games



No Picture

พาเดินเที่ยวงาน SXSW 2017

เมื่อประมาณกลางเดือนที่แล้ว ผมได้มีโอกาสไปร่วมเทศกาล SXSW (South by Southwest) ที่เมือง Austin รัฐ Texas ประเทศสหรัฐอเมริกามาครับ ซึ่งนับว่าเป็นเทศกาลที่ใหญ่ในโลกที่มีคนเป็นแสนไปร่วมงาน โดย Theme ของเทศกาลปีนี้คือการ Convergence ทุกสิ่งเข้าด้วยกัน จากการที่เทศกาลนั้นจะแยกออกจากกันระหว่าง Interactive, Music และ Film แต่เนื่องด้วยการเปลี่ยนแปลงของโลกที่ทุกอย่างมีส่วนเกี่ยวข้องกันหมดแล้ว ทำให้ปีนี้นั้นผู้จัดงานจึงให้คนที่มาร่วมเทศกาลในแต่ละหมวดมีสิทธิ์ที่จะเข้าฟังในหมวดอื่น ๆ ได้แบบ Secondary Access ก่อนอื่นมารู้จักเทศกาล SXSW ก่อตั้งเมื่อปี 1987 ด้วยการเป็นเทศกาลดนตรีที่รวมงานสัมมนาเกี่ยวกับดนตรีเข้าไปด้วย ซึ่งงานครั้งแรกนั้นไม่ได้คาดหวังว่าคนจะมาเยอะ แต่ปรากฏว่าคนนั้นมาถล่มทลายทำให้งานที่จัดครั้งแรก กลายเป็นงานระดับชาติทันที พอเข้ามาในช่วงปี 90 ก็มีการเพิ่มหมวด SXSW Film และ Multimedia เข้าไปทำให้มีคนจากอุตสาหกรรมภาพยนต์และการทำมัลติมีเดียต่าง ๆ ไปมากขึ้น จนถึงปี 1995 ทางผู้จัดงานก็แยกสาขา Film และ Multimedia ออกมาเป็น SXSW Film, SXSW Multimedia ออกจากกันอย่างสิ้นเชิง ด้วยการที่ Multimedia ในยุคนั้นเริ่มมีความสนใจที่มากขึ้นจากการที่มีอินเทอร์เนตเข้ามาในปี 1999 ก็มีการเปลี่ยนชื่อ SXSW Multimedia เป็น SXSW Interactive ความน่าสนใจของ SXSW เริ่มมามีมากขึ้นในหลังช่วงปี 2000 ที่เริ่มมีคนจาก Tech Company ไปขึ้นเวทีพูดหลาย ๆ คน ไม่ว่าจะเป็น Jimmy Wales จาก Wikipedia หรือ Craig Newmark จาก Craigslist รวมทั้ง Mark Zuckerberg จาก Facebook นอกจากนี้ยังมีการไปเปิดตัว Startup ในงานมากมาย เช่นในปี 2009 ที่ Goawalla ไปแข่งเปิดตัวกับ Foursquare แล้ว Foursquare ชนะไปในปีนั้น ในปี 2017 นี้นั้นเทศกาล SXSW นั้นมีความสนใจน้อยลงจากฝากฝั่ง Agency และ Brand ที่มาเปิดบูธโชว์นวัตกรรมหรือปาร์ตี้ต่าง ๆ แต่ก็ยังคงมีการขึ้นเวทีให้ความรู้อย่างมากมาย โดยมีทั้ง IBM, Netflix, Hulu, Airbnb, Amazon, Dell ฝั่ง Agency อย่าง W+K หรือ Ogilvy นอกจากนี้ยังมีฝั่งมหาวิทยาลัยที่เอาผลงานวิชาการด้านการตลาดและพฤติกรรมของผู้บริโภคมานำเสนออีกด้วย ตัวงาน SXSW นั้นจะจัดที่ Austin Convention Center เป็นสถานที่หลัก และมีสถานที่ข้างเคยอีกมากมาย เช่นโรงแรม Hilton, Mariott รวมทั้งผับและบาร์ที่จะจัดให้มีเวทีย่อย ทั้งนี้เทศกาล SXSW จะมีระยะเวลางานประมาณ 10 วัน จะจัดช่วง Springbreak ซึ่งเป็นช่วงปิดเทอมของโรงเรียนและมหาวิทยาลัย ทำให้ผู้ปกครองของเด็ก ๆ มักจะหาโอกาสหยุดในช่วงนี้ไปด้วย ทำให้เมือง Austin นั้นสามารถปิดเมืองแล้วจัดงานได้อย่างเต็มที่ และคนที่หยุดจากรัฐต่าง ๆ ก็สามารถมาร่วมงานได้ด้วย ทำให้งานนี้นั้นมีคนมาร่วมงานนับแสนคนเลยทีเดียว งาน SXSW นั้นจะแบ่งช่วงงานออกเป็น Interactive ในช่วงวันแรก และ Film กับ Music ในช่วงท้ายเทศกาล ทำให้เทศกาลนั้นคนจะมาล้นหลามมากในช่วง Music ที่ผู้คนอยากจะมาฟังเพลงจากศิลปินต่าง ๆ ที่จะมาเปิดอัลบั้มในงานกันมากมาย รวมทั้งศิลปินข้างถนนที่อยากจะได้เกิดบนเวที ผมนั้นได้มีซื้อบัตรเข้าเทศกาลแบบ Platinum ทำให้มีโอกาสที่จะเป็น Primary Access ทุกงาน จากงานนี้นั้นสิ่งที่ผมเน้นฟังก็คือในหมวด Interactive ที่ปีนี้จะเน้นการพูดในเรื่องความสามารถของ AI การทำ Design Thinking และ Agile กับ Sprint ในรูปแบบต่าง ๆ รวมทั้งการทำ A/B Testing เพื่อให้ได้สินค้าและบริการในระดับ Personalised ขึ้นมา นอกจากนี้ยังเข้าไปฟังในหมวดของ Film ที่จะมีการพูดถึงการทำ content marketing แบบ storytelling ที่จะทำให้เกิดการติดตาม หรือความสนใจของผู้บริโภคได้อย่างไร นอกจากงานสัมมนาวิชาการแล้ว ทาง SXSW ยังมีโปรแกรมอื่น ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Show ของฝากฝั่งแบรนด์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Youtube, Google, IBM, Gatorade, Adidas, Sony, Levi’s & Google ซึ่งมีสินค้าตัว Prototype หรือเทคโนโลยีต่าง ๆ มาให้ตื่นตาตื่นใจ และยังมีบูธที่เปิดบ้านปาร์ตี้อีกมากมายไม่ว่าจะเป็นแบรนด์แฟชั่นอย่าง Vogue หรือ YSL เองก็มา มีการเปิดบ้านของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีจากประเทศต่าง ๆ เช่น อังกฤษ บราซิล เพื่อให้คนทั่วไปได้เข้าไปชมและพูดคุยกับผู้ประกอบการจากประเทศนั้น ๆ มีการเปิดออฟฟิสของ startup ในเมืองเช่น Shopgate หรือ Agency ชื่อดังที่ตั้งในเมืองอย่าง Fjord ก็เปิดออฟฟิสให้ชมกัน จากงานปาร์ตี้และงานบูธโชว์ของ งาน SXSW ก็มีช่วงให้คนนั้นมาสมัครงานกับบริษัทต่าง ๆ มีงาน SXSW Market ที่เน้นให้ศิลปินพิมพ์ภาพได้มาออกบูธขายภาพพิมพ์สกรีนของตัวเอง และงาน Tradeshow ที่มี Startup จากประเทศต่าง ๆ และบริษัทเทคโนโลยีเอานวัตกรรมของตัวเองมาเปิดตัว หานักลงทุน และลูกค้าที่สนใจ มี Highlight วันท้าย ๆ ที่เป็น SXSW Games expo ที่อุตสาหกรรมเกมมาออกบูธกันอย่างมากมาย โดยมีเด็ก ๆ ที่พ่อแม่พาไปเที่ยวงาน และผู้ใหญ่มากมายที่มาร่วมงาน ซึ่งในงาน SXSW Games expo นี้มีบูธใหญ่อย่าง Nintendo เอา Nintendo Switch มาให้ลอง และมีการแข่งเกมกันภายใน และยังมีบูธของสถาบันการศึกษามาเปิดตัวหลักสูตรในการเขียนเกม ทำกราฟฟิคและอื่น ๆ อีกมากมาย มีการเปิดบูธของนักพัฒนาเกมที่เอาเกมมาโชว์ โดยมีเกม VR, Card game และบอร์ดเกมมากมาย ทั้งนี้งาน SXSW นั้นเป็นงานที่ใหญ่มาก และมีกิจกรรมมากมายให้เลือกทำ ใครที่สนใจก็สามารถติดตามที่เว็บไซต์ SXSW เพื่อดูช่วงเวลาจัดงานและเตรียมตัวในการจองที่พักและเครื่องบินที่จะไปงานได้เลยก่อนที่ที่พักจะเต็มในช่วงใกล้งาน Topics:  SXSW SXSW2017 conference Event


No Picture

Super Mario Run เปิดให้ดาวน์โหลดบน Play Store แล้ว

จากที่นินเทนโดสัญญาไว้ว่า Super Mario Run บน Android เปิดให้เล่นวันที่ 23 มีนาคมนี้ วันนี้เกมก็เปิดให้ดาวน์โหลดบน Play Store เรียบร้อยแล้ว เกมมีให้เล่นทั้งหมด 24 ด่าน โดยนินเทนโดเปิดให้เล่น 4 ด่านแรกฟรี ถ้าอยากเล่นทั้งหมดสามารถจ่ายเงินเพิ่มแบบ in-app purchase ราคา 9.99 ดอลลาร์ (349 บาท) ซึ่งจะปลดล็อคด่านทั้งหมดและโหมดอื่นๆ ให้เล่นด้วย ที่มา – VentureBeat Topics:  Mario Games Nintendo Android


No Picture

นินเทนโดแจงปัญหา "จอยคอนสวิตช์" เกิดจากโรงงาน-แก้ได้แล้ว

ค่ายนินเทนโดออกแถลงการณ์ชี้แจงปัญหาเกี่ยวกับ “จอยคอน” อุปกรณ์ควบคุมเครื่องสวิตช์ ยืนยันเกิดจากโรงงานและสามารถแก้ไขได้แล้ว


No Picture

นินเทนโดชี้แจงปัญหา Joy-Con ของ Switch เกิดจากการผลิต ยินดีแก้ไขให้ฟรี

ปัญหาอย่างหนึ่งที่พบบ่อยใน Nintendo Switch ล็อตแรกๆ คือตัว Joy-Con มีปัญหาเรื่องการส่งสัญญาณ (โดยเฉพาะฝั่งซ้ายที่เป็นปุ่มควบคุมทิศทาง) ล่าสุด Nintendo of America ออกมายอมรับแล้วว่าเป็นปัญหาเรื่องคุณภาพการผลิตที่อาจมีผิดพลาดบ้าง สัญญาณไร้สายจึงอาจรบกวนกันได้ แต่ไม่ได้เป็นปัญหาจากการออกแบบอย่างที่หลายคนคาดกัน นินเทนโดระบุว่าตอนนี้แก้ปัญหาที่โรงงานเรียบร้อยแล้ว ถ้า Switch ของใครมีปัญหานี้ ก็สามารถติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าของนินเทนโดเพื่อแก้ปัญหาได้ฟรี นินเทนโดจะดูให้ว่าสามารถแก้ไขได้หรือจำเป็นต้องเปลี่ยนอุปกรณ์เป็นตัวใหม่ (แน่นอนว่าเคสนี้เฉพาะในสหรัฐอเมริกา ใครใช้เครื่องหิ้วมาก็คงต้องหาทางกันเอง) ที่มา – Kotaku Topics:  Nintendo Switch Nintendo Games


No Picture

พ้นสถานะเบต้า แพลตฟอร์มเกม GOG Galaxy ออกตัวจริง เพิ่มฟีเจอร์ Cloud Save

ในอดีต GOG.com เป็นร้านขายเกมเก่า (Good Old Games) ที่มีเฉพาะหน้าเว็บ ซื้อแล้วดาวน์โหลดเกมไปติดตั้งกันเอง (ต่างจาก Steam หรือ Origin ที่มีระบบไคลเอนต์ของตัวเองเบ็ดเสร็จ) แต่ในปี 2014 GOG ก็เปิดตัว Galaxy ไคลเอนต์ของตัวเองเช่นกัน หลังแปะป้ายเบต้ามานานหลายปี ในที่สุด GOG Galaxy ก็ปลดป้ายเบต้าออกในเวอร์ชัน 1.2 ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่อย่าง Universal Cloud Saves เก็บเซฟของเกมทั้งหมดไว้บนคลาวด์ ซึ่งรวมถึงเกมเก่าๆ ที่ไม่ได้ออกแบบมารองรับการเซฟบนคลาวด์ด้วย ผู้ใช้ยังสามารถดาวน์โหลดไฟล์เซฟของตัวเองมาเก็บไว้ได้เสมอ อีกฟีเจอร์ที่น่าสนใจคือเราสามารถสั่ง hibernate ตัวไคลเอนต์ไม่ให้ทำงานขณะเล่นเกม เพื่อประหยัดซีพียูและแบตเตอรี่, จำกัดแบนด์วิดท์ในการดาวน์โหลด, ตั้งเวลาการดาวน์โหลด, จับภาพหน้าจอ รมถึงระบบ notification ด้วย อัพเดตเวอร์ชัน 1.2 จะปล่อยให้กลุ่มผู้ทดสอบ ก่อนจะอัพเดตให้ผู้ใช้ทั่วไปในเดือนเมษายน ที่มา – GOG Topics:  GOG Games


No Picture

Narcosis เกม VR แนวสยองขวัญเอาตัวรอดใต้ทะเลลึก วางขายวันที่ 28 มีนาคม

Narcosis คือโปรเจคเกม VR แนวสยองขวัญเอาตัวรอด พัฒนาโดยสตูดิโออินดี้ Honor Code วางขายวันที่ 28 มีนาคม บน PC, Mac และ Xbox One ในราคา $19.99 รองรับอุปกรณ์ Oculus และ HTC Vive ภายในเกมตัวละครของเราคือผู้รอดชีวิตคนสุดท้ายที่ถูกกักขังอยู่ในศูนย์วิจัยที่อยู่ใต้ห้วงทะเลลึกอันไร้ซึ่งแสงแดด ด้วยแสงไฟกับอุปกรณ์ที่มีเพียงน้อยนิด เราต้องไขปริศนาให้ได้ว่าสิ่งที่คร่าชีวิตผู้คนภายในศูนย์วิจัยเป็นใครหรือตัวอะไรกันแน่ พร้อมกับหาทางออกหนีขึ้นไปบนผิวน้ำให้ได้ ก่อนที่ออกซิเจนและสติสัมปชัญญะของเราจะหมดสิ้นลง ฟีเจอร์ต่าง ๆ ภายในเกม แรงกดดันคือสิ่งที่ฆ่าเรา (Pressure Kills): ภายใต้ภาวะแรงกดดันสูงจะเร่งให้ออกซิเจนหมดเร็วขึ้น พร้อมกับทำให้การมองเห็น การได้ยิน สัมผัสของระยะห่างและเวลาของเราบิดเบือนไป ผืนน้ำที่ไม่เป็นมิตร (Hostile Waters): มีด ไฟฉาย และพลุไฟ คืออุปกรณ์สำคัญในการเอาตัวรอดจากสิ่งมีชีวิตปริศนาใต้ห้วงทะเลลึกแห่งนี้ การบอกเล่าเรื่องราวจากสิ่งที่ไร้ตัวตน (Phantom Narrative): เรื่องราวของผู้รอดชีวิต จะถูกบรรยายโดยสิ่งที่ไม่สามารถอธิบายได้ไปพร้อม ๆ กับการผจญภัยของผู้เล่น สิ่งที่อยู่เหนือธรรมะและอธรรม (Beyond Good and Evil): ไม่มีองค์กรเบื้องหลังหรือสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติใด ๆ ภายในเกมทั้งสิ้น มีเพียงแค่ความกลัวพื้นฐานในจิตใจและข้อจำกัดของมนุษย์เท่านั้น ความหวาดกลัวที่สมจริง (Terror Verite): ความกลัวที่เกิดจาก ความมืด, การถูกกักขังและการอยู่อย่างโดดเดี่ยว ทำให้ผู้เล่นได้สัมผัสกับประสบการณ์เครื่อง VR อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ที่มา – Dualshockers Topics:  Narcosis Games Oculus HTC Vive Honor Code