jobs

JobDB เผย สาขา “การตลาดดิจิทัล” ขาดแคลนสูง เทียบชั้น “ไอที-วิศวะ-บัญชี”

ใครกำลังเรียนหรือทำงานในสายงานการตลาดดิจิทัลดีใจได้เลย เมื่อ JobDB เผยเป็นตำแหน่งงานที่ขาดแคลนสูงมาก โดยแม้จะพบว่า 5 อันดับสูงสุดยังเป็น “ไอที-งานขาย-วิศวะ-ธุรการ-บัญชี” แต่หากเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์แล้ว การตลาดดิจิทัลมาแรงไม่แพ้ใคร โดยมีความต้องการพนักงานในตำแหน่งนี้ถึง 6,300 อัตรา หรือคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ที่ขาดแคลน 44% ตลาดแรงงานในยุค Digital Transformation ต้องบอกว่าเป็นตลาดที่น่าสนใจทีเดียว โดยข้อมูลจาก JobDB ระหว่างเดือน ม.ค. – เม.ย. 2560 พบว่า ตำแหน่งงานไอทีและงานด้านวิศวกรรม ก้าวขึ้นมาเป็นตำแหน่งงานอันดับหนึ่งที่ขาดแคลนสูงสุด (ในด้านปริมาณ) โดยมีการเปิดรับอยู่ถึง 21,000 ตำแหน่ง ขณะที่งานด้านการตลาดดิจิทัลแม้จะมีความต้องการน้อยกว่าที่ 6,300 ตำแหน่ง แต่จำนวนบัณฑิตจบใหม่ยิ่งน้อยกว่าความต้องการ ทำให้สายงานด้านการตลาดดิจิทัลเป็นตำแหน่งงานที่ต้องการ และครองสัดส่วนการขาดแคลนสูงที่สุดตามชาร์ตด้านบน คุณนพวรรณ จุลกนิษฐ กรรมการผู้จัดการบริษัทจัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) เผยว่า ปัจจัยที่ทำให้นักศึกษาจบใหม่ส่วนหนึ่งยังคงว่างงาน เป็นเพราะความต้องการด้านรายได้สูงเกินประสบการณ์ มีการเลือกงาน เลือกองค์กร รวมถึงยังขาดทัศนคติเชิงบวกต่อการทำงานด้วย     แต่สำหรับบัณฑิตจบใหม่ที่ใช่ และมีความสามารถนั้นตรงกันข้าม เพราะจะถูกฝ่าย HR ของบริษัทชั้นนำต่าง ๆ แย่งตัวกันอย่างสุดฝีมือ ซึ่งการแย่งชิงตัวของบัณฑิตที่มีความสามารถนั้น มีหลายรูปแบบ เริ่มตั้งแต่ การศึกษาทำความเข้าใจกับพฤติกรรมของคน Gen X, Y และ Z รวมถึงหารูปแบบการตอบสนองต่อความต้องการของคนแต่ละ Gen ได้อย่างเหมาะสม “คนกลุ่ม Gen Y และ Gen Z เป็นกลุ่ม Digital Native คือเกิดมาพร้อมโลกดิจิทัล พฤติกรรมหลาย ๆ อย่างจึงค่อนข้างคล้ายกัน แต่สำหรับกลุ่ม Gen X นั้นเป็นกลุ่มที่ให้คุณค่ากับการเติบโตในสายอาชีพของตนเอง และชอบการสื่อสารที่ชัดเจน และจริงใจ ซึ่งตรงข้ามกับ Gen Y และ Gen Z  เพราะเป็น Gen Y และ Gen Z  ชอบการสื่อสารบ่อย ๆ และหลายช่องทาง แถมพวกเขาก็มองหาคุณค่าจากงานที่ทำด้วย” อย่างไรก็ดี คุณนพวรรณได้เผยว่า การจะดึงดูดให้คน Gen Y และ Gen Z เข้ามาทำงานในองค์กรมากขึ้นเรื่อย ๆ นั้น สามารถทำได้หลายทางดังต่อไปนี้ คุณนพวรรณ จุลกนิษฐ สร้างความคาดหวังต่อที่ทำงานเช่น มีสถานที่ทำงานทันสมัย มีห้องสำหรับพักผ่อน มีอาหารสำหรับพนักงาน และมีห้องเล่นเกม หรือกีฬาเพื่อผ่อนคลาย ต่อมาคือ เสนอสวัสดิการที่ดึงดูดใจ  เช่น ลาหยุดในวันคล้ายวันเกิดได้ มีโปรแกรมอบรมสัมมนา และรับทราบแนวทางในการเติบโตของสายงานนี้ ข้อสามคือ ทัศนคติและแนวคิดต่ออาชีพ ซึ่งหน้าที่ขององค์กรคือ การกำหนดคุณค่าและคติพจน์ขององค์กร และจัดสมดุลด้านชีวิตส่วนตัวและการทำงาน รวมถึงต้องไม่มีช่องว่างระหว่างผู้บริหารกับพนักงานด้วยค่ะ     Source: thumbsup The post JobDB เผย สาขา “การตลาดดิจิทัล” ขาดแคลนสูง เทียบชั้น “ไอที-วิศวะ-บัญชี” appeared first on thumbsup


มาแล้ว Google for Jobs ตลาดหางานร้อนอีกรอบ

Google ประกาศแผนให้บริการ “jobs search engine” บริการค้นหาที่จะเน้นให้ความสำคัญกับการหาตำแหน่งงานโดยเฉพาะ เบื้องต้นยังจำกัดเฉพาะงานในสหรัฐฯ คาดว่าจะครอบคลุมงานทุกระดับทุกประเภท ตั้งแต่ระดับพนักงานตัวเล็กจนถึงการประกาศหาผู้บริหารอาวุโสระดับสูง สื่อที่รายงานข่าวใหม่ของ Google เป็นแห่งแรกคือ TechCrunch ซึ่งให้ข้อมูลว่าบริการนี้จะใช้ชื่อ Google for Jobs รายงานระบุว่าไม่เพียงบริการใหม่จะเน้นค้นหาตำแหน่งงานที่ครอบคลุมและหลากหลายสำหรับทุกคนแล้ว Google for Jobs ยังจะใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ทั้ง machine learning และ artificial intelligence ในการวิเคราะห์ข้อมูลตำแหน่งงานต่างๆด้วย ผลจากการทำงานของระบบ machine learning และ artificial intelligence ผู้ใช้จะสามารถกรองข้อมูลเพื่อค้นหางานจากชื่อตำแหน่ง รูปแบบงาน สถานที่ทำงาน วันที่ประกาศสมัครงานถูกโพสต์ รวมถึงงานที่เป็นกะและเต็มเวลาหรือ part- และ full-time แม้จะดูเหมือนว่าเป็นการท้าชนบริการหางานในตลาดขณะนี้อย่างจัง แต่เบื้องต้น Google ยืนยันว่า Google for Jobs ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อแข่งกับเครือข่ายหางานรายอื่น เนื่องจาก Google for Jobs ออกแบบให้ระบบทำงานร่วมกับทั้ง LinkedIn, Monster, Glassdoor, Facebook, CareerBuilder และบริการอื่น เท่ากับ Google for Jobs จะช่วยดันให้ผู้ใช้เข้าถึงบริการหางานเหล่านี้ได้สะดวกขึ้น สิ่งที่เราสามารถสรุปได้จากเรื่องนี้คือ Google for Jobs เป็นอีกข้อพิสูจน์ว่า Google เป็นบริษัทที่มองเห็นช่องทางทำเงินจากโฆษณาได้ตลอดเวลา เพราะแม้จะยืนยันว่าไม่ได้หวังแข่งขันกับเครือข่ายหางานที่ร้อนแรงในตลาดอเมริกันขณะนี้ แต่การเปิดตัว Google for Jobs จะทำให้ Google มีพื้นที่สำหรับนักโฆษณาที่ต้องการเข้าถึงกลุ่มคนหางานได้อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นอีกโอกาสทองที่ Google จะทำเงินได้เพิ่มขึ้นในอนาคต ที่มา: MarketingDive   Source: thumbsup The post มาแล้ว Google for Jobs ตลาดหางานร้อนอีกรอบ appeared first on thumbsup .


ประกาศ: thumbsup Job Board เปิดให้ใช้ฟรี และแสดง Listing นาน 2 เดือนเต็ม

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2012 พวกเราเปิดตัว Job Board เพื่อให้ทุกคนเข้ามาประงานหาคนทำงาน ทันใดนั้นก็มีเพื่อนๆ thumbsupers เข้ามาใช้บริการอยู่เนืองๆ กว่า 700 ตำแหน่ง พอ 4 ปีผ่านไป พวกเราพบว่ามันจะมีประโยชน์กว่า หากเราเปิดให้ทุกคนใช้บริการได้สะดวกขึ้น วันนี้เราจึงขอประกาศว่า เราจะปรับให้ Job Board จากเดิมของเราแสดง Listing อยู่ได้นานเพียง 15 วัน จากนี้เราจะให้แสดงได้นาน 60 วัน แต่ก็อยากจะรบกวนเพื่อนๆ ว่าเราขอมีหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ 1. ตรวจระวังตัวสะกดให้ดี 2


No Picture

Adecco จัดงาน Walk-in Interview: Digital Era Pathway หาคนทำงานดิจิทัล

Adecco เตรียมจัดงานเพื่อหาคนทำงานสายดิจิทัลที่ทุกวันนี้เป็นที่ต้องการของบริษัทอย่างมาก โดยใช้ชื่อว่า Walk-in Interview: Digital Era Pathway งานนี้ทาง Adecco จัดขึ้นมาเพื่อรองรับให้คนที่สนใจและกำลังมองหางานในสายการตลาดดิจิทัลซึ่งเป็นที่ต้องการในยุคนี้ ได้มีโอกาสที่จะเข้าทำงานในตำแหน่งที่ตนอยากทำ โดยมีตำแหน่งให้เลือกมากมายให้เลือก คุณสมบัติเบื้องต้นในการสมัคร คนที่สนใจด้านการตลาดดิจิทัล ไม่จำกัดเพศ ชอบการเรียนรู้ ได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ สามารถลงทะเบียนและอัปโหลดรีซูเม่ได้ภายในเว็บไซต์ของ Adecco เพื่อใช้ในงาน และอ่าน Job Description ได้ที่นี่ Walk-in Interview: Digital Era Pathway งานจะจัดขึ้นในวันที่ 9 พฤษภาคม 2558 เวลา 10:00 ถึง 16:00 ณ Adecco สาขาเพชรบุรีตัดใหม่ อาคาร อิตัลไทย ทาวเวอร์ (Italthai Tower) ชั้น 13


No Picture

แนะนำหนังสือ Growth Hacker Marketing: A Primer on the Future of PR, Marketing, and Advertising

หากจะให้พูดถึงคำศัพท์ที่มีการพูดถึงค่อนข้างมากในช่วงนี้หรือช่วงปีที่ผ่านมา ก็น่าจะมีคำว่า Growth Hacking รวมอยู่ในนั้นด้วย โดยเฉพาะในวงการ Startup หรือแม้กระทั่งการตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและต้องปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมและความต้องการของกลุ่มลูกค้า ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาในการหยิบหนังสือที่เกี่ยวกับการทำ Growth Hacking ด้านการตลาดมาแนะนำให้ผู้อ่าน thumbsup ได้ลองอ่านกันครับกับหนังสือ Growth Hacker Marketing โดย Ryan Holiday พื้นฐานของการมาของหนังสือเล่มนี้ เกิดจากการเขียนบทความบนเว็บไซต์ Fast Company ซึ่งก็ได้รับการตอบรับที่ดีมากๆ จนทำให้ Ryan เริ่มกลับมาเรียบเรียงใหม่จนเป็น eBook และกลายเป็นหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา ภายในหนังสือเล่มนี้ถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ An Introduction To Growth Hacking บทเบื้องต้นที่จะช่วยให้คนที่ยังงงๆ อยู่ว่า Growth Hacking ที่แท้จริงนั้นมีความหมายว่าอะไร ด้วยการยกตัวอย่างธุรกิจที่มีการทำ Growth Hacking มาแล้วที่มีชื่อคุ้นหูเรา ไม่ว่าจะเป็น Dropbox, Instagram, Pinterest รวมทั้งการพูดถึงการมาของ Growth Hacking ที่มันจะกลายเป็น Mindset ที่คนที่เกี่ยวข้องกับการทำการตลาดในยุคนี้ควรจะต้องมี เพราะมันไม่ใช่วิธีใหม่ แต่เป็นแนวคิดที่ควรจะมีและควรจะเป็นเพื่อให้ทันกับทั้งผู้บริโภคและคู่แข่ง Step to Growth Hack ในส่วนนี้จะพูดถึงขั้นตอนวิธีการ “คิด” 4 ขั้นเพื่อการทำ Growth Hacking เริ่มตั้งแต่การทำผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับตลาด (Product Market Fit: PMF) ไม่ใช่การเอาผลิตภัณฑ์ที่มีไปโยนใส่ในตลาด นั่นจึงเป็นที่มาของการทำ MVP หรือ Minimum Viable Product หรือการเอาส่วนที่จำเป็นและสำคัญปล่อยมาให้ใช้งานหรือมาทดลองตลาดก่อนเพื่อเก็บ Feedback ต่อมาเมื่อได้ของแล้วก็จะเป็นการหาคนที่ใช่ ที่เราจะเข้าหาเพื่อให้เขาได้รับรู้และได้ใช้ จากนั้นก็ต้องปล่อยให้กระจายตัว หรือเกิดการ Viral ขึ้น และจนขั้นตอนสุดท้ายก็มาหยุดที่การจดจำ (retention) และการปรับตัวเพื่อหาความเหมาะสมกับตลาดและความต้องการที่สุด (optimization) และขยายตัวต่อไปเรื่อยๆ ส่วนสุดท้ายผมจะมองว่ามันเป็นจิปาถะ แต่เป็นสิ่งที่น่าสนใจเพราะมีการทำหมวดคำถาม-คำตอบ FAQ ที่หลายคำถามคนที่ทำการตลาดจะต้องตอบตัวเองให้ได้ รวมไปถึงการทำ Glossary อธิบายศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับการทำ Growth Hacking ว่ามันมีความหมายอย่างไร โดยรวมแล้ว Growth Hacker Marketing เป็นหนังสือภาษาที่อ่านได้ไม่ยาก และอ่านจบได้อย่างรวดเร็วด้วยภาษาที่ถ่ายทอดโดย Ryan Holiday เป็นภาษาที่ง่าย และมีความหนาเพียงร้อยกว่าหน้าเท่านั้น แต่ถึงแม้จะไม่หนามากแต่เนื้อหาเหมาะอย่างยิ่ง สำหรับคนที่เริ่มต้นและสนใจ Growth Hacking กับธุรกิจที่ตัวเองมีอยู่ครับ ใครที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและหาซื้อ  Growth Hacker Marketing: A Primer On The Future Of Pr, Marketing, And Advertising  ได้แล้วที่  Asia Books  ทุกสาขา หรือเข้าไปสั่งซื้อออนไลน์ได้ง่ายๆ ที่เว็บไซต์  www.asiabooks.com  ครับ พิเศษสำหรับผู้อ่าน thumbsup! เรามีหนังสือเล่มนี้มาแจกผู้อ่าน 2 เล่ม ซึ่งได้รับการเอื้อเฟื้อจาก Asia Books เพียงตอบคำถามง่ายๆ ว่า… “Growth Hacking คืออะไรในความคิดของคุณ?” พิมพ์ความคิดเห็นของตัวเองผ่านบน Comment ด้านล่างของบทความ แล้วใส่ email ของตัวเอง ผู้โชคดีที่ตอบคำถามตรงใจทีมงาน 2 ท่านจะได้รับหนังสือ Growth Hacker Marketing ไปอ่านท่านละ 1 เล่ม ส่งตรงถึงบ้านเลยครับ หมดเขตการตอบ 8 มีนาคม 2558 นี้ ขอขอบคุณ  Asia Books  สำหรับหนังสือดีๆ ที่ให้ทางกองบรรณาธิการ thumbsup ได้รีวิวและของรางวัลในครั้งนี้ด้วยครับ


No Picture

Facebook เปิดตัวเครื่องมือสำหรับคนลงโฆษณา Ads Manager App บน iOS (ใช้ได้เฉพาะในอเมริกาในช่วงแรก)

เพราะไม่มีคำว่าฟรีบนโลกออนไลน์ Facebook จึงได้รวยขึ้นทุกวันๆ และเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่มาลงโฆษณากับทาง Facebook ทาง Facebook เลยมีการเปิดตัวเครื่องมือที่จะช่วยให้คนที่มาลงโฆษณาทำผ่านมือถือง่ายขึ้นด้วยแอป Ads Manager App โดยปกติแล้วเรามักจะใช้เวลาในการจัดการโฆษณาอยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นส่วนใหญ่ แต่ในปัจจุบันเรามาอยู่กันบนโมบายล์มากขึ้น การจะลงโฆษณาก็ดูยากไปหน่อย เพื่อให้ตอบกับพฤติกรรมของคน ทำให้ Facebook สร้างโมบายล๋ไซต์เพื่อใช้กับหน้า Ad Manager มาก่อนเมื่อช่วงกลางปี 2014 ซึ่งรอ’รับผู้ใช้งานที่มีอยู่กว่า 800,000 รายต่อเดือน จากทั้งหมด 2 ล้านธุรกิจที่ได้ทำโฆษณากับทาง Facebook และในตอนนี้ Facebook ก็ทำแอปออกมาให้ใช้กันแบบไม่ต้องไปเข้าหน้าเว็บบนโมบายล์แล้ว โดยมาในชื่อ Ads Manager โดยสิ่งที่มันสามารถทำได้นอกเหนือจากการสร้างโฆษณาใหม่และดูโฆษณาที่ลงไปผ่านแอป ยังสามารถทำอย่างอื่นได้อีก… ติดตามประสิทธิภาพของโฆษณา แก้ไขโฆษณาที่ลงไปอยู่ในตอนนั้น แก้ไขงบประมาณในการลงโฆษณาและตั้งเวลาได้ รับการเตือน (notification) ตอนนี้ทาง Facebook ได้ปล่อย Ads Manager App บน iOS แล้วเรียบร้อย โดยในช่วงแรกจะให้คนในสหรัฐหรือคนที่มี US Account ได้โหลดและใช้งานได้ ส่วนทั่วโลกจะได้ใช้ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้ และสำหรับแอนดรอยด์ Facebook บอกว่ารอกันไปภายในปีนี้ได้ใช้แน่ๆ (ทิ้งช่วงนานผิดปกติ) นอกจากนี้ Facebook ยังได้ส่งข้อความไปยังผู้ที่เป็น Admin Page โดยเป็นการขอบคุณทุกคนที่ช่วยสนับสนุนให้ Facebook มีได้ถึงทุกวันนี้ (รวยรวยรวย ขึ้นนั่นเอง) ที่มา: Facebook for Business


No Picture

Google Thailand เปิดตัว ภีท นุชนาฏนนท์ ในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายการตลาดคนใหม่

วันนี้บริษัท Google Thailand โดยคุณอริยะ พนมยงค์ ได้โพสข้อความบน Blog ของ Google Thailand ประกาศเปิดตัวหัวหน้าฝ่ายการตลาดคนใหม่นั่นคือคุณภีท นุชนาฏนนท์ ซึ่งจะมาแทนคุณอ้อ พรทิพย์ กองชุนที่พวกเรารู้จักกันดี ภีทมีประสบการณ์คร่ำหวอดด้านการตลาดในบริษัทชั้นนำของโลกอย่าง P&G  , แบรนด์ใหญ่ๆ และเอเยนซี่กว่า 10 ปีเต็ม โดยคืนนี้ภีทจะร่วมขึ้นเวทีที่งาน Web Wednesday 16.0 ด้วย สำหรับรายละเอียดเชิงลึก วิสัยทัศน์ และทิศทางการตลาดในเมืองไทยของ Google จะเป็นเช่นไร thumbsup ไม่พลาดที่จะมานำเสนอต่อแน่นอน  


No Picture

ลองใช้กันไหม? Ginger Keyboard สลับใช้แอปผ่านคีย์บอร์ด ไม่ต้องเปิดปิดบ่อยๆ

Ginger Software บริษัทผู้พัฒนาแอปพลิเคชั่น Ginger Keyboard for Android ออกมาปล่อยเวอร์ชั่นอัปเดตของแอป เพื่อให้การสลับใช้แอปต่างๆ ทำได้ง่ายขึ้นเพียงแค่เลือกจากคีย์บอร์ดโดยตรง การแตะเบาๆ ที่สมาร์ทบาร์ ก็จะเป็นการเรียนฟีเจอร์สำหรับเพิ่มแอปที่เราใช้บ่อยๆ เข้ามาไว้เป็นตัวเลือกขึ้นมาใช้ (เช่น ข้อความ ปฏิทิน Evernote แชท หรืออื่นๆ) โดยแอปที่เราเลือกจะเข้ามาอยู่ด้านบนของคีย์บอร์ด เพื่อให้ผู้ใช้งานเลือกใช้ได้อย่างรวดเร็ว ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเป็นคนชอบจดรายการที่ต้องทำลงไปบนแอปข้อความ หรืออยากจะเพิ่มการเตือนบางอย่างลงไปบนปฏิทิน ก็สามารถสร้างชอร์ทคัท และเลือกขึ้นมาใช้ได้อย่างรวดเร็วด้วยการแตะแค่ครั้งเดียว ไม่ว่าคุณกำลังใช้แอปอะไรอยู่ก็ตาม ทางด้านทีมผู้พัฒนากล่าวว่า การอัปเดตครั้งนี้มาจากการเก็บข้อมูลอินไซต์ของผู้ใช้งานจริง โดยทีมเห็นว่าผู้ใช้งานต้องปิดและเปิดแอปต่างๆ บ่อยครั้ง เพราะต้องสลับใช้งานหลายๆ แอปในขณะที่กำลังใช้งานสมาร์ทโฟน ที่มา : The Next Web