journal-journey

ศาลไต้หวันสั่งแก้รธน.อนุญาตแต่งงานเพศเดียวกัน

​ศาลไต้หวันตัดสินให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่ออนุญาตคู่รักเพศเดียวกันแต่งงานกันได้อย่างถูกกฎหมาย ซึ่งจะเป็นที่แห่งแรกในเอเชียที่อนุญาตการแต่งงานเพศเดียวกัน ศาลสูงสุดของไต้หวันมีคำตัดสินให้การแบนการแต่งงานเพศเดียวกันในปัจจุบัน ขัดกับรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะมีผลให้รัฐสภาต้องแก้ไขกฎหมายเดิมหรือต้องผ่านกฎหมายใหม่ให้คู่รักเพศ เดียวกันสามารถแต่งงานกันได้เช่นเดียวกับคู่รักต่างเพศ จากเดิมที่เดิมระบุว่า การแต่งงานจะต้องมาจากคู่รักชายและหญิงเท่านั้น การเคลื่อนไหวเพื่อผลักดันเรื่องความเท่าเทียมในการแต่งงานในไต้หวันเข้มข้น ขึ้นตั้งแต่ปี 2016 เมื่อนางสาวไช่อิงเหวิน ซึ่งมีแนวคิดสนับสนุนสิทธิกลุ่มหลากหลายทางเพศ ได้ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีหญิงคนแรกของไต้หวัน แต่ก็มีเสียงคัดค้านการแก้ไขกฎหมายจากฝ่ายอนุรักษ์นิยมเช่นกัน จนมีการประท้วงครั้งใหญ่หลายครั้ง ร่างกฎหมายอนุญาตการแต่งงานเพศ เดียวกันได้เข้าไปอยู่ในรัฐสภาไต้หวันมาสักพักแล้ว แต่กระบวนการผ่านร่างกฎหมายล่าช้า เนื่องจากฝ่ายค้านพยายามขัดขวางร่างกฎหมายนี้ อย่างไรก็ตาม เมื่อศาลตัดสินออกมาเช่นนี้แล้ว ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่า ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่า รัฐสภาจะเลือกแก้ไขกฎหมายเดิมหรือร่างกฎหมายใหม่


พาณิชย์ โวไทยจะเป็นเจ้าแห่งผลไม้โลก เชื่อทำให้ราคาไม่ตก

กระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าให้ประเทศไทยเป็นเจ้าแห่งตลาดผลไม้โลก ผนึกภาคเอกชนเตรียมผลักดันเต็มที่ เชื่อทำให้ราคาไม่ตก วันนี้ (24 พ.ค.)มีการจัดงาน Thailand Amazing Durian & Fruit Fest 2017 ที่ ลานด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงานในครั้งนี้ โดยภายในงานจะมีเทศกาลบุฟเฟ่ต์ทุเรียน และสุดยอดผลไม้ไทย ให้ทั้งชาวไทย และต่างประเทศได้รู้จักผลไม้ไทย ระหว่างวันที่ 24-31 พฤษภาคม โดยตั้งเป้าจะจัดในเชียงใหม่และภูเก็ตต่อไป นายสนธิรัตน์ ชูจุดเด่นของผลไม้ไทยโดยปีนี้เป็นปีที่ตลาดราคาผลไม้ราคาสูงมาก ทั้งทุเรียน มังคุด  ลองกองและเงาะ ซึ่งตอนนี้กระทรวงพาณิชย์และเอกชนจับมือร่วมประชาสัมพันธ์ผลไม้ไทย โดยตั้งเป้าให้เป็น “เจ้าแห่งตลาดผลไม้โลก” เพราะผลไม้ไทยนั้น รสชาตดีและมีคุณภาพ ซึ่งถ้าหากทำได้ก็จะเป็นการระบานสินค้าเกษตรของไทยได้ดีและยังยกระดับราคาได้ด้วย เมื่อคิดถึงผลไม้เมืองร้อนต้องคิดถึงประเทศไทยเป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวในการสร้างรายได้ให้กับประเทศอีกทางหนึ่ง


No Picture

ฮาร์ลีย์-เดวิดสันเตรียมตั้งโรงงานในจ.ระยอง

ฮาร์ลี-เดวิดสันเตรียมตั้งโรงงานประกอบชิ้นส่วนจักรยานยนต์ในจังหวัดระยอง เตรียมใช้เป็นศูนย์ส่งจักรยานยนต์ขายในจีนและอาเซียน หลังโดนัลด์ ทรัมป์ ถอนสหรัฐฯออกจากความตกลงทีพีพี ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน บริษัทผลิตรถจักรยานยนต์ชื่อดังจากสหรัฐฯ เตรียมตั้งโรงงานการผลิตจักรยานยนต์ในจังหวัดระยอง คาดว่าน่าจะเปิดให้บริการภายในปี 2018 โดยจะเป็นโรงงานประกอบชิ้นส่วนที่นำเข้าจากซัพพลายเออร์ และโรงงานในสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม สหภาพแรงงานในสหรัฐฯได้โจมตีว่า บริษัทกำลังทำให้ชาวอเมริกันหลายคนต้องตกงาน เพราะต้องการจ่ายค่าจ้างที่ถูกกว่า ขณะที่นายมาร์ค แมคอัลลิสเตอร์ กรรมการผู้จัดการของบริษัท แผนกการขายในต่างประเทศของฮาร์ลีย์-เดวิดสันได้ปฏิเสธ และบอกว่าแผนการย้ายโรงงานของบริษัทมีขึ้น เพื่อผลักดันให้ธุรกิจขายจักรยานยนต์ในเอเชียเติบโตเท่านั้น โดยจักรยานยนต์ที่ประกอบในไทยจะถูกส่งไปขายในเอเชีย เช่น จีน และในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ ก่อนหน้านี้ จักรยานยนต์ยี่ห้อฮาร์ลีย์เดวิดสันที่ขายในภูมิภาคนี้ เป็นสินค้านำเข้า ซึ่งหลายประเทศมีอัตราการเก็บภาษีสูง เช่น การเก็บภาษีร้อยละ 60 ในไทย ทำให้จักรยานยนต์มีราคาแพงขึ้น ไม่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคในภูมิภาคได้ โดยการตั้งโรงงานในภูมิภาคนี้ จะทำให้บริษัทลดภาษีนำเข้าในหลายประเทศ และลดระยะเวลาการขนส่งไปยังประเทศใกล้เคียง เช่น จีน จาก 45-60 วัน เหลือเพียง 5-7 วันเท่านั้น นอกจากนี้ จีนยังเตรียมร่วมมือกับอาเซียนในข้อตกลงการค้า เช่น หุ้นส่วนความร่วมมือด้านเศรษฐกิจในภูมิภาค(RCEP) ที่มีจีนเป็นผู้ผลักดันสำคัญ ซึ่งจะทำให้ค้าขายกับชาติอาเซียนและสมาชิกชาติอื่นๆได้อย่างเสรี ปัจจุบัน ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน มีโรงงานอยู่3แห่งในสหรัฐฯ ในมลรัฐวิสคอนซิน มิสซูรี เพนซิลเวเนีย และยังมีโรงงานประกอบชิ้นส่วนในอินเดียและบราซิล ซึ่งโรงงานในอินเดียที่เปิดให้บริการในปี 2011 ที่ผ่านมามีขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีนำเข้ารถจักรยานยนต์ในประเทศอัตรา 100 เปอร์เซ็นต์เต็ม การหันมาลงทุนในไทยของฮาร์ลีย์-เดวิดสันมีขึ้น หลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ถอนสหรัฐฯ ออกจากข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (TPP) ก่อนหน้านี้ ทำให้ความหวังของบริษัทที่จะค้าขายปลอดภาษีกับตลาดอาเซียนอย่างเวียดนาม และมาเลเซียหมดลง ถึงแม้ว่าในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผู้บริหารของฮาร์ลีย์-เดวิดสันจะเพิ่งพบกับนายทรัมป์ที่ทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตันก็ตาม ถึงแม้ว่าการตั้งโรงงานในไทยจะทำให้สหภาพแรงงานในสหรัฐฯออกมาประณามบริษัท ว่ากำลังทำให้ชาวอเมริกันที่สร้างแบรนด์จักรยานยนต์ที่กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นอเมริกันต้องตกงาน ด้านบริษัทยังคงปฏิเสธ โดยยืนยันว่า เอเชียเป็นตลาดของฮาร์ลีย์ที่กำลังเติบโต เพราะเศรษฐกิจกำลังขยายตัว และมีแนวโน้มการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคที่สูง โดยในปีที่ผ่านมา ยอดขายของฮาร์ลีย์เดวิดสันในต่างประเทศเติบโตร้อยละ 2.3 ขณะที่ยอดขายในสหรัฐฯ ตกลงร้อยละ 3.9  


คมนาคมประกาศอัตราภาษีสนามบินใหม่

กระทรวงคมนาคม ออกประกาศอัตราค่าบริการผู้โดยสารขาออกสนามบิน กรณีเดินทางออกต่างประเทศ จ่ายสูงสุดไม่เกิน 700 บาท เดินทางภายในประเทศจ่ายสูงสุดไม่เกิน 400 บาท เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2560 ออกประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง ค่าบริการผู้โดยสารขาออก ณ สนามบินอนุญาตที่ให้บริการแก่สาธารณะ พ.ศ.


นายกฯขอนักศึกษาอย่าออกมาเคลื่อนไหว ขอให้ตั้งใจเรียนเดี๋ยวจะเรียนไม่จบ

พล.อ.ประยุทธ์ ลงพื้นที่ภาคใต้ชี้แจงทิศทางประเทศไทย 4.0 ขอข้าราชการ-นักศึกษาเลิกเคลื่อนไหวหันหน้ามาพัฒนาประเทศร่วมกัน วันนี้ (24พ.ค.)พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ลงพื้นที่ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อแสดงวิสัยทัศน์ไทยแลนด์ 4.0 ความตอนหนึ่งพูดถึงสถานการณ์การเคลื่อนไหวทางสังคมในประเทศไทย พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงว่าขอร้องกลุ่มนักศึกษาอย่าได้ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองมากนัก เพราะกลุ่มที่ชอบออกมาเคลื่อนไหวมักจะเป็นกลุ่มที่เรียนไม่จบหรือไปจบเอาในช่วง 8 ปีเนื่องจากต้องไปทำกิจกรรมต่างๆ  ขอให้ไปคิดถึงเรื่องการเรียน คิดถึงครอบครัวจะดีกว่า เพราะการมาเคลื่อนไหวจะส่งผลกระทบต่อการเรียนได้ แต่ตนยังยืนยันว่า อย่างไรก็ตามความเห็นต่าง หรือการเรียกร้องต่างๆสามารถที่จะทำได้แต่ขอให้อยู่ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ นายกฯยังฝากไปถึงกลุ่มข้าราชการด้วยว่า จะทำอย่างไรให้ข้าราชการรุ่นใหม่มีช่องทางที่เหมาะสม ไม่เช่นนั้นก็เอาแต่ขัดแย้งเรื่อยไป เมื่อประเทศไทยวันนี้จะเข้าสู่ยุค 4.0 เขาจะปฎิรูปต้องดูว่ามีกลไกปฎิรูปหรือไม่ ไม่อย่างนั้นรัฐบาลที่มาจากอะไรก็แล้วแต่ ถ้าไม่มีพื้นฐานเลยไม่เช่นนั้นก็จะทำกันอย่างสะเปะสะปะไปหมด


นกแอร์ ยืนยัน บินไทย ไม่เพิ่มทุน ไม่กระทบสภาพคล่อง      

สายการบินนกแอร์ ยืนยัน การบินไทยไม่เพิ่มทุน จะไม่ส่งกระทบต่อสภาพคล่องหรือการดำเนินธุรกิจตามที่ปรากฏในข่าว นายไบรอัน เลสลี่ เจฟฟรี่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการเงิน บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) ทำหนังสือชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับผลการเสนอขายหุ้นของบริษัท ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่าตามที่ปรากฏในสื่อเกี่ยวกับผลการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม (Right Offering) ของ บมจ.สายการบินนกแอร์ บริษัทขอชี้แจงว่า บมจ.การบินไทย ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายหนึ่งของบริษัท ไม่ได้จองซื้อหุ้นเพิ่มทุนตามสิทธิ  แต่บริษัทได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ถือหุ้นรายอื่นที่จองซื้อหุ้น เข้ามาทั้งตามสิทธิและจองเกินสิทธิ ทำให้บริษัทได้รับเงินเพิ่มทุนส่วนใหญ่ ซึ่งเพียงพอต่อแผนการใช้เงิน โดยไม่ส่งกระทบต่อสภาพคล่องหรือการดำเนินธุรกิจตามที่ปรากฏในข่าว  ขณะนี้ บริษัทอยู่ระหว่างจัดเตรียมรายงานผลการขายหุ้นเพื่อนำส่งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยเร็ว      รายงานข่าวจาก บมจ.การบินไทย ระบุว่า การบินไทย  ไม่ได้ใช้สิทธิ์ซื้อหุ้นเพิ่มทุนในสายการบินนกแอร์ ที่ได้รับสิทธิ์ซื้อหุ้นเพิ่มทุนในสัดส่วน 1 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ที่ราคาหุ้นละ 2.40 บาท จากปัจจุบันการบินไทยถือหุ้นในนกแอร์ 39.2% ถือเป็นการกลับลำในช่วงโค้งสุดท้าย จากก่อนหน้าที่บอร์ดการบินไทย เคยมีมติให้เข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนในนกแอร์ สาเหตุการไม่ซื้อหุ้นเพิ่มทุน เป็นผลจากการประชุมบอร์ดนัดพิเศษเมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 พฤษภาคมที่ผ่านมา  ซึ่งบอร์ดให้ความเห็นว่า ไม่ควรซื้อหุ้นเพิ่มทุน เนื่องจากแผนการปฏิรูปและบริหารงานของนกแอร์ เพื่อแก้ปัญหาการขาดทุน ยังขาดความชัดเจน ไม่สามารถรับประกันผลตอบแทนกลับคืนมาหากการบินไทยใส่เงินลงไป รวมทั้งเงื่อนไขว่า จะต้องเปลี่ยนตัวกรรมการบางคน โดยเฉพาะตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ที่ต้องหามืออาชีพเข้ามาบริหารจัดการแทนนายพาที สารสิน      ส่วนฝ่ายสนับสนุนการเพิ่มทุน เพราะเกรงว่า นกแอร์จะมีผู้ร่วมทุนใหม่จากสิงคโปร์ เข้ามาเป็นคู่แข่งการบินไทย เพราะทุนสิงคโปร์จะได้เส้นทางการบินที่การบินไทยยกให้นกแอร์มาบินแทน รวมทั้งทำให้นกแอร์และนกสกู๊ต ย้ายฐานกลับไปที่สุวรรณภูมิ  ซึ่งจะมาแข่งกับการบินไทย  สำหรับผลประกอบการนกแอร์ ขาดทุนติดต่อเนื่อง 4 ปี นับตั้งแต่ปี 2557 ซึ่งขาดทุน 471 ล้านบาท , ปี 2558 ขาดทุน 726ล้านบาท , ปี 2559 ขาดทุน 2,080 ล้านบาท และปี 2560 ไตรมาส 1 ขาดทุนแล้ว 295.57 ล้านบาท  แม้การเพิ่มทุนครั้งนี้สำเร็จ  แต่ยังไม่ครอบคลุมหนี้และต้องกู้เงินทำธุรกิจเพิ่มเติม ทั้งนี้ มีรายงานว่า สายการบินต่างชาติ 2 ราย ได้รับการชักชวนและเสนอตัวให้เข้ามาซื้อหุ้นเพิ่มทุนในส่วนของการบินไทยแทน  ซึ่งเป็นสายการบินขนาดใหญ่ในเอเชีย คาดว่าจะเป็นบริษัทในกลุ่มสิงคโปร์แอร์ไลน์และสายการบินจากจีน ซึ่งอยู่ระหว่างเจรจารายละเอียด (ที่มา : ไทยรัฐ) อย่างไรก็ตาม พบว่า หลังการบินไทย ไม่ได้เข้ามาซื้อหุ้นในสัดส่วนเดิม จะทำให้กลุ่มจุฬางกูร ขึ้นมาเป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 1 โดยนายณัฐพล จุฬางกูร ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 หรือ 12.08%  นายทวีฉัตร จุฬางกูร ถือหุ้นอันดับ 3 ที่ 10.21%  เมื่อรวมทั้งสองคนแล้ว  กลุ่มจุฬางกูรจะมีหุ้นสายการบินนกแอร์ ถึง 22.29%  ขณะที่การบินไทย ถือหุ้น 39.20%        นกแอร์ ได้รับอนุมัติจากผู้ถือหุ้นในการเพิ่มทุน จำนวน 781.25 ล้านหุ้น  แบ่งเป็น 625 ล้านหุ้น เสนอขายแก่ผู้ถือหุ้นเดิม อัตรา1 หุ้นเดิมต่อ 1 หุุ้นใหม่ ที่ราคา 2.40 บาท  เปิดจองซื้อ 16-22 พฤษภาคมนี้ และอีก 156 .25 ล้านหุ้น เพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่ออกควบคู่กับการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนแก่ผู้ถือหุ้นเดิม     ที่มา : ตลาดหลักทรัพย์  , ไทยรัฐ


นายกฯยืนยันหากสถานการณ์ยังไม่สงบในบ้านเมืองก็ยังไม่มีเลือกตั้ง

รับชมคลิปตัวเต็มได้ที่นี่ นายกฯแจงทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนโรดแมป ยังไม่กำหนดเลือกตั้งที่ชัดเจนถ้าสถานการณ์บ้านเมืองไม่สงบสุขก็ยังไม่มีเลือกตั้ง และอยู่ที่ทุกคนร่วมมือกันเดินไปสู่ประชาธิปไตย      


ดีแทคได้รับเลือกจากทีโอทีเป็นคู่ค้าให้บริการ 4G บนคลื่น 2300 MHz 

ทีโอที ประกาศเลือกดีแทคเป็นคู่ค้าในการให้บริการ 4G บนคลื่นความถี่ 2300 MHz ของทีโอที ตามข้อเสนอที่ยื่น บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด ได้เสนอผลตอบแทนคงที่ให้กับทีโอที จำนวน 4,510 ล้านบาทต่อปี  นายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า ดีแทค มีความยินดีที่ได้รับหนังสือจาก ทีโอที แจ้งว่า คณะกรรมการของทีโอที มีมติอนุมัติเห็นชอบให้ทีโอที ดำเนินการให้มีการทำสัญญากับกลุ่มบริษัทในการเป็นคู่ค้าให้บริการไร้สายคลื่นความถี่ 2300 MHz ดังนั้น กลุ่มบริษัทฯ จะเข้าดำเนินการเจรจาสัญญาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับทีโอทีต่อไป ด้วยอัตราความต้องการใช้งานดาต้าบนมือถือที่เพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน ผู้บริโภคชาวไทยจะได้รับผลประโยชน์สูงสุดในด้านคุณภาพการให้บริการไร้สายที่มีความเร็วสูง และยังเป็นการส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิตอลที่มีประสิทธิภาพตามนโยบายประเทศไทย 4.0 ทั้งนี้ การที่ประเทศไทย จะสามารถก้าวสู่จุดหมายตามความต้องการใช้งานดิจิทัล และทำให้คนไทยสามารถก้าวสู่การแข่งขันได้ ประเทศไทยจำเป็นต้องเตรียมโครงสร้างพื้นฐานให้เพียงพอต่อการใช้งาน ทั้งการวางแผนและกำหนดการใช้งานคลื่นความถี่อย่างชัดเจน