music

ถ่านหินสะอาด ข้ออ้างหรือทางออก?

การประกาศเดินหน้าโรงไฟฟ้าถ่านหินที่กระบี่จุดชนวนให้เกิดการถกเถียงกันใหญ่โตถึงความเหมาะสมของการใช้ถ่านหินผลิตไฟฟ้า และทางเลือกอื่นๆที่น่าจะสร้างสรรค์ทันโลกกว่านี้ รัฐบาลยืนยันว่าจะใช้ “ถ่านหินสะอาด” แต่ถ่านหินสามารถเป็นแหล่งพลังงานสะอาดได้จริงหรือ นี่คือข้ออ้างหรือทางออกที่สวยงามกันแน่? [ View the story “ถ่านหินสะอาด ข้ออ้างหรือทางออก?” on Storify ]  


ฉลามเขียว : พล.อ.ประยุทธ์ถอยเถอะ

การลอบสังหาร Kim Jong Nam น่าสนใจเพราะมันเกิดใกล้บ้านเรา  ส่วนในไทย โรงไฟฟ้าถ่านหินก็ยังเป็นสงครามตำใจผู้มีอำนาจต่อไป และแม้จะอยู่ในระบอบการปกครองเผด็จการ  สิทธิชุมนุมอย่างสงบปราศจากอาวุธก็ควรจะมี   เผด็จการ อำมหิตโคตร  ฆ่าได้แม้กระทั่งพี่ชายตัวเอง เพียงเพื่อปกป้องอำนาจ หรือเพียงเพื่อยุติความรำคาญ กระผม นายฉลามเขียว  ไม่รู้ภาษาอังกฤษ แต่เป็นคนชอบอ่านข่าวต่างประเทศ  โดยเฉพาะข่าวต่างประเทศของสำนัก Voice TV จะอ่านทุกข่าว  ในลักษณะติดอย่างงอมแงม  จึงมีความดีใจและแช่มชื่นเป็นอย่างมากที่สื่อไทยอีกหลายๆสำนักเล่นข่าว ลอบสังหาร นาย Kim Jong Nam พี่ชายต่างแม่ของ  Kim Jong Un ลูกชายของ Kim Jong Ill คนที่กำลังเป็นประธานาธิบดีประเทศเกาหลีเหนืออยู่ในเวลานี้  ปกครองด้วยระบอบเผด็จการ อยู่ใต้การนำของพรรคการเมืองเดียว  Labour Party ร่วมกับกองทัพ ในสไตล์ชาตินิยมสุดโต่ง เผด็จการตัวบุคคลน่าเกลียดน่าชัง  น่ากลัว  เป็นชาติเดียวในโลกที่เหลืออยู่  ชาติศิวิไลซ์อื่นๆไม่คบไม่ค้าด้วย เกาหลีเหนือ ว่าไปแล้วเรื่องราวทุกเรื่องที่เกิดขึ้นถือว่า  ไกลตัวเรามากคนไทยไม่ค่อยจะใส่ใจ  แต่การลอบสังหาร Kim Jong Nam น่าสนใจเพราะมันเกิดใกล้บ้านเรา  ลงมือฆ่าในสนามบินนานาชาติแห่งที่ 2 กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย  เมื่อตอนเช้า 13 ก.พ.2017 ขณะที่จอง นาม กำลังเดินไปที่เคาน์เตอร์จะเช็คอินขึ้นเครื่องบินพาณิชย์ไปลงมาเก๊า ประเทศจีน กลับไปหาเมียคนที่ 2 กับลูก ข่าวของสื่อมวลชนที่ออกมาตอนแรกบอกว่า  นักฆ่าสาว สายลับเกาหลีเหนือ 2 นาง จิ้มด้วยเข็มพิษ แต่ต่อมาข่าวเปลี่ยนเป็นว่า ฉีดสารพิษใส่หน้า ทำลายดวงตา และตายบนรถ Ambulance ขณะนำส่งโรงพยาบาล  แต่จนป่านนี้แม้การชันสูตรศพเสร็จสิ้นแล้วรัฐบาลมาเลเซียก็ยังไม่เปิดเผยแก่คนทั่วโลกว่า ลอบฆ่าด้วยวิธีใด  สารพิษคืออะไร ปล่อยให้เป็นปริศนาดำมืด  และปฏิเสธคำขอของเอกอัครราชทูตเกาหลีเหนือประจำกรุงกัวลาลัมเปอร์ ที่ขอศพจองนามกลับบ้าน 24 ชั่วโมงหลังการตาย  ตำรวจมาเลเซียแถลงข่าวว่า จับนักฆ่าสาวได้แล้ว  คนแรกจับในสนามบิน  ถือพาสปอร์ตเวียดนาม ต่อมาก็จับชายหนุ่มมาเลเซียได้อีก 1 คน  พร้อมจับสาวอินโดนีเซีย แฟนของหนุ่มมาเลย์ได้อีก 1 คน รวมเป็น 3 ขณะที่ทุกอย่างคลุมเครือ  เมื่อตอนเช้า 18 ก.พ.2017 ก็มีข่าวใหม่ครึกโครมออกมาว่า สาวอินโดฯ อายุ 26 นาง Siti Aisyah ให้การแก่ตำรวจมาเลเซียที่สอบสวนเธอว่า  เธอไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำลงไปคือ การลอบสังหาร  และไม่รู้ว่าเหยื่อของเธอเป็นใคร เพราะเธอถูกล่อลวงว่า  ให้ร่วมรายการเกมโชว์ออกทีวี  ประเภทซ่อนกล้องแอบถ่ายแกล้งผู้คน  โดยผู้จ้างวานบอกว่าจะให้เงิน และช่วยเหลือเธอได้ไปทำงานที่ประเทศจีน ให้เธอฉีดสเปรย์น้ำที่เป็นฝอยๆใส่หน้าผู้ชายคนนี้  ขณะเดินอยู่ในสนามบิน Siti Aisyah claims she was being paid to spray water into men's faces as part of Just For Laughs TV programme and had no idea the spray had been laced with poison. คำให้การของ นาง Siti Aisyah น่าเชื่อถือมั๊ย  เพราะว่าคนระดับ “รองประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ” แถลงข่าวแก่สื่อมวลชนด้วยตัวเอง 17 ก.พ.2017 ว่า  เธอถูกหลอกให้หลงว่ากำลังเล่นเกมโชว์ซ่อนกล้องเอาไปออกทีวี  เธอไม่ใช่สายลับสาว  ไม่ใช่นักฆ่า   เพราะถ้าเธอเป็นสาวสายลับนักฆ่าจริง  ไม่มีทางที่จะหาเธอเจอได้ง่ายขนาดนี้ Vice President Jusuf Kalla said that she “was duped to believe she was playing a game”, which he described as “a reality show” where people use “hidden or remote cameras”


No Picture

สนช.เคยติงส.ส.โดดสภา แต่วันนี้กลับทำพฤติกรรมที่ไม่ต่างกัน!

จากกรณีเมื่อวันที่ 5 ก.พ. 60 โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ 'ไอลอว์' เปิดเผยผลการตรวจสอบผ่านทางเว็บไซต์ เกี่ยวกับการเข้าประชุมของสมาชิก สนช


ฉลามเขียว : โรงไฟฟ้าถ่านหิน – ศึกที่ผู้ครองอำนาจจะแพ้

แม้เรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินจะเป็นเหมือนเรื่องของคน 2 อำเภอ แต่ปัญหาใหญ่กว่านั้น เพราะมีเรื่องราวที่จะทำให้ประเทศไทยและประชาชนไทยสูญเสียผลประโยชน์มโหฬาร   ฟันธงเลยรึ ฉลามเขียว…กล้าหาญถึงขนาดเขียนฟันธงว่า ผู้ครองอำนาจจะพ่ายแพ้ในสงครามสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเลยเชียวรึ  ไม่อย่างนั้นมั้ง  เพราะเรื่องนี้แม้ขณะนี้จะมีม็อบมาอยู่ที่หน้าทำเนียบรัฐบาลแล้ว  แต่ก็วงแคบ  ไม่ได้เกี่ยวข้องกับประชาชนส่วนใหญ่เป็นมวลรวมทั่วประเทศ ก็ตอบเลยนะครับว่า  การเอา ฮ.กองทัพบก ไปล่าสัตว์ที่ป่าทุ่งใหญ่รเรศวร แล้ว ฮ.ตกที่บางเลน ซากสัตว์เกลื่อนประจาน ตอนแรกก็เรื่องเล็กๆ  และสื่อมวลชนก็มีแค่หนังสือพิมพ์กระดาษ ไม่มีสื่อโซเชียลออนไลน์เป็นรายวินาทีของประชาชนทุกคนอย่างทุกวันนี้  แต่เหตุการณ์นั้นก็เป็นจุดเริ่มต้นให้คนไทยทั่วประเทศลุกฮือขึ้นมา โค่น “ ระบอบการปกครอง ถนอม-ประภาส-ณรงค์ ” ลงไปอย่างราบคาบ…และทำให้ประชาชนไทยป็นใหญ่ในแผ่นดินอยู่ได้แป๊บนึง 3 ปี จาก 14 ตุลาคม2516 ถึง 6 ตุลาคม 2519 ประชาชนก็สิ้นอำนาจ  เผด็จการทหารกลับมาอย่างอำมหิตกว่าเก่า ผมนายฉลามเขียว วันนี้ควรจะเขียนเรื่อง ใช้อำนาจมาตรา 44 ยึดพื้นที่วัดธรรมกาย  เป็น “เขตควบคุมพิเศษ” เพื่อไล่ล่าตามจับ “ธัมมชโย” เพราะผมเพิ่งจะเขียนไปให้ท่านโค่นลัทธิล่อลวงบริจาคเงินมโหฬารในไทยพุทธ  แต่ผมยังไม่เขียนเรื่องนี้นะครับ เพราะ หนึ่งละ ผมไม่แน่ใจว่าธรรมกายเป็นลัทธิล่อลวงบริจาคเงินมโหฬารรึไม่  สองละ ผมยังไม่แน่ใจว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นเป็นงานโชว์ที่ซับซ้อนเกินกว่าที่เราได้เห็นแก่ตาจากสื่อมวลชนรึไม่ ยึดธรรมกาย  รอแป๊บค่อยเขียนก็ได้….. วันนี้ผมเห็นศึกสงคราม   …ในเหตุการณ์ที่ประชาชนชาวกระบี่กับสงขลา ยกเข้ามาชุมนุมอยู่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อต่อต้านไม่ให้รัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  สร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่อำเภอเทพา สงขลา กับอำเภอเหนือคลอง กระบี่ ใช่ครับ  ถ้าหากมองอย่างผิวเผินมันก็แค่เรื่องของคนสองอำเภอ  ขณะที่ประเทศไทยกว้างใหญ่ไพศาลมาก  คนจังหวัดอื่นไม่รับรู้ด้วยหรอก  นั่นก็อาจจะเป็นมุมมองที่ถูก แต่ผมมองเห็นปัญหาที่ใหญ่กว่านั้น เพราะผมได้อ่านจากข้อเขียนของ “ม.ล.รุ่งคุณ กิติยากร” นักเคลื่อนไหวเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน ชื่อเรื่อง…   ไม่เรียกว่า ‘ทรราช’ แล้วจะให้เรียกว่าอย่างไร ผมอ่านแล้วตะลึง…. เพราะได้มีการผูกโยงเอาหลายเรื่องราวที่จะทำให้ประเทศไทยและประชาชนไทยสูญเสียผลประโยชน์มโหฬาร มารวมไว้  ทั้งเรื่อง การจะยอมให้ประเทศจีนระเบิดแก่งหินกลางแม่น้ำโขง  ที่อาจจะส่งผลเสียใหญ่ถึงขนาดที่ทำให้ไทยเสียดินแดน หากทางน้ำในแม่น้ำโขงเกิดเปลี่ยนมากัดเซาะแผ่นดินไทย หงอจีน….เพราะโลกตะวันตกกับอเมริกา ไม่ยอมรับ  มีคบ  ระบอบการปกครองเผด็จการทหาร จะเป็นตัวเร้าหัวใจคนไทยฝ่ายประชาชนธิปไตยให้ลุกโพลงได้ง่าย เช่นเดียวกับ โรงไฟฟ้าถ่านหินปักษ์ใต้  ประชาชนไทยทั่วไปอาจจะยังไม่รู้ว่า “นายทุนใหญ่” ใครที่แอบไปซื้อเหมืองถ่านหินเอาไว้  แต่บรรดานักเคลื่อนไหวพิทักษ์ฝั่งทะเลอันดามัน – รู้ และเขียนเผยแพร่ข้อมูลกันอยู่อย่างเร่าร้อน ผมไม่รู้จักถ่านหินอย่างลึกซึ้ง เคยครั้งเดียวร่วมคณะผู้ใหญ่ไปทำข่าวต่างประเทศ ได้มีโอกาเดินเฉียดกองถ่านหินที่นำมาใช้เป็นเชื้อเพลิง …มันเหม็นมาก แค่กลิ่นของถ่านหินก็หายใจแทบไม่ออก  แล้วเมื่อมันถูกเผาปล่อยแก๊สพิษออกมาก็ยิ่งร้ายกาจน่าสะพึงกลัว ซึ่งเหล่านี้หาไม่ยากในข้อมูลทางวิชาการผลร้ายจากการเผาถ่านหิน ม็อบต่อต้านถ่านหินที่มาปักหลักชุมนุมกันที่ทำเนียบรัฐบาลในเวลานี้ ประกาศแล้วจะอยู่ไปจนกว่ารัฐบาลจะหยุด  ซึ่งรัฐบาลจะหยุดหรือ   เพราะ คณะกรรมการพลังงานแห่งชาติ โดยท่านนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธานการประชุมด้วยตัวเอง ที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อตอนเช้า 17 ก.พ.2560 เพิ่งลงมติแล้วให้เดินหน้าสร้างทั้ง 2 โรง  ด้วยเหตุผลชะงักงัน เพราะต้องทำความเข้าใจประชาชนในพื้นที่มาแล้ว 2 ปี ม็อบต่อต้านถ่านหินคนไม่มาก แต่มีที่แตกต่างจากหลายๆม็อบ 1.มาในสถานการณ์รัฐประหาร กล้าพอที่จะมาชุมนุมท้าทาย ก็เพื่อรักษาผลประโยชน์ของท้องถิ่นตัวเอง เพื่อรักษาสภาพชีวิตตัวเองเอาไว้  หมายความว่า  ไม่กลัว 2.ทุกคนมีโทรศัพท์มือถือในมือ  เท่ากับ “มีสื่อออนไลน์รายวินาทีอยู่ในมือ” สามารถที่จะส่งรูป ส่งข่าว ส่งคลิป  ออกไปให้พี่น้องทางบ้านได้เห็นอย่างสดๆ  ซึ่งปรัชญาของสื่อมวลนก็คือ ผู้ครองสื่อคือผู้ครองความได้ปรียบ ดังนั้นเมื่อประชาชนเป็นเจ้าของสื่อเอง ก็ย่อมครองความได้เปรียบ นอกจากนี้ยังมีเฟชบุ้คชื่อบัญชี “ หยุดถ่านหินกระบี่ ” เป็นศูนย์กลางอีกด้วยก็ยิ่งทำให้มีพลัง ที่จริงผมก็อยากจบข้อเขียนอย่างหล่อ  ด้วยการบอกผู้ครองอำนาจในขณะนี้ว่า ถ้าท่านใช้ความรุนแรงปราบม็อบโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ทำเนียบรัฐบาลแล้วละก็  มันจะเป็น  Beginning of the end …จุดเริ่มต้นของจุดจบ ผมไม่ใช้คำนี้หรอกครับ  เพราะ มันเลยจุด Beginning มาตั้งนานแล้ว   ฉลามเขียว 17 กุมภาพันธ์ 2560   อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง ผู้ชุมนุมปักหลักหน้าทำเนียบ ค้านมติไฟเขียว 'โรงไฟฟ้าถ่านหิน' “บิ๊กตู่”ยันมติกพช.


No Picture

ประเทศสิงคโปร์สามารถฟังรายการวิทยุ Beats 1 ของ Apple Music ได้แล้ว หลังรอคอยมาเกือบ 2 ปี

สถานีวิทยุออนไลน์ Beats 1 ซึ่งสามารถรับฟังได้ผ่าน Apple Music โดยเป็นการจัดรายการสดจาก 3 เมืองนั้น เปิดตัวไปตั้งแต่ปี 2015 และสามารถรับฟังได้ในเกือบทั่วโลก แต่ที่น่าสนใจคือสิงคโปร์ เป็นประเทศที่ไม่สามารถฟังรายการสด Beats 1 ได้ (มีเฉพาะรายการย้อนหลัง) แต่ล่าสุดแอปเปิลได้อัพเดตข้อมูลในเว็บไซต์ ซึ่งระบุว่า Beats 1 มีให้บริการในประเทศสิงคโปร์เรียบร้อยแล้ว ถือเป็นประเด็นน่าสนใจเพราะปัจจุบันสิงคโปร์ จัดอยู่ในประเทศกลุ่มที่ 1 เวลาแอปเปิลเริ่มจำหน่ายสินค้าใหม่อย่างเช่น iPhone ข้อมูลจาก Reddit บอกว่าเหตุผลที่ Beats 1 ไม่มีบริการในสิงคโปร์นานเกือบ 2 ปี น่าจะมาจากกฎหมายที่เข้มงวดด้านสื่อของสิงคโปร์ และแอปเปิลน่าจะยังไม่มีใบอนุญาตออกอากาศนั่นเอง ที่มา: Mashable Topics:  Apple Music Radio Apple Singapore Music Streaming


ผ่าประวัติ ‘นักวิชาการ-ผู้ทรงคุณวุฒิ’ ปรองดองชุด ‘บิ๊กป้อม’

อดีต กปปส.-แม่น้ำห้าสาย ยกทัพร่วมเวทีปรองดอง ฉบับบิ๊กป้อม โครงสร้างคณะกรรมการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดอง ชุด พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน นอกจากคณะอนุกรรมการ 4 คณะ ได้แก่คณะรับฟังความเห็น คณะบูรณาการ คณะข้อตกลง และคณะประชาสัมพันธ์  กำกับดูแลโดยผู้นำระดับสูงของกองทัพ ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน คือ บัญชีรายชื่อที่ปรึกษา ซึ่งประวัติ”นักวิชาการ-ผู้ทรงคุณวุฒิ” ที่จะมาร่วมรัฐบาลสานฝันเรื่องการปรองดองให้เป็นจริง จำนวน 20 คนแต่ปฏิเสธแล้ว 1 คน  เริ่มจาก อนุกรรมการชุดที่ 2  ด้านบูรณาการข้อคิดเห็น นักวิชาการที่น่าจับตามองคือ รศ.ทวีศักดิ์ สูทกวาทิน ประธานสภาคณาจารย์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) รศ.ทวีศักดิ์ สูทกวาทิน เคยเป็นนักเคลื่อนไหวประชาสังคม เป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่มสยามประชาภิวัฒน์ และเข้าร่วมชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ และ กปปส. หลังจากนั้นได้เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)  นอกจากนี้ยังมีนักวิชาการอีก 8 คน ได้แก่ ดร.ถวิลวดี บุรีกุล ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนา ทีมนักวิชาการ ของสถาบันพระปกเกล้า และโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.)  รศ.ดร.ทองอินทร์ วงศ์โสธร อดีตอธิการบดี มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และอดีตที่ปรึกษา รมว.ศึกษาธิการ ในปี พ.ศ.2549 และอดีตประธานคณะอนุกรรมการสภาการศึกษา ด้านนโยบายและแผนการศึกษา ชูนโยบายส่งเสริมการอ่าน นายวรวิทย์ วงษ์สุวรรณ, ศ.เกียรติคุณสุภางค์ จันทวานิช, ศ.ดร.จุลชีพ ชินวรรโณ (กีรตยาจารย์ มธ. สาขาสังคมศาสตร์), รศ.ตระกูล มีชัย (รัฐศาสตร์ จุฬาฯ) และนางสาวปาริชาต สถาปิตานนท์ (นิเศศาสตร์ จุฬาฯ) โดยศาสตราจารย์ ดร.ผาสุก พงษ์ไพจิต คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นักวิชาการที่มีชื่อเสียงจากการเป็นผู้เขียนรายงานการวิจัยและหนังสือหลายฉบับเกี่ยวกับการทุจริตในประเทศไทย ได้ปฏิเสธการเป็นหนึ่งในอนุกรรมการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดอง เช่นเดียวกับปฏิเสธการเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจให้แก่ คณะปฎิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) เมื่อครั้งรัฐประหาร ก.ย.


จากภาษีน้ำมันเครื่องบินมาถึง ‘ถังแตก’ ขนมที่รัฐบาลกลัวที่สุดขณะนี้?

รัฐบาลถังแตก เป็นเรื่อง Talk of the town ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จุดเริ่มต้นมาจากการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินภายในประเทศจาก 20 สตางค์ต่อลิตร เพิ่มขึ้นเป็น 4 บาทต่อลิตร ทำให้มีการปรับราคาค่าตั๋วโดยสารเพิ่มขึ้น 150 บาทต่อเที่ยว ต่อคน เดือดร้อนไปถึงประชาชนที่โดยสารเครื่องบิน จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาล 'ถังแตก' หรือไม่ ถึงต้องขึ้นภาษีให้สูงขึ้นเพื่อนำเงินเข้าคลัง   'สรรเสริญ' ปัดรัฐบาลถังแตกขึ้นภาษีน้ำมันเครื่องบิน ยันคลังมีเงิน 7 หมื่นล้านบาท จนวันที่ 4 ก.พ.พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้ออกมาชี้แจงกรณีดงกล่าวว่าไม่เป็นความจริงเหตุผลในการปรับขึ้นภาษีน้ำมันเครื่องบินคือ การสร้างความเป็นธรรมในระบบภาษีและเป็นไปตามกลไกตลาด  นอกจากนี้ยังชี้แจงข้อมูลฐานะการคลังของรัฐบาล ณ เดือน ธ.ค.


ฉลามเขียว : โชว์ของ พล.อ.ประวิตร

เมื่อได้อ่าน 10 ข้อที่ “คณะกรรมการสร้างความปรองดอง” กำหนดขึ้นมา มันเป็นการตีกรอบให้บุคคลจากฝ่ายต่างๆ ที่ถูกเชิญมาพูดๆๆ  และ พูด  ต้องพูดในกรอบ จะออกนอกกรอบ 10 ข้อนี้ไม่ได้   คณะนักข่าวสายทหาร  ของสื่อมวลชนสำนักต่างๆไม่ได้เก่งแต่ข่าวที่เกี่ยวกับทหารเท่านั้นนะ  ประเด็นทางการเมืองก็คมมาก อย่างเช่นเมื่อเช้า 10 ก.พ.2560  นักข่าวสายทหารได้ตั้งคำถาม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะผู้อำนวยการใหญ่ผู้สรรค์สร้างการปรองดองที่เริ่มขึ้นแล้วอย่างสมบูรณ์ว่า  มีความคิดเห็นอย่างไร  ที่มีคนตั้งข้อสังเกตว่า  คำถาม 10 ประเด็น เป็นเรื่องเดิม ๆ ที่เคยพูดกันมานานแล้ว ตัวผมเห็นด้วยกับคำถามของนักข่าวสายทหารนี้มาก เพราะเมื่อได้อ่าน 10 ข้อที่ “ คณะกรรมการสร้างความปรองดอง ” กำหนดขึ้นมา มันเป็นการตีกรอบให้บุคคลจากฝ่ายต่างๆที่ถูกเชิญมาพูดๆๆ  และ พูด  ต้องพูดในกรอบ จะออกนอกกรอบ 10 ข้อนี้ไม่ได้ อินเดอะเพ้อเจ้อ…. ศัพท์คำนี้พวกวัยรุ่นเขาชอบใช้กัน เพื่อแดกดันพวกที่เพ้อเกินกำหนด  ผมก็ขอยืมมาใช้เพราะเห็นว่าหล่อดี และผมเชื่อว่าจะเพ้อกันหนัก ตัวผมกลัวมากข้อหาขัดขวางการปรองดอง… และตั้งใจว่าจะไม่เขียนถึงเรื่องปรองดองให้มากมาย  เพราะมีความเชื่อว่ายังไม่ใช่โหลดปรองดองเพื่อเตรียมการเลือกตั้งแท้จริง   ดังนั้นเพื่อให้ตัวเองไม่โดนข้อหา  จึงขอประกาศท่าทีว่า ฉลามเขียวสนับสนุนการดำเนินการปรองดองของท่าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรณณ อย่างเต็มที่ เพื่อให้ชาติบ้านเมืองของเรากลับคืนสู่ความสงบสุขอย่างแท้จริง คนไทยไม่อยากรู้เท่าไหร่หรอกว่าท่านจะปองดองกันยังไง  คนไทยอยากรับรู้อย่างเดียว ทำยังไงถึงจะมีรายได้เพิ่มขึ้น แต่ก็เอาเถอะนะ  วันนี้สละพื้นที่ให้งานปรองดองสักวัน  เพื่อสนับสนุนรายการโชว์ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ  ซี่งท่านโดดออกมาเสนอเองรับงาน  เป็นหัวหน้าใหญ่ด้วยตัวเอง  ก็ด้วยปรารถนาดีต่อชาติบ้านเมือง  และก็เชื่อว่าท่านพล.อ.ประวิตร ใจกว้างกล้าพอที่จะรับฟังว่า   มีคนอยากทักท้วง  เพราะ 10 ข้อมันของเก่าทั้งนั้น ถกแถลงกันมานานแล้ว  ไม่มีผลปฏิบัติอะไรเกิดขึ้นเลย …ผู้คนก็ยังเกลียดชังกันอยู่เหมือนเดิม การประชุม “คณะกรรมการอำนวยการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ” ของท่านพล.อ.ประวิตรนัดแรก 9 ก.พ.2560 ถือว่าหล่อมาก เพราะมีบิ๊กทุกเหล่าทัพเข้าร่วมพร้อมพรึ่บ โดยเฉพาะตอนส่งกลับ  ผู้เข้าร่วมประชุมยืนแถวพนมมือไหว้ตามประเพณีไทยเด็กอำลาผู้ใหญ่ ขณะที่รถเบนซ์ของพล.อ.ประวิตร ค่อยๆ เคลื่อนผ่านแถว   เห็นแล้วเปี่ยมบารมี คนไทยส่วนใหญ่อยากรู้…ฉันจะมีรายได้เพิ่มได้อย่างไร แต่ก็เอาเถอะ  เมื่อวันนี้ท่านจะโชว์การปรองดองก็อ่านกันหน่อยนะ 10 หัวข้อที่จะให้หลายฝ่าย รวมทั้ง 70 พรรคการเมือง (ขณะนี้ไม่มีพรรคการเมืองเพราะถูกยุบหมดในวันรัฐประหาร 22 พ.ค.2557 )  เข้ามาพูดๆตามอันดับตัวอักษร เริ่มวันวาเลนไทน์ 14 ก.พ.2560 โดย พล.อ.