news



4 มวยนอก ซิวแชมป์มวยไทย ‘อะเมซิ่ง ไฟต์’ ปีแรก

ศึกมวยไทย 'อะเมซิ่ง ไฟต์' ได้แชมป์ประเดิมการแข่งขันปีแรก เป็นนักมวยต่างชาติทั้ง 4 คน กิจกรรมมวยไทย อะเมซิ่ง ไฟต์ (Amazing Fight) รอบชิงชนะเลิศ ที่เวทีมวยราชดำเนิน มี ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นประธานปิดการแข่งขัน พร้อมด้วย บัวขาว บัญชาเมฆ นักมวยไทยชื่อดัง ร่วมมอบรางวัลแก่นักกีฬาที่ชนะเลิศ โดยรอบสุดท้าย มีนักชกผู้เข้ารอบ 8 คน ขึ้นสังเวียนชกรอบชิงชนะเลิศ เพื่อชิงรางวัลแพ็คเกจที่พักสุดพิเศษ 3 วัน 2 คืน จาก ศรีพันวา ภูเก็ต จำนวน 4 รางวัล มูลค่ารวมกว่า 300,000 บาท ผู้ว่า ททท. และ “บัวขาว” ร่วมมอบรางวัลผู้ชนะ ผลรอบชิงชนะเลิศ ทั้ง 4 คู่ ปรากฏว่า โทมัส นิโคลัส เวนเดล (เยอรมัน) ชนะ โจชัว แดเนียล อัลเลอร์ตัน (สหรัฐอเมริกา) ซีซาน ฮายเดอร์ (อังกฤษ) ชนะ แอนทอน โคโรทิคอฟ (รัสเซีย) ดิมอส อะซิมาโคโปลุซ (กรีซ) ชนะ ยาสซีน ฟะเกวี (ตูนีเซียร์) ชาร์ลส แลมบ์ (ออสเตรเลีย) ชนะ เอฟเกนี เบเรซิน (รัสเซีย) ทั้ง 4 คนได้รับถ้วยรางวัลเกียรติยศ และแพ็คเกจที่พักศรีพันวาภูเก็ต 3 วัน 2 คืนพร้อมตั๋วเครื่องบินไปกลับ นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปได้ร่วมโหวตนักมวยที่ชื่นชอบ กับรางวัลป็อบปูลาร์โหวต (Popular Vote) ผ่านเว็บไซต์ www.tourismthailand.org/festivalexperience ชิงแพ็คเกจที่พัก 3 วัน 2 คืน จากอนันตรา เชียงใหม่ รีสอร์ท จำนวน 1 รางวัล ศึกมวยไทย อะเมซิ่ง ไฟต์ จัดโดย ททท. เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยเฉพาะกับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ชอบกิจกรรมด้านการกีฬาและสันทนาการ นอกจากนั้นยังเป็นการสร้างการรับรู้ และความพิเศษของการท่องเที่ยวไทยที่มีเสน่ห์ของความเป็นไทยที่แตกต่าง และเผยแพร่ศิลปะการต่อสู้แบบไทย บัวขาว ถ่ายภาพร่วมกับนักมวยผู้เข้ารอบสุดท้าย


ไทยได้แชมป์จอมฟิตปี 2 ตะลุยอาเซียน

'เบ็นจามิน เลคอฟ – พรรณนภา นิค' พร้อมเป็นตัวแทนประเทศไทย ตะลุยอาเซียนในรายการ UA Test of Will ปี 2 การแข่งขันทดสอบความฟิตประจำปี รายการ Under Armour Test of Will 2017 ปีที่ 2 ซึ่งจัดขึ้นที่ศูนย์การค้าเมกา บางนา ได้ผู้ชนะระดับประเทศแล้ว โดย ประเภทชาย อันดับที่ 1 ได้แก่ เบ็นจามิน เลคอฟ (133 คะแนน) อันดับ 2 วัชรวิทย์ นิมมานรดี (123 คะแนน) และอันดับ 3 แมท แคส (122 คะแนน) ส่วน ประเภทหญิง อันดับที่ 1 ได้แก่ พรรณนภา นิค (112 คะแนน) ภิญญดา ธนิตนนท์ (106 คะแนน) และอริศรา พันธุลาภ (105 คะแนน) ผู้บริหารอันเดอร์ อาร์เมอร์ และนักกีฬาถ่ายภาพร่วมกัน ผู้ชนะประเทศไทยอันดับที่ 1 ทั้งชายและหญิง จะได้รับรางวัลจากอันเดอร์ อาร์เมอร์ มูลค่า 100,000 บาท และสิทธิ์เดินทางไปแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ในวันที่ 6 พฤษภาคมนี้ ร่วมกับผู้ชนะจากอีก 5 ประเทศ เพื่อชิงแชมป์อาเซียน และล่ารางวัลเงินสดมูลค่า 2,500 ดอลลาร์สิงคโปร์ Under Armour Test of Will เป็นเวทีระดับภูมิภาคจัดขึ้นใน 6 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย บรูไน และไทย โดยผู้แข่งขันต้องลงแข่ง 4 ท่าในเวลา 4 นาที ประกอบด้วย เบอร์พีส์ (Burpees), วัน อาร์ม ทรัสเตอร์ (One Arm Thruster), ทีอาร์เอ็กซ์ โรว์ (TRX Rows) และแซนด์แบค โทรว์ (Sandbag Throw) นับคะแนนจากจำนวนครั้งที่ทำได้ในแต่ละท่าภายในเวลา 1 นาที ผู้ทำคะแนนมากที่สุดเป็นผู้ชนะ รายการนี้ได้รับความสนใจจากนักกีฬาหลากหลายประเภท ทั้งกลุ่มฟิตเนส อินฟลูเอ็นเซอร์, นักวิ่ง, นักไตรกีฬา, นักกีฬาเรือภาย, นักกีฬาฟิตเนส และผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกาย เนื่องจากเปิดกว้างให้นักกีฬาทุกประเภทได้ทดสอบศักยภาพของตนเอง ถือเป็นกิจกรรมที่ช่วยตอกย้ำการรับรู้ของแบรนด์อันเดอร์ อาร์เมอร์ ในฐานะแบรนด์เสื้อผ้ากีฬาที่ช่วยพัฒนาศักยภาพของผู้สวมใส่ ผู้ร่วมแข่งขัน UA Test of Will 2017


ขึ้นค่าบริการช่วงเร่งด่วน แก้ปัญหาแท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสาร

รับชมคลิปตัวเต็มได้ที่นี่ เผยแท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสารเพราะปัญหาต้นทุน เสนอขอเพิ่มค่าบริการ 50 ช่วงเร่งด่วนแบบอูเบอร์เพื่อให้ค่าบริการสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงมากขึ้น เปิดผลทดสอบพบรายได้แท็กซี่ขณะรถติดต่ำกว่าเวลารถวิ่ง 25% ทำคนขับไม่อยากรับผู้โดยสารหากประเมินว่าขับแล้วไม่คุ้มทุน แฉต้นทุนค่าเช่าค่าแก๊สวันละ 1,000 ทำคนขับต้องหาเงินอย่างต่ำวันละ 1,500 เพื่อให้ได้ค่าแรง, ค่าบ้าน และค่าใช้จ่ายอื่น ประกาศตั้งกลุ่ม Smart Taxi ติดกล้องวงจรปิดพร้อม app แก้เผ็ดก๊วนไล่ผู้โดยสารทันที     ไม่ปรับค่าบริการช่วงเร่งด่วน ไม่มีทางแก้ปัญหาแท็กซี่ไม่รับผู้โดยสารได้ถาวร  


FULL EP. วิสามัญเกินกว่าเหตุ? ล้มจริงหนังสือจำนำข้าว

รับชมคลิปตัวเต็มได้ที่นี่ รายการ Tonight Thailand ประจำวันที่ 25 มีนาคม 2560 – ‘พท.’จี้รบ.ทบทวนซื้อเรือดำน้ำ รบ.หน้ารับปัญหางบผูกพัน  – 'อรรถวิชช์' ชี้ 6 ข้อด้อยร่างภาษีที่ดินใหม่ – รัฐบาลยืนยันคนไทยได้นั่งแน่รถไฟความเร็วสูง – ดีเดย์ 5 เม.ย. ต้องรัดเข็มขัดนิรภัยรถทุกประเภท   – เปิด 100 ด่านชะลอความเร็ว ลดเจ็บ – ตายช่วงสงกรานต์      -โนเกียเตรียมตั้งบริษัทในไทย ไตรมาส 2 ปีนี้     – “โอบามาแคร์”ได้ไปต่อ ทรัมป์พ่ายครั้งสำคัญ   – แกะรอยสองฝ่ายกรณี “วิสามัญชัยภูมิ” – กสม


สนามบิน ‘โรนัลโด้’ แห่งแรกพร้อมเปิด 29 มี.ค.นี้

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ฮีโร่ของชาวโปรตุเกส เตรียมมีชื่อเป็นเจ้าของสนามบินแห่งแรกอย่างเป็นทางการในวันที่ 29 มีนาคมนี้ สนามบินแห่งชาติมาเดร่า ของโปรตุเกส เตรียมเปลี่ยนชื่อเป็นสนามบิน “คริสเตียโน่ โรนัลโด้” อย่างเป็นทางการแล้ว เพื่อเป็นเกียรติแด่นักเตะซูเปอร์สตาร์กัปตันทีมชาติโปรตุเกส วัย 32 ปี ซึ่งเพิ่งสร้างประวัติศาสตร์ พาทีม “ฝอยทอง” คว้าแชมป์ยุโรปได้เป็นครั้งแรกในศึกฟุตบอลยูโร 2016 โดยล่าสุด เจ้าหน้าที่ของสนามบินได้เริ่มนำรูปของโรนัลโด้ ไปติดตั้งบนยอดอาคาร ก่อนจะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 29 มีนาคมนี้ หรือ 1 วันหลังโปรตุเกส ลงเตะฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก กับทีมชาติสวีเดน เจ้าหน้าที่สนามบินนำป้ายรูป “โรนัลโด้” ไปติดตั้งก่อนเปลี่ยนชื่อใหม่อย่างเป็นทางการ ก่อนหน้านี้ สนามบินมาเดร่า มีโปรแกรมเปลี่ยนชื่อเป็นสนามบินคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ตั้งแต่ปลายปี 2016 แต่เนื่องจากเจ้าของชื่อติดภารกิจรับใช้สโมสรเรอัล มาดริด ต้นสังกัดในสเปน ยังไม่สามารถเดินทางมาร่วมพิธีเปิดได้ ทำให้กำหนดการต้องเลื่อนออกไป การเปลี่ยนชื่อสนามบินเพื่อเป็นเกียรติแด่โรนัลโด้ ซึ่งเกิดบนเกาะมาเดร่าแห่งนี้ ถือเป็นการยกย่องเชิดชูนักเตะซูเปอร์สตาร์ คล้ายกับเมืองลิเวอร์พูล ของอังกฤษ ซึ่งเปลี่ยนชื่อสนามบินท้องถิ่นตามชื่อ “จอห์น เลนนอน” เพื่อยกย่องตำนานนักร้องผู้ล่วงลับจากเมืองลิเวอร์พูล สนามบินมาเดร่า จากมุมสูง อย่างไรก็ตาม เกาะมาเดร่าไม่ได้มีเพียงสนามบินแห่งนี้เท่านั้นที่เชิดชูวีรกรรมของโรนัลโด้ โดยก่อนหน้านี้ นักเตะซูเปอร์สตาร์ชาวโปรตุเกสยังเปิดพิพิธภัณฑ์ของตัวเองในฟุงชาล เมืองเอกของเกาะมาเดร่า และมีรูปปั้นตัวเองบนเกาะแห่งนี้ รวมถึงโรงแรมในเครือ CR7 แห่งแรกของตัวเองบนดินแดนแห่งนี้มาแล้วอีกด้วย งานนี้เรียกว่าเชิดชูกันเต็มที่ ไม่ให้เสียแรงที่สร้างชื่อให้กับประเทศ และดินแดนบ้านเกิดเลยทีเดียว โรนัลโด้ เปิดตัวโรงแรมเครือ CR7 ของตัวเอง


No Picture

Movado เตรียมเปิดตัวสมาร์ทวอชรัน Android Wear 2.0 รุ่นแรกในชื่อ Connect ปลายปีนี้

Movado ผู้ผลิตนาฬิกาจากสวิตเซอร์แลนด์ได้เปิดเผยข้อมูลสมาร์ทวอชแบบหน้าจอสัมผัสรัน Android Wear 2.0 ซึ่งเป็นรุ่นแรกของบริษัท ชื่อว่า Modavo Connect สำหรับสมาร์ทวอชรุ่นนี้ จะมีหน้าปัดที่แตกต่างกัน 100 แบบ ซึ่งแต่ละแบบจะเป็นดีไซน์แบบ single dot ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ โดยหน้าปัดแต่ละแบบจะแตกต่างกันตามสี, รายละเอียด, complication และหน้าปัดบางแบบจะมีการเปลี่ยนสีตามกลางวันหรือกลางคืนด้วย Movado Connect จะมีดีไซน์ตัวเรือนเป็นแบบ edge-to-edge crystal ส่วนหน้าจอจะเป็นแบบติดตลอดเวลา และด้วยการเป็น Android Wear ทำให้ตัวนาฬิกาสามารถใช้งานแอพได้นับพัน, รับการแจ้งเตือน, ใช้งาน Google Assistant เหมือน Android Wear ทั่ว ๆ ไปได้ สมาร์ทวอช Movado Connect ออกมา 5 สไตล์สำหรับผู้ชาย มีทั้งในรูปแบบสายหนังและ bracelet ซึ่งจะเปิดตัวสินค้าจริงในช่วงฤดูใบไม้ร่วง หรือช่วงเดือนกันยายน – พฤศจิกายนของปีนี้ ที่มา – Movado Topics:  Movado Luxury Smartwatch Android Wear