lifestyle

No Picture

ฉลามเขียว : จากนาฬิกาถึงแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์

เฮ้ย..!! มีนาฬิกาข้อมือ เวอร์ชั่น #ทักษิณ สีแดงสดใส ขายที่สนามบิน #หลวงพระบาง ด้วย ราคา 240,000 กีบ เฮ้ย…คำนี้คนไทยรู้จักดี  จะใช้เมื่อมีเรื่องอันควรตื่นเต้นเกิดขึ้น  ยิ่งร้องออกมาเสียงดังๆก็ย่อมหมายความว่า  น่าตื่นเต้นยิ่งนัก ในทวิตเตอร์ชื่อบัญชี @Ajbomb  ได้โพสต์รูปและข้อความนี้เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2560 อาจารย์บอม  คือใคร  ได้เขียนแนะตัวเองไว้ว่า   อาจารย์บอม  @Ajbomb  อาจารย์มหาลัย สอน Social Network นักเขียน นักแปล Blogger รีวิวหนัง ข่าวสาร รักเด็ก รักสัตว์ รักสุขภาพ กินมังสวิรัติและพืชผักเป็นหลัก จิบกาแฟเป็นงานอดิเรก จิบกาแฟเป็นงานอดิเรก…อา…เป็นอาการที่  ฉลามเขียว ชื่นชอบมาก  ด้วยเป็นผู้มีรสนิยมจิบกาแฟเช่นกัน  ต้อง espresso hot ด้วยนะ และจะต้องมาจากเมล็ดพันธุ์ arabica  จึงเด็ดนัก…แต่ขอสารภาพครับ  ผมไม่ได้จิบกาแฟเป็นงานอดิเรก  แต่ติดกาแฟอย่างงอมแงม  เลยล่ะ ผมตื่นเต้นครับ  ที่เห็นเรื่องราวนาฬิกาทักษิณที่สนามบินหลวงพระบาง ของอาจารย์บอม เพราะที่นั่นเป็นประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว  การมีนาฬิการูปหน้าทักษิณห้อยขายเป็นพวงใหญ่  ปะปนอยู่กับนาฬิการูปอื่นๆก็ย่อมเป็นเรื่องที่สร้างความตื่นเต้นได้มาก  คนลาว หรือ นักท่องเที่ยวที่เป็นชนชาติอื่น ที่ผ่านสนามบิน นิยมชมชอบทักษิณล่ะสิ  จึงขายนาฬิกาได้  ราคาก็ไม่ได้ถูกนะครับเรือนละ  240,000 กีบ  ใส่ราคาเป็น US Dollars ไว้ที่ 30 USD สมาชิกหมายเลข 3776759  เว็บไซต์  pantip.com นำเรื่องนี้มาโพสต์ในห้องราชดำเนิน  มีคนอื่นแสดงความคิดเห็นต่อท้ายกระทู้ 6 ความเห็น  ในความเห็นที่ 4 บอกว่า 240000 กีบ = 1009.63 บาท ครับ   ตัวผมประทับใจสุดๆที่เป็นความเห็นที่ 4  ประเทศไทยต้องการผู้นำที่มองการณ์ไกลมีวิสัยทัศน์ ไม่ได้ต้องการผู้นำที่เก่งแต่ในตำราหรือซื่อสัตย์สุจริตแต่ทำงานไม่เป็น ความเห็นนี้แหละครับ เป็นที่มาของการตั้งชื่อเรื่อง “จากนาฬิกาถึงแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์” ของผมในคิววิเคราะห์ข่าวการเมืองประจำวันอาทิตย์ 16 เมษายน 2560  โดยคำว่า  แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์  เป็นคำกล่าวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไทย  ใน รายการศาสตร์พระราชาฯ เผยแพร่เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 14 เมษายน 2560 ท่อนนี้กล่าวไว้ว่า “พี่น้องประชาชนครับ ยังมีอีกหลายประการที่ต้องปฏิรูป เพื่อให้ได้สิ่งต่างๆ ที่เป็นปัญหา ให้ลดลงตามลำดับ เพียงแต่เราต้องเริ่มต้นให้ได้ตั้งแต่บัดนี้ ต้องมีก้าวแรกเสมอ เพื่อให้มีก้าวต่อๆ ไป เราจะได้เดินทางไปพร้อมกัน ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เพื่อเราจะได้เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ” อ่านท่อนเดียวแค่นี้อาจจะไม่เข้าใจ  ผมก็อปปี้ลิงค์คำพูดของพล.อ.ประยุทธ์ จาก  เว็บไซต์รัฐบาลไทย มาลงไว้ด้วยนะครับ  เพื่อให้ได้รู้ว่าท่านพูดกับประชาชนว่าอย่างไร ไล่เรียงมาอย่างไร   จึงมีคำกล่อมประชาชนไทยออกมาว่า…เราจะได้เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ นาฬิกาทักษิณ กับ แสงสว่างปลายอุโมงค์ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ …เป็นประเด็นโป้ะเช้ะของผมเลยครับ  โดยลากประเด็น …ประเทศไทยต้องการผู้นำที่มองการณ์ไกลมีวิสัยทัศน์ ไม่ได้ต้องการผู้นำที่เก่งแต่ในตำราหรือซื่อสัตย์สุจริตแต่ทำงานไม่เป็น…มาผูกขยายความ  แล้วตัวผมก็บอกว่า   ในยุคทักษิณเป็นหัวหน้ารัฐบาลบริหารประเทศไทย  ประชาชนไทยไม่จำเป็นต้องจ้องหาแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์  เพราะแสงสว่างแห่งความเจริญรุ่งเรืองทุกด้านเจิดจ้าทั่วแผ่นดินไทย ความเจริญรุ่งเรืองเจิดจ้าทุกด้านในยุคทักษิณมันเป็นยังไงรึ  ผมไม่ต้องอธิบายซ้ำนะครับ เพราะคนไทยยังจำแม่น  และกำลังรอคอยอยู่ว่า เมื่อไหร่จะได้เลือกตั้งใหม่ซะที  เลือกตั้งเมื่อไหร่  พรรคการเมืองของทักษิณก็ชนะอีก  ยิ่งเศรษฐกิจเป็นอย่างนี้   ยิ่งติ๊ดชึ่งร่ายรำอยู่นานเท่าไหร่  พรรคการเมืองของทักษิณก็จะกำชัยชนะ  land slide ได้ง่ายเท่านั้น ผมเชื่อส่วนตัวนะครับ  เลือกตั้งใหม่พรรคการเมืองของทักษิณจะชูแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง เพราะอะไรในยุคที่ทักษิณบริหารประเทศไทยจึงเจิดจ้ารุ่งเรืองทั้งแผ่นดิน ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย  มีรัฐธรรมนูญ 2540 ที่ให้สิทธิเสรีภาพแก่ประชาชนไทยอย่างบริบูรณ์ ทักษิณเก่ง คำกล่าวที่ว่า…ประเทศไทยต้องการผู้นำที่มองการณ์ไกลมีวิสัยทัศน์ ไม่ได้ต้องการผู้นำที่เก่งแต่ในตำราหรือซื่อสัตย์สุจริตแต่ทำงานไม่เป็น…อ่านดีๆแล้วเจ็บมาก  ประเทศไทยมีคนจำพวกนี้เยอะ  ในขณะที่ทักษิณเก่งกาจในการบริหารด้วยวิสัยทัศน์ก็ไม่ได้บกพร่องด้านความซื่อสัตย์   ทักษิณไม่ได้ถูกยึดทรัพย์ด้วยข้อหาโกง  แต่เป็นข้อหาขายหุ้น  ขณะที่  “ปูยิ่งลักษณ์” ก็ไม่ได้โดนข้อหาโกง  แต่ถูกกล่าวหาว่าละเลยทำให้เกิดความเสียหายจากนโยบายรับจำนำข้าว  ซึ่งก็ไม่ได้ละเลยกำกับอย่างดี ตระกูลชินวัตร ไม่เคยโดนข้อหาโกงชาติ ผมเคยเขียนไว้ตรงนี้แล้วครับ  การประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ.2560 เมื่อวันที่ 6 เมษายน ไม่ใช่การคืนประชาธิปไตยให้ประชาชนไทย เพราะกฎควบคุมประชาชนอันผิดต่อกฎแห่งประชาธิปไตยยังอยู่ครบถ้วน  ทะมึนน่ากลัวเหมือนเดิม ผมอยากให้คนไทยอ่าน   แถลงการณ์ของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรื่อง การประกาศใช้รัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย เวลา 20.20 น. วันที่ 6 เมษายน 2560  ก็จะเห็นภาพ  เห็นระยะเวลา  เข้าสู่การเลือกตั้งใหม่  จะต้องมีทั้งการทำกฎหมายลูก และการขับเคลื่อนปฏิรูป  ซึ่งปฏิรูปควรจะทำมาตั้งนานแล้ว  ตั้งแต่ 22 พ.ค.2557 อุโมงค์นี้ยาวแค่ไหน….. ที่ปลายอุโมงค์นั้นมีความเจิดจ้าเจริญรุ่งเรืองทุกด้านเหมือนยุคทักษิณรึไม่  ผมไม่ต้องพูดมากก็ได้ครับ  คนไทยคิดเป็น คนไทยคิดเองเป็นจริงๆ นะครับ  ดูจากสำนัก  สวนดุสิตโพล เมื่อวันเสาร์ 15 เมษายน 2560 ตอบคำถามว่า…


Fast and Furious 8 ดีเกินคาด แรงทะลุสงกรานต์แน่นอน

Fast and Furious 8 พัฒนาขึ้นมามากจากหนังที่ขายแอคชันไร้เหตุผล มาให้ความสำคัญกับบทภาพยนตร์และตัวละครมากขึ้น และน่าจะเป็นภาคที่ดูสนุกและดีที่สุดในบรรดา 8 ภาค [ View the story “Fast and Furious 8 ดีเกินคาด แรงทะลุสงกรานต์แน่นอน” on Storify ]  


ที่เที่ยวของคนไม่ชอบน้ำในวันสงกรานต์

แล้วถ้าไม่เล่นน้ำจะทำอะไรช่วงสงกรานต์   มีอีกหลายคนที่เบื่อกับการเล่นน้ำในวันสงกรานต์ แต่ก็เบื่อกับการนั่งอยู่กับบ้าน เราขอเสนอ 5 สถานที่ ที่ไม่ต้องเล่นน้ำในวันหยุดยาวนี้ เข้าช่วงเทศกาลสงกรานต์แบบนี้หลายคนคงออกไปเล่นน้ำกันเป็นประจำทุกปีเพื่อเป็นการพบปะเพื่อนฝูง หรือเป็นวันรวมญาติของอีกหลายครอบครัว แต่อาจจะมีอีกหลายคนที่เบื่อกับการเล่นน้ำในวันที่อากาศร้อน เจอผู้คนที่เบียดเสียด แต่อีกใจก็เบื่อกับการที่ต้องนั่งจับเจ่าอยู่กับบ้าน แล้วจะไปไหนดีหล่ะในวันแบบนี้ วันนี้เลยขอนำเสนอ 5 สถานที่ ที่ไปคนเดียวก็ได้ ไปเป็นคู่ก็ดี หรือจะไปเเบบครอบครัวมาฝากกัน   โครงการ “น้อมรำลึกองค์อัครศิลปิน” หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครที่ประกาศว่ายังคงเปิดให้บริการตามปกตินั้น เเละมีนิทรรศการจัดเเสดงที่น่าสนใจในทุกๆชั้น ส่วนด้านนอก อาคารได้มีการติดตั้งภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ใช้ เทคนิค Wheat Pasting หรือ Put Up หนึ่งในโครงการ “น้อมรำลึกองค์อัครศิลปิน” ซึ่งมูลนิธิหอศิลปวัฒนธรรม แห่งกรุงเทพมหานคร จัดขึ้น เสร็จสมบูรณ์เป็นที่เรียบร้อยกับ ภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ ในหลวงรัชกาลที่ 9 มีขนาด 34*25 เมตร หรือขนาด 850 ตารางเมตร สูงราวตึกแถว 12 ชั้น ใช้เทคนิคที่เรียกว่า Wheat Pasting หรือ Put Up เป็นเทคนิคการแปะ โปสเตอร์โดยใช้กระดาษและกาวลาเท็กซ์ ซึ่งเป็นเทคนิคที่ศิลปิน Street Art นิยมใช้ ทีมงานใช่เวลาดำเนินงานทั้งหมด 17 วัน  คือในช่วงการลงสี 5 วัน (ระหว่างวันที่ 16 -20 มีนาคม 2560) โดยตัวแทนนักศึกษาจาก 5 สถาบัน กว่า 200 คน ได้แก่ มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาลัยช่างศิลป วิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ระยะเวลาในการติดตั้งงาน 12 วัน (ระหว่างวันที่ 1-12 เมษายน 2560) โดย 5 ศิลปิน Street Art ได้แก่ Mue Bon. Kanaet กิตตินนโท, TK31, ABI   “Art and Craft ศิลปิน-ศิลปลอม”  มิวเซียมสยาม ขอเชิญทุกคนมาปลดปล่อยพลังสร้างสรรค์ กระตุกต่อมอาร์ทรับเทศกาลสงกรานต์ กับการฉายภาพยนตร์จาก Documentary Club​เรื่อง “Art and Craft ศิลปิน-ศิลปลอม” สารคดีสุดบันเทิง(แต่เศร้าลึกT^T)ที่ไม่แค่พาเราไปนั่งข้างมาร์ค แลนดิสขณะก๊อบภาพ แต่ยังเจาะซึมซาบเข้าไปในสมองและชีวิตที่ไม่เคยมีใครสัมผัสมาก่อนของมือลอกขั้นเทพ (โดยเฉพาะในห้วงเวลาของการถูกนายทะเบียนจอมจับผิดวางแผนแฉ!)พบกันในวันที่ 15 เมษายน 2560 เวลา 18.30 น.


ส่องท่อน้ำเลี้ยงเกาหลีเหนือ

 หากจะกำจัดใครอย่างถาวร ถอนรากถอนโคน ต้องจัดการที่ท่อน้ำเลี้ยง ตรรกะนี้ไม่ได้ใช้แค่ในไทย แต่เมื่อสหรัฐฯและจีนกำลังหันมาเอาจริงกับการจัดการเกาหลีเหนือ การตัดท่อน้ำเลี้ยงก็กลายเป็นประเด็นสำคัญเช่นกัน เพราะแม้จะมีการคว่ำบาตรต่อเนื่องมาหลายปี แต่ดูเหมือนว่าเกาหลีเหนือก็ยังมีหนทางหาเงินได้ มาดูกันว่ารายได้ของเกาหลีเหนือมาจากที่ไหนบ้าง [ View the story “ส่องท่อน้ำเลี้ยงเกาหลีเหนือ” on Storify ]  


ฉลามเขียว : เมื่อโฆษกสาวทีวีอ่านข่าวด่วนสามีตัวเองตายในรถชน

ยังคงมีคนต้องการคำตอบเรื่องเซียนกอบโกยส่วนแบ่งจากค่าปรับจราจร – สปิริตนักข่าว ยังงงๆ และยังปลื้มอยู่นะครับตัวผม ฉลามเขียว ผู้ที่ประกอบอาชีพเป็นนักข่าวในหนังสือพิมพ์กระดาษมาตั้งแต่ปี 2522 ต่อเนื่องยาวนาน 30 กว่าปี จนถึงช่วงปลายยุคหนังสือพิมพ์กระดาษ  ตัวผมก็ได้ก้าวข้ามยุคอย่างพอดีๆ ได้มีโอกาสเข้าร่วมงานกับสำนัก Voice TV อันเป็นโลกใหม่สำหรับผม ได้มารู้จักวิธีการทำงานของชาวทีวี  ได้โต๊ะนั่งทำงานห้องเดียวกับคณะผู้ประกาศข่าว  ที่ล้วนเป็นคนหนุ่มสาว ไฟแรง  ก็เลยยิ่งทำให้ผมเพิ่มความตื่นเต้นกับเรื่องราวที่ผมนำมาเขียนวันนี้ยิ่งนัก ผมคาดผิดครับ  ผมเชื่อว่ายังไง  “ทนายวรกร พงศ์ธนากุล”  ประธานสหพันธ์ทนายความแห่งประเทศไทย  ที่โพสต์เฟชบุ๊กนัดหมายชาวรถกระบะไปชุมนุมกันที่หน้าทำเนียบรัฐบาลในเวลา 10 โมงเช้าตรงเป้ะ วันจันทร์ 10 เมษายน 2560 เพื่อขอให้ท่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถอนคำสั่งมาตรา 44 ห้ามนั่งท้ายกระบะ ห้ามนั่งในแค็บหลัง  ม็อบนี้ไม่มีทางได้ไปถึงทำเนีบรัฐบาล  ก็ไปไม่ถึงจริงๆครับ  ตำรวจสภ.คลองหลวง ท้องที่บ้านของทนายวรกร ดักเชิญไปพูดคุยที่โรงพักซะก่อน  ชาวกระบะรอเก้ออยู่ที่ลานพระรูปทรงม้ากับที่สนามม้านางเลิ้ง ก็ไม่เป็นไรครับ  คำสั่งมาตรา 44 ที่ 14/2560 ไม่จบง่ายหรอกครับ  อีกสักครู่ “เจ้าของรถ” จะโดน  จะโวย  เมื่อมีคนอื่นขับรถของตัวเองไปตามถนนแล้วถูกถ่ายรูปว่าทำผิดกฎจราจร หรือโดนตำรวจให้ใบสั่ง  เพราะข้อ 3 ของคำสั่งนี้ ให้ผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถไปจ่ายเงินค่าปรับภายใน 30 วัน ไม่จ่าย  กรมการขนส่งทางบกไม่ต่อภาษีประจำปี และโดนตำรวจท้องที่ดำเนินคดีอาญาด้วย ผมจับประเด็น กล้อง CCTV ที่ติดแทบจะทุกเสาไฟฟ้าริมถนน  ถ่ายรูปรถทำผิดออนไลน์เข้าโรงพักนั้น  เป็นโครงการของใคร ผู้ใดให้สัมปทาน  แบ่งเงินกันอย่างไร  ซึ่งผมโพนทนาชื่นชมผู้ชายคนนี้ว่า “เป็นสุดยอดเซียน” ที่ยัดหมับในคำสั่ง 14/2560 ของท่านพล.อ.ประยุทธ์ ได้  ทั้งที่พยายามมานาน  กฤษฎีกาตีตกไปแล้วถึง 2 รอบ  แต่คราวนี้ยัดหมับอย่างเซียนจริงๆ  จากนี้ก็กอบโกยส่วนแบ่งจากค่าปรับจราจร ท่านพล.อ.ประยุทธ์ รู้รึยังครับเซียนคนนี้คือใคร   ถ้ารู้ก็เล่าสู่ชาวบ้านฟังด้วยนะครับ  เพราะข้อ 3 ในคำสั่มาตรา 44 ที่  14/2560 มันจะกระเทือนทุกคน ทั้งรถเก๋ง รถกระบะ รถบรรทุก  จะกระเทือนคนไทยทุกชนชั้นด้วย  ยิ่งใหญ่แค่ไหน รวยแค่ไหน ตำแหน่งหน้าที่อะไร สะเทือนหมด  ดังนั้นผมจึงไม่ต้องเร่งรีบ เพราะเชื่อว่าผมจะได้เขียนเรื่องกล้อง CCTV ริมถนนต่อไปอีกนานกว่าท่านจะยกเลิก ก็เข้าเรื่องสุดยอดผู้ประกาศข่าวสาวของผมกันนะครับ  เมื่อตอนเช้าวันที่ 10 เม.ย.


ศรีจันทร์ไม่ได้ Rebrand แต่ Rebirth ”เกิดใหม่”

ช่วงเดือนมิถุนายน ปี 2558 หลายคนจำกันได้กับการปล่อยโฆษณาสินค้าเครื่องสำอางค์ ที่เดากันไปต่างๆ นานาว่ามันคือสินค้าอะไร แบรนด์อะไร สุดท้ายก็สร้างความงุนงงให้คนทั้งประเทศว่า นี่คือโฆษณาการเปิดตัวแป้งฝุ่นโปร่งแสงของศรีจันทร์  หรือ  Srichand Translucent Powder โฆษณาชิ้นนั้น  ใช้เทคนิคการถ่ายทำและตัดต่อที่ล้างภาพเดิมของ “ผงหอมศรีจันทร์” ไปโดยสิ้นเชิง เริ่มตั้งแต่การโชว์ให้เห็นเทคโนโลยีเนื้อแป้งโปร่งแสง คุณสมบัติควบคุมความมัน ตลับพร้อมฝาหมุนแบบพิเศษ พัฟนำเข้าจากญี่ปุ่นซึ่งใช้เวลาพัฒนา 2 ปี การใช้ชาวต่างชาติมาเล่าถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ เป็นการนำเสนอที่แหวกแนวอีกอย่างหนึ่ง ทั้งหมด  เพื่อให้มีความเชื่อมโยงกับแบรนด์ศรีจันทร์น้อยที่สุด อีกนัยหนึ่งคือความเป็นชาวต่างชาติ ซึ่งไกลจากความเป็นคนไทยด้วยกัน    หลังจากที่ปล่อยโฆษณาไป 10 วัน ยอดขายของ  ศรีจันทร์ ทรานส์ลูเซนต์ พาวเดอร์ทั้ง 2 ขนาด  ทะลุ 200,000 ชิ้น ลบทุกสถิติของการเปิดตัวสินค้าของผงหอมศรีจันทร์ถล่มทลาย โดยในเดือนพฤษภาคม 2558 บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ มีรายได้ต่อเดือนสูงที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมา 67 ปี    คุณรวิศ หาญอุตสาหะทายาทรุ่นที่ 3 บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด  เคยบอกในตอนนั้นว่า  การเล่าเรื่องแบบตรงๆ ว่าของไทยดี คนไทยควรใช้ คงไม่มีใครฟัง  เลยเลือกเล่าเรื่องแบบหักมุม ให้ผู้บริโภคสัมผัสถึงสิ่งที่ต้องการจะสื่อด้วยตัวเอง ด้วยประโยค In your opinion, what brand do you think of? (คุณคิดว่า…นี่คือแป้งยี่ห้ออะไร ?) และที่สำคัญ โฆษณาชุดนี้  เดินเรื่องเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด เนื่องจากมีโฆษณาไม่กี่ชิ้น ที่กล้าใช้ภาษาอังกฤษโฆษณา เพราะมันเสี่ยงต่อการที่ลูกค้าอาจฟังไม่ทัน โฆษณาชุดนี้  จัดทำและควบคุมการผลิตโดย   คุณธนญชัย ศรศรีวิชัย  ยอดฝีมือในวงการโฆษณา  ภายใต้งบประมาณ 70 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ในการทำโฆษณาของศรีจันทร์ รีแบรนด์ “ผงหอมศรีจันทร์”  โดยวิธี  Back to Basic มาใช้ 4P …. ทฤษฎีบ้านๆ แต่ได้ผล 1.


ฉลามเขียว : เซียนที่พลเอกประยุทธ์ควรทำความรู้จัก

จากเรื่องจ่ายค่าปรับตามใบสั่งก่อนต่อทะเบียนรถ ถึงสัมปทานติดตั้งกล้องวงจรปิดจราจร  พล.อ.ประยุทธ์อาจจะพอนึกหน้าออก ใบหน้าผู้ชายคนนั้น  คงลอยเด่นเข้าในอยู่ในห้วงคำนึงของท่านนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แล้วล่ะนะ  เพราะเมื่อวันพุธ ผมได้เขียนเล่าเรื่องที่เป็นความลับให้ท่านฟังว่า มันมีเซียนอยู่คนหนึ่งได้กระทำการสำเร็จอย่างเนียนมาก ฉวยโอกาสมีกรณีคำสั่งมาตรา 44 เพื่อความปลอดภัยการจรจรเทศกาลสงกรานต์ปี 2560 ห้ามนั่งท้ายกระบะ ห้ามนั่งในแค็บหลังรถกระบะ ให้ผู้โดยสารทุกคนทุกนี่นั่งรัดเข็มขัดนิรภัย  ใส่หมับพ่วงเข้ามา  ให้ตำรวจกับกรมการขนส่งทางบกเล่นงานคนที่ไม่มาจ่ายเงินค่าปรับตามใบสั่งจราจรได้เลย   จะทำให้คนพวกนี้สำราญมาก  โครงการให้เอกชนสัมปทานติดตั้งกล้องวงจรปิดจราจร ตามเสาไฟถนนทุกสายทั่วประเทศจะได้แบ่งเงินกันเสียที หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทำไม่ได้  เพราะกรมการขนส่งทางบกไม่ให้ความร่วมมือ ผมเชื่อว่า หน้าของผู้ชายนักวางแผนคนนี้ลอยเข้ามาในห้วงนึกของท่าน พล.อ.ประยุทธ์ แล้วก็เพราะผมรู้ว่าตัวท่านนายกรัฐมนตรีก็ไม่รู้ว่ามันมีเรื่องอย่างนี้อยู่  แล้วเมื่อผมบอกท่านว่ามันเป็นความลับนะครับ  ท่านก็คงนึก…  ใคร คือ คนแรกที่พูดกับตัวท่านให้พ่วงเล่นงานชาวบ้านที่ไม่มาเสียเงินค่าปรับใบสั่งจราจรด้วย … นักข่าวสายทหาร ตอนเช้าวันที่ 7 เมษายน 2560 ชมว่า “แมนๆ”   เมื่อท่าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ให้สัมภาษณ์บอกนักข่าวว่า อย่าไปโจมตีท่านพล.อ.ประยุทธ์ ที่ออกคำสั่งมาตรา 44 ห้ามนั่งท้ายกระบะ ห้ามนั่งแค็บหลังรถกระบะ เพราะเรื่องนี้ท่านพล.อ.ประวิตรเป็นคนคิดเอง  คิดร่วมกับเจ้าหน้าที่  เพื่อความปลอดภัยของประชาชน  ผมก็ขอชื่นชมว่าท่านพล.อ.ประวิตร  แมนมากเลยครับ ที่แอ่นอกรับคำก่นของชาวกระบะทั่วประเทศ แทนท่านพล.อ.ประยุทธ์แล้ว  แต่ผมก็สงสัยอยู่นะครับ…มันจะทำให้ท่านพล.อ.ประยุทธ์รอดรึ…??


จับตาประเด็นใหญ่บนโต๊ะเจรจาทรัมป์-สีจิ้นผิง

ในวันนี้ (7 เมษายน) ประธานาธิบดีสหรัฐฯและจีนจะพบกันอย่างเป็นทางการครั้งแรก โดยประเด็นการค้าและการกีดกันการค้า ถูกมองว่าจะเป็นก้างชิ้นใหญ่ในโต๊ะเจรจาระหว่างสองมหาอำนาจ เราจะไปดูกันว่าการพบกันครั้งนี้ สองผู้นำจะคุยกันเรื่องอะไรบ้าง และใครเป็นฝ่ายได้เปรียบ “คุยชิมลาง” ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจบริบทของการพบปะครั้งนี้ ทำเนียบขาวชี้แจงว่า นี่ไม่ใช่การเจรจาแบบหวังผลเด็ดขาดเป็นรูปธรรมในประเด็นใดประเด็นหนึ่งโดยเฉพาะ แต่เป็นการพบปะเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน เรียกว่าเป็นการ “ชิมลาง” ในฐานะที่นายโดนัลด์ ทรัมป์เพิ่งขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ นอกจากนี้ นายสีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ยังจะอยู่ในสหรัฐฯเพียงไม่ถึง 24 ชั่วโมง คือเดินทางไปถึงในบ่ายวันที่ 6 เมษายน และเดินทางกลับเที่ยงวันที่ 7 เมษายน ซึ่งเป็นเวลาสั้นเกินกว่าจะมีการพูดคุยที่เป็นรูปธรรมใดๆ เมื่อเป็นการพบปะเพื่อทำความรู้จักและสร้างสายสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างสองผู้นำ บรรยากาศของการพบกันครั้งแรกระหว่างนายทรัมป์และนายสีจึงเป็นไปอย่างเรียบง่ายไม่เป็นทางการ โดยทั้งคู่จะพบกันที่รีสอร์ทของทรัมป์ในมาร์อาลาโก ปาล์มบีช เมืองตากอากาศชื่อดังของฟลอริดา “ประเด็นบนโต๊ะเจรจา” แต่แม้ว่านี่จะเป็นเพียงการพูดคุยทำความรู้จักระหว่าสองผู้นำ ก็ไม่ได้หมายความว่าประเด็นที่จะพูดคุยกันเป็นเพียงการถามสารทุกข์สุขดิบกัน ทำเนียบขาวยืนยันว่าการพบกันครั้งนี้จะ เป็นโอกาสที่นายทรัมป์และนายสีจะได้แลกเปลี่ยนความเห็นกันเกี่ยวกับประเด็นต่างๆ เพื่อกำหนดอนาคตความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ เพราะฉะนั้นประเด็นที่จะถูกนำมาเป็นหัวข้อสนทนาในการพบกันระหว่างสองฝ่าย จึงถูกคัดเลือกไว้แล้วว่าเป็นประเด็นที่สหรัฐฯและจีนให้ความสำคัญสูงสุด สงครามการค้า แน่นอนว่าประเด็นสำคัญที่สุดในการพบกันระหว่างทรัมป์กับสี ก็คือนโยบายการค้า ซึ่งทำเนียบขาวยืนยันว่าเป็นประเด็นเบอร์ 1 ที่ผู้นำทั้งสองต้องหารือกัน ซึ่งไม่น่าแปลกใจ เพราะทรัมป์หาเสียงโดยโจมตีจีนมาตลอดว่าทำการค้าเอาเปรียบสหรัฐฯ ควบคุมค่าเงิน และแย่งงาน แย่งรายได้ไปจากชาวอเมริกัน และก่อนหน้านายสีจะพบกับนายทรัมป์เพียง 1 สัปดาห์ เขาก็ลงนามคำสั่งประธานาธิบดี 2 ฉบับ สั่งสอบสวนประเทศที่อาจทำการค้า “คดโกง” กับสหรัฐฯ 16 ประเทศ หนึ่งในนั้นมีจีนรวมอยู่ด้วย รวมถึงสั่งหน่วยงานศุลกากรให้ออกมาตรการเพิ่มภาษีนำเข้า ป้องกันบริษัทต่างชาติขายของแบบทุ่มราคา จนทำให้ผู้ประกอบการในสหรัฐฯแข่งขันด้วยยาก โดยก่อนหน้านี้ นายทรัมป์ก็เคยขู่มาแล้วหลายครั้งว่าจะขึ้นภาษีสินค้านำเข้า สำหรับบริษัทที่ตั้งโรงงานในต่างประเทศแล้วนำของเข้ามาขายในสหรัฐฯ บนโต๊ะเจรจาระหว่างนายทรัมป์กับนายสี ต้องจับตามองว่าทรัมป์จะมีท่าทีแข็งกร้าวอย่างที่แสดงออกมาตลอดหรือไม่ และสีจะกดดันให้ทรัมป์มีมาตรการด้านการค้ากับจีนที่ชัดเจนกว่าการข่มขู่ไปวันๆเหมือนที่ผ่านมาหรือไม่ เกาหลีเหนือ แต่อีกประเด็นที่จะปรากฏบนโต๊ะเจรจาของนายทรัมป์กับนายสีเช่นกัน ก็คือประเด็นความมั่นคงอย่างเกาหลีเหนือ ก่อนการพบกันครั้งนี้ไม่นาน นายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ได้กล่าวระหว่างการเยือนเกาหลีใต้ว่าสหรัฐฯอาจใช้กำลังทหารกับเกาหลีเหนือ หากสถานการณ์บานปลายไปมากกว่านี้ ขณะที่นายทรัมป์ก็ได้ทวีตข้อความในเวลาไล่เลี่ยกันว่าจีนไม่ยอมทำอะไรกับเกาหลีเหนือ และเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เขาก็กล่าวอีกครั้งว่าจีนมีอิทธิพลต่อเกาหลีเหนืออย่างมาก หากจะกดดันเกาหลีเหนือก็ย่อมทำได้ เหตุการณ์ที่ตอกย้ำถึงความจำเป็นที่ผู้นำมหาอำนาจโลกทั้งสองต้องคุยกันถึงนโยบายในการจัดการปัญหาในคาบสมุทรเกาหลี ก็คือการที่เมื่อวันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา เพียง 2 วันก่อนที่นายทรัมป์และนายสีจะพบกัน เกาหลีเหนือได้ยิงขีปนาวุธไปตกในทะเลญี่ปุ่นอีกครั้ง ส่งสัญญาณท้าทายมหาอำนาจทั้งสองประเทศอย่างชัดเจน ในประเด็นนี้ ต้องจับตามองว่าจีนกับสหรัฐฯจะร่วมมือกันมากแค่ไหนในการกดดันให้เกาหลีเหนือเข้าสู่โต๊ะเจรจา เพราะตอนนี้เห็นได้ชัดว่าเกาหลีเหนือกำลังสูญเสียการสนับสนุนจากจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการลอบสังหารนายคิมจองนัม ซึ่งจีนเคยให้ความคุ้มครองมาตลอด ส่วนรัฐบาลนายทรัมป์ก็แสดงท่าทีกระตือรือร้นอย่างมากในการจัดการเกาหลีเหนืออย่างเด็ดขาด เพื่อเพิ่มความนิยมในประเทศ และเบี่ยงเบนความสนใจของประชาชนจากนโยบายอื่นๆของทรัมป์ที่ถูกต่อต้านอย่างหนัก เช่นการฉีกมาตรการลดคาร์บอน หรือการโละโอบามาแคร์ ซีเรีย แต่ประเด็นแทรกซ้อนที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าจะกลายเป็นเรื่องขึ้นมาในการพบกันระหว่างประธานาธิบดีทั้งสอง ก็คือปัญหาซีเรีย ในช่วงเวลาเดียวกับที่นายสีกำลังพบปะกับนายทรัมป์อย่างไม่เป็นทางการในงานเลี้ยงรับรอง ก่อนที่จะมีการเจรจากันอย่างจริงจังในวันนี้ นายทรัมป์ก็ออกคำสั่งด่วน ให้เรือรบสหรัฐฯยิงขีปนาวุธโทมาฮอว์ค 59 ลูกโจมตีฐานทัพอากาศซีเรีย ซึ่งสหรัฐฯระบุว่าเป็นที่ตั้งของเครื่องบินที่ทิ้งอาวุธเคมีลงในจังหวัดอิดลิบ ฐานที่มั่นของฝ่าบกบฏ ในวันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา โดยทำเนียบขาวระบุว่า นายทรัมป์ได้แจ้งนายสีเป็นการส่วนตัวถึงการโจมตีครั้งนี้ และทั้งคู่ก็อยู่ในงานเลี้ยงตลอดการปฏิบัติการโจมตีซีเรีย จีนยึดมั่นมาตลอดในด้านการไม่แทรกแซงกิจการภายในของชาติใด รวมถึงซีเรีย แม้ว่าจะไม่ถึงกับออกหน้าสนับสนุนรัฐบาลซีเรียเหมือนรัสเซียก็ตาม ครั้งนี้จึงต้องจับตาดูว่านายสีจะมีปฏิกิริยาอย่างไรที่ถูกขโมยซีนด้วยการโจมตีครั้งนี้ แต่คาดว่า อย่างมากที่สุด นายสีก็คงจะแสดงท่าทีเห็นด้วยกับการต่อต้านการก่อการร้าย แต่ยังยึดมั่นหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่น และสนับสนุนการเจรจาเพื่อคลี่คลายวิกฤตการณ์ซีเรียอย่างสันติ  


Powered by AutoBlogged