press-releases

Wikipedia อายุครบ 15 ปีแล้ว

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (14 ม.ค.) สารานุกรม Wikipedia ฉลองอายุครบ 15 ปี ซึ่งชุมชนผู้เขียน Wikipedia ในแต่ละประเทศก็มีกิจกรรมแตกต่างกันไป รายละเอียดของการฉลองดูได้จากเว็บเฉพาะกิจ Wikipedia 15 ส่วนองค์กรแม่ Wikimedia Foundation ก็ประกาศโครงการ Wikimedia Endowment เพื่อระดมทุนสนับสนุน การันตีว่า Wikipedia จะมีเงินสนับสนุนต่อเนื่องในอนาคต เป้าหมายเบื้องต้นคือต้องการระดมทุน 100 ล้านดอลลาร์ในอีก 10 ปีข้างหน้า ที่มา – Wikimedia Foundation Wikipedia, Wikimedia Foundation


No Picture

ยอดขายเครื่องเกมในสหรัฐฯ มกราคม 2014: PS4 แซง Xbox One แล้ว

หนึ่งเดือนผ่านมาหลังจากข่าว ยอดขายเครื่องเกมในสหรัฐฯ ธันวาคม 2013: Xbox One ขายดีกว่า PS4, บริษัท NPD ก็เปิดเผยยอดขายเกมประจำเดือนมกราคม 2014 ซึ่ง PS4 สามารถแซงหน้า Xbox One ได้แล้ว NPD ไม่เปิดเผยจำนวนยอดขายเป็นตัวเลข และทั้งสองบริษัทก็ไม่ประกาศยอดขายฮาร์ดแวร์เช่นกัน แต่ฝั่งไมโครซอฟท์ก็ออกมาข่มว่ายอดขายซอฟต์แวร์เกมของตัวเองเยอะกว่า PS4 โดยขายได้ถึง 2.27 ล้านชุด (อย่างไรก็ตาม ยอดขายซอฟต์แวร์เกมในภาพรวมลดลงเพราะยังมีเกมเด่นออกไม่เยอะนัก) ซอฟต์แวร์เกมที่ขายได้เยอะที่สุดในสหรัฐในรอบเดือนที่ผ่านมาคือ Call of Duty: Ghosts (นับรวมทุกแพลตฟอร์ม) ตามด้วย NBA 2K14 และ Battlefield 4 ที่มา – VentureBeat , Xbox Wire PS4, Games, Market Share, NPD,USA, Xbox One


No Picture

ซีอีโอโมโตโรลาประกาศลาออก, กูเกิลตั้งซีโอโอรักษาการณ์แทน

ต่อจากข่าว Dennis Woodside ซีอีโอโมโตโรลา ย้ายไปอยู่กับ Dropbox ล่าสุด Woodside ออกมายืนยันข่าวนี้ด้วยตัวเองแล้ว โดยเขาจะย้ายไปเป็นซีโอโอของ Drobpox หลังสิ้นเดือนมีนาคมเป็นต้นไป ระหว่างช่วงการเปลี่ยนผ่านของโมโตโรลาไปยังเจ้าของใหม่ กูเกิลมอบหมายให้ Jonathan Rosenberg ผู้บริหารระดับสูงอีกคนมาเป็นซีโอโอ (ไม่ได้เป็นซีอีโอ) ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนเป็นต้นไป ส่วนซีอีโอใหม่คงต้องรอกระบวนการขายกิจการเสร็จสิ้นและให้เลอโนโวส่งคนเข้ามาเป็นตัวแทนต่อไป ที่มา – Motorola Blog Motorola, CEO, Lenovo, Dropbox


No Picture

หลุดเอกสาร Mobile Application Distribution Agreement จากกูเกิล นี่คือสัญญาณของการพา Android เป็นระบบปฏิบัติการแบบปิด

ข่าวใหญ่ในรอบสัปดาห์คงหนีไม่พ้น การเข้าตรวจสอบ Android ใน EU ที่แต่ละประเทศเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติของแพลตฟอร์ม Android ที่ประกาศตนว่าเป็นระบบปฏิบัติการแบบเปิดตั้งแต่เริ่ม แต่พักหลังๆ มีท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด และล่าสุดก็มีการหลุดเอกสารสัญญาฉบับหนึ่งที่กูเกิลเรียกมันว่า “Mobile Application Distribution Agreenment” หรือ MADA ซึ่งเป็นสัญญาฉบับสำคัญระหว่างกูเกิลและผู้ผลิตออกมา และนี่ก็สามารถเป็นหลักฐานชิ้นหนึ่งที่อาจจะบ่งชี้ได้ว่ากูเกิลเริ่มพา Android กลับเป็นระบบปฏิบัติการแบบปิดเสียแล้ว โดยข้อตกลงในฉบับนี้มีใจความสำคัญที่สามารถพอสรุปได้ดังต่อไปนี้ครับ * ผู้ผลิตจะต้องเลือกว่าจะใส่ซอฟต์แวร์ของตัวเองผสมกับของกูเกิล หรือจะเลือกใช้เฉพาะของกูเกิลเท่านั้น หรือสรุปสั้นๆ ก็คือไม่ว่าผู้ผลิตจะทำซอฟต์แวร์ครอบเองหรือไม่ ยังไงก็ต้องใส่บริการของกูเกิลเข้ามาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น Chrome, Hangout, Google Search เป็นต้น * กูเกิลจะมีสิทธิ์และอำนาจเด็ดขาดในการควบคุมการอัพเดตซอฟต์แวร์และบริการของกูเกิลแต่ละตัว ให้กับแต่ละประเทศแต่เพียงผู้เดียว (คือกูเกิลจะมีอำนาจในการควบคุมซอฟต์แวร์ในเครื่องส่วนใหญ่เหนือกว่าผู้ผลิต) * ผู้ผลิตไม่มีสิทธิ์ในการแจกจ่ายซอฟต์แวร์และบริการของกูเกิลโดยพลการ (น่าจะหมายถึงการแจก GMS ให้มาแฟลชกันเองเหมือนกับ CyanogenMod อันนี้ “ห้าม” ให้ผู้ผลิตทำครับ) * จะต้องมีวิดเจ็ต Google Search Bar ในหน้าใดหน้าหนึ่งของพื้นที่ในหน้าโฮมสกรีน * จะต้องไม่มีแอพพลิเคชันควบคุมที่อยู่เหนือกว่าหน้าโฮมสกรีน * ผู้ผลิตไม่มีสิทธิ์ในการแบ่งพาร์ทิชันในการจัดเก็บแอพพลิเคชันและบริการของกูเกิลทั้งหมด แต่มีสิทธิ์ในการรวบรวมแอพพลิเคชันของกูเกิลทั้งหมดไว้ในโฟลเดอร์เดียวกันที่หน้า Launcher ได้ (เหมือนกับที่ HTC และ LG ทำ) * ผู้ผลิตจะต้องใช้ Google Search เป็นบริการค้นหาหลักเท่านั้น * ผู้ผลิตจะต้องส่งยอดขายอุปกรณ์ Android แต่ละชิ้นคืนให้แก่กูเกิล โดยจะต้องแยกเป็นจำนวนรุ่นย่อยตามประเทศที่จำหน่าย และข้อมูลการจำหน่ายในแต่ละประเทศที่มีเครื่องวางขาย (สมมติ Xperia Z1 มีรุ่นย่อย ทั้งหมดแปดรุ่น เวลาส่งเอกสาร จะต้องส่งทั้งแปดรุ่น และส่งตามจำนวนประเทศที่วางขาย สมมติว่าจนถึงปัจจุบันวางขายไป 50 ประเทศ ก็จะต้องส่งเอกสารทั้งหมดกว่า 400 ชุดให้แก่กูเกิล) * ผู้ผลิตจะไม่มีสิทธิ์ในส่วนแบ่งรายได้ทั้งหมดของกูเกิล ซึ่งนั่นก็คือรายได้ที่เกิดขึ้นจากบริการต่างๆ ของกูเกิล รวมถึงส่วนต่าง 30% ที่กูเกิลหักจากนักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ส่งแอพพลิเคชันขึ้นไปวางขายอยู่บน Google Play Store ด้วย * ในการส่งอุปกรณ์มาตรวจสอบแต่ละครั้ง ผู้ผลิตจะต้องส่งอุปกรณ์รุ่นเดียวกันมาให้ทดสอบทั้งหมด 4 ชิ้น และในระยะเวลาการตรวจสอบ ผู้ผลิตไม่มีสิทธิ์ในการเปิดเผยอุปกรณ์รุ่นดังกล่าวแก่สาธารณชน * ผู้ผลิต “ไม่มีสิทธิ์ในการพัฒนาโครงสร้างหรือนำโครงสร้างของ Android ไปพัฒนาต่อได้ด้วยตัวเอง” (หมายถึงการ forking) ตลอดระยะเวลาที่ทำข้อตกลงในฉบับนี้ไว้ (ข้อนี้ คือเหตุการณ์ ศึกชิงนาง (Acer) ระหว่าง Google และ Alibaba และยังเป็นสิ่งที่ กูเกิลกลัวซัมซุงทำมากที่สุด ) นอกจากนี้กูเกิลยังระบุแนบท้ายสัญญาว่า สัญญา MADA ฉบับนี้มีอายุสองปีนับจากวันที่เซ็นต์สัญญาในข้อตกลง ซึ่งผู้ผลิตทุกรายจะต้องรับทราบเงื่อนไขนี้ทั้งหมด แต่อย่างไรก็ตามถ้าผู้ผลิตรายใดตัดสินใจที่จะยุติบทบาทในการผลิตอุปกรณ์ Android ก็สามารถบอกเลิกสัญญานี้กับกูเกิลได้ตลอดเวลา และจะต้องจ่ายค่าใช้เทคโนโลยีแก่กูเกิลจำนวนหนึ่งในวันบอกเลิกสัญญาด้วย อย่างไรก็ดีสัญญานี้เป็นสัญญาที่ผู้ผลิตสามารถลงนามได้ตามความสมัครใจตั้งแต่ต้นครับ ทั้งนี้ Android Community ยังบอกต่อว่า ข้อตกลง MADA ของกูเกิลนั้นมีจุดที่น่าสงสัยหลายจุด โดยเฉพาะข้อตกลงแนบท้ายที่ระบุว่าจะต้องจ่ายค่าใช้เทคโนโลยีแก่กูเกิล ซึ่ง AC ให้ความเห็นว่าท้ายสุดแล้ว Android เป็นระบบปฏิบัติการแบบเปิดแน่หรือไม่ เพราะถ้าเปิดจริงๆ มันจะต้องไม่มีค่าใช้เทคโนโลยีในส่วนนี้มาเกี่ยวข้อง ส่วนอีกจุดที่ AC ตั้งข้อสงสัยก็คือสัญญาฉบับนี้ น่าจะเป็นสัญญาใจจากกูเกิลที่มอบให้แก่ผู้ผลิตว่า “จะอยู่ข้างเรา” หรือ “จะเป็นศัตรูกับเรา” มากกว่าข้อตกลงในการใช้งานเทคโนโลยี ซึ่งเมื่อดูจากเหตุการณ์ส่วนใหญ่แล้ว ผู้ผลิตแทบไม่มีทางเลือกในการตอบรับสัญญานี้เลยแม้แต่น้อยครับ ที่มา – Android Community Android, Google, Google Play


No Picture

EU กำลังสอบสวนกูเกิลผูกขาด Google Mobile Services ทำลายการแข่งขันบน Android

หน่วยงานด้านสืบสวนของยุโรปหลายประเทศ กำลังตรวจสอบ เงื่อนไขของกูเกิลที่ให้ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ใช้งาน Google Mobile Services บน Android ในฐานะระบบปฏิบัติการที่เป็นผู้นำตลาด ว่าเป็นการกีดกันการแข่งขันหรือไม่ กฎหมายด้านการผูกขาดของยุโรปจะมีผลบังคับใช้กับบริษัทที่เป็นเจ้าตลาด (dominant market share) โดยบริษัทเหล่านี้จะต้องส่งเสริมการแข่งขันในตลาดให้มากขึ้น (ซึ่งในสหรัฐไม่มีกฎหมายข้อนี้) กูเกิลไม่เคยเผยแพร่เงื่อนไขการใช้งาน Google Mobile Services ต่อสาธารณะ อย่างไรก็ตามเพิ่งมีเอกสารเก่า (ของปี 2011/2012) หลุดออกมา โดยเงื่อนไขกำหนดว่าผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ต้องใช้ Google Search เป็นเครื่องมือค้นหาหลัก, ต้องวาง Google Search/Play ไว้บนโฮมสกรีนหน้าแรก, แอพอื่นๆ ของกูเกิลจะต้องอยู่บนโฮมสกรีนที่ใกล้กับหน้าแรก เงื่อนไขเหล่านี้อาจถือเป็นการกีดกันบริการคู่แข่งของกูเกิล เช่น Bing หรือ MapQuest บนแพลตฟอร์ม Android ที่มา – Wall Street Journal Android, Google, EU, Europe, Antitrust, Google Play


No Picture

หลุด Windows Phone 8.1 SDK ISO, เผยไอเดีย ‘Designd once; engaging everywhere’

หลังจากมีขุดคุ้ยสิ่งใหม่และที่ได้รับการปรับปรุงบน Windows Phone 8.1 ผ่าน SDK ที่ไมโครซอฟท์ปล่อยให้นักพัฒนาบางรายทดสอบ ก็มีคนโพสต์ ISO ของ SDK บนฟอรัมของเว็บไซต์ชุมชน Windows Phone เวียดนามแห่งหนึ่งแล้ว ใครอยากดาวน์โหลดก็ดูรายละเอียได้จากที่มาของข่าว – Winphoneviet ผ่าน WMPoweruser @AngelWZR ที่ปล่อยข้อมูลในเอกสาร SDK ของ WP8.1 อย่างต่อเนื่องเผยข้อมูลเพิ่มเติมถึงวิสัยทัศน์ “shared platform” กล่าวคือ แพลตฟอร์มจะนำเสนอประสบการณ์การใช้งานแอพเดียวกันได้เหมาะสมตามอุปกรณ์ที่ใช้งานแอพนั้น จากเอกสารเข้าใจว่าไมโครซอฟท์จะเรียกว่า “Designd once; engaging everywhere” Shared platform #wp81 pic.twitter.com/Rp0F7E2Sgr — Roman L. (@AngelWZR) 13 กุมภาพันธ์ 2014 เอกสาร SDK ที่หลุดมายังพูดถึงอีกหลายเรื่อง อาทิ ไทล์ที่ “cross-platform” ซึ่งไม่รู้ว่าหมายถึงการซิงค์สถานะการแสดงผลบนไทล์ (tile) ข้ามแพลตฟอร์มหรือไม่ ดูได้ข้างล่างครับ More stuff about Shared/Universal apps pic.twitter.com/PjySj5LjWE — Roman L


No Picture

ซิสโก้รายงานผลประกอบการไตรมาส รายได้ลดลง 7.8% กำไรลดลง 54.5%

ซิสโก้รายงานผลประกอบการไตรมาสที่สองของปีบัญชี 2014 รายได้ 11,200 ล้านดอลลาร์ลดลง 7.8% ขณะที่ผลกำไร 1,400 ล้านดอลลาร์ ลดลงถึง 54.5% โดยเทียบกับปี 2013 ทั้งคู่ แม้จะดูว่ากำไรลดลงมาก แต่เมื่อดูกำไรแบบ Non-GAAP จะมีกำไรไตรมาสนี้ 2,521 ล้านดอลลาร์ ขณะที่กำไรแบบเดียวกันในปีที่แล้วอยู่ที่ 2,722 ล้านดอลลาร์ ลดลง 7.4% ซิสโก้ชูธงปีนี้ยังมีเทรนด์ใหญ่ คือ Internet of Everything ที่น่าสร้างมูลค่า 4.6 ล้านล้านดอลลาร์ให้หน่วยงานสาธารณะทั่วโลก ส่วนซีอีโอของบริษัทคือ John Chambers ระบุว่าผลประกอบการยังเป็นไปตามที่คาดหวัง ที่มา – Cisco Cisco, Financial Report, Enterprise


No Picture

ลือสเปค Galaxy Tab 4 ทั้งจอ 7, 8 และ 10.1 นิ้ว, เปิดตัวที่ MWC 2014

เรียกได้ว่ามาตามนัดอีกเช่นกันกับข่าวลือ Galaxy Tab 4 ทั้งจอ 7, 8 และ 10.1 นิ้ว โดยรุ่นจอ 7 นิ้ว จะมี จอภาพ 7 นิ้วที่ 1280×800 พิกเซล ซีพียูควอดคอร์ 1.2 กิกะเฮิรตซ์ (ไม่ระบุรุ่น) แรม 1 กิกะไบต์ หน่วยความจำภายใน 8 กิกะไบต์ รองรับ microSD กล้องหลัก 3 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหน้า 1.3 ล้านพิกเซล Bluetooth 4.0, GPS แบตเตอรี่ 4,450 มิลลิแอมป์-ชั่วโมง รุ่นจอ 7 นิ้ว มีสามรุ่นย่อย คือ รุ่นที่รองรับ Wi-Fi อย่างเดียว รุ่นที่รองรับ 3G HSPA และรุ่นที่รองรับ LTE ส่วนรุ่นจอ 8 นิ้วนั้น มีความละเอียดของหน้าจอ สเปคซีพียู การรองรับ microSD ความละเอียดของกล้องหลักและกล้องหน้าเหมือนกับรุ่นจอ 7 นิ้วทุกประการ ต่างที่หน่วยความจำภายในที่ 16 กิกะไบต์ และแบตเตอรี่ 6,800 มิลลิแอมป์-ชั่วโมง รุ่นจอ 8 นิ้วนี้มีสามรุ่นย่อยเช่นกัน โดยรุ่นรองรับ LTE จะได้แรม 1.5 กิกะไบต์ ส่วนรุ่นย่อยอื่นได้แรมเพียง 1 กิกะไบต์ ข้ามมายังรุ่นจอ 10.1 นิ้ว มีความละเอียดหน้าจอและซีพียูเหมือนกับรุ่นจอ 7 นิ้ว แรมได้ 1.5 กิกะไบต์ หน่วยความจำภายใน 16 กิกะไบต์ รองรับ microSD กล้องหลัก 8 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหน้า 2 ล้านพิกเซล แบตเตอรี่มีความจุเท่ากับรุ่นจอ 8 นิ้ว และรุ่นจอ 10.1 นิ้วนี้มีสามรุ่นย่อยเช่นกัน ทั้งสามรุ่นจะมากับ Android 4.4 (KitKat) และจะมีการเปิดตัวที่งาน Mobile World Congress ปีนี้ครับ ที่มา: My Samsung Phones ( 7 นิ้ว , 8 นิ้ว , 10.1 นิ้ว ) ผ่าน Unwired View , SamMobile Samsung, Android, Rumor, Samsung Galaxy, Tablet, MWC