sports

No Picture

ฉลามเขียว : CCTV จราจร เมื่อพลเอกประวิตรกลับมา

สองสามคำถามสำคัญที่ต้องการคำตอบจากพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ เพื่อหยุดแผนปล้นประชาชนด้วย CCTV จราจร “ในอนาคตจะมีแผนเปิดให้เอกชนเข้ามาลงทุนวางระบบกล้องตรวจจับสองข้างทางให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเอกชนจะได้ส่วนแบ่งจากค่าปรับ ความคืบหน้าแผนโครงการดังกล่าวตอนนี้ผ่านความเห็นชอบจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี แล้ว กำลังอยู่ขั้นตอนของฝ่ายกฎหมาย” พล.ต.ท.วิทยา ประยงค์พันธุ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รับผิดชอบงานจราจร ให้ข่าวแก่สื่อมวลชนเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2560 ผมนำท่อนนี้มาเขียนไว้ในชื่อเรื่อง แผนปล้นประชาชนคราวนี้พลเอกประยุทธ์หยุดมันได้  เป็นการทำหน้าที่พลเมืองดีรายงานแก่หัวหน้ารัฐบาลว่า  “เซียน” จอมให้สินบนผู้เก่งกาจ  ฉวยโอกาสใช้คำสั่งของท่านที่ออกตามมาตรา 44 ที่ 14/2560 จะปล้นประชาชนด้วยการ ติดกล้อง CCTV การจราจรให้ทั่วประเทศ  แล้วจะนอนกินส่วนแบ่งค่าปรับ ซึ่งการที่ผมเรียกมันว่า “ปล้นประชาชน” เพราะผมมโนแล้ว ค่าปรับไม่ถูกแน่ ต้องเร่งเอาทุนคืน เร่งสร้างความร่ำรวย ผมเขียนไว้ด้วยว่า พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ คงไม่รู้ว่าเซียนจะปล้น และแม้เซียนจอมให้สินบนคนนี้แบ่งเงินให้ ผมก็เชื่อว่าพลเอกประวิตรไม่รับเงิน เพราะท่านตงฉิน อยู่ในรัฐบาลก็เป็นคนเดียวที่ไม่เคยถูกติฉินนินทาเรื่องสินบน  ไม่เคยถูกค่อนขอดกระแนะกระแหน  ซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์หลายล็อตมูลค่ามหาศาลก็ไม่เคยถูกกัดเรื่องรับสินบน แม้กระทั่งองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกที่ท่านดูแลอยู่ ก็ไม่มีใครแซวเรื่องกินหัวคิวในโครงการขุดลอกคูคลองทั่วประเทศ … ดมกลิ่นแล้วสะอาดมาก ตัวผมได้ตั้งใจไว้แล้วว่า จะใช้สถานภาพการเป็นนักข่าว  ต่อต้านขัดขวางไม่ให้แผนปล้นประชาชนครั้งนี้สำเร็จ ด้วยการเขียนบอกประชาชน เพราะผมรู้ คนไทยทุกชนชั้น จะเดือดร้อน แม้กระทั่งทหารใหญ่ในคสช.วันนี้ก็มีโอกาสที่จะโดนกล้อง CCTV ถ่ายรูป  และจะแก้ไขอะไรไม่ได้  ต้องเสียค่าปรับอย่างเดียว  เพราะอีกเดี๋ยวนึง คสช.ก็หมดหน้าที่เมื่อมีการเลือกตั้งใหม่  ก็กลับไปเป็นประชาชนธรรมดา  เกิดโดน CCTV ถ่ายรูปรถของท่าน  การจะไปขอให้ลบรูปลบข้อมูลลำบากนะครับ เพราะโครงการนี้ท่านจะให้ “เชื่อมโยงโครงข่าย” ไปกรมการขนส่งทางบกด้วย  ถ้าจะลบก็ต้องลบทั้งโครงข่าย  ทีนี้พวกเด็กๆ คนทำงานก็จะรู้  และจะแฉในโซเชียล ขายหน้า จากข่าวของ พล.ต.ท.วิทยา ประยงค์พันธุ์ บอกว่าท่านพลเอกประวิทย์เห็นชอบแล้ว ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนทางกฎหมาย หัวใจผมก็เต้นแรงเลยครับ  รอการกลับเข้าทำงานตามปกติของท่าน  หลังจากที่ลาราชการ ครม.ไปตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2560 ซึ่งข่าวของสื่อบอกว่าท่านเครียด งานหนัก  อะไรก็โดน เลยลาพักผ่อนช่วงสงกรานต์ ไม่มีใครรู้ไปไหน พลเอกประยุทธ์ก็ไม่บอกนักข่าว บอกแค่ว่าไปเจรจางานด้านความมั่นคงในต่างประเทศ ไม่บอกประเทศอะไร ความฃับ ไม่ใช่ลาว ไม่ใช่จีน   กระทั่งเมื่อบ่ายวันอาทิตย์ 16 เมษาฯ   เฟซบุ๊ก Wassana J. Nanuam ของ  คุณพี่วาสนา นาน่วม นักข่าวสาวสายทหารคนเก่งของ Bangkok Post ลงข่าวว่า พล.อ.ประวิตร กลับมาแล้ว และ พลตรี คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษก กลาโหม ให้ข่าว พล.อ.ประวิตร สั่งการหลายเรื่องในช่วง 2 วันท้ายเทศกาลสงกรานต์  ผมก็รอด้วยใจจดจ่อ  อยากฟังท่านอธิบายโครงการ CCTV จราจร ที่ให้ความเห็นชอบแล้ว แต่…พลเอกประวิตร อยู่ไหน เพราะงานใหญ่ เช้าวันจันทร์ 17 เมษายน 2560 ท่านก็ไม่ได้ไปเอง ให้ รมช.กลาโหมไปแทน เฟซบุ๊ก  Wassana J.


Fast and Furious 8 ดีเกินคาด แรงทะลุสงกรานต์แน่นอน

Fast and Furious 8 พัฒนาขึ้นมามากจากหนังที่ขายแอคชันไร้เหตุผล มาให้ความสำคัญกับบทภาพยนตร์และตัวละครมากขึ้น และน่าจะเป็นภาคที่ดูสนุกและดีที่สุดในบรรดา 8 ภาค [ View the story “Fast and Furious 8 ดีเกินคาด แรงทะลุสงกรานต์แน่นอน” on Storify ]  


ส่องท่อน้ำเลี้ยงเกาหลีเหนือ

 หากจะกำจัดใครอย่างถาวร ถอนรากถอนโคน ต้องจัดการที่ท่อน้ำเลี้ยง ตรรกะนี้ไม่ได้ใช้แค่ในไทย แต่เมื่อสหรัฐฯและจีนกำลังหันมาเอาจริงกับการจัดการเกาหลีเหนือ การตัดท่อน้ำเลี้ยงก็กลายเป็นประเด็นสำคัญเช่นกัน เพราะแม้จะมีการคว่ำบาตรต่อเนื่องมาหลายปี แต่ดูเหมือนว่าเกาหลีเหนือก็ยังมีหนทางหาเงินได้ มาดูกันว่ารายได้ของเกาหลีเหนือมาจากที่ไหนบ้าง [ View the story “ส่องท่อน้ำเลี้ยงเกาหลีเหนือ” on Storify ]  


ฉลามเขียว : มีรัฐธรรมนูญใหม่แล้วไง – ก็อดอยากยากจนต่อไป

ทันทีที่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ.2560  ซึ่งผมขอเรียกว่า  ยังไม่ใช่การคืนประชาธิปไตยให้ประชาชน  เพราะมาตรการควบคุมประชาชนยังคงอยู่ครบทุกกระบวนท่า เซียนที่พลเอกประยุทธ์ควรทำความรู้จัก…หลังจากที่ข้อเขียนนี้เผยแพร่ออนไลน์ออกไปไม่นาน  ก็มีผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือโทรศัพท์เข้ามาถามว่า  เซียนคนนี้คือใคร  ฉลามเขียว ก็ปลื้มสิครับ  มันหมายความว่า ได้รับความสนใจแล้ว จึงหวังว่าท่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็คงเรียกลูกน้องของท่านมาถามแล้วล่ะว่าเซียนคนนี้คือใคร  และก็คงถามต่อไปด้วยว่า มีการให้สัมปทานติดตั้งกล้อง CCTV จับผิดคนทำผิดกฎหมายจราจรรึไม่  ใครให้สัมปทาน และแบ่งเงินค่าปรับกันอย่างไร ผมยืนยันนะครับ “ผู้ให้สัมปทานไม่ใช่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” เพราะผมไม่เคยเห็นข่าวว่า สตช.มีโครงการนี้   แต่ใครให้สัมปทาน  กล้องวงจรปิดตามเสาไฟทั่วประเทศมันมาได้ยังไงผมก็ไม่รู้ การไฟฟ้าอนุญาตให้ติดหรือไม่ผมก็ไม่รู้  ตัวผมเคยเห็นแค่พนักงานของบริษัทเอกชนติดกันอย่างเร่งรีบ   และหลังจากที่สำนักงานกฤษฎีกาตีตก 2 รอบ  จะให้กรมการขนส่งทางบกไม่ต่อทะเบียนรถประจำปีรถยนต์คันที่ไม่มาจ่ายค่าปรับให้ตำรวจทำไม่ได้  กรมการขนส่งทางบกก็เห็นว่าทำไม่ได้  ผิดรัฐธรรมนูญ  ละเมิดสิทธิประชาชน  เป็นการลงโทษคนที่ไม่ได้ทำผิดกฎหมาย  จากนั้นเอกชนบางรายก็ถอดกล้องออกจากเสาไฟไป  ขณะที่บางเสาก็ยังมีกล้องอยู่ แล้วเมื่อมีคำสั่งมาตรา 44 ที่ 14/2560 ลงวันที่ 21 มีนาคม 2560 ใส่ไว้ในข้อ 3 บังคับให้มาจ่ายค่าปรับ ถ้าไม่มาโดนดำเนินคดีอาญา ผมก็มองว่าเป็นโอกาสดีของท่านพล.อ.ประยุทธ์ ที่อาจจะได้เห็นการเร่งรีบเอากล้องวงจรปิดมาติดตั้งตามเสาไฟริมทางเพิ่มเติม  ท่านก็จะได้สอบถามได้ว่า…มันมายังไง ใครให้ติด ใครให้โยงข้อมูลไปที่โรงพัก  แบ่งเงินค่าปรับกันยังไง ท่านผู้ใหญ่ที่โทรศัพท์มาถามผมได้แสดงข้อคิดไว้นิดนึงว่า กล้อง CCTV จราจรมีประโยชน์นะ ใช้จับโจรผู้ร้ายได้  ก็เข้าประเด็นของผมโช้ะเลยครับ  เพราะตัวผมเคยเขียนหลายครั้งแล้ว  กระตุ้นให้เจ้าของรถไปซื้อกล้องวงจรปิดมาติดหน้ากระจกรถของตัวเอง  เพราะประโยชน์มีมาก  ใช้เป็นหลักฐานทางคดีได้ดียามเกิดเหตุ หรือแม้เกิดเหตุกับรถคันอื่นก็อาจจะได้เห็นวินาทีเกิดเหตุจากล้องหน้ารถของเราที่ไม่เกี่ยวข้อง  แต่บังเอิญอยู่ตรงนั้นจับภาพได้พอดี  นอกจากนี้รถยนต์ที่จอดไว้นิ่งๆข้างถนนไม่ได้ขับไม่ได้วิ่งกล้องก็ยังทำงานอยู่  อาจจะจับรูปคนร้ายคดีอื่นๆที่เดินผ่านกล้องพอดีก็ได้  ผมจึงเขียนเรียกร้องให้รัฐบาลท่านส่งเสริม   ด้วยการลดภาษี หรือไม่เก็บภาษีนำเข้ากล้อง CCTV เพื่อให้ประชาชนแห่ติดอย่างแพร่หลาย…แต่ป่านนี้ไม่มีการยกเลิกภาษี …  ตัวผมก็เลยมโนไปว่า เอ้ะ…มันเกี่ยวกับเซียนท่านรึไม่  ท่านอาจจะสั่งกล้อง CCTV ติดรถยนต์เข้ามาตุนไว้จำนวนมาก ถ้าขืนรัฐบาลลดภาษีหรือไม่เก็บภาษีกล้องที่นำเข้าใหม่ท่านก็เสียประโยชน์สิ  ซึ่งนี่ไม่ใช่ข้อมูลนะครับ เป็นแค่ข้อสงสัยที่ผมมโนเอง… ทำไมจึงต้องดุคนถาม ข้อ 3 ในคำสั่งมาตรา 44 ที่ 14/2560 มีรายละเอียดดังนี้ครับ ข้อ 3 ให้ยกเลิกความในมาตรา 141 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2535 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา 141/1 ในกรณีที่ผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถซึ่งได้รับใบสั่งไม่ปฏิบัติตามมาตรา 141 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่และนายทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์หรือกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก มีหน้าที่และอํานาจ ดังต่อไปนี้ (1) ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตําแหน่งตั้งแต่สารวัตรขึ้นไปมีหนังสือแจ้งการไม่ปฏิบัติตามใบสั่งและจํานวนค่าปรับที่ค้างชําระให้ผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ครบกําหนดชําระค่าปรับตามที่ระบุในใบสั่ง และให้ผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถทําการชําระค่าปรับที่ค้างชําระด้วยวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่ง ตามมาตรา 141 ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง การแจ้งตามวรรคหนึ่ง ให้ทําเป็นหนังสือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับให้ผู้ขับขี่ หรือเจ้าของรถ แล้วแต่กรณี ณ ภูมิลําเนาของผู้นั้น ทั้งนี้ ตามแบบที่ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติกําหนด และให้ถือว่าผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถได้รับแจ้งเมื่อพ้นกําหนดสิบห้าวันนับแต่วันที่ส่ง (2) ในกรณีที่ผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถคันใดไม่ชําระค่าปรับตาม (1) ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (ก) ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งจํานวนค่าปรับที่ค้างชําระพร้อมหลักฐานตาม (1) ไปยังนายทะเบียน และให้นายทะเบียนตรวจสอบข้อมูลและแจ้งให้ผู้มาติดต่อขอชําระภาษีประจําปีสําหรับรถคันนั้นทราบ เพื่อไปชําระค่าปรับที่ค้างชําระภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง ถ้าผู้มาติดต่อขอชําระภาษีประจําปีเป็นเพียงตัวแทนเจ้าของรถ ให้ผู้มาติดต่อแจ้งให้เจ้าของรถทราบเพื่อไปชําระค่าปรับภายในระยะเวลาดังกล่าว ในการนี้ให้นายทะเบียนรับชําระภาษีประจําปีสําหรับรถคันนั้นไว้โดยออกหลักฐานชั่วคราวแทนการออกเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจําปีให้เจ้าของรถหรือตัวแทนเจ้าของรถแทน หลักฐานชั่วคราวตามวรรคหนึ่งให้ใช้แทนเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจําปีโดยให้มีอายุสามสิบวันนับแต่วันที่นายทะเบียนได้ออกให้ (ข) ในกรณีที่เจ้าของรถได้ชําระค่าปรับที่ค้างชําระครบถ้วนภายในระยะเวลาตามที่กําหนด ใน (ก) ให้เจ้าของรถหรือตัวแทนเจ้าของรถนําหลักฐานแสดงการชําระค่าปรับที่ได้รับจากพนักงานเจ้าหน้าที่ มาแสดงต่อนายทะเบียนเพื่อให้ออกเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจําปีสําหรับรถคันนั้น (ค) ในกรณีที่เจ้าของรถหรือตัวแทนเจ้าของรถที่ได้รับหนังสือแจ้งตาม (ก) ประสงค์จะชําระค่าปรับในวันที่มาติดต่อขอชําระภาษีประจําปี ให้นายทะเบียนมีอํานาจรับชําระค่าปรับตามจํานวนที่ค้างชําระแทนได้ โดยให้นายทะเบียนรับชําระภาษีประจําปีสําหรับรถคันนั้นและออกเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจําปีให้เจ้าของรถหรือตัวแทนเจ้าของรถ (ง) ในกรณีที่เจ้าของรถไม่ชําระค่าปรับที่ค้างชําระหรือชําระไม่ครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กําหนดใน (ก) ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งนายทะเบียนให้งดการออกเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจําปีสําหรับรถคันนั้น และแจ้งให้พนักงานสอบสวนดําเนินการตามหน้าที่และอํานาจต่อไป ในกรณีที่ผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถผู้ใดเห็นว่า ตนมิได้ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นอันเกี่ยวกับรถนั้น ให้ทําหนังสือโต้แย้งข้อกล่าวหานั้นภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากนายทะเบียนตาม (ก) ส่งไปยังสถานที่ที่ระบุไว้ในใบสั่งหรือสถานที่ที่ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทั้งนี้ การทําหนังสือโต้แย้งให้ใช้วิธีส่งทางไปรษณีย์ตอบรับหรือสํานักงานตํารวจแห่งชาติจะกําหนดวิธีการอื่นใดด้วยก็ได้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าพนักงานจราจรได้รับหนังสือโต้แย้งตามวรรคสอง หากพนักงานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าพนักงานจราจรยังคงยืนยันและเห็นสมควรดําเนินคดีต่อผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถผู้นั้น ให้ส่งเรื่องไปยังพนักงานสอบสวนเพื่อดําเนินการฟ้องต่อศาลต่อไป แล้วแจ้งผลให้ผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถทราบ เมื่อได้มีการชําระค่าปรับครบถ้วนถูกต้องแล้ว ให้คดีเป็นอันเลิกกัน และในกรณีที่มีการเรียกเก็บใบอนุญาตขับขี่ไว้ ให้ผู้ขับขี่นําหลักฐานการชําระค่าปรับไปขอรับใบอนุญาตขับขี่คืนจากพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้เรียกเก็บ ทั้งนี้ ในระหว่างที่ยังไม่ได้รับใบอนุญาตขับขี่คืน ให้ถือว่าหลักฐานแสดงการชําระค่าปรับเป็นใบแทนใบอนุญาตขับขี่มีกําหนดสิบวันนับแต่วันที่ชําระค่าปรับ การรับชําระและการนําส่งเงินค่าปรับให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สํานักงานตํารวจแห่งชาติและกรมการขนส่งทางบกกําหนด เงินที่ได้รับตามวรรคหนึ่ง (2) (ก) ให้อธิบดีกรมการขนส่งทางบกหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย หักไว้เป็นค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บหรือค่าใช้จ่ายในการดําเนินงานในอัตราร้อยละห้าของจํานวนเงินที่ได้รับ โดยให้นําไปใช้จ่ายได้เช่นเดียวกับเงินงบประมาณตามระเบียบที่อธิบดีกรมการขนส่งทางบกกําหนด ส่วนเงินที่เหลือให้นําส่งสํานักงานตํารวจแห่งชาติ การดําเนินการใดๆ ของพนักงานเจ้าหน้าที่และนายทะเบียนตามมาตรานี้ สามารถใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือวิธีการอื่นใดตามที่สํานักงานตํารวจแห่งชาติและกรมการขนส่งทางบกกําหนด” ท่านพลเอกประยุทธ์ คิดออกหรือยังครับ ใครเป็นคนแรกที่พูดกับท่านให้ใช้มาตรการในข้อ 3 นี้ ย้ำนะครับ คำสั่งห้ามนั่งท้ายกระบะ นั่งในแค็บหลัง จะต้องรัดเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง   มันเป็นกฎหมายเก่า ประเทศไทยมีมาตั้งแต่ พ.ศ.2522 แล้ว ไม่ต้องใช้มาตรา 44 ก็ได้  ดังนั้นผมจึงชื่นชมมาก “เซียน” คนที่ฉกหมับใส่ข้อ 3 ในคำสั่งมาตรา 44 ที่ 14/2560 เป็นยอดเซียน  เขียนข้อ 3 อย่างละเอียดเสียด้วย  ซึ่งผมขอชี้ว่า “เป็นกฎหมายลงโทษคนไม่ได้ทำผิด”  เพราะ “เจ้าของรถ” อาจจะอยู่ต่างประเทศ ขณะที่รถของตัวเองคนอื่นขับไปทำผิดกฎหมายจราจร  แต่ข้อ 3 ให้เจ้าของรถต้องจ่ายค่าปรับ  ซึ่งคนเขียนข้อนี้ชาญฉลาดที่ใช้คำว่า “ผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถ” ทำให้เจ้าของรถยังไงก็โดน   แม้ไม่ได้ทำผิดก็ตาม ผมจึงขอฝากท่านทนายความ “วรกร พงศ์ธนากุล” ประธานสมาพันธ์ทนายความแห่งประเทศไทย ที่โพสต์เฟชบุ๊กเชิญชาวรถกระบะมาชุมนุมที่หน้าทำเนียบรัฐบาล ในเวลา 10 โมงเช้า วันจันทร์ที่ 10 เมษายน 2560 ว่า  ถ้าท่านกับชาวคณะของท่านได้ไปถึงหน้าทำเนียบรัฐบาลตามที่ตั้งความหวัง  ก็ขอให้ท่านทนายวรกร พิจารณาประเด็นนี้ด้วยนะครับ… ออกกฎหมายลงโทษคนไม่ได้ทำความผิดได้รึ…ตามหลักกฎหมายไทยมันทำได้มั๊ย…


ฉลามเขียว : เซียนที่พลเอกประยุทธ์ควรทำความรู้จัก

จากเรื่องจ่ายค่าปรับตามใบสั่งก่อนต่อทะเบียนรถ ถึงสัมปทานติดตั้งกล้องวงจรปิดจราจร  พล.อ.ประยุทธ์อาจจะพอนึกหน้าออก ใบหน้าผู้ชายคนนั้น  คงลอยเด่นเข้าในอยู่ในห้วงคำนึงของท่านนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แล้วล่ะนะ  เพราะเมื่อวันพุธ ผมได้เขียนเล่าเรื่องที่เป็นความลับให้ท่านฟังว่า มันมีเซียนอยู่คนหนึ่งได้กระทำการสำเร็จอย่างเนียนมาก ฉวยโอกาสมีกรณีคำสั่งมาตรา 44 เพื่อความปลอดภัยการจรจรเทศกาลสงกรานต์ปี 2560 ห้ามนั่งท้ายกระบะ ห้ามนั่งในแค็บหลังรถกระบะ ให้ผู้โดยสารทุกคนทุกนี่นั่งรัดเข็มขัดนิรภัย  ใส่หมับพ่วงเข้ามา  ให้ตำรวจกับกรมการขนส่งทางบกเล่นงานคนที่ไม่มาจ่ายเงินค่าปรับตามใบสั่งจราจรได้เลย   จะทำให้คนพวกนี้สำราญมาก  โครงการให้เอกชนสัมปทานติดตั้งกล้องวงจรปิดจราจร ตามเสาไฟถนนทุกสายทั่วประเทศจะได้แบ่งเงินกันเสียที หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทำไม่ได้  เพราะกรมการขนส่งทางบกไม่ให้ความร่วมมือ ผมเชื่อว่า หน้าของผู้ชายนักวางแผนคนนี้ลอยเข้ามาในห้วงนึกของท่าน พล.อ.ประยุทธ์ แล้วก็เพราะผมรู้ว่าตัวท่านนายกรัฐมนตรีก็ไม่รู้ว่ามันมีเรื่องอย่างนี้อยู่  แล้วเมื่อผมบอกท่านว่ามันเป็นความลับนะครับ  ท่านก็คงนึก…  ใคร คือ คนแรกที่พูดกับตัวท่านให้พ่วงเล่นงานชาวบ้านที่ไม่มาเสียเงินค่าปรับใบสั่งจราจรด้วย … นักข่าวสายทหาร ตอนเช้าวันที่ 7 เมษายน 2560 ชมว่า “แมนๆ”   เมื่อท่าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ให้สัมภาษณ์บอกนักข่าวว่า อย่าไปโจมตีท่านพล.อ.ประยุทธ์ ที่ออกคำสั่งมาตรา 44 ห้ามนั่งท้ายกระบะ ห้ามนั่งแค็บหลังรถกระบะ เพราะเรื่องนี้ท่านพล.อ.ประวิตรเป็นคนคิดเอง  คิดร่วมกับเจ้าหน้าที่  เพื่อความปลอดภัยของประชาชน  ผมก็ขอชื่นชมว่าท่านพล.อ.ประวิตร  แมนมากเลยครับ ที่แอ่นอกรับคำก่นของชาวกระบะทั่วประเทศ แทนท่านพล.อ.ประยุทธ์แล้ว  แต่ผมก็สงสัยอยู่นะครับ…มันจะทำให้ท่านพล.อ.ประยุทธ์รอดรึ…??


No Picture

ฉลามเขียว – บอย ถกลเกียรติ…เรื่องเดียวครบ

ดราม่า “แท็กซี่ – บอย ถกลเกียรติ” สะท้อนมุมมองคนไทยและสังคมไทย ต่อระบบขนส่งสาธารณะ ชนชั้น และหน้าที่ของรัฐในการบริการประชาชน   “ท่านนายกรัฐมนตรี ยินดีที่ได้รับทราบข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยว่า หนี้ครัวเรือนของไทยลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปี โดยเมื่อปีที่แล้วสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือจีดีพี ลดลงจากร้อยละ 81.2 ในปี 58 เหลือร้อยละ 79.9 ซึ่งเกิดจากการขยายตัวของจีดีพีที่สูงกว่าหนี้ครัวเรือน  ท่านนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า  การกู้เงินของประชาชนและการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินอย่างระมัดระวัง มีส่วนทำให้หนี้ครัวเรือนของประเทศลดลง”   ผมอ่านข่าวนี้จบลง  ก็อ่านซ้ำอีก แล้วก็ซ้ำอีก  ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี  ยินดีได้ยังไง เพราะหนี้ครัวเรือนที่ลดลงเกิดจากสถาบันการเงินปล่อยกู้ยาก  เนื่องจากเสี่ยงหนี้จะสูญเพราะภาวะเศรษฐกินยามนี้ย่ำแย่หนักมาก  หนี้ครัวเรือนที่ลดลงหาได้เกิดจากฝีมือของรัฐบาล     ดังนั้น  รอให้ชาวบ้านไม่มีหนี้แล้ว ชาวบ้านไม่กู้เงินแบงก์แล้ว เพราะรัฐบาลทำให้เศรษฐกิจดีแล้ว  จึงค่อยยินดี ไม่ดีกว่ารึ…ครับ มันเป็นข่าวที่ขัดๆกันยังไงพิลึกอยู่นะท่านโฆษกไก่อู แต่ผมก็ขอเขียนถึงเรื่องหนี้ครัวเรือนที่ลดลงอย่างแปลกแค่นี้แหละ  เรื่องปัญหาปากท้องของชาวบ้านยังมีเวลาพูดกันอีกเยอะ  เพราะมันยังไม่มีวี่แววว่าจะมีเลือกตั้งใหม่วันที่เท่าไหร่ เดือนไหน ปีอะไร  ภาวะเศรษฐกิจก็จะฝืดเคืองอย่างนี้ต่อไป…อีกนาน   วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่ผมมีความสุข สุขมากขึ้นจากที่ผมเคยเชื่อว่า “โซเชียลมีเดียไม่น่ากลัว”  โดยในที่สุดแล้ว ชาวโซเชียลก็จะพิฆาตกันเอง จนสามารถควบคุมได้ด้วยชาวโซเชียล  ดังนั้นผู้เฒ่าที่ฟูมฟายจะต้องปราบโซเชียล จะต้องจัดระเบียบโซเชียล  อ่านเรื่องนี้หลายๆรอบด้วยนะครับ   หัวค่ำ 2 เมษายน 2560 โลกโซเชียลตื่นตะลึง เมื่อผู้ชายคนที่โดนแท็กซี่ขู่ คือ “บอล ถกลเกียรติ วีรวรรณ” เพราะเป็นคนดังมาก  เหตุการณ์ที่ได้เห็นจากคลิปใน youtube  เร้าใจทั้งเรื่องราวและตัวละคร…อีกแล้ว…  กราบรถผมสิ  มัน…ผสมปนเปกันจนผมขอตั้งชื่อเรื่องว่า “บอย ถกลเกียรติเรื่องเดียวครบ”…เพราะมันครบทุกมุมจริงๆ คนไทยฝังใจอยู่แล้ว มันเจ็บปวดมากที่คนขับแท็กซี่ไม่รับ และเคืองแค้นในใจทำไมภาครัฐของไทยไม่เปิดให้มีแท็กซี่ระบบอื่นที่ประชาชนเลือกได้  จึงทันทีที่เห็นคลิปคนขับแท้กซี่พูดจากับบอยอย่างนั้น  ต้องควักเงินให้ 1,000 บาท พร้อมเสียงของบอยที่บอกว่าโดนขู่จะยิง  ก็ทำให้ชาวโซเชียลเชื่อทันทีว่าแท็กซี่ผิด  และพาลโกรธแค้นภาครัฐมากขึ้น  บอย ถกลเกียรติ ผมไม่รู้จักท่าน ตัวจริงครั้งหนึ่งก็ไม่เคยเห็น ทันทีที่ดูคลิปผมก็งง ทำไมคนมหาเศรษฐีระดับนี้ไม่ใช้รถส่วนตัว ทำไมต้องเรียกแท็กซี่ข้างถนน  และแค่ 10 ชั่วโมงผ่านไปผมก็ขอเขียนหนังสือชื่นชมว่า…


No Picture

Thailand B คว้าแชมป์เกม FIFA Online 3 รายการ The Intercontinentals 2017

Tharn Silalai ตัวแทนจากประเทศไทย เอาชนะ Amrann Gani ตัวแทนจากสิงคโปร์ ในการแข่งขันเกม FIFA Online 3 รายการ The Intercontinentals 2017 ที่จัดขึ้นในงาน Garena Star League 2017 ไปด้วยคะแนน 3-2 เกม พร้อมรับเงินรางวัล 400,000 บาท การแข่งขันรายการ The Intercontinentals 2017 มีผู้ร่วมเข้าแข่งขัน 10 คน จาก 9 ประเทศ ประกอบด้วย ไทย 2 ทีม, เกาหลีใต้, จีน, สิงคโปร์, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, เวียดนาม, Fnatic และ RoX จากรัสเซีย อย่างละ 1 ทีม ที่มา – EA Sports FIFA Online 3 Thailand Tharn Silalai จากประเทศไทย คู่ชิงชนะเลิศของรายการนี้ ผู้เข้าร่วมแข่งขัน สายการแข่งขัน Topics:  FIFA Online Games eSport


ซิโก้ ทำไม่ได้ตามเป้า หรือเป็นเราที่ไม่รู้จัก "เป้า" ของตัวเอง?! … [บทความโดย TJcool]

เห็นจั่วหัวแบบนี้ หลายคนคงคิดว่าผมเป็นหนึ่งใน “ติ่งซิโก้” ที่กำลังจะกระโดดออกมาปกป้องเขา หลัง “พี่โก้” เพิ่งถูกกระแสกดดันอย่างหนัก จนประกาศลาออกจากการเป็น “แม่ทัพช้างศึก” ไปเรียบร้อยเมื่อวานนี้ แต่คุณคิดผิด!! ผมไม่ใช่ติ่ง!! …และสามารถพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า เคยผ่านทั้งช่วงเวลาที่รู้สึกว่าฟุตบอลไทยดู “มีอนาคต” มากขึ้น ภายใต้การกุมบังเหียนของ ซิโก้ …