global

No Picture

Sony ปฏิเสธข่าวลือ ไม่ได้ทำสัญญากับทีม Destiny 2 ให้จำกัด fps บน Xbox One X

เมื่อไม่นานมานี้ทางสตูดิโอ Bungie ผู้พัฒนาเกม Destiny 2 ได้ออกมายืนยันว่า fps เกม Destiny 2 จะถูกจำกัดไว้ที่ 30 บนเครื่อง Xbox One X เช่นเดียวกับ PS4 Pro ถึงแม้ Xbox One X จะมีสเปคที่สูงกว่าก็ตาม ทาง Bungie ไม่ได้อธิบายออกมาชัดเจนว่าเพราะเหตุใดจึงตัดสินใจเช่นนั้น สิ่งนี้ทำให้เกิดข่าวลือในหมู่แฟน ๆ ขึ้นมาว่าทาง Sony อาจทำข้อตกลงบางอย่างกับทางทีมพัฒนา ทำให้เครื่อง Xbox One X ไม่สามารถแสดงศักยภาพได้เต็มที่บนเกม Destiny 2 ล่าสุด Jim Ryan ผู้เป็น Global Head ฝ่าย Sales และ Marketing ของ PlayStation ได้ออกมากล่าวยืนยันผ่านการสัมภาษณ์กับทาง Eurogamer ว่าข่าวลือนี้ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด พร้อมกับอธิบายว่า Sony ทำสัญญากับทีมเกม Destiny ตั้งแต่ต้นปี 2013 ซึ่งในขณะนั้นทาง Sony ยังไม่ได้วางขายเครื่อง PS4 ด้วยซ้ำ คงไม่มีใครคาดคิดไปถึงเครื่อง PS4 Pro ตั้งแต่ตอนนั้นแน่ ทางฝั่ง Phil Spencer หัวหน้า Xbox ก็ออกมากล่าวปฏิเสธในเรื่องนี้ว่า ตัวเขาเองก็ไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับสัญญาที่ว่าแม้แต่น้อย แต่ถ้ามีใครทำแบบนั้นขึ้นมาจริง คงไม่ส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมนี้เป็นแน่ และเขาก็ไม่ชอบเรื่องแบบนี้ด้วย พร้อมกับสัญญาว่าสิ่งนี้จะไม่เกิดขึ้นกับ Xbox อย่างแน่นอน ที่มา – Gearnuke , Eurogamer , GameSpot Topics:  Sony Destiny Games Microsoft Xbox One X


No Picture

Dota 2 เป็นเกมแรกที่จ่ายเงินรางวัลการแข่งขันรวมทะลุ 100,000,000 ดอลลาร์

จากการแข่งขันทัวร์นาเมนต์ EPICENTER 2017 ที่จบลงไปเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมาด้วยชัยชนะของ Team Liquid ซึ่งมีเงินรางวัลรวม 500,000 ดอลลาร์ ทำให้ Dota 2 เป็นเกมแรกที่มีการจ่ายเงินรางวัลจากทัวร์นาเมนต์การแข่งขันรวมกันเกิน 100,000,000 ดอลลาร์เป็นที่เรียบร้อย จากข้อมูลในเว็บไซต์ eSport Earnings Dota 2 จ่ายเงินรางวัลไปแล้วทั้งสิ้น 100,310,825.90 ดอลลาร์ ให้กับผู้เล่นทั้งหมด 1952 คนผ่านการแข่งขัน 741 รายการ ทิ้งห่างอันดับสองอย่าง League of Legends (41,448,498.39 ดอลลาร์) และอันดับสาม Counter-Strike: Global Offensive (33,807,087.82 ดอลลาร์) ค่อนข้างมาก แม้จะมีการจัดการแข่งขันน้อยกว่าก็ตาม แน่นอนว่าเงินรางวัลรวมของ Dota 2 น่าจะนำหน้าเกมอื่นได้อีกนานๆ เพราะในขณะนี้ เงินรางวัลรวมของงาน The International 2017 อยู่ที่ราว 15 ล้านดอลลาร์ และมีกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากการซื้อไอเท็มภายในเกมของผู้เล่น ที่มา: eSports Earnings Topics:  Dota2 eSport League of Legends Counter-Strike


No Picture

สัมภาษณ์ผู้บริหารจากงาน AWS Summit 2017: คลาวด์เติบโตเร็ว ฟังเสียงลูกค้าเป็นหลัก

สัปดาห์ที่ผ่านมา Blognone มีโอกาสได้เข้าร่วมงาน AWS Summit 2017 งานประชุมประจำปีในภูมิภาค ซึ่งจัดในกรุงเทพเป็นครั้งแรก มีทั้งช่วงคีย์โน้ตโดย Adrian Cockcroft รองประธานฝ่ายกลยุทธ์สถาปัตยกรรมคลาวด์และช่วงสัมภาษณ์ Nick Walton ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคของ AWS ตลาดคลาวด์ทั่วโลกเติบโตเร็ว ใบรับรองของ AWS ก็มีคุณค่ามากขึ้นตาม ตลาดคลาวด์ของ AWS ในระดับโลกเติบโตเร็วมาก โดยเฉลี่ยมี MAUs เดือนละหลายล้านรายและเฉพาะไตรมาศแรก อัตราการเติบโตจากปีที่แล้วเพิ่มขึ้นถึง 43% ซึ่งสูงที่สุดในบรรดาผู้ให้บริการคลาวด์ ขณะที่ในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยอัตราการเติบโตในไตรมาศแรกอยู่ที่ 13% ขณะที่ AWS Marketplace เองก็เติบโตตามไปด้วย ปัจจุบันมีลูกค้าที่แอคทีฟอยู่มากกว่า 135,000 ราย มีซอฟต์แวร์มากกว่า 3,800 ตัวและผู้จำหน่ายซอฟต์แวร์อิสระ (ISVs) อีกกว่า 1,200 ราย ด้วยอัตราการใช้งานของ AWS ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ AWS Certified Solution Architect – Associate ใบรับรองของ AWS ได้รับการจัดอันดับจาก Global Knowledge ว่าช่วยทำให้เงินเดือนสูงขึ้นเป็นอันดับ 3 ลูกค้าของ AWS ไม่ได้มีแต่สตาร์ทอัพหรือองค์กรภาคเอกชนเท่านั้น ภาครัฐก็เป็นลูกค้าด้วย หนึ่งในองค์กรภาครัฐที่เป็นลูกค้าสำคัญคือ NASA โดยกระบวนการติดตามการลงจอดของยานบนดาวอังคารก็ผ่าน AWS ความหลากหลายของบริการและการฟังลูกค้าคือปัจจัยสำคัญในการเติบโตของ AWS จุดเด่นของบริการ AWS คือบริการต่างๆ ที่มีความหลากหลายและครอบคลุม ช่วยให้การทำงานผ่านคลาวด์ในองค์กรราบรื่นมากขึ้น โดยทาง AWS เองก็มีการออกฟีเจอร์ใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการต่างๆ อย่างต่อเนื่องและเพิ่มขึ้นในแต่ละปีในอัตราก้าวหน้า อย่างในปี 2015 AWS ออกฟีเจอร์ใหม่ 722 ฟีเจอร์ ขณะที่ปีที่แล้วออก 1,017 ฟีเจอร์ คุณ Nick บอกว่าเรื่องฟีเจอร์เป็นจุดเด่นที่สุดของ AWS โดยในระยะเวลาสิบกว่าปีที่ผ่านมา คู่แข่งพยายามเลียนแบบฟีเจอร์เหล่านี้มาโดยตลอด ซึ่งการออกฟีเจอร์ใหม่ ทาง AWS จะฟังเสียงลูกค้าเป็นหลักว่าต้องการความสามารถไหน เช่นเดียวกับการเพิ่มฟีเจอร์ในดาต้าเซ็นเตอร์ที่สิงคโปร์ ที่คุณ Nick บอกว่าจะได้ฟีเจอร์ใหม่เทียบเท่ากับในสหรัฐและจะช้าจะเร็วแค่ไหน จะฟังเสียงความต้องการจากลูกค้าเป็นหลักแต่ก็จะพยายามเพิ่มฟีเจอร์ให้ได้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ (คุณ Nick ใช้คำว่า mandate เลยทีเดียว) องค์กรแบบเก่าเริ่มปรับตัวมาใช้คลาวด์มากขึ้น ผ่านกลยุทธพาร์ทเนอร์ ใช่ว่าองค์กรใหม่ๆ เท่านั้นที่จะเลือกใช้งานบริการคลาวด์ แต่องค์กรแบบเก่า (Traditional Organization) ก็เริ่มปรับตัวมาสู่เทคโนโลยีคลาวด์กันมากขึ้นด้วย ตัวอย่างองค์กรแบบเก่าในบ้านเราคือ King Power โดยปัญหาหลักๆ ขององค์กรแบบเก่าเหล่านี้ในการใช้งานคลาวด์ คือวัฒนธรรมและรูปแบบการทำงานที่แตกต่างจากองค์กรใหม่ๆ ซึ่งทาง AWS จะอาศัยพาร์ทเนอร์เป็นหลักในการเข้าไปช่วยเหลือในส่วนนี้ พาร์ทเนอร์เป็นกลยุทธสำคัญของ AWS ในการเข้าถึงและให้บริการต่างๆ แก่ลูกค้า อย่างการช่วยเหลือด้านการ migrate ไปคลาวด์ ไปจนถึงการฟังเสียงตอบรับ พาร์?เนอร์หลักๆ ของ AWS ในไทยคือ True IDC และ Hitachi Consulting Machine Learning บนคลาวด์แข่งขันสูง ต้องพัฒนากันต่อไป ถึงแม้บริการด้าน Machine Learning บน AWS จะค่อนข้างหลากหลาย แต่ก็ยัง ตามหลัก Google อยู่ค่อนข้างมาก ซึ่งตรงนี้คุณ Nick ยอมรับว่าการแข่งขันด้าน Machine Learning บนคลาวด์นั้นค่อนข้างสูง ซึ่งบริษัทเองก็พยายามลงงบประมาณและทรัพยากรณ์ด้านนี้อย่างจริงจังและต่อเนื่อง ให้สามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้มากยิ่งขึ้น Topics:  AWS Amazon Cloud Computing Keynote


No Picture

HMD Global ยืนยัน Nokia 6, 5, 3 จะได้รับ Android O

HMD Global ยืนยันกับ TechRedar ว่าโทรศัพท์โนเกียทั้งสามรุ่น คือ Nokia 6, 5, และ 3 จะได้รับ Android O หลักจากกูเกิลเปิดตัวเป็นทางการ แม้ว่าจะไม่สามารถสัญญาได้ว่าจะได้รับอัพเดตเมื่อใด เพราะต้องใช้เวลาแก้ไขอีกนับเดือนหลังได้รับซอฟต์แวร์ตัวเต็ม โทรศัพท์โนเกียทั้งสามรุ่นโฆษณาเรื่อง การได้รับอัพเดตต่อเนื่องอย่างหนัก และจนตอนนี้ทาง HMD Global ก็ยังทำตามที่สัญญาไว้ได้ แม้จะเพิ่งวางขายเมื่อต้นปีที่ผ่านมา อัพเดตล่าสุดเดือนพฤษภาคมก็ยังปล่อยค่อนข้างตรงเวลา หากโนเกียจะอัพเดตแอนดรอยด์อย่างต่อเนื่องในระยะยาวการอัพเดตไป Android O ก็น่าจะคุ้มค่าเพราะ Project Treble จะช่วยให้กระบวนการอัพเดตทำได้ง่ายขึ้น ที่มา – TechRedar Topics:  Nokia Android O


No Picture

พูดคุยกับ Dell EMC เรื่องการโจมตีไซเบอร์, ปกป้องข้อมูลและกฎหมายระหว่างประเทศ

หลังการแพร่ระบาดของ WannaCry/WannaCrypt เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ประเด็นเรื่อง Cybersecurity กลับมาเป็นประเด็นร้อนที่คนให้ความสนใจขึ้นมากอีกครั้ง ซึ่งทีมงาน Blognone มีโอกาสได้พูดคุยกับคุณ PK Gupta ตำแหน่ง Global Presales Leader ในส่วนโซลูชันด้านการปกป้องข้อมูล ในประเด็นข้างต้น ไปจนถึงการปกป้องข้อมูล, กฎหมายและบทบาทของรัฐที่เริ่มมีมากขึ้น PK Gupta – Dell EMC’s Global Presales Leader Cybersecurity Transformation ประเด็นที่ควรได้รับความสนใจจากทุกฝ่าย คุณ PK เปิดว่าทุกวันนี้ทุกอย่างกำลัง transform กันหมด ไม่เว้นแม้แต่ประเด็น Cybersecurity ที่ส่งผลต่อทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจทั่วโลกเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยคุณ PK ได้แชร์ตัวเลขและโนมโน้มด้าน Cybersecurity ดังนี้ ทุกวันนี้มีมัลแวร์ใหม่เฉลี่ย 500 ตัวต่อวัน Cyber attack เฉลี่ย 1 ล้านครั้งต่อวัน และเพิ่มขึ้นราว 47% ต่อปี (Year-over-Year Growth) 40% ของธุรกิจทั่วไปถูกโจมตีด้วย ransomware ภายในปี 2020 ธุรกิจด้านดิจิทัลกว่า 60% ทั่วโลกจะประสบปัญหา IT Security จนไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้ ตำแหน่งงานด้าน Security จะขาดแคลนมากขึ้น ความต้องการผู้เชี่ยวชาญด้านนี้จะเพิ่มขึ้น 4 เท่า ประเด็นด้าน Cybersecurity ก็เริ่มได้รับความสำคัญจากรัฐบาลหลายๆ ประเทศมากยิ่งขึ้นแล้ว อาทิ ออสเตรเลีย ที่มีการแต่งตั้ง Cyber Ambassador ภายใต้กระทรวงการต่างประเทศในความร่วมมือด้านนี้กับประเทศอื่นๆ Layered Cybersecurity for Data Protection ถึงแม้รัฐบาลหลายประเทศจะออกแนวทางปกป้องข้อมูล (Guidance/Framework) ซึ่งหลักๆ แล้วประกอบไปด้วย 5 ประบวนการคือ Identify, Protect, Detect, Respond และ Recover แต่ทาง Dell EMC ได้เสนอแนวทางในการปกป้องข้อมูลที่เรียกว่า Layered Cybersecurity for Data Protection แบ่งออกเป็น 3 ชั้นได้แก่ Traditional Data Protection เป็นขั้นตอนแรกเริ่มและพื้นฐานอย่างการสำรองข้อมูล Additional Hardening and Protection Features เป็นการปกป้องข้อมูลอีกขั้น อย่างการเข้ารหัสและทำระบบสำรองข้อมูลแบบ Offsite Advanced Protection Services เพิ่มความปลอดภัยอีกขั้นด้วยโซลูชันการปกป้องข้อมูลที่เรียกว่า Isolated Recovery Solution หรือ AirGap ไปจนถึงการประเมินความเสี่ยงและความปลอดภัย (Security Analytics) Isolated Recovery Solution โซลูชันสำรองข้อมูล โซลูชันสำหรับการสำรองข้อมูลในปัจจุบันจะยังคงมีการเชื่อมต่อไปยังศูนย์ข้อมูลอยู่ตลอดเวลา ซึ่งยังคงมีความเสี่ยงที่มัลแวร์จะหลุดเข้าไปโจมตีหรือเข้ารหัสข้อมูล ซึ่งคุณ PK แนะนำวิธีที่เรียกว่า Isolated Recovery Solution หรือ AirGap ซึ่งกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ AirGap เป็นโซลูชันที่มีการกันพื้นที่สำหรับเก็บข้อมูลสำรองแยกออกต่างหากจากระบบทั้งหมด เปรียบเสมือนห้องนิรภัย (vault) สำหรับข้อมูล ขณะที่การเชื่อมข้อมูลกับ AirGap จะเกิดขึ้นเป็นระยะเวลาสั้นๆ เฉพาะเมื่อองค์กรจะแบ็คอัพหรือกู้ข้อมูลเท่านั้น ทำให้มั่นใจได้ว่าจะไม่มีการถูกโจมตีในพื้นที่เก็บข้อมูล Cross-Border Data Regulation เมื่อรัฐต้องเข้ามาจัดการโลกไซเบอร์ที่ไร้ขอบเขต เมื่อโลกไซเบอร์เข้ามามีบทบาทในทุกภาคส่วนมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเรื่องของการโจมตี หรือการเก็บ/ส่งข้อมูลออกนอกประเทศ หลายประเทศพยายามจะเข้ามาจัดการ ดูแลและรับมือปัญหาที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามเมื่อรัฐเข้ามาดูแล โดยเฉพาะในแง่ของ Data Protection ปัญหากลับกลายเป็นของฝั่งผู้ให้บริการต่างๆ อาทิ ในแง่ของการเก็บข้อมูลในศูนย์ข้อมูลต่างประเทศหรือบนคลาวด์ ว่าจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศไหนบ้าง ใครเป็นเจ้าของข้อมูล บางประเทศก็มีกฎหมายห้ามส่งออกข้อมูล (จีน อินโดนีเซียเป็นต้น) บางประเทศกำหนดชัดเจนว่าจะต้องเก็บข้อมูลย้อนหลังเอาไว้กี่ปี ซึ่งก็ส่งผลอีกทอดต่อการตัดสินใจในการขยายบริการหรือการเปิดสาขาของบริษัทด้วยเช่นกัน คุณ PK ยกตัวอย่างเยอรมนี ที่บริการ Cloud Computing ไม่ค่อยเป็นที่นิยมนัก เนื่องจากเยอรมนีมีกฎหมายที่ระบุว่า เมื่อองค์กรอัพโหลดข้อมูลใดๆ ขึ้นบนคลาวด์ สิทธิความเป็นเจ้าของและการควบคุมข้อมูลนั้นตกเป็นของผู้อัพโหลดทันที ทำให้องค์กรส่วนใหญ๋ยังคงเก็บข้อมูลบนเซิร์ฟเวอร์ของตัวเองอยู่ ขณะที่สหภาพ EU ก็กำลังจะบังคับใช้กฎ General Data Protection Regulation (GDPR) ในเดือนพฤษภาคมปี 2018 นี้ซึ่งมาแทนที่ข้อตกลง Safe Harbour (International Safe Harbor Privacy Principles) ที่ถูกยกเลิกไปในปี 2015 โดยสารคำสัญคือ GDPR จะครอบคลุมทุกบริษัทที่จดทะเบียนใน EU แม้จะไปทำธุรกิจในต่างประเทศ ส่วนองค์กรประเทศอื่นที่เข้าไปทำธุรกิจใน EU ก็จะอยู่ภายใต้กฎหมายนี้ คุณ PK บอกด้วยว่ารัฐบาลไทยควรหันมาให้ความสำคัญและออกกฎหมายเรื่อง Data Protection ได้แล้ว Topics:  Dell Dell EMC Cybersecurity Interview


No Picture

Mastercard จับมือบริษัทเพย์เมนท์ พัฒนาชิปลดเวลาทำธุรกรรมผ่าน Chip and PIN

รูปแบบการยืนยันตัวเวลาทำธุรกรรมผ่านบัตรเครดิตที่กำลังเป็นที่แพร่หลายในยุโรปและสหรัฐฯ คือแบบ Chip and PIN ซึ่งมีปัญหาคือเวลาตอนทำธุรกรรมค่อนข้างมากและหากลูกค้าในร้านแถวยาวก็ยิ่งเสียเวลามากยิ่งขึ้น Mastercard จึงประกาศจับมือกับ Verifone และ Global Payments บริษัทที่ทำกระบวนการทำธุรกรรมพัฒนาชิป M/Chip ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาในการทำธุรกรรมแบบ Chip and PIN ลง ซึ่งทาง Mastercard เล็งจะนำไปติดตั้งที่ POS ที่มีลูกค้าเยอะก่อน เช่น ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดและซูเปอร์มาร์เก็ตต่างๆ ก่อน ที่มา – The Verge Topics:  Mastercard Finance POS


“Techsauce Global Summit” พร้อมแล้ว ชูประเด็น”งานสัมมนาเทคโนโลยีระดับโลก”

สำหรับใครที่เคยต้องบินไปเข้าร่วมงานสัมมนาเทคโนโลยีระดับโลกที่สิงคโปร์ ฮ่องกง หรือแม้แต่เมืองจีนกันบ่อย ๆ มาปีนี้ อาจไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายระดับนั้นอีกแล้ว เมื่อ “Techsauce Media” ประกาศจัดงานสัมมนาเทคโนโลยีระดับโลกขึ้นเป็นครั้งแรกในภูมิภาคอาเซียน ภายใต้ชื่อ “Techsauce Global Summit” โดย คุณอรนุช เลิศสุวรรณกิจ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เทคซอส มีเดีย จำกัด ผู้พัฒนาเว็บไซต์สื่อธุรกิจด้านเทคโนโลยี Techsauce.co   เผยถึงที่มาของการจัดงานดังกล่าวว่า “ทุกวันนี้ บริษัทและองค์กรขนาดใหญ่หันมาปรับกลยุทธ์ สร้างโครงการสนับสนุนสตาร์ทอัป เพื่อสร้างโอกาสเติบโตและปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วให้ทันเทคโนโลยี จนเกิดทั้งโครงการสตาร์ทอัปและ Corporate Venture Capital (CVC) มากมายในหลายอุตสาหกรรม” “เรามีการเก็บสถิติตั้งแต่ปี ค.ศ. 2012 – ปัจจุบัน ซึ่งพบว่าการลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัปนั้นมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดเรื่อยมา จนกระทั่งในปี 2016 ยอดการระดมทุนพุ่งขึ้นไปที่ 86.02 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยสตาร์ทอัปที่ได้รับการลงทุนสูงสุดในปี 2016 ได้แก่ Ookbee, Omise และ Orami” ขณะที่ภาคธุรกิจนั้นพบว่า มีดีลเกิดขึ้นมากที่สุดใน 5 อุตสาหกรรมดังต่อไปนี้ ได้แก่ ธุรกิจ E-Commerce, E-Logistics, FinTech, Payment และ Food & restaurant ทั้งนี้คุณอรนุชชี้ว่า ที่ผ่านมา นักลงทุนในยุคเริ่มแรก (ปี 2012 – 2013) มักเป็นบริษัทในแวดวงเทคโนโลยีและโทรคมนาคม ก่อนจะมาเข้าสู่ในยุคที่สองซึ่งเป็นนักลงทุนจากฝั่ง FinTech ขณะที่ในปัจจุบัน กลายเป็นว่าทุกอุตสาหกรรมได้ก้าวเข้ามาเป็นนักลงทุนกันไปแล้วเรียบร้อย  ซึ่งโดยมากมักเป็นบริษัทที่กำลังมองหา Corporate Innovation โดยบริษัทเหล่านี้ได้เปิดโครงการเพื่อสนับสนุนสตาร์ทอัปกันอย่างคึกคัก  เหล่านี้จึงเป็นเหตุผลที่ทีมงาน Techsauce มองว่าประเทศไทยนั้นควรอย่างยิ่งที่จะมีการจัดงานสัมมนาด้านเทคโนโลยีระดับโลก เพื่อยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการ และคนรุ่นใหม่ไฟแรง โดยดึงความแตกต่างระหว่างโลกตะวันตกกับโลกตะวันออกมาพบกัน สอดรับกับธีมงานในปีนี้ที่เป็นเรื่องของ East Meets West Speaker ที่ยืนยันมาเข้าร่วมงาน “ปีที่แล้วเรามี Speaker ที่มาร่วมงานมากกว่า 150 ท่าน ซึ่งในปีนี้เราตั้งเป้าไว้ว่าจะมี Speaker มากกว่า 200 ท่าน ขอยกตัวอย่างเช่น HP Ventures, Amadeus, Yamaha, AirAsia, GE, Dentsu Lab Tokyo, Ideo ฯลฯ พร้อมกับผู้เข้าร่วมงานที่ตั้งเป้าไว้ที่ 6,000 คน ส่วนธีมในปีนี้เป็นเรื่องของ East Meets West เราจะพูดเรื่อง Global Trends นำคนจากโลกตะวันตกและโลกตะวันออกมาดีเบตกันในเรื่องต่าง ๆ เป็นครั้งแรกในเมืองไทย” นอกจากการจัดงาน “Techsauce Global Summit” แล้ว ทางทีมงานยังได้มีการจัดทำ โรดโชว์ใน 8 ประเทศได้แก่ ญี่ปุ่น, สปป.ลาว, สิงคโปร์, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ฮ่องกง, เสินเจิ้น ประเทศจีน และประเทศไทยด้วย เพื่อทำการค้นหาทีมสตาร์ทอัปที่ชนะเลิศจากแต่ละประเทศมาแข่งขันกันที่เวทีใหญ่ของงานที่กรุงเทพฯ โดยผู้ชนะเลิศจะได้รางวัลบินตรงไปดูงานที่ซิลิคอน วัลเลย์ในปี 2018 ด้วย “การจัดงาน Techsauce Global Summit 2017 จึงช่วยเติมเต็มองค์ความรู้และเครือข่ายธุรกิจ อีกทั้งยังได้เชิญทั้งผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัป นักลงทุน และ Accerlerator จากทั่วโลกมาร่วมงาน โดย “Techsauce Global Summit 2017” จะจัดขึ้นในวันที่ 28 – 29 ก.ค. 2560 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอทเซ็นทรัลเวิลด์   Source: thumbsup The post “Techsauce Global Summit” พร้อมแล้ว ชูประเด็น”งานสัมมนาเทคโนโลยีระดับโลก” appeared first on thumbsup .


No Picture

พบกับบราอัจฉริยะ ตรวจจับมะเร็งเต้านมได้ ผลงานจากเด็กอายุ 18 ชาวเม็กซิโก

ปัญหาอย่างมะเร็งเต้านม ถึงแม้จะสามารถรักษาได้หากตรวจพบแต่เนิ่นๆ แต่ปัญหาที่เกิดส่วนใหญ่คือผู้หญิงมักจะไม่ค่อยได้ตรวจ ด้วยหลากหลายสาเหตุ ทำให้เด็กนักเรียนม.ปลายวัย 18 ปีจากเม็กซิโก ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากแม่ของเขาที่เป็นมะเร็งเต้านมทั้ง 2 ข้าง ลุกขึ้นมาแก้ปัญหานี้ด้วยบราอัจฉริยะ และได้รับรางวัลชนะเลิศจาก Global Student Entrepreneur Awards บรานี้ถูกเรียกว่า EVA มีไบโอเซ็นเซอร์กว่า 200 ตัวในการตรวจจับการเปลี่ยนแปลงพื้นผิวของเต้านม ไปจนถึงน้ำหนัก ขนาดและอุณหภูมิของเต้านม ซึ่งอุณหภูมิจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญ ที่สะท้อนว่าเต้านมมีเลือดไหลมาเลี้ยงเพิ่มขึ้น ซึ่งก็อาจจะมาเลี้ยงก้อนเนื้อร้ายก็เป็นได้ ตัวบรายังรองรับการเชื่อมต่อบลูทูธ เพื่อส่งข้อมูลจากเซ็นเซอร์ไปยังแอพพลิเคชันสำหรับการวิเคราะห์และประมวลผล ที่มา – The Next Web Topics:  Health Mexico