music

ไปเถอะ! อยากเจอประจำสัปดาห์ 24-26 มี.ค.

ทั้งงานเพลง งานละคร จ่อคิวสำหรับวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ อย่าง “เชงเม้ง”ละครเวทีครอบครัวจีน หรือเปิดพื้นที่สร้างสรรค์แห่งใหม่ของ CENTRAL EMBASSY และ 3 งานคอนเสริต์ไทยเทศเเบบรัวๆ เริ่มเร็วหน่อยเย็นวันนี้เลย A Theatre Unit: Revival Series (จากทีมผู้สร้าง “Project: Chakrit” และ “ชาลี มี โฮม”) ร่วมกับ Ninart Studio และ JUST ดู IT. เสนอละครเวทีอลเวงครอบครัวจีน CHENG-MENG “เชงเม้ง”เรื่องราวความลับของบ้านครอบครัวไทย-จีน เมื่อ 'ความฝัน' ต้องปะทะกับ 'ความรับผิดชอบ' ต่อครอบครัว และการตัดสินใจอันชุลมุนเมื่อ “อาเฮีย” ปรากฎตัวขึ้นจะเป็นอย่างไร? . 10 รอบการแสดง (เฉพาะวันศุกร์-อาทิตย์) 24-26 มีนาคม และ 31 มีนาคม – 2 เมษายน  เวลา 20.00 น


‘หน้ากากนักร้อง – ดร. สมเกียรติ’ สื่อเก่าในขวดใหม่ที่ไม่เข้าใจพฤติกรรมออนไลน์

เซ็งไปทั้งประเทศกับการยืดรายการ “The Mask Singer หน้ากากนักร้อง” ออกไปเฉลยแชมป์สัปดาห์หน้า ถือว่าตกม้าตายทำลายความไว้ใจของคนดู เชื่อว่าเมื่อวานแฟนๆจอแก้วเกาะจอรอลุ้นปรากฏการณ์ทีวีดิจิทัลที่เกิดขึ้นนานทีปีหน กับศึกยักษ์ชนยักษ์ “ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนเอเชีย ไทย พบกับ ซาอุฯ”ทางช่อง 7 และรอบชิงชนะเลิศของ “The Mask Singer หน้ากากนักร้อง”ทางชอ่งเวิร์กพอยท์ เคยเขียนถึง หน้ากากนักร้อง ไปครั้งหนึ่งแล้วถึงแง่ความสำเร็จและสุดยอดการตลาดที่ต้องยกนิ้วให้ว่าเป็นรายการวาไรตี้อันดับหนึ่งของไทยในนาทีนี้ เรตติ้งของเทปเมื่อวานทะลุเป้าทั่วประเทศ 13.244 กรุงเทพฯ 19.335 เขตเทศบาล 16.115 ชนบท 10.795 ซึ่งไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก แถมยอดผู้ชมไลฟ์ทะลุไปถึงช่วงพีคคือ 1.4ล้านวิวในการชมสด แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้แฟนเซ็งไปตามๆกันนั่นก็คือ การ “ลาก”รายการ ให้ยาวเกินความจำเป็น เพราะเมื่อเฉลยรองชนะเลิสแล้วว่าคือ “หน้ากากอีกาดำ” เอ๊ะ จิรากร ก็ใช้เวลาพูดคุยจนโปรยบอกแฟนๆว่าจะกลับมาเฉลยหลังข่าวพระราชสำนัก และเมื่อพอตัดเข้ารายการสด ก็ใช้เวลาพูดคุยกับหน้ากากอีกาดำอีกนาน และท้ายสุดเลือกที่จะไม่เฉลยโฉมหน้าของหน้ากากทุเรียนผู้ชนะประจำการแข่งขัน เรียกได้ว่าลากไปอีกอาทิตย์ได้อีกหนึ่งเทป กระแสวิจารณืถล่มไปที่ กันต์ กันตถาวร พิธีกรรายการซึ่งก็น่าเห็นใจว่าต้องทำตามสคริปต์ จริงๆถ้าย้อนไปดูรายการแพลทฟอร์มที่นำเข้าจากเกาหลีใต้ King Of Mask Singer ก็จะไม่มีการเฉลยผู้ชนะและนำผู้ชนะมาแข่งในซีซั่นถัดไป  The Mask Singer ทำคนดูอารมณ์ค้างและย้อนยุคไปแบบฉบับยืดยาวเหมือนสมัยละคร “คู่กรรม” รุ่นเบิร์ด ธงไชย ที่กว่าโกโบริจะตายก็ยืดไปได้ 2 สัปดาห์ ทั้งที่พฤติกรรมผู้ชมรุ่นใหม่เป็นไปในแบบ “รู้ทันที และ รอไม่ได้” ทำให้ภาพลักษณ์ความเชื่อมั่นของหน้ากากนักร้องที่จะโดดเด่นเอาชนะ The Voice ที่เริ่มกระแสซาลง เกิดความขาดความเชื่อใจของแฟนๆ ซึ่งต่อให้สัปดาห์หน้าแฟนๆจะรอชมโฉมหน้าหนากากทุเรียนแต่ก็เสียความรู้สึกไปเสียแล้ว อีกด้านที่สื่อเก่าตกม้าตายก็คือ ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล ที่คนยกย่องให้เป็นกูรูสื่อ แต่กลับพลาดในโลกออนไลน์ ที่โวยวายว่า ทำไมเว็บโพสต์ทูเดย์ถึงได้ศีลธรรมตกต่ำสุดขีด เมื่อมีโฆษณาชุดชั้นในแสดงขึ้นมาหน้าจอ  ทั้งที่โฆษณาแบบ adsense นั้นจะแรนดอมตามสิ่งที่เจ้าของเครื่องสนใจ ไม่ได้กล่าวหาว่าดร.สมเกียรติเข้าสู่เว็บไซต์อนาจารแต่อย่างใด อาจจะเข้าไปในเว็บซื้อของซื้อเสื้อผ้า และระบบคัดกรองแนะนำชุดชั้นในขึ้นมาให้ แต่การพยายามแก้ตัวแบบข้างคูๆในทวิตต่อๆมา สะท้อนภาพคนที่จะยกย่องจรรยาบรรณสื่อตัวเองโดยไปเหยียดทั้งเพื่อร่วมอาชีพ และไม่เข้าใจโลกออนไลน์ยุคใหม่   สองเรื่องนี้ดูจะเป็นคนละเรื่องเดียวกัน เพราะสะท้อนภาพว่าเมื่อสื่อเก่ายังไม่ก้าวพ้นพฤติกรรมเก่าๆ แม้จะข้ามสื่อมาอยู่ในสื่อใหม่ 


No Picture

พาเดินเที่ยวงาน SXSW 2017

เมื่อประมาณกลางเดือนที่แล้ว ผมได้มีโอกาสไปร่วมเทศกาล SXSW (South by Southwest) ที่เมือง Austin รัฐ Texas ประเทศสหรัฐอเมริกามาครับ ซึ่งนับว่าเป็นเทศกาลที่ใหญ่ในโลกที่มีคนเป็นแสนไปร่วมงาน โดย Theme ของเทศกาลปีนี้คือการ Convergence ทุกสิ่งเข้าด้วยกัน จากการที่เทศกาลนั้นจะแยกออกจากกันระหว่าง Interactive, Music และ Film แต่เนื่องด้วยการเปลี่ยนแปลงของโลกที่ทุกอย่างมีส่วนเกี่ยวข้องกันหมดแล้ว ทำให้ปีนี้นั้นผู้จัดงานจึงให้คนที่มาร่วมเทศกาลในแต่ละหมวดมีสิทธิ์ที่จะเข้าฟังในหมวดอื่น ๆ ได้แบบ Secondary Access ก่อนอื่นมารู้จักเทศกาล SXSW ก่อตั้งเมื่อปี 1987 ด้วยการเป็นเทศกาลดนตรีที่รวมงานสัมมนาเกี่ยวกับดนตรีเข้าไปด้วย ซึ่งงานครั้งแรกนั้นไม่ได้คาดหวังว่าคนจะมาเยอะ แต่ปรากฏว่าคนนั้นมาถล่มทลายทำให้งานที่จัดครั้งแรก กลายเป็นงานระดับชาติทันที พอเข้ามาในช่วงปี 90 ก็มีการเพิ่มหมวด SXSW Film และ Multimedia เข้าไปทำให้มีคนจากอุตสาหกรรมภาพยนต์และการทำมัลติมีเดียต่าง ๆ ไปมากขึ้น จนถึงปี 1995 ทางผู้จัดงานก็แยกสาขา Film และ Multimedia ออกมาเป็น SXSW Film, SXSW Multimedia ออกจากกันอย่างสิ้นเชิง ด้วยการที่ Multimedia ในยุคนั้นเริ่มมีความสนใจที่มากขึ้นจากการที่มีอินเทอร์เนตเข้ามาในปี 1999 ก็มีการเปลี่ยนชื่อ SXSW Multimedia เป็น SXSW Interactive ความน่าสนใจของ SXSW เริ่มมามีมากขึ้นในหลังช่วงปี 2000 ที่เริ่มมีคนจาก Tech Company ไปขึ้นเวทีพูดหลาย ๆ คน ไม่ว่าจะเป็น Jimmy Wales จาก Wikipedia หรือ Craig Newmark จาก Craigslist รวมทั้ง Mark Zuckerberg จาก Facebook นอกจากนี้ยังมีการไปเปิดตัว Startup ในงานมากมาย เช่นในปี 2009 ที่ Goawalla ไปแข่งเปิดตัวกับ Foursquare แล้ว Foursquare ชนะไปในปีนั้น ในปี 2017 นี้นั้นเทศกาล SXSW นั้นมีความสนใจน้อยลงจากฝากฝั่ง Agency และ Brand ที่มาเปิดบูธโชว์นวัตกรรมหรือปาร์ตี้ต่าง ๆ แต่ก็ยังคงมีการขึ้นเวทีให้ความรู้อย่างมากมาย โดยมีทั้ง IBM, Netflix, Hulu, Airbnb, Amazon, Dell ฝั่ง Agency อย่าง W+K หรือ Ogilvy นอกจากนี้ยังมีฝั่งมหาวิทยาลัยที่เอาผลงานวิชาการด้านการตลาดและพฤติกรรมของผู้บริโภคมานำเสนออีกด้วย ตัวงาน SXSW นั้นจะจัดที่ Austin Convention Center เป็นสถานที่หลัก และมีสถานที่ข้างเคยอีกมากมาย เช่นโรงแรม Hilton, Mariott รวมทั้งผับและบาร์ที่จะจัดให้มีเวทีย่อย ทั้งนี้เทศกาล SXSW จะมีระยะเวลางานประมาณ 10 วัน จะจัดช่วง Springbreak ซึ่งเป็นช่วงปิดเทอมของโรงเรียนและมหาวิทยาลัย ทำให้ผู้ปกครองของเด็ก ๆ มักจะหาโอกาสหยุดในช่วงนี้ไปด้วย ทำให้เมือง Austin นั้นสามารถปิดเมืองแล้วจัดงานได้อย่างเต็มที่ และคนที่หยุดจากรัฐต่าง ๆ ก็สามารถมาร่วมงานได้ด้วย ทำให้งานนี้นั้นมีคนมาร่วมงานนับแสนคนเลยทีเดียว งาน SXSW นั้นจะแบ่งช่วงงานออกเป็น Interactive ในช่วงวันแรก และ Film กับ Music ในช่วงท้ายเทศกาล ทำให้เทศกาลนั้นคนจะมาล้นหลามมากในช่วง Music ที่ผู้คนอยากจะมาฟังเพลงจากศิลปินต่าง ๆ ที่จะมาเปิดอัลบั้มในงานกันมากมาย รวมทั้งศิลปินข้างถนนที่อยากจะได้เกิดบนเวที ผมนั้นได้มีซื้อบัตรเข้าเทศกาลแบบ Platinum ทำให้มีโอกาสที่จะเป็น Primary Access ทุกงาน จากงานนี้นั้นสิ่งที่ผมเน้นฟังก็คือในหมวด Interactive ที่ปีนี้จะเน้นการพูดในเรื่องความสามารถของ AI การทำ Design Thinking และ Agile กับ Sprint ในรูปแบบต่าง ๆ รวมทั้งการทำ A/B Testing เพื่อให้ได้สินค้าและบริการในระดับ Personalised ขึ้นมา นอกจากนี้ยังเข้าไปฟังในหมวดของ Film ที่จะมีการพูดถึงการทำ content marketing แบบ storytelling ที่จะทำให้เกิดการติดตาม หรือความสนใจของผู้บริโภคได้อย่างไร นอกจากงานสัมมนาวิชาการแล้ว ทาง SXSW ยังมีโปรแกรมอื่น ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Show ของฝากฝั่งแบรนด์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Youtube, Google, IBM, Gatorade, Adidas, Sony, Levi’s & Google ซึ่งมีสินค้าตัว Prototype หรือเทคโนโลยีต่าง ๆ มาให้ตื่นตาตื่นใจ และยังมีบูธที่เปิดบ้านปาร์ตี้อีกมากมายไม่ว่าจะเป็นแบรนด์แฟชั่นอย่าง Vogue หรือ YSL เองก็มา มีการเปิดบ้านของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีจากประเทศต่าง ๆ เช่น อังกฤษ บราซิล เพื่อให้คนทั่วไปได้เข้าไปชมและพูดคุยกับผู้ประกอบการจากประเทศนั้น ๆ มีการเปิดออฟฟิสของ startup ในเมืองเช่น Shopgate หรือ Agency ชื่อดังที่ตั้งในเมืองอย่าง Fjord ก็เปิดออฟฟิสให้ชมกัน จากงานปาร์ตี้และงานบูธโชว์ของ งาน SXSW ก็มีช่วงให้คนนั้นมาสมัครงานกับบริษัทต่าง ๆ มีงาน SXSW Market ที่เน้นให้ศิลปินพิมพ์ภาพได้มาออกบูธขายภาพพิมพ์สกรีนของตัวเอง และงาน Tradeshow ที่มี Startup จากประเทศต่าง ๆ และบริษัทเทคโนโลยีเอานวัตกรรมของตัวเองมาเปิดตัว หานักลงทุน และลูกค้าที่สนใจ มี Highlight วันท้าย ๆ ที่เป็น SXSW Games expo ที่อุตสาหกรรมเกมมาออกบูธกันอย่างมากมาย โดยมีเด็ก ๆ ที่พ่อแม่พาไปเที่ยวงาน และผู้ใหญ่มากมายที่มาร่วมงาน ซึ่งในงาน SXSW Games expo นี้มีบูธใหญ่อย่าง Nintendo เอา Nintendo Switch มาให้ลอง และมีการแข่งเกมกันภายใน และยังมีบูธของสถาบันการศึกษามาเปิดตัวหลักสูตรในการเขียนเกม ทำกราฟฟิคและอื่น ๆ อีกมากมาย มีการเปิดบูธของนักพัฒนาเกมที่เอาเกมมาโชว์ โดยมีเกม VR, Card game และบอร์ดเกมมากมาย ทั้งนี้งาน SXSW นั้นเป็นงานที่ใหญ่มาก และมีกิจกรรมมากมายให้เลือกทำ ใครที่สนใจก็สามารถติดตามที่เว็บไซต์ SXSW เพื่อดูช่วงเวลาจัดงานและเตรียมตัวในการจองที่พักและเครื่องบินที่จะไปงานได้เลยก่อนที่ที่พักจะเต็มในช่วงใกล้งาน Topics:  SXSW SXSW2017 conference Event


No Picture

Square Enix ประกาศทำ Seiken Densetsu Collection รวม 3 ภาคแรก ลง Switch

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้มีวิดีโอเกมเพลย์ของ Seiken Densetsu 3 บน Nintendo Switch หลุดออกมา ล่าสุด Square Enix ได้ประกาศทำ Seiken Densetsu Collection เป็นชุดรวมเกมซีรีส์ Seiken Densetsu ทั้ง 3 ภาค ลงเครื่อง Nintendo Switch ตัว collection จะเริ่มวางขายที่ญี่ปุ่นวันที่ 1 มิถุนายน ในราคา 4,800 เยน หรือประมาณ 1,500 บาท รายชื่อเกมใน collection Seiken Densetsu: Final Fantasy Gaiden (ชื่อโซนอื่นคือ Final fantasy Adventure ในสหรัฐ และ Mystic Quest ในยุโรป) Seiken Densetsu II (Secret of Mana) Seiken Densetsu III (ไม่เคยวางขายนอกเขตญี่ปุ่น) ตัวเกมเวอร์ชัน Nintendo Switch จะมีฟีเจอร์ใหม่ ๆ เพิ่มเข้ามาเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เล่น เช่น Quick Save ที่ให้ผู้เล่นสามารถเซฟที่ไหนเมื่อไรก็ได้, Music Mode สามารถฟังเพลงต่าง ๆ ที่มีอยู่ในเกมได้จากหน้าเมนูหลัก, Aspect Ratio Change (เฉพาะภาคแรก) ไว้เลือกสัดส่วนหน้าจอที่ผู้เล่นถนัด ยังไม่มีการยืนยันว่าจะทำเวอร์ชันโซนตะวันตกมาขายด้วยหรือไม่ ที่มา – Dualshockers Topics:  Square Enix Games Nintendo Switch


กทม. ชวนปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน

กรุงเทพมหานคร จัดกิจกรรม ปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน  'ปิดเพื่อโลก เปลี่ยนเพื่ออนาคต' ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2551 โดยปิดไฟที่ไม่จำเป็น เป็นเวลา 1 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 20.30-21.30 นาที   สำหรับกิจกรรมนี้ จะมี กิจกรรม 'ปั่นไปปลูก หรือร่วมกันปลูกเพื่อเปลี่ยน' ซึ่งเป็นกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์กลุ่มเขต ด้วยการรวมกลุ่มจักรยานปั่นเพื่อไปปลูกต้นไม้ตามสวนสาธารณะของกรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 13 ถึงวันที่  25 มีนาคม 2560  ทั้งนี้ กรุงเทพมหานคร ได้กำหนดจุดปิดไฟเชิงสัญลักษณ์ ที่ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เสาชิงช้า และสะพานพระราม 8 รวมทั้งรณรงค์การปิดไฟบนถนนสายหลัก และในต่างจังหวัดด้วย     


No Picture

แอพ Google Play Music ตั้งค่าคุณภาพเสียงขณะสตรีมเพลงด้วย Wi-Fi ได้แล้ว

ผู้ใช้แอพ Google Play Music สามารถเลือกคุณภาพเสียงขณะสตรีมเพลงผ่าน Wi-Fi ได้แล้ว ก่อนหน้านี้หากผู้ใช้สตรีมเพลงด้วยแอพ Google Play Music ผ่านเน็ตมือถือ จะสามารถเลือกคุณภาพเสียงได้ว่าจะให้ประหยัดดาต้าขนาดไหน แต่ถ้าสตรีมผ่าน Wi-Fi จะบังคับเลือกคุณภาพเสียงที่ดีที่สุดให้ทันที อัพเดตแอพล่าสุดได้เพิ่มตัวเลือกคุณภาพเสียงเมื่อสตรีมผ่าน Wi-Fi แล้ว สามารถเลือกเป็นแบบ Low, Normal และ High และเลือกให้เป็น High เสมอได้เหมือนเดิม นอกจากนั้นในเมนูดาวน์โหลดเพลงลงเครื่อง ผู้ใช้สามารถเลือกคุณภาพของไฟล์เสียงที่ดาวน์โหลดมาได้เช่นกัน แต่ตัวเลือกจะไม่บอกว่าคุณภาพดังกล่าวมีขนาดไฟล์เท่าไหร่และคุณภาพการบีบอัดเป็นอย่างไร อัพเดตแอพ Google Play Music เพื่อใช้งานฟีเจอร์ดังกล่าวได้แล้วทั้งบน iOS และ Android ที่มา : 9To5Google Topics:  Google Play Music Google Music Streaming


No Picture

ฉลามเขียว : ไม่ตายในวันสงกรานต์จะดีมั๊ย

ยุติการความตายในวันสงกรานต์ หรือต้องยุติวันหยุดยาวไปเลย เคยเขียนเรียกร้องหลายครั้ง  ตั้งแต่สมัยยังอยู่สื่อกระดาษ  เสนอให้ท่านนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้อำนาจของท่านไม่เก็บภาษีกล้องวงจรปิดติดหน้ารถยนต์  รวมทั้งกล้องวงจรปิดที่ติดบ้านเรือนประชาชน เฝ้าดูแลทรัพย์สิน เพราะพิสูจน์ชัดเจนแล้วว่าเป็นอุปกรณ์ที่มีประโยชน์มาก  เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนติดกล้องตัวนี้ แต่…..ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ไม่มีคำสั่งใดๆจากฟากรัฐบาลประเทศไทย กล้องวงจรปิดติดหน้ารถยนต์ทำให้คนทั่วไปได้เห็น ความรุนแรง ความน่าสะพึงกลัว ในวินาทีที่รถยนต์เกิดอุบัติเหตุ นี่ก็ใกล้วันสงกรานต์อีกแล้ว  อีกแค่ 30 วันเท่านั้น มหกรรมพากันออกไปตายบนถนนหลวงก็จะเกิดขึ้นอีก  ซ้ำซาก อนาถใจ  ในขณะที่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ของรัฐก็เหมือนจะหมดมุกเล่นแล้ว  ยิ่งมีมาตรการลดการตายบนถนนช่วงสงกรานต์ออกมามากมายหลายมาตราการ ตัวเลขการตาย ก็ไม่ได้ลดน้อยลง  กลับเพิ่มขึ้นอย่างน่าใจหาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  เป็นผู้ชายที่มีอำนาจมากที่สุดในประเทศไทยเวลานี้  ถ้าท่านใช้อำนาจในสิ่งที่ถูกก็จะเกิดคุณประโยชน์มากมายแก่ประชาชน วันนี้  นายฉลามเขียว ก็จะเขียนกระตุ้นท่านอีก ให้ใช้อำนาเพื่อลดจำนวนการตายของผู้คนบนถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2560 ให้ได้ ให้น้อยกว่าปีที่แล้วสัก 1 ศพก็ยังดี เช้าวันที่ 13 มี.ค.2560 มีเรื่องดีๆเกิดขึ้นเรื่องนึง  จึงขอนำมาขยายให้เกิดผลจริงจัง  ที่ผมสนับสนุนท่านก็เพราะท่านยื่นหนังสือเรียกร้องไปถึง  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  กับพี่ชายของท่าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ซึ่งหากผู้ชายสองคนนี้สนองด้วยการใช้อำนาจของท่านที่มีอยู่สั่งการ  ก็จะช่วยชีวิตผู้คนได้มาก คุณนิกร จำนง  ไปที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล  ยื่นหนังสือถึงท่านนายกฯ กับรองนายกฯ ประวิตร ผู้รับผิดชอบงานด้านจราจรของรัฐบาล คุณนิกรท่านเป็นอดีต รมช.คมนาคม ปัจจุบันเป็น “ประธานชมรมไทยปลอดภัย” ดังนั้นเมื่อท่านเคลื่อนไหวจึงมีสีสันและสื่อลงข่าวให้เยอะ  ฉลามเขียว ก็ขอโดดเข้าสนับสนุนท่านด้วย  โดยหลังยื่นหนังสือแล้ว คุณนิกรใ ห้สัมภาษณ์นักข่าว ว่า “สถานการณ์ผู้เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางท้องถนนในช่วงเทศกาลของไทยมีอัตราเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง  โดยเฉพาะวันหยุดยาวที่ประชาชนเดินทางไปต่างจังหวัดจำนวนมาก  คาดว่าช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้จะมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นจำนวนมาก  เนื่องจากช่วงสงกรานต์ในปี 2559 นั้นมีผู้เสียชีวิตจำนวน 442 คน เพิ่มขึ้นจากเทศกาลสงกรานต์ของปีก่อนกว่า 78 คน คิดเป็นร้อยละ 21.43 ขณะที่เทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตมากถึง 478 คน เพิ่มจากปี 2559 จำนวน 98 คนคิดเป็นร้อยละ 25.79 จังหวัดเป้าหมาย 10 แห่งที่ต้องเร่งเข้าไปกำกับดูแลเนื่องจากในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา มีอัตราผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางท้องถนนเพิ่มขึ้นสูง ได้แก่  จังหวัดพิจิตร เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 522.22% จังหวัดชลบุรี เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 186.51%  จังหวัดพิษณุโลก เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 111.04%  จังหวัดสุรินทร์ เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 83.33%  จังหวัดอุดรธานีเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 81.94% จังหวัดกรุงเทพมหานคร เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 71.67%  จังหวัดขอนแก่น เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 58.33% 8.จังหวัดนครราชศรีมา เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 57.45% จังหวัดบุรีรัมย์ เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 52.7%  จังหวัดกาญจนบุรีเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 48.48% ด้วยจำนวนผู้เสียชีวิตบนท้องถนนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงได้เข้ายื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรีและกระทรวงคมนาคม เพื่อเสนอนโยบาย “ลดสูญเสียมุ่งสู่ศูนย์” (Toward Zero Policy) ให้ทุกจังหวัดมีเป้าหมายลดการเสียชีวิตให้ได้มากที่สุด ร่วมกับแนวทางการ   “ลดเวลาจัดงานของจังหวัดต่างๆในช่วงหลังเที่ยงคืน” เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุจากการขับรถเร็วและการเมาสุรา   ตลอดจนกำหนดอัตราโทษแบบก้าวหน้าสำหรับผู้ที่กระทำผิดซ้ำซากช่วงเทศกาล  คุณนิกรกล่าวตบท้ายว่า   หากรัฐบาลยังไม่มีแผนควบคุมปัญหาดังกล่าวจะทำให้มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุปีละ 23,600 คนในอนาคต ผมอ่านแล้วขอชื่นชมนะครับ  เป็นการปรากฏตัวออกมาที่สวยงามมาก  ผมจึงขอมีส่วนร่วมในการสนับสนุน กระตุ้นให้ท่าน พล.อ.ประยุทธ์กับพล.อ.ประวิตร หันกลับมาดูปัญหาการตายบนถนนในช่วงสงกรานต์ได้แล้วครับ เพราะเหลืออีกแค่ 30 วัน ท่านรัฐมนตรีนิกร เสนอให้ลดเวลาจัดงานหลังเที่ยวคืนของจังหวัดต่างๆ  แต่ผมขอเสนออย่างคนซาดิสม์ เสนอให้ท่านพล.อ.ประยุทธ์ใช้อำนาจที่ท่านมีอยู่อย่างช็อก ออกคำสั่งนายกรัฐมนตรี ยกเลิกการหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ ก่อนนี้ทุกปีสงกรานต์บ้านเราก็ให้หยุดกันวันเดียวในวันที่ 13 เมษายนเท่านั้น กระทั่งท่านนายกรัฐมนตรี พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ให้บวกวันผู้สูงอายุ วันครอบครัว เข้าไปด้วย กลายเป็นหยุดยาว 3 วัน 13-14-15  เมษายน คนระดับชาวบ้านที่ชื่นชอบผู้สูงอายุ ชื่นชอบการได้กลับบ้านเกิด  พบพ่อแม่ปู่ย่าตายายลุงป้าน้าอา พบเพื่อนเก่าสมัยเรียนก็ชอบใจ แต่ “พวกขี้เมา” ได้พากันทำลายความดีงามนี้ลงเสียยับเยิน   ผมจึงเกิดความคิดขอเสนอให้ท่านพล.อ.ประยุทธ์…


ฉลามเขียว : ใครท้านองเลือดกับพลเอกประยุทธ์

โลกใบนี้ไม่เคยมีเผด็จการที่ทำให้ชาติบ้านเมืองนั้นเจริญรุ่งเรือง เพราะโลกศิวิไลซ์ไม่คบไม่ค้า ใช้มาตรการทางเศรษฐกิจเป็นเครื่องมือกดดันบีบคั้นให้คืนประชาธิปไตย     ความไวของสื่อโซเซียลก็มีจุดบอด ตรงที่ไม่ครอบคลุม  คว้ามาหนึ่งประเด็น ลืมอีกประเด็นไปอย่างน่าเสียดาย  เมื่อวันศุกร์ 9 มีนาคม 2560 ขย้ำกันอยู่ประเด็นเดียว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พูดเป็นการถามประชาชนว่า ถ้าจะขึ้น VAT เป็น 8 % รับได้มั๊ย  การขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มอีกแค่ 1 เปอร์เซ็นต์จะทำให้รัฐบาลมีรายได้เพิ่มทันทีอีก 1 แสนล้านบาท เพื่อเอาเงินมาทำสิ่งที่ประชานเรียกร้อง สื่อโซเชียลกระหน่ำประเด็นนี้ประเด็นเดียว ขณะที่เว็บไซต์ของสื่อกระแสหลักก็ขย้ำประเด็นนี้  และระอุแดดเดือนมีนาคมเป็นยิ่งนัก เมื่อวันรุ่งขึ้นศุกร์ 10 มีนาฯ พล.อ.ประยุทธ์ซัดสื่อกระแสหลัก “น่ารังเกียจ” เพราะมีสำนักพาดหัวข่าวว่าพล.อ.ประยุทธ์จะขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ความไวแห่งโซเชียลที่ไวเป็นวินาที นี่แหละเป็นจุดบอด เพราะได้ละเลยคำพูดสำคัญของพล.อ.ประยุทธ์ไปอย่างน่าเสียดายที่สุด วันนี้คิววิเคราะห์ข่าว จึงยกประเด็นนี้ขึ้นชู ใคร…คือคนที่บังอาจท้านองเลือดกับพลเอกประยุทธ์ “วันนี้ไม่ว่าจะทำอะไรผมต้องท่องพุทโธ เพื่อทำอะไรช้าลง และมีสติรอบคอบ ยับยั้งชั่งใจ วันนี้อาจยังไม่มีความเข้าใจ ต่อต้านอยู่บ้าง  ผมไม่สามารถควบคุมได้  แม้จะเข้ามาแบบนี้  เพราะทุกคนเป็นคนไทย ไม่ว่ากลุ่มใด จึงขออย่าบิดเบือน ย้ำ…วันหน้าต้องเป็นประชาธิปไตย ที่ผ่านมามีความวุ่นวายปล่อยปละละเลย และไม่เคารพกฎหมาย ใช้วิธีการแก้ปัญหาแบบเดิมไม่ได้อีกแล้ว ต้องยุติความขัดแย้งให้ได้ โดยกฎหมายต้องยังอยู่  อย่าล้มกฎหมายของประเทศ  ล้มไม่ได้  ถ้าไม่มีกฎหมายเลย  ละเว้นหรือละเลย ประเทศล้มหมด อย่ามาข่มขู่ว่าไม่เดินตามโรดแม็ปแล้วประเทศจะนองเลือด ไอ้คนพูดอย่างนี้อย่าให้มีที่ยืน …” พล.อ.ประยุทธ์ พูดที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ปราจีนบุรี 9 มีนาคม 2560 ไอ้คนนี้คือใคร คือใคร…ที่บังอาจท้าจะนองเลือดกับพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งตัวผม นายฉลามเขียว อ่านหลายรอบแล้วมโนว่า ไม่ใช่เรื่องเหลวไหล พล.อ.ประยุทธ์ท่านไม่ได้พูดอย่างกลอนพาไปแน่นอน  ก็เพราะตัวผมก็รู้ว่า “งานข่าวกรอง” ของท่านนายกรัฐมนตรีแม่นยำมาก แม่นยำมาตลอด การที่ท่านพูออกมาอย่างนี้ตัวผมถอดรหัสลับออกมาเองว่า “มีคนเคลื่อนไหว” ไม่ใช่แค่การพูดธรรมดาๆ เพราะถ้าพูดธรรมดาคนอื่นๆอีกหลายคนก็พูด โดยเฉพาะพวกนักข่าว เวลาโทรศัพท์คุยกัน หรือส่ง Line คุยกันประเด็นการเมือง  เมื่อวกเข้า  ประเด็น ยังไม่มีเลือกตั้ง  ประเด็นไม่เป็นไปตามโรคแม็ป  ก็ต้องถามกันว่า จะมีนองเลือดมั๊ย ผู้คนจะลุกฮือมั๊ย พวกเศรษฐีไทยที่กำไรหดหายธุรกิจเจ๊งเพราะมันจะ 3 ปีแล้ว จะทนต่อไปมั๊ย มันเป็นหัวข้อสนทนาปกติขอคอการเมืองสายฮาร์ดคอร์ เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เอาประเด็นนองเลือดมาพูด จึงย่อมไม่ใช่แค่ท่านได้ยินว่ามีคนพูด แต่มันต้องมากกว่านั้น เพราะคำของท่านต่อเนื่องที่บอกว่า ไอ้คนพูดอย่างนี้อย่าให้มีที่ยืน….. ไอ้คนนี้คือใคร ต้องเป็นคนที่มีพละกำลังทางการเมืองสิ ไม่เช่นนั้นคนระดับหัวหน้ารัฐบาลไม่เอามาพูดถึงหรอก ตัวผมนักข่าวในสื่อออนไลน์ขอขอบคุณท่านพล.อ.ประยุทธ์ ที่นำประเด็นนี้มาพูด ทำให้ได้รู้ว่ามันมีจริง ไม่ได้มีแค่ในมโนของพวกนักข่าวเท่านั้นว่า  มันมีคนมีปฏิกิริยาอยู่นะ  ซึ่งมี ..