sports

‘หน้ากากนักร้อง – ดร. สมเกียรติ’ สื่อเก่าในขวดใหม่ที่ไม่เข้าใจพฤติกรรมออนไลน์

เซ็งไปทั้งประเทศกับการยืดรายการ “The Mask Singer หน้ากากนักร้อง” ออกไปเฉลยแชมป์สัปดาห์หน้า ถือว่าตกม้าตายทำลายความไว้ใจของคนดู เชื่อว่าเมื่อวานแฟนๆจอแก้วเกาะจอรอลุ้นปรากฏการณ์ทีวีดิจิทัลที่เกิดขึ้นนานทีปีหน กับศึกยักษ์ชนยักษ์ “ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนเอเชีย ไทย พบกับ ซาอุฯ”ทางช่อง 7 และรอบชิงชนะเลิศของ “The Mask Singer หน้ากากนักร้อง”ทางชอ่งเวิร์กพอยท์ เคยเขียนถึง หน้ากากนักร้อง ไปครั้งหนึ่งแล้วถึงแง่ความสำเร็จและสุดยอดการตลาดที่ต้องยกนิ้วให้ว่าเป็นรายการวาไรตี้อันดับหนึ่งของไทยในนาทีนี้ เรตติ้งของเทปเมื่อวานทะลุเป้าทั่วประเทศ 13.244 กรุงเทพฯ 19.335 เขตเทศบาล 16.115 ชนบท 10.795 ซึ่งไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก แถมยอดผู้ชมไลฟ์ทะลุไปถึงช่วงพีคคือ 1.4ล้านวิวในการชมสด แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้แฟนเซ็งไปตามๆกันนั่นก็คือ การ “ลาก”รายการ ให้ยาวเกินความจำเป็น เพราะเมื่อเฉลยรองชนะเลิสแล้วว่าคือ “หน้ากากอีกาดำ” เอ๊ะ จิรากร ก็ใช้เวลาพูดคุยจนโปรยบอกแฟนๆว่าจะกลับมาเฉลยหลังข่าวพระราชสำนัก และเมื่อพอตัดเข้ารายการสด ก็ใช้เวลาพูดคุยกับหน้ากากอีกาดำอีกนาน และท้ายสุดเลือกที่จะไม่เฉลยโฉมหน้าของหน้ากากทุเรียนผู้ชนะประจำการแข่งขัน เรียกได้ว่าลากไปอีกอาทิตย์ได้อีกหนึ่งเทป กระแสวิจารณืถล่มไปที่ กันต์ กันตถาวร พิธีกรรายการซึ่งก็น่าเห็นใจว่าต้องทำตามสคริปต์ จริงๆถ้าย้อนไปดูรายการแพลทฟอร์มที่นำเข้าจากเกาหลีใต้ King Of Mask Singer ก็จะไม่มีการเฉลยผู้ชนะและนำผู้ชนะมาแข่งในซีซั่นถัดไป  The Mask Singer ทำคนดูอารมณ์ค้างและย้อนยุคไปแบบฉบับยืดยาวเหมือนสมัยละคร “คู่กรรม” รุ่นเบิร์ด ธงไชย ที่กว่าโกโบริจะตายก็ยืดไปได้ 2 สัปดาห์ ทั้งที่พฤติกรรมผู้ชมรุ่นใหม่เป็นไปในแบบ “รู้ทันที และ รอไม่ได้” ทำให้ภาพลักษณ์ความเชื่อมั่นของหน้ากากนักร้องที่จะโดดเด่นเอาชนะ The Voice ที่เริ่มกระแสซาลง เกิดความขาดความเชื่อใจของแฟนๆ ซึ่งต่อให้สัปดาห์หน้าแฟนๆจะรอชมโฉมหน้าหนากากทุเรียนแต่ก็เสียความรู้สึกไปเสียแล้ว อีกด้านที่สื่อเก่าตกม้าตายก็คือ ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล ที่คนยกย่องให้เป็นกูรูสื่อ แต่กลับพลาดในโลกออนไลน์ ที่โวยวายว่า ทำไมเว็บโพสต์ทูเดย์ถึงได้ศีลธรรมตกต่ำสุดขีด เมื่อมีโฆษณาชุดชั้นในแสดงขึ้นมาหน้าจอ  ทั้งที่โฆษณาแบบ adsense นั้นจะแรนดอมตามสิ่งที่เจ้าของเครื่องสนใจ ไม่ได้กล่าวหาว่าดร.สมเกียรติเข้าสู่เว็บไซต์อนาจารแต่อย่างใด อาจจะเข้าไปในเว็บซื้อของซื้อเสื้อผ้า และระบบคัดกรองแนะนำชุดชั้นในขึ้นมาให้ แต่การพยายามแก้ตัวแบบข้างคูๆในทวิตต่อๆมา สะท้อนภาพคนที่จะยกย่องจรรยาบรรณสื่อตัวเองโดยไปเหยียดทั้งเพื่อร่วมอาชีพ และไม่เข้าใจโลกออนไลน์ยุคใหม่   สองเรื่องนี้ดูจะเป็นคนละเรื่องเดียวกัน เพราะสะท้อนภาพว่าเมื่อสื่อเก่ายังไม่ก้าวพ้นพฤติกรรมเก่าๆ แม้จะข้ามสื่อมาอยู่ในสื่อใหม่ 


กทม. ชวนปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน

กรุงเทพมหานคร จัดกิจกรรม ปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน  'ปิดเพื่อโลก เปลี่ยนเพื่ออนาคต' ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2551 โดยปิดไฟที่ไม่จำเป็น เป็นเวลา 1 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 20.30-21.30 นาที   สำหรับกิจกรรมนี้ จะมี กิจกรรม 'ปั่นไปปลูก หรือร่วมกันปลูกเพื่อเปลี่ยน' ซึ่งเป็นกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์กลุ่มเขต ด้วยการรวมกลุ่มจักรยานปั่นเพื่อไปปลูกต้นไม้ตามสวนสาธารณะของกรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 13 ถึงวันที่  25 มีนาคม 2560  ทั้งนี้ กรุงเทพมหานคร ได้กำหนดจุดปิดไฟเชิงสัญลักษณ์ ที่ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เสาชิงช้า และสะพานพระราม 8 รวมทั้งรณรงค์การปิดไฟบนถนนสายหลัก และในต่างจังหวัดด้วย     


No Picture

Mario Sports Superstars เกมรวมกีฬา 5-in-1 สไตล์มาริโอ ลงเครื่อง 3DS

Nintendo ปล่อยเทรลเลอร์ตัวใหม่ของเกม 3DS Mario Sports Superstars ที่รวมกีฬา 5 ชนิดมาไว้ในเกมเดียว ภายในเทรลเลอร์จะแสดงเกมเพลย์ของกีฬาทั้งหมด ได้แก่ เบสบอล, แข่งม้า, เทนนิส, กอล์ฟ และฟุตบอล กีฬาแต่ละชนิดจะไม่ใช่เพียงแค่มินิเกม แต่จะใช้รูปแบบการเล่นของกีฬาจริง ๆ เช่น ฟุตบอลต้องใช้ตัวละครถึง 11 ตัวในการเล่น ภายในเกมจะมีตัวละครให้เลือกจากซีรีส์ Mario ทั้งหมด 18 ตัวละคร เช่น Mario, Peach, Bowser, Rosalina, Luigi, Yoshi, Walugi แต่ละกีฬาจะมี 3 โหมดให้เล่นด้วยกันคือ singleplay, local multiplayer และ online multiplayer Mario Sports Superstars วางจำหน่ายวันที่ 24 มีนาคม 2017 ในเขตเอมริกาเหนือ และวันที่ 30 มีนาคม 2017 ในเขตญี่ปุ่น ที่มา – GameSpot Topics:  Mario Games Nintendo 3DS Nintendo


ฉลามเขียว : ใครท้านองเลือดกับพลเอกประยุทธ์

โลกใบนี้ไม่เคยมีเผด็จการที่ทำให้ชาติบ้านเมืองนั้นเจริญรุ่งเรือง เพราะโลกศิวิไลซ์ไม่คบไม่ค้า ใช้มาตรการทางเศรษฐกิจเป็นเครื่องมือกดดันบีบคั้นให้คืนประชาธิปไตย     ความไวของสื่อโซเซียลก็มีจุดบอด ตรงที่ไม่ครอบคลุม  คว้ามาหนึ่งประเด็น ลืมอีกประเด็นไปอย่างน่าเสียดาย  เมื่อวันศุกร์ 9 มีนาคม 2560 ขย้ำกันอยู่ประเด็นเดียว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พูดเป็นการถามประชาชนว่า ถ้าจะขึ้น VAT เป็น 8 % รับได้มั๊ย  การขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มอีกแค่ 1 เปอร์เซ็นต์จะทำให้รัฐบาลมีรายได้เพิ่มทันทีอีก 1 แสนล้านบาท เพื่อเอาเงินมาทำสิ่งที่ประชานเรียกร้อง สื่อโซเชียลกระหน่ำประเด็นนี้ประเด็นเดียว ขณะที่เว็บไซต์ของสื่อกระแสหลักก็ขย้ำประเด็นนี้  และระอุแดดเดือนมีนาคมเป็นยิ่งนัก เมื่อวันรุ่งขึ้นศุกร์ 10 มีนาฯ พล.อ.ประยุทธ์ซัดสื่อกระแสหลัก “น่ารังเกียจ” เพราะมีสำนักพาดหัวข่าวว่าพล.อ.ประยุทธ์จะขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ความไวแห่งโซเชียลที่ไวเป็นวินาที นี่แหละเป็นจุดบอด เพราะได้ละเลยคำพูดสำคัญของพล.อ.ประยุทธ์ไปอย่างน่าเสียดายที่สุด วันนี้คิววิเคราะห์ข่าว จึงยกประเด็นนี้ขึ้นชู ใคร…คือคนที่บังอาจท้านองเลือดกับพลเอกประยุทธ์ “วันนี้ไม่ว่าจะทำอะไรผมต้องท่องพุทโธ เพื่อทำอะไรช้าลง และมีสติรอบคอบ ยับยั้งชั่งใจ วันนี้อาจยังไม่มีความเข้าใจ ต่อต้านอยู่บ้าง  ผมไม่สามารถควบคุมได้  แม้จะเข้ามาแบบนี้  เพราะทุกคนเป็นคนไทย ไม่ว่ากลุ่มใด จึงขออย่าบิดเบือน ย้ำ…วันหน้าต้องเป็นประชาธิปไตย ที่ผ่านมามีความวุ่นวายปล่อยปละละเลย และไม่เคารพกฎหมาย ใช้วิธีการแก้ปัญหาแบบเดิมไม่ได้อีกแล้ว ต้องยุติความขัดแย้งให้ได้ โดยกฎหมายต้องยังอยู่  อย่าล้มกฎหมายของประเทศ  ล้มไม่ได้  ถ้าไม่มีกฎหมายเลย  ละเว้นหรือละเลย ประเทศล้มหมด อย่ามาข่มขู่ว่าไม่เดินตามโรดแม็ปแล้วประเทศจะนองเลือด ไอ้คนพูดอย่างนี้อย่าให้มีที่ยืน …” พล.อ.ประยุทธ์ พูดที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ปราจีนบุรี 9 มีนาคม 2560 ไอ้คนนี้คือใคร คือใคร…ที่บังอาจท้าจะนองเลือดกับพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งตัวผม นายฉลามเขียว อ่านหลายรอบแล้วมโนว่า ไม่ใช่เรื่องเหลวไหล พล.อ.ประยุทธ์ท่านไม่ได้พูดอย่างกลอนพาไปแน่นอน  ก็เพราะตัวผมก็รู้ว่า “งานข่าวกรอง” ของท่านนายกรัฐมนตรีแม่นยำมาก แม่นยำมาตลอด การที่ท่านพูออกมาอย่างนี้ตัวผมถอดรหัสลับออกมาเองว่า “มีคนเคลื่อนไหว” ไม่ใช่แค่การพูดธรรมดาๆ เพราะถ้าพูดธรรมดาคนอื่นๆอีกหลายคนก็พูด โดยเฉพาะพวกนักข่าว เวลาโทรศัพท์คุยกัน หรือส่ง Line คุยกันประเด็นการเมือง  เมื่อวกเข้า  ประเด็น ยังไม่มีเลือกตั้ง  ประเด็นไม่เป็นไปตามโรคแม็ป  ก็ต้องถามกันว่า จะมีนองเลือดมั๊ย ผู้คนจะลุกฮือมั๊ย พวกเศรษฐีไทยที่กำไรหดหายธุรกิจเจ๊งเพราะมันจะ 3 ปีแล้ว จะทนต่อไปมั๊ย มันเป็นหัวข้อสนทนาปกติขอคอการเมืองสายฮาร์ดคอร์ เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เอาประเด็นนองเลือดมาพูด จึงย่อมไม่ใช่แค่ท่านได้ยินว่ามีคนพูด แต่มันต้องมากกว่านั้น เพราะคำของท่านต่อเนื่องที่บอกว่า ไอ้คนพูดอย่างนี้อย่าให้มีที่ยืน….. ไอ้คนนี้คือใคร ต้องเป็นคนที่มีพละกำลังทางการเมืองสิ ไม่เช่นนั้นคนระดับหัวหน้ารัฐบาลไม่เอามาพูดถึงหรอก ตัวผมนักข่าวในสื่อออนไลน์ขอขอบคุณท่านพล.อ.ประยุทธ์ ที่นำประเด็นนี้มาพูด ทำให้ได้รู้ว่ามันมีจริง ไม่ได้มีแค่ในมโนของพวกนักข่าวเท่านั้นว่า  มันมีคนมีปฏิกิริยาอยู่นะ  ซึ่งมี ..


"เรายืนอย่างเท่ากัน" เจ๊ยุไม่ได้กล่าว แต่ข้าพเจ้ารู้สึกเอง

“เรายืนอย่างเท่ากัน” เจ๊ยุไม่ได้กล่าว แต่ข้าพเจ้ารู้สึกได้เอง เหตุการณ์แค่เสี้ยวนาทีสอดคล้องกับความรู้สึกในมุมที่เรารู้จักเจ๊มา 10 ปี เบื้องหลังก่อนจะออกมาเป็นภาพนี้คือ เรานึกสนุกกำลังจะย่อตัวลงถ่ายรูปกับเจ๊ยุ ในฐานะภริยาอดีตปลัดกลาโหม หลังมีข่าวกระแสแรงช่วงนั้นว่า ภริยาปลัดกลาโหมคนปัจจุบันไปเปิดฝายซึ่งมีชื่อตัวเอง ส่วน ''เจ๊ยุ ไม่มีฝาย'' มีแต่คำแซวจาก “ใบตองแห้ง” พูดล้อหลังจากเป็นวิทยากรเวทีเดียวกัน* ว่าอยากทำโปรเจค “ฝายแม่ยุวดีพัฒนา” แต่ก่อนที่จะได้ย่อตัวลง “เจ๊ยุ” รีบใช้มือฉุดแขนเราอย่างแรง!! และโอบแขนไว้ ทำนองว่า ไม่เอา อย่าเล่นแบบนี้… ที่เห็นในภาพนี่คือเจ๊คลายมือลงบ้างแต่แขนยังติดกันอยู่ เหตุการณ์แค่เสี้ยวนาทีสอดคล้องกับความรู้สึกในมุมที่เรารู้จักเจ๊มา 10 ปี ไม่รู้โชคดีหรือโชคร้าย เรายังไม่เคยโดนเจ๊ดุ หรือพูดเสียงดังด้วย อาจเป็นเพราะยังไม่มีโอกาสได้อยู่ใกล้ๆ นานๆ เหมือนที่หลายๆ คนเคยเจอ เราเป็นนักข่าวใหม่ ก่อนรัฐประหาร 19 กันยา 49 ไม่กี่วัน  ได้รับโอกาสจากหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ของป๋าเปลว สีเงิน ให้ไปประจำทำเนียบรัฐบาล แต่ไม่นาน เราก็ได้รับมอบหมายให้ไปประจำ กกต.ยุคนั้นคือยุค กกต.สดศรี สัตยธรรม กกต.สมชัย จึงประเสริฐ เพราะกำลังจะมีการเลือกตั้งปลายปี 2550  ตลอดมา ภาพจำเกี่ยวกับเจ๊ยุ มี 3-4 ตอนระหว่างวันทำงานปกติ เราไม่เคยอยู่กับเจ๊ท่ามกลางฉากหลังเหตุการณ์สำคัญ มีเพียงโอกาสได้ทำงานใกล้ๆ ไม่กี่ครั้งตอนอยู่ภาคสนาม ครั้งหนึ่งเราเดินกลับทำเนียบฯ กับเจ๊ โดยเดินผ่านมาทางกระทรวงศึกษาธิการ จำไม่ได้ว่าวันนั้นกลับจากหมายไหน รู้สึกว่าจะมีการยกเลิกหมายด้วยจึงเดินกลับมาท่ามกลางรถติด แต่ที่จำได้แม่นคือ เราเดินช้า จนเจ๊ต้องหันมาถามว่า “เป็นนักข่าวไหวไหมเนี่ย” น้ำเสียงเจ๊ไม่ได้ดุและออกจะยิ้มๆ ด้วยซ้ำ, คำถามโดยไม่ต้องการคำตอบนี้ เหมือนจะบอกในตัวเองว่า นักข่าว ไม่ใช่งานสบายๆ การเดินตามเจ๊ในวันนั้นรู้สึกได้ถึงความเป็นคนทำงานจริงๆ หลังจากนั้น มีอีกช่วงเวลาสั้นๆ เราได้ไปนั่งเฝ้ายืนเฝ้า ป.ป.ช. ฝั่งตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล มีวันหนึ่ง เดินข้ามถนนกลับมาทำเนียบฯ เข้ารังนกกระจอก เจอเจ๊ถามว่า “นี่ เธอได้สมุดจดข่าวหรือยัง?” จากนั้นเจ๊ก็ยื่นสมุดจดข่าวให้ …



No Picture

เช็กตารางชมซากุระ "ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้" ให้สนุกก่อนวันหยุดยาว

ถึงฤดูกาล “ฮานามิ”หรือการชมซากุระแล้ว เช็กตารางการผลิบานให้ดี กกต.ไทยไปดูงานฟรี”ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้”รีบกลับหลังจากโดนสื่อท้วง เลยไปเก้อ อดชมซากุระ รู้จักเทศกาลชม “ซากุระ” หรือ “ฮานามิ” เทศกาลการชมซากุระเป็นประเพณีดั้งเดิมของชาวญี่ปุ่น ซึ่งจะออกมาชื่นชมความงดงามของดอกซากุระผลิบานในช่วงฤดูใบไม้ผลิ และสืบทอดกันมามากกว่าพันปี ซึ่งครอบครัวและเพื่อนบ้านจะชักชวนกันออกมานั่งในสวยต่างๆ โดยทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น รับประทานอาหาร เดินเล่น โดยมีจุดชมซากุระที่ขึ้นชื่อ อย่างปราสาทโอซาก้าในภูมิภาคคันไซ หรือสวนอุเอโนะในโตเกียว ภูมิภาคคันโต ในปัจจุบันนักท่องเที่ยวไทยให้ความนิยมเดินทางไปจำนวนมากโดยเฉพาะช่วง มีนาคม-พฤษภาคม ของทุกปี   สำหรับตารางการเยี่ยมชมซากุระจะเปลี่ยนไปตามสภาพภูมิอากาศของแต่ละปี โดยในปีนี้ Nippon Kishou ออกพากรณ์อากาศการผลิบานของซากุระไปเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งปกติซากุระจะบานจากภูมิภาคตอนใต้ของเกาะเช่นคิวชู ไล่ขึ้นไปถึงตอนเหนือของเกาะอย่างฮอกไกโด ในปีนี้เกาะคิวชู (ฟุกุโอกะ) จะเริ่มบานในวันที่ 23 มีนาคม แลไล่มาถึงฮิโรชิม่าในภูมิภาคชูโงะ 26 มีนาคม โอซาก้า(คันไซ) 29 มีนาคม นาโงย่า(ชูบุ) 26 มีนาคม โตเกียว(คันโต) 20มีนาคม เซนได(มิยะงิ) 3เมษายน อาโอโมริ(โทโฮคุ) 17 เมษายน และ ซัปโปโร (ฮอกไกโด) 2 พฤษภาคม   ส่วนเกาหลีใต้เองก็มีเทศกาลชมดอกพ็อตโกต หรือซากุระเกาหลีก็บานจากใต้ขึ้นเหนือเช่นกันสำหรับปี 2017 ได้มีกำหนดการออกมาแล้วคือ คือเกาะเจจู   21 มีนาคม  ภาคใต้  26 – 31 มีนาคม ปูซาน 26 มีนาคม บริเวณภาคกลาง  2 – 9 เมษายน และกรุงโซล 6 เมษายน  แต่สิ่งที่แฟนๆเกาหลีเฝ้าคอยจริงคือ Forsythia หรือ (แคนารี)สีเหลืองสะพรั่ง ที่เราเห็นตามภาพยนตร์เกาหลีก็มีเวลาผลิบานที่ไล่เลี่ยกัน โดยพยากรณ์ปีนี้ทำนายว่า เกาะเจจู เริ่มบาน 11 มีนาคม ปูซาน 15 มีนาคม ควางจู 19 มีนาคม โปฮัง 19 มีนาคม  ชองจู 26 มีนาคม โซล 27 มีนาคม อินชอน 1 เมษายน ดังนั้นหากใครจะแพลนต้องรีบจองตั๋วให้ดี เนื่องจากเทศกาลดังกล่าวความต้องการทั้งตั๋วเครื่องบิน ที่พัก และอาหารจะเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก เรียนรู้มารยาทในการชมซากุระ ปีก่อนๆหน้านี้มักจะมีดราม่าเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวไทยที่ทำพฤติกรรมไม่เหมาะสมในการชมซากุระ ทั้งการที่มีดาราไปโน้มกิ่งต้นซากุระ ไปปีนต้นซากุระ หรือร้ายแรงถึงขั้นไปเด็ดดอกซากุระออกจากต้น จึงขอแนะนำวิธีที่ทำให้เราเยี่ยมชมความสวยงามให้อยู่กับเราไปนาน   เว็บเพจของสถานเอกอัคราชทูตไทย กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นเคยออกประกาศข้อแนะนำ 6 ข้อสำหรับนักท่องเที่ยวไทยที่จะเดินทางไปยังญี่ปุ่นเมื่อปี 2558 ที่นักท่องเที่ยวเดินทางไปจำนวนมากหลังมีการยกเว้นวีซ่าเข้าประเทศ โดยมีข้อแนะนำดังนี้    1. ไม่เด็ด หรือจับกิ่งซากุระจากต้น 2


ฉลามเขียว : กินเนื้อตัวเอง

ของฝากสำหรับนักการเมืองที่เข้าไปเจรจา “ปรองดอง” อย่าเข้าไปด่าการเมืองอย่างเดียว   เพราะสิ่งที่ทำให้คนไทยแตกแยก   เข้าสู่ทางตัน  จนทหารต้องทำรัฐประหารมันมีปัจจัยมากกว่านั้นมาก   ยังไม่มีใครอธิบายได้ว่า  ทำไม “พรรคกิจสังคม” จึงไม่ได้เป็นพรรคการเมืองแรกที่เข้าไปพูด ๆๆๆ กับ “คณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง” ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม  เป็นประธาน  จากกติกาที่ท่านกำหนดว่า เชิญพรรคการเมืองเรียงคิวตามชื่อตัวอักษร  แต่ท่านให้เริ่มที่พรรค ค.ควาย รึว่า…พรรคกิจสังคมไม่มีแล้ว   ถ้าตอบอย่างนี้ทุกพรรคก็ไม่มีเหมือนกันหมด  อันเนื่องจากการรัฐประหาร 22 พ.ค.2557 ทุกพรรคการเมืองถูกสั่งยุบ  ไม่มีสถานะทางกฎหมาย แต่พอท่านจะคุยกลับใช้คำว่า  เรียกคุยพรรคการเมือง  ก็ทำให้เห็นว่ายุทธการปรองดองอันงดงามของท่าน  …ประดักประเดิดตั้งแต่ต้นแล้ว ยึดอำนาจ  ครองอำนาจ มาก็จะ 3 ปีแล้ว ทำไมเพิ่งจะเริ่มคุยปรองดอง  ทำไมไม่ทำตั้งนานแล้ว ก็เอาน่ะ  นายฉลามเขียว ขอตั้งข้อสังเกตไว้แค่นี้เพื่อป้องกันตัวเอง  ไม่ให้โดนข้อหา ขัดขวางการปรองดอง   ซึ่งทุกพรรคการเมือง ทุกกลุ่มการเมือง  คนทุกอาชีพไม่ขวางท่านหรอก  ฉลามเขียวก็หนุนและเชียร์เต็มที่   เพราะอยากได้การปกครองระบอบประชาธิปไตยคืนเต็มทีแล้ว  อยากจะมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยของคนไทยทั้งชาติ  เพื่อที่จะเริ่มต้นฟื้นฟูเศรษฐกิจ  ถ้าขืนอยู่อย่างนี้ก็ไม่มีทางที่ชาติศิวิไลซ์จะกลับมาค้าขายด้วยเหมือนเดิม เศรษฐกิจปากท้อง คือ ความจริง  ยิ่งไม่มีการลงทุนต่อเนื่องยาวนานเท่าใด  ก็ยิ่งฟื้นฟูยาก การจัดคิวให้พรรคการเมืองเข้าไปพูดๆๆๆๆ ให้  “คณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นเพื่อความปรองดอง” ฟัง  ที่ท่านจัดให้ “พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล” ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นหัวหน้าใหญ่   เริ่มเมื่อวันที่ 14 ก.พ.2560  “วันวาเลนไทน์” โดยท่านเชื่อว่าถือฤกษ์วันนี้เพื่อให้มันเป็นวันแห่งความรัก และเมื่อเดินมาถึงวันศุกร์ 24 ก.พ.2560 เข้าไปพูดๆๆๆ แล้ว 20 พรรคการเมือง จากทั้งหมดที่มีอยู่ 70 พรรค ตัวผมติดตามการแถลงข่าวของท่านโฆษก พล.ต.คงชีพ ตันตระวานิชย์  อย่างใกล้ชิดเกาะติด  ผมขอชมว่าท่านเป็นนักแถลงข่าวผู้ชาญฉลาดมาก  ทุกคำพูดเต็มไปด้วยจิตวิทยาอันสูงส่ง  เลือกเน้นประเด็นที่แหลมคมสม่ำเสมอมาก  หน้าตาหล่อเหลา  น้ำเสียงไม่เพราะ  แถลงทีไรก็น่าฟังทุกที วันนี้วันอาทิตย์  เป็นคิวเขียนวิเคราะห์การเมือง ผมมีความเห็นที่จะบอกแก่นักการเมืองทั้งปวงว่า  ฟังจากการแถลงข่าวผมเห็นว่า   ฝ่ายพรรคการเมืองเอาเนื้อของตัวเองปรุงเป็นอาหาร แล้วเข้าไปนั่งกินให้ทหารชม หมายความว่าไง……………… หมายความว่า  ฝ่ายพรรคการเมืองด่าแต่ตัวเอง  ขุดประจานแต่พฤติกรรมของฝ่ายนักการเมืองที่เห็นว่าไม่ดี  ซึ่งผมก็เห็นด้วยว่า  เพราะนักการเมืองที่ไม่ดีเหล่านั้นเป็นส่วนสำคัญ ให้คนไทยแตกแยก  เกิดการต่อต้านอย่างรุนแรง  จนทหารต้องตัดสินใจทำรัฐประหาร  ยึดอำนาจการปกครองซะ  เพื่อยุติปัญหา ผ่าทางตันให้ประเทศที่มันเดินต่อไปไม่ได้ และแล้ว…แม้วันนี้จะเกิดความรู้สึกแล้วใช่มั๊ยว่า ยึดไว้นานเกินไปแล้ว  เศรษฐกิจแย่แล้ว  แต่ก็สะใจดีไม่ใช่หรือ  ก็สมคบคิดกัน ก็ได้รับความเสียหายทางเศรษฐกิจเช่นกัน  ซึ่งเราคนไทยก็เห็นๆกันอยู่  ธุรกิจของเหล่ามหาเศรษฐีที่ให้เงินหนุนม็อบ Shutdown Bangkok  มีธุรกิจใดบ้างที่ต้องเจ๊งและขายไปแล้ว พรรคการเมืองขนาดเล็ก หลายพรรคพูดได้ดี  ด่าได้แสบ ผมไม่ได้ปรามาสนะครับ พรรคเล็ก  ก็คือพรรคเล็ก มีอยู่กี่คนก็ไม่รู้ แต่ท่านก็เป็นพรรคการเมืองที่เราต้องให้เกียรติและรับฟังเช่นกัน “ตัวแทนพรรคการเมืองขนาดเล็ก สะท้อนมุมมองโครงสร้างระบบการเมืองว่า  การไม่เคารพสิทธิ์ กฎหมาย และทุจริตคอรัปชั่น คือปัญหาความขัดแย้ง อีกทั้งมองโครงสร้างการเมืองเชิงระบบแบ่งเป็น 5 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มการเมืองเก่า 2.กลุ่มการเมืองใหม่ 3.กลุ่มประชาชน 4.องค์กรอิสระ และ 5.กลุ่มผู้สนับสนุนทุนการเมือง โดยกลุ่มประชาชนมีพื้นฐานความเหลื่อมล้ำทางสังคม ขาดโอกาสการศึกษา การเข้าถึงสาธารณสุข การเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติ ที่ดิน และการเข้าถึงแหล่งทุน สำหรับกลุ่มการเมืองเก่าและกลุ่มการเมืองใหม่นั้น การสูญเสียประโยชน์ของกลุ่มการเมืองเก่า และการได้ประโยชน์ของกลุ่มการเมืองใหม่ เป็นรอยต่อความขัดแย้ง เนื่องจากกลุ่มการเมืองใหม่ต้องการรวบรัดอำนาจ เลยเกิดปัญหาตามมา ทั้งการใช้กลไกกฎหมาย แทรกแซงองค์กรอิสระ เกิดการทุจริตคอรัปชั่นทั้ง 2 ฝ่าย ท้ายที่สุดก็ไม่ยอมรับกติกาต่อกัน พร้อมทั้งมองว่าองค์กรอิสระว่าถูกแทรกแซงจนทำให้องค์กรอิสระภายใต้รัฐธรรมนูญไม่ได้รับการยอมรับจากคนในสังคม ขณะเดียวกัน  กลุ่มทุนที่สนับสนุนการเมืองเองทั้ง 2 ฝ่ายก็ต้องการโอกาสธุรกิจสร้างความเหลื่อมล้ำทางธุรกิจ ทำให้แข่งขันอย่างไม่เท่าเทียมกัน ในการหารือทุกพรรคเห็นตรงกันว่าการปฏิรูปต้องทำพร้อมๆกันทุกกลุ่ม ทุกฝ่าย โดยมองว่าการเมืองต้องปฏิรูปก่อน ระบบการเมืองไม่มีปัญหา แต่มีปัญหาที่อยู่ที่ตัวบุคคล ดังนั้นพรรคการเมืองจำเป็นต้องคัดคนมีคุณภาพ มีความน่าเชื่อถือมาให้ประชาชนเลือก ไม่ทำการเมืองเชิงธุรกิจ ไม่ผูกขาดอำนาจรัฐ ต้องยึดโยงหลักนิติรัฐ นิติธรรม และคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศ และประชาชนเป็นหลัก”พล.ต.คงชีพ กล่าวและว่า ในที่นี้การคืนอำนาจประชาธิปไตยเพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วม ควรดำเนินการตั้งแต่ระดับท้องถิ่น ควบคู่กันไปกับการเมืองส่วนกลางอีกด้วย”  พล.อ.คงชีพ แถลงข่าวสรุปการพูดคุยเมื่อ 22 ก.พ.2560  กระผมนายฉลามเขียว ขอยอมรับว่า พรรคการเมืองเล็กพูดถูกทั้งหมด  ..