lifestyle

ถ่านหินสะอาด ข้ออ้างหรือทางออก?

การประกาศเดินหน้าโรงไฟฟ้าถ่านหินที่กระบี่จุดชนวนให้เกิดการถกเถียงกันใหญ่โตถึงความเหมาะสมของการใช้ถ่านหินผลิตไฟฟ้า และทางเลือกอื่นๆที่น่าจะสร้างสรรค์ทันโลกกว่านี้ รัฐบาลยืนยันว่าจะใช้ “ถ่านหินสะอาด” แต่ถ่านหินสามารถเป็นแหล่งพลังงานสะอาดได้จริงหรือ นี่คือข้ออ้างหรือทางออกที่สวยงามกันแน่? [ View the story “ถ่านหินสะอาด ข้ออ้างหรือทางออก?” on Storify ]  


ฉลามเขียว : พล.อ.ประยุทธ์ถอยเถอะ

การลอบสังหาร Kim Jong Nam น่าสนใจเพราะมันเกิดใกล้บ้านเรา  ส่วนในไทย โรงไฟฟ้าถ่านหินก็ยังเป็นสงครามตำใจผู้มีอำนาจต่อไป และแม้จะอยู่ในระบอบการปกครองเผด็จการ  สิทธิชุมนุมอย่างสงบปราศจากอาวุธก็ควรจะมี   เผด็จการ อำมหิตโคตร  ฆ่าได้แม้กระทั่งพี่ชายตัวเอง เพียงเพื่อปกป้องอำนาจ หรือเพียงเพื่อยุติความรำคาญ กระผม นายฉลามเขียว  ไม่รู้ภาษาอังกฤษ แต่เป็นคนชอบอ่านข่าวต่างประเทศ  โดยเฉพาะข่าวต่างประเทศของสำนัก Voice TV จะอ่านทุกข่าว  ในลักษณะติดอย่างงอมแงม  จึงมีความดีใจและแช่มชื่นเป็นอย่างมากที่สื่อไทยอีกหลายๆสำนักเล่นข่าว ลอบสังหาร นาย Kim Jong Nam พี่ชายต่างแม่ของ  Kim Jong Un ลูกชายของ Kim Jong Ill คนที่กำลังเป็นประธานาธิบดีประเทศเกาหลีเหนืออยู่ในเวลานี้  ปกครองด้วยระบอบเผด็จการ อยู่ใต้การนำของพรรคการเมืองเดียว  Labour Party ร่วมกับกองทัพ ในสไตล์ชาตินิยมสุดโต่ง เผด็จการตัวบุคคลน่าเกลียดน่าชัง  น่ากลัว  เป็นชาติเดียวในโลกที่เหลืออยู่  ชาติศิวิไลซ์อื่นๆไม่คบไม่ค้าด้วย เกาหลีเหนือ ว่าไปแล้วเรื่องราวทุกเรื่องที่เกิดขึ้นถือว่า  ไกลตัวเรามากคนไทยไม่ค่อยจะใส่ใจ  แต่การลอบสังหาร Kim Jong Nam น่าสนใจเพราะมันเกิดใกล้บ้านเรา  ลงมือฆ่าในสนามบินนานาชาติแห่งที่ 2 กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย  เมื่อตอนเช้า 13 ก.พ.2017 ขณะที่จอง นาม กำลังเดินไปที่เคาน์เตอร์จะเช็คอินขึ้นเครื่องบินพาณิชย์ไปลงมาเก๊า ประเทศจีน กลับไปหาเมียคนที่ 2 กับลูก ข่าวของสื่อมวลชนที่ออกมาตอนแรกบอกว่า  นักฆ่าสาว สายลับเกาหลีเหนือ 2 นาง จิ้มด้วยเข็มพิษ แต่ต่อมาข่าวเปลี่ยนเป็นว่า ฉีดสารพิษใส่หน้า ทำลายดวงตา และตายบนรถ Ambulance ขณะนำส่งโรงพยาบาล  แต่จนป่านนี้แม้การชันสูตรศพเสร็จสิ้นแล้วรัฐบาลมาเลเซียก็ยังไม่เปิดเผยแก่คนทั่วโลกว่า ลอบฆ่าด้วยวิธีใด  สารพิษคืออะไร ปล่อยให้เป็นปริศนาดำมืด  และปฏิเสธคำขอของเอกอัครราชทูตเกาหลีเหนือประจำกรุงกัวลาลัมเปอร์ ที่ขอศพจองนามกลับบ้าน 24 ชั่วโมงหลังการตาย  ตำรวจมาเลเซียแถลงข่าวว่า จับนักฆ่าสาวได้แล้ว  คนแรกจับในสนามบิน  ถือพาสปอร์ตเวียดนาม ต่อมาก็จับชายหนุ่มมาเลเซียได้อีก 1 คน  พร้อมจับสาวอินโดนีเซีย แฟนของหนุ่มมาเลย์ได้อีก 1 คน รวมเป็น 3 ขณะที่ทุกอย่างคลุมเครือ  เมื่อตอนเช้า 18 ก.พ.2017 ก็มีข่าวใหม่ครึกโครมออกมาว่า สาวอินโดฯ อายุ 26 นาง Siti Aisyah ให้การแก่ตำรวจมาเลเซียที่สอบสวนเธอว่า  เธอไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำลงไปคือ การลอบสังหาร  และไม่รู้ว่าเหยื่อของเธอเป็นใคร เพราะเธอถูกล่อลวงว่า  ให้ร่วมรายการเกมโชว์ออกทีวี  ประเภทซ่อนกล้องแอบถ่ายแกล้งผู้คน  โดยผู้จ้างวานบอกว่าจะให้เงิน และช่วยเหลือเธอได้ไปทำงานที่ประเทศจีน ให้เธอฉีดสเปรย์น้ำที่เป็นฝอยๆใส่หน้าผู้ชายคนนี้  ขณะเดินอยู่ในสนามบิน Siti Aisyah claims she was being paid to spray water into men's faces as part of Just For Laughs TV programme and had no idea the spray had been laced with poison. คำให้การของ นาง Siti Aisyah น่าเชื่อถือมั๊ย  เพราะว่าคนระดับ “รองประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ” แถลงข่าวแก่สื่อมวลชนด้วยตัวเอง 17 ก.พ.2017 ว่า  เธอถูกหลอกให้หลงว่ากำลังเล่นเกมโชว์ซ่อนกล้องเอาไปออกทีวี  เธอไม่ใช่สายลับสาว  ไม่ใช่นักฆ่า   เพราะถ้าเธอเป็นสาวสายลับนักฆ่าจริง  ไม่มีทางที่จะหาเธอเจอได้ง่ายขนาดนี้ Vice President Jusuf Kalla said that she “was duped to believe she was playing a game”, which he described as “a reality show” where people use “hidden or remote cameras”


No Picture

สนช.เคยติงส.ส.โดดสภา แต่วันนี้กลับทำพฤติกรรมที่ไม่ต่างกัน!

จากกรณีเมื่อวันที่ 5 ก.พ. 60 โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ 'ไอลอว์' เปิดเผยผลการตรวจสอบผ่านทางเว็บไซต์ เกี่ยวกับการเข้าประชุมของสมาชิก สนช


No Picture

ฉลามเขียว : โค่นลัทธิล่อลวงบริจาคเงินมโหฬารในไทยพุทธ

สถาบันศาสนาและพระมหากษัตริย์มีความมั่นคงแล้ว ก็เหลือแต่สถาบันชาติที่ต้องปรองดองสู่ประชาธิปไตย และที่ยังน่าห่วงคือลัทธิล้างสมอง ล่อลวงด้วยพิธีกรรม   ณ บ้านริมคลองราชบุรี บ้านเลขที่ 28 หมู่ 1 ต.บางป่า อ.เมือง   นางตาล ประสัตถพงศ์  ภรรยาของ นายนับ ได้คลอดลูกคนที่ 2 ออกมาเป็นผู้ชาย เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ.


ฉลามเขียว : พล.อ.ประยุทธ์ – โซเชียล – คนดี

จะควบคุมนักข่าวด้วยกฎหมายนั้นยังไงก็คุมไม่ได้ เพราะนักข่าวมีเจ้านายที่น่าเกรงขามมากสุดอยู่แล้ว คือ ประชาชน ที่เป็นผู้บริโภคข่าวสารของนักข่าว และโซเชียลมีเดียที่เป็นเครื่องมือให้ประชาชนตรวจสอบได้รวดเร็วยิ่งขึ้น   “วันนี้ทุกคนคงรับรู้แล้วว่า สื่อโซเชียลนั้น มีอิทธิพลสูงและแพร่กระจายออกไปได้อย่างกว้างขวาง ทั้งในสังคมไทยและโลกอย่างรวดเร็ว ทุกคนสามารถเป็นผู้สื่อข่าวหรือสร้างข่าวได้เอง ผู้คนสามารถเสพข้อมูลรับรู้เรื่องราวต่าง ๆ ได้รวดเร็วเป็นวินาที หรือเสี้ยวนาที สิ่งที่เป็นอันตรายมากที่สุดคือ การสร้างการรับรู้ที่ผิด ๆ บิดเบือนไปโดยไม่ใช่ข้อเท็จจริง ซึ่งเราไม่อาจจะแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว เพราะจะยากขึ้นเรื่อย ๆ ใครพูดก่อน ใครเขียนก่อน ได้ก่อนทำนองนั้น บางอย่างนั้นผิด แล้วก็สร้างที่ผิด ๆ ไปแล้วคนก็เชื่อไปแล้ว อันนี้มีปัญหา เมื่อออกไปสู่สังคมโลกแล้วนั้น ก็เสียไปทั้งตัวเอง ทั้งประเทศชาติและผลประโยชน์ส่วนรวมก็หายไป ผมขอความร่วมมือให้ทุกคนทุกภาคส่วนได้พึงระลึก และแจ้งเตือนกันช่วยกันทำความเข้าใจหาข้อมูลให้ดี รัฐบาลพร้อมจะตอบคำถาม ก่อนที่จะแสดงความคิดเห็นใด ๆ ที่เป็นความขัดแย้ง ทั้งนี้เพื่อหวังผลแต่เพียงว่า ให้สถานการณ์สงบไม่วุ่นวายเราจะได้ใช้เวลาในการแก้ปัญหาความขัดแย้งหรือแก้ไขปัญหาภายใน ไม่ว่าจะเรื่องเศรษฐกิจ สังคม หรืออื่น ๆ”  พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี กล่าวท่อนต้น ในรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย วันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 20.15 น. ก็พอดีโช้ะ  กับที่  นายฉลามเขียว ตั้งใจไว้ว่าวันอาทิตย์ 12 ก.พ.2560 ซึ่งเป็นข้อเขียนวิเคราะห์สานการณ์ทางการเมืองในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา  โดยพบว่าได้เกิดปรากฏการณ์  “โซเชียลพิฆาตโซเชียล”  ขึ้นมาอย่างคมคาย  จึงขอนำทุกเหตุการณ์มาประกอบกัน แล้วให้คำตอบแก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่า  ที่ท่านกล่าวข้างต้นนั้นถูกต้องแล้ว  มีอะไรรัฐบาลจะต้องชี้แจงทันที  แต่…


ผ่าประวัติ ‘นักวิชาการ-ผู้ทรงคุณวุฒิ’ ปรองดองชุด ‘บิ๊กป้อม’

อดีต กปปส.-แม่น้ำห้าสาย ยกทัพร่วมเวทีปรองดอง ฉบับบิ๊กป้อม โครงสร้างคณะกรรมการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดอง ชุด พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน นอกจากคณะอนุกรรมการ 4 คณะ ได้แก่คณะรับฟังความเห็น คณะบูรณาการ คณะข้อตกลง และคณะประชาสัมพันธ์  กำกับดูแลโดยผู้นำระดับสูงของกองทัพ ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน คือ บัญชีรายชื่อที่ปรึกษา ซึ่งประวัติ”นักวิชาการ-ผู้ทรงคุณวุฒิ” ที่จะมาร่วมรัฐบาลสานฝันเรื่องการปรองดองให้เป็นจริง จำนวน 20 คนแต่ปฏิเสธแล้ว 1 คน  เริ่มจาก อนุกรรมการชุดที่ 2  ด้านบูรณาการข้อคิดเห็น นักวิชาการที่น่าจับตามองคือ รศ.ทวีศักดิ์ สูทกวาทิน ประธานสภาคณาจารย์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) รศ.ทวีศักดิ์ สูทกวาทิน เคยเป็นนักเคลื่อนไหวประชาสังคม เป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่มสยามประชาภิวัฒน์ และเข้าร่วมชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ และ กปปส. หลังจากนั้นได้เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)  นอกจากนี้ยังมีนักวิชาการอีก 8 คน ได้แก่ ดร.ถวิลวดี บุรีกุล ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนา ทีมนักวิชาการ ของสถาบันพระปกเกล้า และโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.)  รศ.ดร.ทองอินทร์ วงศ์โสธร อดีตอธิการบดี มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และอดีตที่ปรึกษา รมว.ศึกษาธิการ ในปี พ.ศ.2549 และอดีตประธานคณะอนุกรรมการสภาการศึกษา ด้านนโยบายและแผนการศึกษา ชูนโยบายส่งเสริมการอ่าน นายวรวิทย์ วงษ์สุวรรณ, ศ.เกียรติคุณสุภางค์ จันทวานิช, ศ.ดร.จุลชีพ ชินวรรโณ (กีรตยาจารย์ มธ. สาขาสังคมศาสตร์), รศ.ตระกูล มีชัย (รัฐศาสตร์ จุฬาฯ) และนางสาวปาริชาต สถาปิตานนท์ (นิเศศาสตร์ จุฬาฯ) โดยศาสตราจารย์ ดร.ผาสุก พงษ์ไพจิต คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นักวิชาการที่มีชื่อเสียงจากการเป็นผู้เขียนรายงานการวิจัยและหนังสือหลายฉบับเกี่ยวกับการทุจริตในประเทศไทย ได้ปฏิเสธการเป็นหนึ่งในอนุกรรมการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดอง เช่นเดียวกับปฏิเสธการเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจให้แก่ คณะปฎิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) เมื่อครั้งรัฐประหาร ก.ย.


จากภาษีน้ำมันเครื่องบินมาถึง ‘ถังแตก’ ขนมที่รัฐบาลกลัวที่สุดขณะนี้?

รัฐบาลถังแตก เป็นเรื่อง Talk of the town ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จุดเริ่มต้นมาจากการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินภายในประเทศจาก 20 สตางค์ต่อลิตร เพิ่มขึ้นเป็น 4 บาทต่อลิตร ทำให้มีการปรับราคาค่าตั๋วโดยสารเพิ่มขึ้น 150 บาทต่อเที่ยว ต่อคน เดือดร้อนไปถึงประชาชนที่โดยสารเครื่องบิน จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาล 'ถังแตก' หรือไม่ ถึงต้องขึ้นภาษีให้สูงขึ้นเพื่อนำเงินเข้าคลัง   'สรรเสริญ' ปัดรัฐบาลถังแตกขึ้นภาษีน้ำมันเครื่องบิน ยันคลังมีเงิน 7 หมื่นล้านบาท จนวันที่ 4 ก.พ.พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้ออกมาชี้แจงกรณีดงกล่าวว่าไม่เป็นความจริงเหตุผลในการปรับขึ้นภาษีน้ำมันเครื่องบินคือ การสร้างความเป็นธรรมในระบบภาษีและเป็นไปตามกลไกตลาด  นอกจากนี้ยังชี้แจงข้อมูลฐานะการคลังของรัฐบาล ณ เดือน ธ.ค.


“คน เป็ด สิ่งของ” อุดรฯ ไม่ได้มีดีแค่เป็ดยักษ์และหนองประจักษ์ฯ

นอกเหนือจากเป็ดเหลืองตัวใหญ่และหนองประจักษ์แล้ว ที่นี่มีเรื่องราวของความเปลี่ยนแปลงรอการบอกเล่าอีกมาก นี่คือเหตุผลหนึ่งที่ “นัว” Art Collective กลุ่มของศิลปิน 13 คนรวมตัวกันผลิตงานศิลปะหลากรูปแบบ ที่ทำความเข้าใจและตีความ “อุดรธานี” เสียอีกครั้ง  “เริ่มมาจากไอเดียของการที่เราคิดว่าเราอยากเอางานศิลปะมาที่อุดรฯ มันเริ่มมาจากคนท้องถิ่นที่นี่ก่อน มีศิลปินที่เป็นคนอุดรฯไปเรียนต่อที่อังกฤษแล้วก็กลับมาประเทศไทย เขาก็รู้สึกอยากทำอะไรบางอย่างที่อุดรฯ….และเราคิดว่าเรื่องของการทำงานศิลปะมันส่งผลไม่เพียงแค่รสนิยมหรือสุนทรียศาสตร์ แต่มันส่งผลถึงเศรษฐกิจของเมืองด้วย” ตั้ม จิรวัฒน์ เอื้อสังคมเศรษฐ์ 1 ใน 13 ศิลปินที่จะมีผลงานเข้าร่วมในนิทรรศการ “คน เป็ด สิ่งของ” เท้าความให้ฟังถึงการรวมตัวของศิลปิน ซึ่งริเริ่มโครงการนี้กันมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว โดยใช้เวลาราวๆ 6 เดือนในการวางโจทย์ ศึกษาและตีความสิ่งที่ได้พบเห็นในอุดรธานีมาเป็นผลงาน จิรวัฒน์ ตีความเมืองอุดร เมืองใหญ่ที่มีพลวัตรสูงมากจังหวัดหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือโดยย้อนไปศึกษาถึงผลของการที่กองทัพอเมริกัน หรือที่คนไทยเรียกว่าจีไอ เข้ามาตั้งฐานทัพที่เมืองอุดรฯ แห่งนี้ เพื่อทำสงครามเวียดนาม ซึ่งนั่นทำให้เขาพบว่า ผลของการที่กองทัพสหรัฐฯ มาตั้งสถานีเรดาร์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้นได้ส่งให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างถึงรากถึงโคนทั้งทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมในจังหวัดนี้ “มันเปลี่ยน Political Landscape เปลี่ยนวัฒนธรรม เปลี่ยนเศรษฐกิจ มีเงินดอลลาร์เข้ามา มีเมียเช่า เกิดลูกครึ่งเป็นจำนวนมาก แม้แต่พีอาร์ เด็กนั่งดริงก์ เหล่านี้ล้วนถูกโยงใยจากจีไอตอนนั้น” จิรวัฒน์กล่าว และว่า ก่อนหน้านี้สังคมอุดรฯ ก็คือสังคมเกษตรกรรม แต่เมื่อทหารจีไอเข้ามาก็ได้ทำให้สังคมเกษตรขยับสู่การเป็นสังคมอุตสาหกรรม “ชาวโนนสูงเปลี่ยนสังคมเกษตรเป็นสังคมอุตสาหกรรม บางคนเป็นชาวนามาก่อน ก็ถูกเทรนเป็นช่างให้ทำงานในค่ายทหารได้ บางคนเปิดธุรกิจบ้านเช่า มันเป็นประวัติศาสตร์ภาคประชาชนที่สำคัญมาก” อีกประการที่สำคัญก็คือ เชื้อชาติที่หลากหลายในเมืองใหญ่แห่งนี้ ได้แก่ ไทยเชื้อสายจีน ลาว และเวียดนาม ซึ่งก็เป็นผลมาจากการตั้งฐานทหารจีไอนั่นเอง จิรวัฒน์บอกว่า งานของเขาจะถูกนำเสนอในรูปแบบวิดิโอ ขณะที่ผลงาน ศิลปะจัดวาง งานประติมากรรม ภาพเขียน และรูปแบบอื่นๆ นั้นจะมาจากเพื่อนๆ อีก 12 คน ซึ่งแต่ละคนมีโจทย์ในการทำความเข้าใจเมืองอุดรต่างกัน นิทรรศการ “คน เป็ด สิ่งของ” จะจัดขึ้นที่ ศูนย์การค้า Mill Place Posri by LPN จ.อุดรธานี ระหว่างวันที่ 11-18 ก.พ.