lifestyle

ฉลามเขียว : สินบนเรือดำน้ำฝรั่งเศส/บราซิล

ยังคงเกาะติดเรื่องสินบนเรือดำน้ำอยู่ ทันทีที่มีข่าวสินบนเรือดำน้ำเกิดขึ้นไม่ว่ามุมใดของโลก     The commander-in-chief of the corruption scheme ประโยคนี้ได้ยินแล้วเกิดอาการจั๊กจี้จั๊กเดียมดีแท้ มันแปลว่า ผู้บัญชาการสูงสุดแห่งโครงการโกง คือ  ตัวผม นายฉลามเขียว ขณะนี้ก็ยังคงเกาะติดเรื่องสินบนเรือดำน้ำอยู่ ทันทีที่มีข่าวสินบนเรือดำน้ำเกิดขึ้นไม่ว่ามุมใดของโลก  ผมเป็นต้องตื่นเต้นและนำมันมาเขียนสู่คนไทยได้อ่านร่วมกัน เพราะผมเชื่อว่าคนไทยจะสะเทือนใจเหมือนๆกันทุกคน เมื่อวันที่ 21 พ.ค.2017 มีข่าวใหม่เอี่ยมว่าด้วยสินบนเรือดำน้ำเกิดขึ้นอีกแล้วครับ  คราวนี้เป็นเรื่องราวที่อัยการด้านการเงินของฝรั่งเศส  เปิดสอบสวนเบื้องต้นว่า การที่อดีตประธานาธิบดี Nicolas Sarkozy ไปลงนามขายเรือดำน้ำพลังงานดีเซลไฟฟ้า  ที่ผลิตโดยบริษัทของรัฐบาลฝรั่งเศส  ให้แก่ประธานาธิบดี Luiz Inácio Lula da Silva, แห่งบราซิล เมื่อปี 2008 ฝรั่งเศสจ่ายสินบนให้ลูลาเพื่อให้ซื้อเรือดำน้ำของฝรั่งเศสดังคำร่ำลือจริงรึไม่ ฉลามเขียว ก็หูผึ่งสิครับ  ขนาดฝรั่งเศสเป็นชาติที่มีระบบตรวจสอบการให้สินบนข้ามชาติที่เข้มแข็งมาก   ประธานาธิบดีซาร์โกซีกล้าหาญขนาดนั้นเลยรึ  ซึ่งหากเป็นการซื้อขายเรือดำน้ำกับชาติที่ไม่มีระบบตรวจสอบโกงที่ข้นๆก็รับสินบนกันอย่างสบายๆ  แต่นี่คือฝรั่งเศส ฉลามเขียว  จึงต้องนำเรื่องนี้มาสู่คนไทยให้รับรู้ไปพร้อมกันด้วย มีเค้าว่า  เรื่องจะมันแน่นอน เพราะท่านอดีตประธานาธิบดีลูลา แห่งบราซิล  ตอนนี้ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 พ.ค.2017  ศาลสูงสุดของบราซิลเพิ่งเปิดคดี  ท่านลูลาโกงสารพัด ในช่วงของการเป็นประธานาธิบดีปี 2003-2010 รวมขณะนี้ 5 คดี The commander-in-chief of the corruption scheme… ผู้บัญชาการแห่งโครงการโกง  คนที่พูดคำนี้คือ  นาย Deltan Dallagnol   อัยการสูงสุดของบราซิล  ผู้ทำการสอบสวนการโกงของลูลา  เริ่มสอบเมื่อปี 2014 กล่าวคำนี้ในการแถลงข่าวแก่นักข่าว  วันที่ประกาศว่ายื่นฟ้องต่อศาลรวม 5 คดี “The federal prosecutor’s office today is accusing Mr


ฉลามเขียว : โจรอยู่ในสมุด

คดีเครือข่ายอุ้มบุญข้ามชาติยังคงรอการสืบสวนสอบสวนหาตัวการใหญ่ และเชื่อว่าไม่เกินกำลังตำรวจไทย เพราะพยานต่างๆ นั้นถูกระบุชื่อไว้ในสมุดของกลางแล้ว   ดูจากค่าจ้างที่ขบวนการอุ้มบุญของแก๊งอาชญากรชาวจีนแผ่นดินใหญ่  ที่จ่ายให้แก่หญิงไทยที่ฝังตัวอ่อนในมดลูกแล้วหัวละ 400,000 บาท  เมื่อเด็กคลอดออกมา  ก็มโนได้ว่า  เด็กเกิด 1 คนค่าใช้จ่ายจะต้องหัวละ 1,000,000 ล้านบาท… คนไม่รวยจ่ายไม่ได้  และมันจะต้องเป็นแก๊งที่ใหญ่มาก  เป็นอาชญากรรมของมนุษยชาติที่ร้ายแรงมาก   ฉลามเขียว  จึงนำเรื่องราวมาเขียนอีกในวันนี้ เพื่อให้คนไทยสนใจ  แม้ขณะนี้จะสนใจน้อยอยู่ แต่เชื่อว่าจะต้องเพิ่มความสนใจขึ้นเรื่อยๆ มีเด็กกี่คนแล้วที่เกิดในไทย เรารับรู้กันแต่เพียงเรื่องเล่าขานว่า ครอบครัวคนจีนบนแผ่นดินใหญ่ต้องการที่จะได้ลูกชายเท่านั้น มันเป็นวัฒนธรรม จึงทุ่มเทเงินทองมหาศาลเพื่อได้ลูกชาย  โดยถ้าจะให้เมียตัวเองท้องเองตามธรรมชาติมันก็เสี่ยงถ้าเกิดได้ลูกหญิงขึ้นมา จึงเป็นโอกาสทองให้โจรแก๊งอุ้มบุญเข้าไปเสนอ  เอาเชื้อของฝ่ายสามีเข้ามาทำในประเทศไทย  เพราะหมอไทยเก่งที่สุดในเรื่องอุ้มบุญ ประเทศไทยมีกฎหมายที่เข้มงวดในเรื่องอุ้มบุญ  มีข้อกำหนดมากมาย  คนที่ไม่ใช่พี่น้องกันทางเลือดจริงๆ รับอุ้มบุญให้คนอื่นไม่ได้  และหมอที่ฝ่าฝืนถ้าถูกจับได้ก็โทษหนักเอาการทีเดียว เงิน…เป็นตัวกำหนดทุกอย่าง  แก๊งโจรจากจีนรู้ว่าครอบครัวไทยโดยส่วนใหญ่อัตคัตแร้นแค้น  หญิงไทยที่มีลูกแล้วจะหาได้ไม่พอกิน  จึงส่งหน้าม้าที่เป็นคนไทยเข้าไปเกลี้ยกล่อมให้รับงาน  โดยเลือกญิงไทยร่างกายแข็งแรงอายุไม่เกิน 35 ปี  เคยมีลูก ยังอยู่กับผัว  ซึ่งผัวเมีหลายคู่หารือกันแล้วรับงานด้วยหตุผลเดียวกัน…อยากได้เงิน  โดยไม่รู้เลยว่าถ้าเด็กในท้องออกมาเป็นหญิงจะเป็นอย่างไร  จะต้องเลี้ยงเป็นลูกตัวเองอย่างแอบซ่อนต่อไปรึไม่  และรู้มั๊ยอาชญากรรมนี้ผิดกฎหมายไทย  และติดคุกในไทย ทำไม ฉลามเขียว จึงถือว่าเป็นอาชญากรรมของมวลหมู่มนุษยชาติ ก็เพราะคนพวกนี้ไม่เห็นชีวิตมนุษย์มีคุณค่า   เป็นแค่สินค้า  เช่นเดียวกับเพาะพันธุ์สัตว์เลี้ยงน่ารักออกขาย  ในขณะที่ประเทศไทยยังไม่รู้จะเผชิญปัญหาต่อเนื่องที่น่ากลัวแค่ไหนต่อไป  เพราะเด็กเหล่านี้ถูกส่งกลับให้มาคลอดบนแผ่นดินไทย  ถ้าคลอดแล้วไม่รับไปจีน จริงๆ แล้ว  ถึงขณะนี้  เด็กเกิดกี่คนแล้ว ถูกลอบนำออกไปจีนกี่คนแล้ว  กำลังเจริญเติบโตอยู่ในมดลูกหญิงไทยอีกกี่คน เพราะขบวนการนี้ไม่ใช่เพิ่งเริ่ม ทำกันมานานแล้ว เพียงแต่เพิ่งถูกจับครั้งแรกเมื่อวันที่ 21 เม.ย.2560 และจับหญิงไทย 6 คน เมื่อ 20 พ.ค.2560  โดยคนชื่อ “นายนิมิตร แสงอำไพ”   เป็นอาชญากรรมข้ามชาติ  น้อยที่สุดก็น่าจะโยง 4 ประเทศ  ต้นน้ำอยู่ที่จีนใหญ่  แล้วก็ไทย ไปฝังที่เวียงจันทน์ ประเทศลาว  และน่าโยงกับเขมรและเวียดนาม    ฉลามเขียว จึงต้องเขียนซ้ำๆ เพื่อให้เจ้าหน้าที่รัฐไทยโดดเข้ามาทำให้เป็นคดีและกวาดล้างแก๊งจีนให้ราบคาบ 9 โมงเช้าวันที่ 21 เม.ย.2560  “นายนิมิตร แสงอำไพ”  หัวหน้าด่านศุลกากร  พรมแดนสะพานมิตรภาพไทย – ลาว อ.เมืองหนองคาย แห่งที่ 1 ตรวจค้นชายไทยชื่อ “นายนิธินนทน์ ศรีธานิยานันท์” อายุ 25 ปีอยู่บ้านเลขที่ 114 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร  นำถังไนโตรเจน 1 ถัง ภายในบรรจุหลอดใส่อสุจิ 6 หลอด ของบุคคล 2 คน จะข้ามไปประเทศลาว ได้ค่าจ้าง 5,000 บาท  จึงเชิญ น.พ.ชัชวาล ฤทธิ์ฐิติ รองนายแพทย์สาธารณสุข จ.หนองคาย มาร่วมตรวจสอบด้วย การสอบถามทำให้รู้ว่า  ขนน้ำเชื้อจากกรุงเทพฯไปลาว ไปเขมร  แล้วหลายสิบครั้ง  และเชื่อกันว่า “หมอไทย” เป็นคนผสมอสุจิเข้าไข่ของฝ่ายหญิง  และเป็นคนฝังตัวอ่อนในมดลูก การจับกุมครั้งแรกไม่เป็นข่าวดัง เช่นเดียวกับจับ 6 หญิงที่กลับมาจากลาวเมื่อ 20 พ.ค.2560 ก็ไม่เป็นข่าวดัง ทั้งที่เป็นอาชญากรรมของมนุษยชาติที่น่ากลัว  แต่มันก็ชื่นใจอยู่นิดนึงนะครับ   ตรงที่หัวหน้านิมิตรเล่าสู่นักข่าวฟังว่า ตำรวจกองปราบมาพบ  และขอหลักฐานต่างๆไปแล้ว ฉลามเขียว  ก็มโนว่า ตำรวจกองปราบปรามประเทศไทยจะปราบแก็งอุ้มบุญชาวจีน ที่มีฐานใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯ และมันจะต้องใหญ่มาก มันจะต้องประกอบด้วย   มหาเศรษฐีชาวจีนที่อยากได้ลูกชาย  เดินทางเข้ามากรุงเทพฯ ไปคลีนิกที่ร่วมมือ  รีดอสุจิ  ก็ต้องทำที่คลินิกจึงจะแช่แข็งในถังไฮโดรเจนได้อย่างทันที แล้วหมอไทยก็บินไปปฏิบัติการในคลินิกที่เวียงจันทร์  เพราะลาวยังไม่มีกฎหมายห้ามอุ้มบุญ หลักฐานเรี่ยราดมาก เพราะมีคนเกี่ยวพันหลายคน โจรอยู่ในสมุด…ตามพาดหัวตั้งชื่อเรื่องในวันนี้หมายความถึง สมุดอย่างที่นักเรียนใช้ในโรงเรียน ที่หญิงไทยคนหนึ่งในขบวนการนำติดตัวกลับมาจากเวียงจันทน์ด้วย  มาถูกหัวหน้านิมิตรจับที่ด่านสะพาน  มีเขียนบันทึกไว้ หญิงชื่ออะไรฝังตัวอ่อนแล้วผลเป็นอย่างไร  ซึ่งมีทั้งติด ไม่ติด และหลุด ดูตัวหนังสือที่ หัวหน้านิมิตร ชูให้นักข่าวชมเมื่อ 21 พ.ค.2560  ไม่ใช่ลายมือของคนเรียนหนังสือมาน้อย  เป็นลายมือของคนที่เรียนหนังสือมาเยอะ  แต่ไม่เดาหรอกว่า หมอไทยเป็นคนเขียนบันทึกง่ายๆ นี้ด้วยตัวเองหรือไม่ ทุกอาชญากรรมทิ้งร่องรอยไว้เสมอ…วิชานี้สอนตำรวจทุกคนให้รู้ว่า  โจรทุกคนมันไม่ได้เก่งกาจอะไรนักหนาหรอก  มันประกอบอาชญากรรมแล้วก็ทิ้งร่องรอยไว้ทั้งนั้นแหละ  สำคัญอยู่ที่ว่า  ตำรวจจะมีไหวพริบหาเจอรึไม่  ซึ่งในกรณีอุ้มบุญแก๊งจีน  โจรมันอยู่ในสมุด  ดังนั้นถ้าตำรวจเอาสมุดเล่มนี้มาแล้วตามหาหญิงทุกคนที่มีชื่อให้พบ  เอามาสอบมาเค้น แป๊บเดียวก็รู้ เพราะยังไงมันก็ต้องมีคนหนึ่งที่เคยเจอตัวจริงผู้ชายชาวจีนชื่อ Mr.Ran Zhao  ที่เป็นผู้ว่าจ้าง และจ่ายเงินค่าจ้าง ถ้าตำรวจกรุงเทพฯ ได้ตัว Mr.Ran Zhao  ทุกอย่างก็จะเร็วขึ้น ตัวผมมโนไปไกลแล้ว ผมอยากอ่านข่าว หมอคนไทยถูกจับ คลินิกใหญ่ในกรุงเทพฯ ถูกทลาย ฉลามเขียว 22 พฤษภาคม 2560   อ่านข่าวเพิ่มเติม นายด่านหนองคายยัน “วีไอพีคลินิก” ในลาวรับทำอุ้มบุญ เร่งประสานฝั่งเพื่อนบ้านร่วมเฝ้าระวัง จับหนุ่มหอบ”อสุจิ”ฝั่งไทย ข้ามไปอุ้มบุญฝั่งลาว  


ฉลามเขียว : อาชญากรรมของมนุษยชาติ

ศุลกากรหนองคายจับขบวนการอุ้มบุญจีน  …เป็นเรื่องใหญ่แต่ไม่เป็นข่าวดัง  จัดเป็น “อาชญากรรมของมนุษยชาติ” ที่น่าสยดสยองมาก   จนป่านนี้แล้วตัวผมก็ยังคิดไม่ออก กรณี ท่านรัฐมนตรีกลาโหมประเทศกรีซ รับสินบนเรือดำน้ำจากอู่ต่อเรือประเทศเยอรมนี แล้วเอาเงินไปให้เมียฟอก ด้วยการซื้อบ้านหรูหราบนถนนที่หรูที่สุดกลางกรุงเอเธนส์ ทำให้ถูกนักข่าวตัวเจ็บเอามาลงเป็นข่าว จนรัฐสภาสอบสวน อัยการทำเป็นคดี ท่านรัฐมนตรีถูกศาลตัดสินจำคุก 20 ปี ติดจริง 6 ปี ในขณะที่เมียโดนคดีฟอกเงิน ศาลตัดสินจำคุก 12 ปี แต่เกิดเป็นบ้าในคุก ต้องย้ายไปขังในโรงพยาบาลจิตเวช มีรายการหนีออกจากคุก ซึ่งวันนี้ศาลเมตตาปล่อยออกมาจากเรือนจำแล้ว ให้วางเงินค้ำประกันไว้ 50,000 ยูโร ยึดพาสปอร์ต ให้ไปรายงานตัวตำรวจที่โรงพักเดือนละ 3 ครั้ง และท่านรัฐมนตรีกลาโหมก็ได้ออกคุกเมื่อ 4 พ.ค.2017 ในขณะที่ตัวผมยังคิดไม่ออก  เมียพาซวย พาเมียซวย ไม่มีเมียแล้วแอบเอาเงินเข้าบัญชีแบงก์สวิสฯ คนเดียวเงียบๆ  ท่านรัฐมนตรีกลาโหมแต่งเมียปี 2004 ปี 2011 เมียซื้อบ้านหรู …ถ้าไม่แต่งเมีย….


"ชมพู่ อารยา" ซูเปอร์สตาร์ ที่ก้าวผ่านข้อจำกัดของกาลเวลา

ในระยะ 4-5 ปีมานี้ต้องยอมรับว่าคนไทยรู้จักเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศสมากขึ้น เพราะ การที่”ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต” ได้ไปเดินพรมแดง ในฐานะทูตความงาม หรือ Brand Ambassador ของเครื่องสำอางค์ระดับโลกอย่าง “ลอรีอัล” ซึ่งเป็นหนึ่งในสปอนเซอร์หลักของงานมาตั้งแต่ปี 1997 หรือ 20 ปีมาแล้ว เทศกาลภาพยนต์เมืองคานส์จัดขึ้นต่อเนื่องทุกปีเป็นเวลา 70 ปีในช่วงเดือนพฤษภาคม “คานส์” จึงเป็นจุดศูนย์กลางของคนในแวดวงภาพยนตร์จากทั่วโลก ไฮไลท์ของงานคือ “การเดินพรมแดง” เพราะนอกจากจะได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนทั่วโลกแล้ว ยังหมายถึงการต้อนรับที่ยิ่งใหญ่ต่อคนในวงการภาพยนตร์ทั้งระดับชั้นแนวหน้าและคลื่นลูกใหม่ที่น่าจับตามอง ความหมายของเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ การเดินพรมแดงของคานส์ คือ เกียรติยศสูงสุดของผู้มีภาพยนตร์ที่ถูกคัดเลือกให้ฉายในปีนั้น ๆ  กลุ่มคนเดินพรมแดงที่สำคัญที่สุด คือ ผู้ที่มีผลงานภาพยนคร์ได้ฉายรอบปฐมทัศน์ในวันที่จัดงานซึ่งหนังที่ฉายในคานส์ทุกเรื่อง ถือว่าฉายเป็นรอบ เวิร์ลพรีเมียร์ คนไทยที่คว้ารางวัลปาล์มทองคำ ในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์เป็นคนแรก คือ อภิชาติพงศ์ วิระเศรษฐกุล จากภาพยนตร์เรื่อง “ลุงบุญมีระลึกชาติ” ในปี 2010 แต่คุณทราบหรือไม่ว่า “การเดินพรมแดง” ยังมีช่วงเวลาที่เป็นประวัติศาสตร์  นั่นคือ การเปิดพรมแดงให้แขกระดับวีไอพี ที่ถูกเชิญมาโดยเฉพาะ เช่น ตัวแทนของแบรนด์ที่ให้การสนับสนุน จะก้าวเดินลงจากรถลีมูซีนสู่พรมแดงทีละคน พร้อมการขานชื่อ  คนไทยคนแรกที่เดินพรมแดง ในช่วง “Exclusive Moment”ในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ปี 2013  คือ “อารยา เอ ฮาเก็ต” ในฐานะทูตความงามของ “ลอรีอัล”  โดยแขกวีไอพีเหล่านี้จะปรากฎตัวในชุดราตรีเฉิดฉาย พร้อมประกาศชื่อนามสกุล ประเทศ และแบรนด์ที่เป็นตัวแทน  จากนั้นจึงจะเปิดพรมแดงให้ ศิลปิน ดารา นักแสดง ผู้กำกับที่มีชื่อเข้าชิงรางวัลเดินเข้าสู่งาน   นักแสดงไทยที่มีโอกาสเดินพรมแดง เพราะมี “ผลงานภาพยนตร์” ได้ฉายในเทศกาลเมืองคานส์ปี 2013  คือ “หญิง รฐา โพธิ์งาม”  และ “ปู  วิทยา ปานศรีงาม” จากภาพยนตร์ เรื่อง “ Only God Forgives”  ที่มีพระเอกเจ้าของรางวัลออสการ์ปีล่าสุด “ไรอัน กอสลิง” เป็นนักแสดงนำ พัฒนาการ 5 ปี บนพรมแดงของ อารยา เอ ฮาร์เก็ต             การเดินพรมแดงปีที่ 5  ในฐานะทูตความงาม แบรนด์ “ลอรีอัล” ของ “ชมพู่ อารยา” ได้รับการยกย่องจาก Vogue อเมริกา ว่า สามารถรับมือกับความท้าทายของแฟชั่นได้ทุกรูปแบบ และสร้างนิยามใหม่ของชุดคลุมท้อง  หลังปรากฎตัวในชุดราตรีผ้าไหมเกาะอกสีขาวสั่งตัดพิเศษ ของ Ralph &Russo  ที่ผสานเข้ากับผ้าคลุมไหล่ประดับด้วยขนนกและคริสตัลอย่างลงตัวและหรูหรา             ชุดเปิดตัวของ “ชมพู่ อารยา” เธอให้สัมภาษณ์ว่าจงใจให้เกิดการ “ขโมยซีน” ในการเดินพรมแดงซึ่งเธอทำได้สำเร็จอย่างงดงาม            ย้อนกลับเมื่อปีที่แล้ว “ชมพู่ อารยา” ได้รับยกย่องจาก Huffington Post Canada ให้เป็น”ราชินีผู้มีสไตล์” เทียบเท่า “เบลก ไลฟ์ลี” นักแสดงและนางแบบชื่อดัง และ “อัชวายา ไร” นักแสดงชื่อดังชาวอินเดียที่มามีชื่อเสียงในฮอลลีวูด   โดยปี 2016 “ชมพู่ อารยา” เปิดตัวในลุค “ควีนส์ ออฟ คาสน์”ด้วยชุดราตรีสีชมพู ของ  Ralph& Russo  จากนั้นในวันต่อๆไปเธอก็เลือกสวมใส่ชุดของดีไซเนอร์ชื่อดังเช่น Versace , Giambattista ,Zuhair Murad  และ Jean Paul Gautier   ในปี  2015  เว็ป Red Carpet Fashion Awards ให้ชุดของ Ashi Studio ที่ “ชมพู่ อารยา”สวมใส่ติด 1 ใน  10 ชุดยอดเยี่ยมของเซเลปที่สวมใส่ในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์             เช่นเดียวกับปี  2014  เว็ป Red Carpet Fashion Awards วิจารณ์ชุดราตรีสีดำของ “Kaufmanfrnco” ที่”ชมพู่ อารยา”สวมใส่ว่า  สวยงามแบบไร้ข้อจำกัดของกาลเวลา แต่มีข้อเสนอแนะให้เธอสวมรองเท้าส้นสูงให้มากขึ้น 1-2 นิ้ว            หากย้อนกลับไปปีแรกที่ “ชมพู่ อารยา” เดินพรมแดงเมืองคานส์ในปี 2013 เธอได้รับคำชมจากเว็ป Sugar Daily ว่าโดดเด่นที่สุดในบรรดาทูตความงาม 5 คนของ”ลอรีอัล”ในปีนั้น โดยเธอสวมชุดราตรีผ้าซาตินตัดต่อผ้าทูลล์ จาก Zac Posen อะไรคือ “จุดขาย” ของ อารยา เอ ฮาร์เก็ต             ต้องยอมรับว่า “ความเป็นแฟชั่นนิสต้า” “ความมีวินัย” และ “ความเป็นมืออาชีพ” ของ       “ชมพู่ อารยา” ทำให้เธอก้าวขึ้นมาเป็น “พรีเซนเตอร์” ชั้นแนวหน้า  นอกจากการเป็นทูตความงามของลอรีอัล 5 ปีติดต่อกัน  หลังการเดินพรมแดงปีแรกในปี 2013   ปีถัดมาเธอก็ได้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรกของรถยนต์หรูอย่าง “เบนซ์” โดยเจ้าของแบรนด์ ให้เหตุผลว่า “ชมพู่ อารยา” เป็นดาราเซเลบริตี้สาวผู้ทรงอิทธิพลบนโลกออนไลน์ และมีภาพลักษณ์เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการแสดง ด้านแฟชั่น และด้านธุรกิจ ใน Instagram   @chomismaterialgirl  ขณะนี้มีผู้ติดตามราว  7,200,000 คน จี้ติดซูเปอร์สตาร์หญิงอันดับ 1 ของไทย  “อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ” ที่มียอดผู้ติดตาม 7,900,000  คน   ต้องยอมรับว่าวันนี้ “ชมพู่ อารยา” ได้ขึ้นชั้น “พรีเซนเตอร์” ที่มีความโดดเด่นระดับอินเตอร์แล้ว  หลังสร้างสมโปรไฟล์ที่โดดเด่นในงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์มาตลอด  5 ปี  สำหรับ “ลอรีอัล” นอกจากขายภาพลักษณ์ของ “ทูตความงาม” แล้ว “การเพิ่มยอดขายสินค้า” ก็เป็นภารกิจที่ต้องผลักดันให้บรรลุเป้าหมาย  ปีนี้ “ลอรีอัล” ใช้ ลุค “MYSTERIOUS MAGIQUE” ในการขายเครื่องสำอางค์ให้ได้ลุคแบบ “ชมพู่ อารยา” หลังจากปีที่แล้วประสบความสำเร็จอย่างงดงามกับ ลุค “ Queen of Cannes” ส่วนผลงานด้านการแสดงของ”ชมพู่ อารยา” ในวัย 36 ปี ได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว  หลังจากรับบท “เรยา” ตัวละครผู้มีสีสันด้านมืด ในละครชื่อดัง “ดอกส้มสีทอง”  เมื่อปี  2554  เป็นผลงานชิ้นโบว์แดงหลังย้ายสังกัดจากสถานีโทรทัศน์ช่อง 7  มาสู่ช่อง  3  ใครจะรับไม้ต่อจาก “อารยา เอ ฮาร์เก็ต” นิตยสาร”แพรว” ได้สัมภาษณ์ “พลพัฒน์  อัศวประภา”  ดีไซเนอร์แบรนด์ Asava ผู้ทรงอิทธิพลในวงการแฟชั่นไทย  โดยให้ทัศนะว่า คนที่จะไปเดินพรมแดงเมืองคานส์ ต้องมีคุณสมบัติหลายอย่าง นอกจาก”ความสวย”แล้ว  ต้องมี “ทัศนคติ” และมี “รสนิยม”ที่ค่อนข้างเป็นสากล เพราะต้องประชันกับดาราจากทั่วโลก  ซึ่ง “ชมพู่ อารยา” มีคุณสมบัติครบทุกข้อ  ในความเห็นของดีไซเนอร์ชื่อดังคนนี้ มี  3  คนที่มีศักยภาพพอที่จะรับไม้ต่อจาก “ชมพู่ อารยา”ในอนาคต    คนแรก คือ “ปู ไปรยา ลุนเบิร์ก” ที่ขณะนี้ถือว่าโดดเด่นมากทั้งในแง่ทัศนคติ และงานช่วยเหลือสังคม เพราะเป็นทูตสันถวไมตรีของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ UNHCR  คนแรกของอาเซียน  ในบทบาทนางแบบ เธอได้เดินแบบแบรนด์ “ดอลเช แอนด์ กาบบาน่า”ในงานมิลาน แฟชั่นวีค ที่อิตาลีเมื่อต้นปีที่ผ่านมา  และร่วมเดินพรมแดงงานประกาศรางวัลลูกโลกทองคำประจำปี 2017 คนที่สอง คือ  “ญาญ่า อุรัสยา สเปอร์บันด์  เพราะแม้จะเป็นนักแสดง แต่เมื่ออยู่แคทวอล์คก็สามารถถ่ายทอดความมั่นใจ และมีความเป็นซูเปอร์โมเดลสูง  ล่าสุด ญาญ่าเพิ่งได้รับเชิญจากแบรนด์ “หลุยส์ วิตตอง” ให้ไปชมแฟชั่นที่ประเทศญี่ปุ่น คนสุดท้าย ที่ดีไซเนอร์ชื่อดังเห็นศักยภาพ คือ  “น้ำตาล ชลิตา ส่วนเสน่ห์” เพราะเคยผ่านเข้ารอบ  6  คนสุดท้ายเวทีประกวดนางงามจักรวาลมาแล้ว   แต่มีข้อจำกัดเดียว คือ “ชั่วโมงบิน” ยังน้อยเมื่อเทียบกับ “ปู ไปรยา” และ “ญาญ่า อุรัสยา”  ต้องใช้เวลาอีก 1-2 ปี  สร้างสมประสบการณ์ พัฒนาความคิด ปรับทัศนคติ ให้มีรสนิยมแบบสากล โดยต้องมีทีมงานที่ดีช่วยสนับสนุน               20 ปีที่”ชมพู่ อารยา” โลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงชีวิตของเธอมีการเติบโตและจังหวะชีวิตที่น่าสนใจ ผ่านทั้งการเป็นนางเอก นางร้าย พิธีกร พรีเซนเตอร์ แบรนด์ แอมบาสเดอร์ จนถูกเรียกว่า “ตัวแม่” กว่าจะ “โก อินเตอร์” ได้อย่างเต็มภาคภูมิ             “ชมพู่ อารยา” เคยประกาศว่า ไม่กลัวแก่ เพราะคนที่กลัวแก่คือ คนที่ไม่ได้ใช้เวลาที่ผ่านมาอย่างคุ้มค่า จึงแก่แบบไม่มีคุณภาพ แต่ตัวเธอเลือกลงมือทำทุกอย่าง เพราะมี “Passion” หรือ แรงขับเคลื่อน     เมื่อปีที่ผ่านมา ”ชมพู่ อารยา” เพิ่งผ่านการสูญเสียครั้งใหญ่ในชีวิต คือ “การแท้งลูก” ในขณะที่กำลังมีงานละคร เธอให้สัมภาษณ์เปิดใจกับนิตยสาร “แฮมเบอเกอร์” ว่า “ตอนนี้นอกจากเรื่องลูก ก็ไม่รู้จะอยากขออะไรอีกแล้วในชีวิต” … เราอยากมีลูก  อยากเป็นแม่ แต่คนไม่เชื่อ เขาจะชอบคิดว่าเราอยากทำงาน  คืองานก็อยากทำ แต่ลูกก็มีได้ เราทำงานมาตั้งแต่เด็กเลยนะ…ตอนนี้เราอยากเปลี่ยนบริบทให้กับชีวิตแล้ว”              การเดินพรมแดงเมืองคานส์ในปีนี้ พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า “ชมพู่ อารยา” ได้เปลี่ยนบริบทของชีวิตแล้วแต่ยังคงรักษาความเป็นมืออาชีพ และความเป็น “ซูเปอร์สตาร์” โดยก้าวผ่านข้อจำกัดของกาลเวลาได้อย่างเต็มภาคภูมิ   


ฉลามเขียว : President Donald Trump : idiot

ตอนนี้คนอเมริกันสิ่งแรกที่นึกถึงประธานาธิบดีทรัมป์ ก็คือ…คนโง่ ผมระทวยครับ  ระทวยในความเป็นประชาธิปไตยของคนชาติอเมริกา  มีสิทธิและเสรีภาพอย่างเต็มที่ในทางการเมือง เขียนไว้ใน Blog นี้หลายครั้งแล้วครับว่า ทีมงานข่าวต่างประเทศของสำนัก Voice TV มีเสน่ห์อันร้ายกาจก็คือ ค้นหาและหยิบข่าวอันน่าตื่นเต้นมานำเสนอสู่ผู้อ่านชาวไทยอย่างน่าทึ่ง  และเพราะเสน่ห์อีกล่ะครับ ที่ทำให้ ฉลามเขียว ในวันนี้ทำหรู  พาดหัวตั้งชื่อเรื่องเป็นภาษาอังกฤษเต็มสูบไปเลย  ทั้งที่ตัวเองก็ไม่ได้รู้ภาษาอังกฤษ คุณพรรณิการ์ วานิช  เจ้าของข่าว…


ฉลามเขียว : รัฐมนตรีกลาโหมรับสินบนเรือดำน้ำให้เมียฟอกเงิน – เมียติดคุกเป็นบ้าไปเลย

ติดตามกันต่อ กรณีอื้อฉาวในกรีซ เมื่อรมต. กลาโหมติดคุกเพราะรับสินบนเรือดำน้ำ และภรรยาติดร่างแหไปด้วย    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 ผมเขียนเรื่อง  “รัฐมนตรีกลาโหมผู้รับสินบนเรือดำน้ำออกคุกมาแล้วนะ” ก็รู้สึกกังวลในใจมาตลอด เพราะผมไม่ได้เขียนถึงคนสำคัญอีกคนหนึ่ง  จึงมาเขียนให้ครบในวันนี้ นาย Akis Tsochatzopoulos รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประเทศกรีซ ในรัฐบาลประชานิยม  พรรค Panhellenic Socialist Movement (PASOK) เป็นผู้มีอิทธิพลยิ่งใหญ่มาก เพราะเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งพรรค ซึ่งตอนนั้นประชาชนกรีซกำลังคลั่งลัทธิประชานิยม ด้วยเห็นว่ามันทำประชาชนเป็นใหญ่และสุขสบาย  รัฐบาลใช้เงินบำเรอ Akis Tsochatzopoulos เป็นรัฐมนตรีหลายกระทรวงมาก  และได้เป็นรัฐมนตรีกลาโหม  ในช่วงปี 1996 and 2001   เขาได้ใช้เงินของชาติทุ่มซื้ออาวุธสารพัดชนิด จนกลายเป็นชาติซื้ออาวุธมากเป็นเบอร์ 1 ของยุโรป  ในขณะที่กรีซมีประชากรแค่ 11 ล้านคน  เขาซื้อจนกรีซมีรถถังมากกว่าประเทศอังกฤษถึง 2 เท่า มีคนกล่าวไว้ว่า  เพราะกรีซซื้อเรือดำน้ำจึงทำให้เศรษฐกิจล่มสลาย  ซึ่งไม่จริงหรอกครับ  กรีซล่มเพราะรัฐบาลผลาญเงินบำเรอชาวบ้าน  ในขณะที่การซื้ออาวุธมีการโกงมโหฬารที่สุด  มันก็เป็นแรงบวกให้พังพินาศทั้งชาติกรีซ ปี 2004 ท่านรัฐมนตรีกลาโหม Akis Tsochatzopoulos จัดงานเลี้ยงฉลองวิวาห์กับสาวกรีกคนสวยนาม Vicky Stamati ในโรงแรม Four seasons  กรุงปารีส ประเทศ ฝรั่งเศส ห้องจัดเลี้ยงวิวมองเห็นหอไอเฟล  เป็นที่อื้อฮื้ออ้าฮ้าของคนกรีซในขณะนั้นมาก มันหรู  เพราะตอนนั้นเศรษฐกิจเริ่มย่อบแย่บแล้ว  รัฐบาลประชานิยม PASOK ถังแตกแล้ว  เริ่มขูดรีดภาษีจากชาวบ้านเพิ่มขึ้น ผมก็ยังสงสัยอยู่  เพราะเมียทำให้ซวย  หรือซวยเพราะมีเมีย… ปี 2011 Vicky Stamati  ใช้เงินสด 1 ล้านยูโร ซื้อบ้านหลังงามริมถนน Dionysiou Areopagitou Street อันเป็นย่านหรูที่สุดกลางกรุงเอเธนส์  แล้วก็โดน “นักข่าว” ของหนังสือพิมพ์ 2 ฉบับ IKathimerini and Proto Thema  เอามาลงเป็นข่าว  ก็หึ่งเลยละ  …เมียรัฐมนตรีเอาเงินมาจากไหน รัฐสภากรีซเปิดการสอบสวน ให้อัยการคุ้ย และที่สุดก็ได้หลักฐานท่านรัฐมนตรีกลาโหมรับสินบนจากบริษัทผู้ขายระบบป้องกันประเทศ  the MIM-104 Patriot systems   ตามมาด้วยพบหลักฐานรับสินบนเรือดำน้ำจากบริษัทเยอรมนี In April 2011 new evidence emerged that tied Tsochatzopoulos to yet another scandal in addition to the previous two, this time with the German company Ferrostaal in relation to the purchase of German submarines


ฉลามเขียว : รัฐมนตรีกลาโหมผู้กินสินบนเรือดำน้ำออกจากคุกมาแล้วนะ

พวกนักข่าวนี่มันแสบจริงๆ แสบเหมือนกันทั่วโลก นาย Akis Tsochatzopoulos, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประเทศกรีซ ต้องติดคุกในคดีรับสินบนซื้อเรือดำน้ำจากบริษัทอู่ต่อเรือเยอรมนี ก็เพราะพวกนักข่าวแฉ Greece ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปยุโรป ตอนใต้สุดของคาบสมุทรบอลข่าน มีพรมแดนทางเหนือติดกับประเทศบัลแกเรีย มาซิโดเนีย และแอลเบเนีย มีพรมแดนทางตะวันออกติดกับประเทศตุรกี อยู่ติดทะเลอีเจียน ทางด้านตะวันออก ติดทะเลไอโอเนียนและทะเลเมดิเตอร์เรเนียนทางด้านตะวันตกและใต้  มีประชากร 11 ล้านคน  พากันเห่อหอมคำโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งแนวทาง Populism หรือ ประชานิยม ของพรรคการเมืองที่ชื่อว่า The Panhellenic Socialist Movement (PASOK) เทคะแนนเสียงเลือกตั้งให้เป็นรัฐบาลมาตั้งแต่ปี 2000 อีตา Akis Tsochatzopoulos ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้ง ได้เป็นรัฐมนตรีหลายกระทรวงมาก กระทั่งได้เป็นรัฐมนตรีกลาโหม ปี 2004 เขาวิวาห์กับสาวกรีกนาม Vicky Stamati จัดเลี้ยงในโรงแรม Four Season กรุงปารีส วิวห้องจัดเลี้ยงมองเห็นหอไอเฟล ถือว่าเป็นงานหรูสุดสำหรับชาวกรีซในขณะนั้น On 30 May 2010 หนังสือพิมพ์รายวันกระดาษของกรีซ 2 ฉบับ  IKathimerini and Proto Thema. ตีพิมพ์ข่าว  เมียของ Akis Tsochatzopoulos ซื้อบ้านหรูราคา 1 ล้านยูโร on Dionysiou Areopagitou Street, in one of Athens จาก  offshore company. แล้วคำถามก็กระหึ่ม…รัฐมนตรีเอาเงินมาจากไหน ก่อนเมียจะซื้อบ้านหรู ท่านรัฐมนตรีกลาโหม ของ Akis Tsochatzopoulos ใช้งบประมาณของรัฐบาลทุ่มซื้ออาวุธสารพัดชนิดจากบริษัท เยอรมนี สหรัฐฯ ฝรั่งเศส โดยเฉพาะเรือดำน้ำสั่งซื้อ 11 ลำ ในขณะที่ผู้คนโวยวาย ซื้อทำไม ชาวบ้านไม่มีจะกินอยู่แล้ว และกรีซก็มีพลเมืองแค่ 11 ล้านคน ซึ่งขณะนั้นรัฐบาลประชานิยมของกรีซถังแตกแล้ว ได้เข้าโครงการทรอยก้า ขอกู้เงินจากไอเอ็มเอฟกับธนาคารกลางยุโรปเอาเงินมาใช้หนี้ 322,000 ล้านยูโร ประมาณ 12 ล้านล้านบาท  แต่ท่านรัฐมนตรีไม่สน ไม่มีเงินก็งดขึ้นเงินเดือนทหาร ตัดสวัสดิการทหาร เอาเงินไปซื้อเรือดำน้ำเพิ่มอีก 4 ลำ แม้ พล.ร.ท.


เกาหลีใต้เตรียมเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่แทนพักกึนเฮ

เกาหลีใต้มีกำหนดจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันพรุ่งนี้ (9 พฤษภาคม) ขณะที่ผลสำรวจความคิดเห็นชาวเกาหลีใต้ระบุว่าคนส่วนใหญ่อยากให้มีการปฏิรูป ในด้านต่างๆ เกิดขึ้น แต่นักวิเคราะห์ประเมินว่าเกาหลีใต้จะยังเผชิญกับความแตกแยกในสังคมอยู่เช่นเดิม และผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่จะต้องรับมือกับสถานการณ์ด้านความมั่นคงในภูมิภาคและปัญหาเศรษฐกิจในประเทศ การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งประธานาธิบดีเกาหลีใต้คนที่ 19 หลังจากที่ น.ส.พักกึนเฮ อดีตประธานาธิบดี ถูกลงมติถอดถอนเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพราะถูกกล่าวหาว่าพัวพันกับหลายคดี ทั้งข้อหาทุจริต ใช้อำนาจหน้าที่เอื้อผลประโยชน์ให้พวกพ้อง และเปิดเผยข้อมูลของรัฐบาล ทั้งยังต้องเผชิญกับกระบวนการไต่สวนอีกหลายครั้ง หนังสือพิมพ์จุงอัง อิลโบ สื่อของเกาหลีใต้ รายงานว่าผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าก่อนถึงวันที่ 9 พฤษภาคม มีจำนวนสูงเป็นประวัติการณ์ รวมกว่า 11 ล้านคน คิดเป็น 26 เปอร์เซ็นต์ของผู้มีสิทธิ์ออกเสียงทั้งหมด 42.5 ล้านคน โดยจังหวัดที่มีผู้เลือกตั้งล่วงหน้ามากที่สุดคือจังหวัดชอลลาเหนือและชอลลา ใต้ ซึ่งเป็นฐานคะแนนเสียงของพรรคฝ่ายค้านซึ่งมีแนวคิดเสรีนิยม ส่วนจังหวัดที่มีผู้เลือกตั้งล่วงหน้าน้อยที่สุดคือจังหวัดแทกูและกยองซัง เหนือซึ่งเป็นฐานคะแนนของอดีตประธานาธิบดีพักกึนเฮ แต่ยังไม่อาจประเมินได้ว่าจะมีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันจริงมากเท่ากับ ปี 2012 ซึ่งมีผู้มาใช้สิทธิ์สูงถึง 76 เปอร์เซ็นต์หรือไม่ ขณะเดียวกัน ผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนเกาหลีใต้บ่งชี้ว่า นายมูนแจอิน ผู้สมัครจากพรรคฝ่ายค้าน เป็นผู้ได้รับคะแนนนิยมสูงสุด ตามด้วยนายฮงจุนพโยจากพรรคอนุรักษ์นิยม ซึ่งมีคะแนนไม่ทิ้งห่างกันมากนัก ทั้งยังมีผู้วิพากษ์วิจารณ์ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ขาดความหลากหลาย เพราะมีผู้สมัครหญิงเพียงคนเดียว คือ นางซิมซังจุง จากพรรคจัสติซ ซึ่งแม้ว่าเธอจะได้รับคำชมเชยที่กล้าแสดงจุดยืนในการสนับสนุนสิทธิของกลุ่มผู้หลากหลายทางเพศ แต่ก็ไม่ได้รับคะแนนนิยมมากนักเมื่อเทียบกับผู้สมัครคนอื่นๆ ส่วนเดอะวอชิงตันโพสต์ สื่อของสหรัฐฯ อ้างอิงความคิดเห็นของนักวิเคราะห์ที่ประเมินว่ากลุ่มคนรุ่นใหม่ต้องการให้ประธานาธิบดีคนใหม่เป็นผู้นำการ ปฏิรูปสังคมและการเมืองในด้านต่างๆ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาทุจริตในรัฐบาลและกลุ่มตระกูลธุรกิจขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นความไม่พอใจที่สะสมมานาน จนนำไปสู่การชุมนุมต่อเนื่องเพื่อขับไล่อดีตประธานาธิบดีพักกึนเฮ แต่การเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้เกิดความขัดแย้งในสังคมเกาหลีใต้ เพราะกลุ่มผู้สนับสนุน น.ส.พักกึนเฮ ยังมีอยู่เป็นจำนวนไม่น้อย โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ขณะที่คนรุ่นใหม่ในวัย 20 ถึง 40 ปีเป็นกลุ่มที่ชุมนุมประท้วงขับไล่ในกรุงโซลเมื่อปีที่แล้วจนนำไปสู่การถอด ถอน น.ส.พักกึนเฮในที่สุด นักวิเคราะห์ระบุว่าผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่ง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้คนใหม่จะต้องมีนโยบายการแก้ปัญหาทุจริต การกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาอัตราว่างงาน และแนวทางรับมือกับโครงการพัฒนาศักยภาพนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือซึ่งส่งผลกระทบต่อคาบสมุทรเกาหลี ทั้งยังต้องพิจารณาเรื่องความร่วมมือกับรัฐบาลสหรัฐฯ หลังจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปรับเปลี่ยนท่าทีด้านนโยบายต่างประเทศหลายประการ ซึ่งรวมถึงการเสนอให้เกาหลีใต้เป็นผู้รับผิดชอบงบประมาณติดตั้งระบบต่อต้าน ขีปนาวุธเพดานบินสูงที่เป็นความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อรักษาความความมั่น คงในภูมิภาค ข่าวที่เกี่ยวข้อง: ใครจะเป็นปธน.เกาหลีใต้คนต่อไป? ศาลรธน.เกาหลีใต้มีมติถอดถอนปธน