ต             การเดินพรมแดงปีที่ 5  ในฐานะทูตความงาม แบรนด์ “ลอรีอัล” ของ “ชมพู่ อารยา” ได้รับการยกย่องจาก Vogue อเมริกา ว่า สามารถรับมือกับความท้าทายของแฟชั่นได้ทุกรูปแบบ และสร้างนิยามใหม่ของชุดคลุมท้อง  หลังปรากฎตัวในชุดราตรีผ้าไหมเกาะอกสีขาวสั่งตัดพิเศษ ของ Ralph &Russo  ที่ผสานเข้ากับผ้าคลุมไหล่ประดับด้วยขนนกและคริสตัลอย่างลงตัวและหรูหรา             ชุดเปิดตัวของ “ชมพู่ อารยา” เธอให้สัมภาษณ์ว่าจงใจให้เกิดการ “ขโมยซีน” ในการเดินพรมแดงซึ่งเธอทำได้สำเร็จอย่างงดงาม            ย้อนกลับเมื่อปีที่แล้ว “ชมพู่ อารยา” ได้รับยกย่องจาก Huffington Post Canada ให้เป็น”ราชินีผู้มีสไตล์” เทียบเท่า “เบลก ไลฟ์ลี” นักแสดงและนางแบบชื่อดัง และ “อัชวายา ไร” นักแสดงชื่อดังชาวอินเดียที่มามีชื่อเสียงในฮอลลีวูด   โดยปี 2016 “ชมพู่ อารยา” เปิดตัวในลุค “ควีนส์ ออฟ คาสน์”ด้วยชุดราตรีสีชมพู ของ  Ralph& Russo  จากนั้นในวันต่อๆไปเธอก็เลือกสวมใส่ชุดของดีไซเนอร์ชื่อดังเช่น Versace , Giambattista ,Zuhair Murad  และ Jean Paul Gautier   ในปี  2015  เว็ป Red Carpet Fashion Awards ให้ชุดของ Ashi Studio ที่ “ชมพู่ อารยา”สวมใส่ติด 1 ใน  10 ชุดยอดเยี่ยมของเซเลปที่สวมใส่ในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์             เช่นเดียวกับปี  2014  เว็ป Red Carpet Fashion Awards วิจารณ์ชุดราตรีสีดำของ “Kaufmanfrnco” ที่”ชมพู่ อารยา”สวมใส่ว่า  สวยงามแบบไร้ข้อจำกัดของกาลเวลา แต่มีข้อเสนอแนะให้เธอสวมรองเท้าส้นสูงให้มากขึ้น 1-2 นิ้ว            หากย้อนกลับไปปีแรกที่ “ชมพู่ อารยา” เดินพรมแดงเมืองคานส์ในปี 2013 เธอได้รับคำชมจากเว็ป Sugar Daily ว่าโดดเด่นที่สุดในบรรดาทูตความงาม 5 คนของ”ลอรีอัล”ในปีนั้น โดยเธอสวมชุดราตรีผ้าซาตินตัดต่อผ้าทูลล์ จาก Zac Posen อะไรคือ “จุดขาย” ของ อารยา เอ ฮาร์เก็ต             ต้องยอมรับว่า “ความเป็นแฟชั่นนิสต้า” “ความมีวินัย” และ “ความเป็นมืออาชีพ” ของ       “ชมพู่ อารยา” ทำให้เธอก้าวขึ้นมาเป็น “พรีเซนเตอร์” ชั้นแนวหน้า  นอกจากการเป็นทูตความงามของลอรีอัล 5 ปีติดต่อกัน  หลังการเดินพรมแดงปีแรกในปี 2013   ปีถัดมาเธอก็ได้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรกของรถยนต์หรูอย่าง “เบนซ์” โดยเจ้าของแบรนด์ ให้เหตุผลว่า “ชมพู่ อารยา” เป็นดาราเซเลบริตี้สาวผู้ทรงอิทธิพลบนโลกออนไลน์ และมีภาพลักษณ์เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการแสดง ด้านแฟชั่น และด้านธุรกิจ ใน Instagram   @chomismaterialgirl  ขณะนี้มีผู้ติดตามราว  7,200,000 คน จี้ติดซูเปอร์สตาร์หญิงอันดับ 1 ของไทย  “อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ” ที่มียอดผู้ติดตาม 7,900,000  คน   ต้องยอมรับว่าวันนี้ “ชมพู่ อารยา” ได้ขึ้นชั้น “พรีเซนเตอร์” ที่มีความโดดเด่นระดับอินเตอร์แล้ว  หลังสร้างสมโปรไฟล์ที่โดดเด่นในงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์มาตลอด  5 ปี  สำหรับ “ลอรีอัล” นอกจากขายภาพลักษณ์ของ “ทูตความงาม” แล้ว “การเพิ่มยอดขายสินค้า” ก็เป็นภารกิจที่ต้องผลักดันให้บรรลุเป้าหมาย  ปีนี้ “ลอรีอัล” ใช้ ลุค “MYSTERIOUS MAGIQUE” ในการขายเครื่องสำอางค์ให้ได้ลุคแบบ “ชมพู่ อารยา” หลังจากปีที่แล้วประสบความสำเร็จอย่างงดงามกับ ลุค “ Queen of Cannes” ส่วนผลงานด้านการแสดงของ”ชมพู่ อารยา” ในวัย 36 ปี ได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว  หลังจากรับบท “เรยา” ตัวละครผู้มีสีสันด้านมืด ในละครชื่อดัง “ดอกส้มสีทอง”  เมื่อปี  2554  เป็นผลงานชิ้นโบว์แดงหลังย้ายสังกัดจากสถานีโทรทัศน์ช่อง 7  มาสู่ช่อง  3  ใครจะรับไม้ต่อจาก “อารยา เอ ฮาร์เก็ต” นิตยสาร”แพรว” ได้สัมภาษณ์ “พลพัฒน์  อัศวประภา”  ดีไซเนอร์แบรนด์ Asava ผู้ทรงอิทธิพลในวงการแฟชั่นไทย  โดยให้ทัศนะว่า คนที่จะไปเดินพรมแดงเมืองคานส์ ต้องมีคุณสมบัติหลายอย่าง นอกจาก”ความสวย”แล้ว  ต้องมี “ทัศนคติ” และมี “รสนิยม”ที่ค่อนข้างเป็นสากล เพราะต้องประชันกับดาราจากทั่วโลก  ซึ่ง “ชมพู่ อารยา” มีคุณสมบัติครบทุกข้อ  ในความเห็นของดีไซเนอร์ชื่อดังคนนี้ มี  3  คนที่มีศักยภาพพอที่จะรับไม้ต่อจาก “ชมพู่ อารยา”ในอนาคต    คนแรก คือ “ปู ไปรยา ลุนเบิร์ก” ที่ขณะนี้ถือว่าโดดเด่นมากทั้งในแง่ทัศนคติ และงานช่วยเหลือสังคม เพราะเป็นทูตสันถวไมตรีของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ UNHCR  คนแรกของอาเซียน  ในบทบาทนางแบบ เธอได้เดินแบบแบรนด์ “ดอลเช แอนด์ กาบบาน่า”ในงานมิลาน แฟชั่นวีค ที่อิตาลีเมื่อต้นปีที่ผ่านมา  และร่วมเดินพรมแดงงานประกาศรางวัลลูกโลกทองคำประจำปี 2017 คนที่สอง คือ  “ญาญ่า อุรัสยา สเปอร์บันด์  เพราะแม้จะเป็นนักแสดง แต่เมื่ออยู่แคทวอล์คก็สามารถถ่ายทอดความมั่นใจ และมีความเป็นซูเปอร์โมเดลสูง  ล่าสุด ญาญ่าเพิ่งได้รับเชิญจากแบรนด์ “หลุยส์ วิตตอง” ให้ไปชมแฟชั่นที่ประเทศญี่ปุ่น คนสุดท้าย ที่ดีไซเนอร์ชื่อดังเห็นศักยภาพ คือ  “น้ำตาล ชลิตา ส่วนเสน่ห์” เพราะเคยผ่านเข้ารอบ  6  คนสุดท้ายเวทีประกวดนางงามจักรวาลมาแล้ว   แต่มีข้อจำกัดเดียว คือ “ชั่วโมงบิน” ยังน้อยเมื่อเทียบกับ “ปู ไปรยา” และ “ญาญ่า อุรัสยา”  ต้องใช้เวลาอีก 1-2 ปี  สร้างสมประสบการณ์ พัฒนาความคิด ปรับทัศนคติ ให้มีรสนิยมแบบสากล โดยต้องมีทีมงานที่ดีช่วยสนับสนุน               20 ปีที่”ชมพู่ อารยา” โลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงชีวิตของเธอมีการเติบโตและจังหวะชีวิตที่น่าสนใจ ผ่านทั้งการเป็นนางเอก นางร้าย พิธีกร พรีเซนเตอร์ แบรนด์ แอมบาสเดอร์ จนถูกเรียกว่า “ตัวแม่” กว่าจะ “โก อินเตอร์” ได้อย่างเต็มภาคภูมิ             “ชมพู่ อารยา” เคยประกาศว่า ไม่กลัวแก่ เพราะคนที่กลัวแก่คือ คนที่ไม่ได้ใช้เวลาที่ผ่านมาอย่างคุ้มค่า จึงแก่แบบไม่มีคุณภาพ แต่ตัวเธอเลือกลงมือทำทุกอย่าง เพราะมี “Passion” หรือ แรงขับเคลื่อน     เมื่อปีที่ผ่านมา ”ชมพู่ อารยา” เพิ่งผ่านการสูญเสียครั้งใหญ่ในชีวิต คือ “การแท้งลูก” ในขณะที่กำลังมีงานละคร เธอให้สัมภาษณ์เปิดใจกับนิตยสาร “แฮมเบอเกอร์” ว่า “ตอนนี้นอกจากเรื่องลูก ก็ไม่รู้จะอยากขออะไรอีกแล้วในชีวิต” … เราอยากมีลูก  อยากเป็นแม่ แต่คนไม่เชื่อ เขาจะชอบคิดว่าเราอยากทำงาน  คืองานก็อยากทำ แต่ลูกก็มีได้ เราทำงานมาตั้งแต่เด็กเลยนะ…ตอนนี้เราอยากเปลี่ยนบริบทให้กับชีวิตแล้ว”              การเดินพรมแดงเมืองคานส์ในปีนี้ พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า “ชมพู่ อารยา” ได้เปลี่ยนบริบทของชีวิตแล้วแต่ยังคงรักษาความเป็นมืออาชีพ และความเป็น “ซูเปอร์สตาร์” โดยก้าวผ่านข้อจำกัดของกาลเวลาได้อย่างเต็มภาคภูมิ   



ธีรัตถ์ รัตนเสวี: ทำสื่อยุคนี้ต้องปรับตัว

  การเล่าเรื่อง เป็นหัวใจสำคัญของการเป็นนักข่าว ลองคิดย้อนกลับไปตั้งแต่เริ่มมีสิ่งพิมพ์ การเรียงร้อยตัวอักษรจากสิ่งที่นักข่าวคนนั้นพบเห็นออกมาเป็นเรื่องราว เป็นหัวใจของวิชาชีพ ไม่ต่างจากการทำสื่อประเภทอื่นๆ เช่น วิทยุ ที่ต้องฝึกทักษะการเล่าเรื่องเพื่อให้ผู้ฟังสามารถจินตนาการภาพตาม หรือโทรทัศน์ ที่แม้จะมีภาพประกอบ แต่การลำดับภาพ การเลือกเสียง เขียนบทประกอบภาพ ยิ่งทำให้การนำเสนอข่าวนั้นสมบูรณ์มากขึ้น ในยุคหนึ่งกว่าจะมาเป็นคนข่าวได้ ต้องเริ่มจากการเล่าเรื่องเป็นผ่านการเขียน ตั้งแต่เขียนบทสารคดี แปลข่าวจากภาษาต่างประเทศ ค้นคว้าหาข้อมูลอ้างอิง สรุปรวบยอดความคิด แล้วเล่าออกมาเป็นบทข่าว ซึ่งเป็นทักษะพื้นฐานที่คนทำข่าวทุกคนพึงมี แต่ระหว่างทางที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไป คนทำข่าวต้องเรียนรู้ทักษะใหม่ที่จะนำมาพัฒนาและต่อยอดการทำงานของตนเอง ลองคิดดูว่าในยุคที่ไม่มีโทรศัพท์มือถือ ไม่มีอินเตอร์เน็ต การทำงานข่าวแต่ละชิ้นไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องโทรศัพท์ด้วยโทรศัพท์พื้นฐานไปนัดแหล่งข่าว หรือหาข้อมูล ที่ล้วนแล้วแต่ต้องใช้ความพยายาม การหาข้อมูลประกอบ ต้องลงพื้นที่เพื่อความถูกต้องของสิ่งที่นำเสนอ ซึ่งทำให้การผลิตงานข่าวแต่ละชิ้น ใช้เวลาและใส่พลังเข้าไปมาก เทคโนโลยีเปลี่ยนโฉมหน้าการทำงานข่าวอย่างสิ้นเชิงในยุคสิบกว่าปีที่ผ่านมา อย่างเช่น ดาวเทียม ที่ทำให้สิ่งที่เกิดขึ้นในอีกซีกโลก สามารถรับรู้ได้ทันทีในอีกซีกโลกหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นภาพสงครามอ่าวเปอร์เซีย เหตุการณ์เครื่องบินชนตึกเวิลด์เทรดที่นิวยอร์ก ถูกถ่ายทอดให้คนทั่วโลกได้เห็นพร้อมๆ กัน กลุ่มก่อการร้ายบุกเข้าไปในร้านกาแฟที่ออสเตรเลียจับตัวประกัน ก็เป็นภาพระทึกขวัญที่เห็นกันสดๆ  วันนี้อินเตอร์เน็ต 4G โซเชียลมีเดีย กำลังเปลี่ยนแปลงการทำงานของคนข่าวอย่างอีกครั้ง เพราะคนที่มีเทคโนโลยีอยู่ในมือ สามารถที่จะรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ตรงหน้าของเขา โดยไม่จำเป็นที่ต้องรอนักข่าวลงพื้นที่ เพื่อนำเสนอสิ่งที่เกิดขึ้นอีกต่อไป ถือเป็นความท้าทายสำคัญของวิชาชีพสื่อมวลชนว่า ยังมีความจำเป็นอีกหรือ ?? ตอบให้ ณ วันนี้ว่า อาชีพสื่อมวลชนยังอยู่ได้ เพราะยังต้องอาศัยทักษะการเล่าเรื่อง และการนำข้อเท็จจริงสู่สาธารณชน โดยเฉพาะในยามที่ข่าวลวงมีอยู่มากมาย สื่อมวลชนยิ่งอยู่ได้ถ้านำเสนอเนื้อหาที่ถูกต้อง เชื่อถือได้ ผ่านการกลั่นกรอง และเล่าเรื่องแบบมืออาชีพ ซึ่งคนทำสื่อต้องเรียนรู้ทักษะทางเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้เท่าทันกับพฤติกรรมของผู้บริโภค อินเตอร์เน็ตช่วยให้คนทำสื่อสามารถเข้าถึงแหล่งข่าวได้ง่ายขึ้น เข้าถึงฐานข้อมูลได้กว้างขึ้น สื่อในยุคนี้ต้องเรียนรู้เครื่องมือใหม่ๆ ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ผนวกเข้ากับทักษะของตนเอง ขณะเดียวกันต้องหมั่นศึกษาพฤติกรรมการรับสื่อของผู้บริโภค แล้วผลิตเนื้อหาให้ตรงกับความต้องการ ประชากรไทยกว่า 46 ล้านคนเข้าถึงอินเตอร์เน็ต ขณะที่จำนวนหมายเลขโทรศัพท์มือถือสูงกว่า 92 ล้านเลขหมายแซงหน้าจำนวนประชากร อีกทั้งจำนวนการใช้สมาร์ทโฟนก็พุ่งสูงขึ้นไม่หยุด  ซึ่งนี่คือช่องทางใหม่ของการสื่อสารที่คนทำสื่อต้องปรับตัวและเรียนรู้ว่าจะส่งสารอย่างไรออกไปยังสมาร์ทโฟนเพื่อให้โดนใจผู้บริโภค นำมาซึ่งการ “ต้อง” เรียนรู้ทักษะใหม่ของคนทำสื่อ เช่น Podcast คือวิทยุยุคใหม่ที่ผู้บริโภคเลือกฟังเนื้อหาที่อยากจะฟัง Short Clip เป็นการสรุปรวบยอดความคิดของประเด็นเนื้อหาที่จะนำเสนอ Quote Plate กราฟฟิกแผ่นเดียวที่อ่านแล้วเข้าใจทั้งเรื่องแบบสั้นๆ หรือใครสนใจเนื้อหาเชิงลึก การเล่าผ่านบทความที่มีชิ้นงาน Multimedia ประกอบ ยังมีเสน่ห์ที่น่าติดตามไม่น้อย ซึ่งถ้ารู้จักการใช้แบบผสมผสาน แน่นอนที่ว่าสื่อนั้นๆ ยังคงครองใจผู้บริโภคได้ต่อไป คนทำสื่อวันนี้จึงอยู่เฉยไม่ได้ เพราะเทคโนโลยีกำลังทำให้ผู้บริโภควิ่งแซงเรา