fashion

กรุงเทพมหานคร….ยังเป็นมหานครแห่งความปลอดภัยจริงหรือ?

ย้อนดู4 เดือน กับ 3 เหตุการณ์ที่ทำให้ชาวกรุงเทพฯอกสั่นขวัญแขวนและไม่ปลอดภัยในชีวิต สวนทางกับนโยบาย 'มหานครแห่งความปลอดภัย' หรือไม่? เมื่อครั้งปี 2556 ในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครสมัยที่ 2 ของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร นโยบายที่ “คุณชายหมู” ชูเป็นจุดขายนั้นก็คือ “กรุงเทพมหานครแห่งความปลอดภัย” และ “ทั้งชีวิตเราดูแล” โดยเน้นเรื่องความปลอดภัยทั้งงานก่อสร้างที่มีคุณภาพ สวัสดิการประชาชน รวมไปถึงการติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มในหลายจุดที่จะทำให้ประชาชนอุ่นใจ จวบจน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์หลุดจากตำแหน่งด้วยคำสั่งมาตรา 44 ของคสช.เมื่อกลางปี 2559 และใช้มาตรา 44 แต่งตั้ง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง มาเป็น”พ่อเมืองกรุงเทพฯ”คนใหม่แทน ชีวิตของคนกรุงฯ ปลอดภัยจริงหรือ? ย้อนไปดู 3 เหตุการณ์ใน 4 เดือนที่ผ่านมาที่สั่นสะเทือนความมั่นใจของคนกรุง 28 กุมภาพันธ์ 2560 : ไฟไหม้สะพานไทย-เบลเยียม เช้าตรู่ในชั่วโมงเร่งด่วนโดยปกติสะพานไทย-เบลเยียม ถนนพระราม 4 จะทำหน้าที่ระบายการจราจรดุจเส้นเลือดใหญ่ของคนกรุงเพราะอยู่ในจุดเชื่อมต่อทางเศรษฐกิจ ทั้งถนนวิทยุ ถนนสาทร และถนนสีลม แต่ในวันนั้นกลุ่มพันพวยพุ่งสูงด้านสะพานที่มุ่งหน้าไปทางชุมชนบ่อนไก่ เพลิงลุกไหม้จากการที่ใช้พื้นที่ใต้สะพานเป็นที่เก็บถังขยะเก่า ภายหลังมีการจับมือต้นเพลิงได้  นายสำราญ หรือเอก ม่วงเขียว หัวหน้าแกงค์เช็ดกระจกบริเวณดังกล่าวที่รับสารภาพว่าทิ้งก้นบุหรี่ เพลิงลุกไหม้หลายชั่วโมงทำให้โครงสร้างสะพานได้รับการเสียหายต้องใช้เวลาการปิดซ่อมบำรุงกว่า 45 วันและเพิ่งเปิดให้ใช้บริการอีกครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2560 คำถามคือนอกจากการเป็นต้นเพลิงโดยประมาทของนายสำราญแล้ว เพราะเหตุใดกทม.ถึงเอาถังขยะเก่าไปเก็บยังบริเวณดังกล่าว ซึ่งสักวันหากไม่ใช่นายสำราญก็อาจจะเกิดกรณีอื่นๆที่ทำให้เพลิงลุกไหม้ได้อีก 17 มีนาคม 2560 : โครงเหล็กรถไฟฟ้าหล่นทับรถนิสสันมาร์ช โครงการพัฒนารถไฟฟ้าสายสีเขียวจตุจักร-สะพานใหม่ นั้นมีความซับซ้อนเพราะนอกจากต้องปิดห้าแยกลาดพร้าวบางส่วนที่การจราจรหนาแน่นแล้ว ยังต้องรื้อสะาพนข้ามแยกรัชโยธินอีกด้วย และบริเวณแยกรัชโยธินบ่ายวันที่ 17 มีนาคมก็เกิดเหตุไม่คาดฝัน เมื่อ แท่งเหล็กก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว ขนาดใหญ่ หล่นทับรถยนต์ บริเวณ ถนนพหลโยธินขาเข้า ก่อนถึงเมเจอร์ รัชโยธิน รถยนต์นิสสันมาร์ชสีเขียว คันดังกล่าวเป็นของน.ส.สุพรรณี ลาสุดี เจ้าหน้าที่เสริมความงามแห่งหนึ่ง โชคดีที่เธอไม่ได้รับบาดเจ็บแต่ยังอยู่ในอาการหวาดกลัวจากประสบการณ์เฉียดตาย  บริษัทอิตาเลี่ยนไทยคือผู้รับเหมารถไฟสายสีเขียว ในขณะนี้ยังอยู่ขั้นเจรจาต่อรองค่าเสียหาย ทางบริษัทนาย ปรีชา สุขขวัญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย และตัวแทนบริษัท อิตาเลียนไทยฯ เข้ากับ สน.พหลโยธิน กล่าวว่าขอนำข้อเรียกร้องของผู้เสียหายไปเสนอกับผู้ใหญ่ที่มีอำนาจในการพิจารณาก่อน ซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะมีการเยียวยาอย่างไรบ้าง  เพราะข้อเสนอของฝ่ายคู่กรณีดูสูงเกินไป ทางบริษัทขอดูหลักฐานต่างๆให้ครบถ้วนก่อน แต่ถ้ามันหล่นพลาดมาอีกไม่กี่เซนติเมตร ชีวิตของน.ส.สุพรรณีจะเป็นอย่างไร


นี่คือ “กางเกงยีนส์พลาสติกใส” ของ Topshop ที่ชาวโซเชียลวิจารณ์ยับเยิน

แบรนด์แฟชันชื่อดังจากอังกฤษ Topshop เดินหน้าขายกางเกงกระแสแรงทั้งบนโลกออนไลน์และออฟไลน์ ไม่ว่ากระแสวิจารณ์จะร้อนแรงเพียงใด แต่เกมนี้ Topshop ได้ประโยชน์ไปเต็มที่ตามคำการันตีในคำบรรยายสินค้าว่า “ทุกคนจะต้องพูดถึง” กางเกงกระแสแรงของ Topshop มีชื่อรุ่นเป็นทางการว่า MOTO Clear Plastic Straight Leg Jeans สนนราคายีนส์โปรงใสนี้ราคา 100 เหรียญสหรัฐหรือประมาณ 3,500 บาท what the heck is this topshop??? pic.twitter.com/rJwwT3f9PZ — tiny ida (@smolsavior) April 24, 2017 คำบรรยายสินค้าบนหน้าเว็บไซต์เชิญชวนให้สาวๆ คิดนอกกรอบด้วยยีนส์พลาสติกใสเรียบง่ายที่การันตีได้ว่าจะสะกดทุกสายตาให้ทุกคนพูดถึง กางเกงขาตรงตัดเย็บบนรายละเอียดเดียวกับกางเกงยีนส์ทรงเอวสูงนี้ถูกออกแบบมาสำหรับใส่ในงานมหกรรมหรือปาร์ตี้คอสตูมซึ่งจะไปได้ดีกับบิกินี่ตัวจิ๋ว ชาวโซเชียลไม่เห็นด้วยกับคำบรรยายนี้ โดยเฉพาะใน Twitter These 'jeans' from @Topshop are like a step up from those clear knee high boots that steam up. Just…WHY.


Ikea ออกโฆษณาตอกหน้า Balenciaga กรณีกระเป๋าฉาว

หลังจากปล่อยให้โลกออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์ Balenciaga ต่อเนื่องกันหลายวันว่าลอกดีไซน์กระเป๋าช้อปปิ้งของ Ikea แล้วไปขายในราคา 2,145 เหรียญสหรัฐหรือประมาณ 7 หมื่นบาท ล่าสุด Ikea ออกมาเคลื่อนไหวอย่างเป็นทางการ ด้วยการออกโฆษณาที่สามารถใช้กรณีที่เกิดขึ้นเป็นช่องทางพีอาร์ตัวเองได้อย่างฉลาดและดูดี HAHAHAHAHA Balenciaga Is Selling the Ikea Tote for $2,145: https://t.co/BemTr6ttw4 via @TeenVogue pic.twitter.com/FvO3ag9EKa — Thuy Ong 🥞 (@ThuyOng) April 19, 2017 กรณีกระเป๋าหนังแท้รุ่นใหม่แบรนด์ Balenciaga มองคล้ายกระเป๋าช้อปปิ้งของ Ikea มูลค่า 0.99 เหรียญหรือประมาณ 35 บาทนั้นนำไปสู่การวิจารณ์สนุกปากบนโลกออนไลน์ โดยเฉพาะบน Twitter ที่มีการเผยแพร่เรื่องนี้ในวงกว้างดุจไฟลามทุ่ง ล่าสุด Ikea ออกมาตอบโต้บ้างด้วยการนำเสนอโฆษณา print ad ซึ่งถูกโพสต์บนโลกโซเชียล จนทำให้เกิดการส่งต่ออีกระลอก Balenciaga makes $2000 bag that’s an “homage” to the IKEA shopping bag and I’m like fashion you’re crazy but I can’t quit you. pic.twitter.com/wLIhmjmfy2 — Kate Bennett (@KateBennett_DC) April 18, 2017 Ikea เลือกใช้ข้อความบอกจุดเด่นของกระเป๋าตัวเอง โดยใช้ประโยคหลักในการส่งสารว่า “How to identify an original Ikea Frakta bag” โดยบอกว่า 1) ถ้าเขย่าแล้วมีเสียง แปลว่าเป็นของแท้ 2) ประโยชน์ใช้สอยหลากหลาย จุได้ทั้งกระเบื้อง ไม้ฮอกกี้ หรือน้ำ 3) ถ้าสกปรก กระเป๋า Frakta ของแท้ต้องล้างได้ง่าย 4) พับได้ 5) ลองมองด้านใน ถ้าพบป้าย Ikea แปลว่าของแท้ และ 6) ราคา ต้องประหยัดไม่เกิน 0.99 เหรียญ ทั้งหมดนี้ Johan Holmgren ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ Acne พันธมิตรเอเจนซี่ของ Ikea ให้สัมภาษณ์กับ AdFreak ว่าโฆษณานี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเล่าถึงช่วงเวลาหลังได้ติดต่อกับ Morten Kjaer จาก Ikea Creative Hub ว่าสามารถสร้างงานครีเอทีฟชิ้นนี้ในเวลา 2 ชั่วโมง ผลงานการถ่ายภาพกระเป๋าของ Ikea เป็นของ Anders Kylberg ช่างภาพที่นำกระเป๋าเข้าไปถ่ายภาพที่สตูดิโอส่วนตัวเพื่อให้ได้อารมณ์เดียวกับกระเป๋าของ Balenciaga โดยงานที่เสร็จแล้วถูกส่งไปยังทุกตลาดทั่วโลกในวันเดียวกัน ขณะนี้ Balenciaga แบรนด์แฟชันฝรั่งเศสยังเก็บตัวเงียบไม่ยืนยันว่ากระเป๋านี้มีต้นแบบจากสินค้าของ Ikea แต่แน่นอนว่าวันนี้ Balenciaga มีการบ้านชิ้นโตที่ต้องทำไปอีกนาน ที่มา: AdWeek   Source: thumbsup The post Ikea ออกโฆษณาตอกหน้า Balenciaga กรณีกระเป๋าฉาว appeared first on thumbsup .


No Picture

ฉลามเขียว : CCTV จราจร เมื่อพลเอกประวิตรกลับมา

สองสามคำถามสำคัญที่ต้องการคำตอบจากพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ เพื่อหยุดแผนปล้นประชาชนด้วย CCTV จราจร “ในอนาคตจะมีแผนเปิดให้เอกชนเข้ามาลงทุนวางระบบกล้องตรวจจับสองข้างทางให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเอกชนจะได้ส่วนแบ่งจากค่าปรับ ความคืบหน้าแผนโครงการดังกล่าวตอนนี้ผ่านความเห็นชอบจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี แล้ว กำลังอยู่ขั้นตอนของฝ่ายกฎหมาย” พล.ต.ท.วิทยา ประยงค์พันธุ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รับผิดชอบงานจราจร ให้ข่าวแก่สื่อมวลชนเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2560 ผมนำท่อนนี้มาเขียนไว้ในชื่อเรื่อง แผนปล้นประชาชนคราวนี้พลเอกประยุทธ์หยุดมันได้  เป็นการทำหน้าที่พลเมืองดีรายงานแก่หัวหน้ารัฐบาลว่า  “เซียน” จอมให้สินบนผู้เก่งกาจ  ฉวยโอกาสใช้คำสั่งของท่านที่ออกตามมาตรา 44 ที่ 14/2560 จะปล้นประชาชนด้วยการ ติดกล้อง CCTV การจราจรให้ทั่วประเทศ  แล้วจะนอนกินส่วนแบ่งค่าปรับ ซึ่งการที่ผมเรียกมันว่า “ปล้นประชาชน” เพราะผมมโนแล้ว ค่าปรับไม่ถูกแน่ ต้องเร่งเอาทุนคืน เร่งสร้างความร่ำรวย ผมเขียนไว้ด้วยว่า พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ คงไม่รู้ว่าเซียนจะปล้น และแม้เซียนจอมให้สินบนคนนี้แบ่งเงินให้ ผมก็เชื่อว่าพลเอกประวิตรไม่รับเงิน เพราะท่านตงฉิน อยู่ในรัฐบาลก็เป็นคนเดียวที่ไม่เคยถูกติฉินนินทาเรื่องสินบน  ไม่เคยถูกค่อนขอดกระแนะกระแหน  ซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์หลายล็อตมูลค่ามหาศาลก็ไม่เคยถูกกัดเรื่องรับสินบน แม้กระทั่งองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกที่ท่านดูแลอยู่ ก็ไม่มีใครแซวเรื่องกินหัวคิวในโครงการขุดลอกคูคลองทั่วประเทศ … ดมกลิ่นแล้วสะอาดมาก ตัวผมได้ตั้งใจไว้แล้วว่า จะใช้สถานภาพการเป็นนักข่าว  ต่อต้านขัดขวางไม่ให้แผนปล้นประชาชนครั้งนี้สำเร็จ ด้วยการเขียนบอกประชาชน เพราะผมรู้ คนไทยทุกชนชั้น จะเดือดร้อน แม้กระทั่งทหารใหญ่ในคสช.วันนี้ก็มีโอกาสที่จะโดนกล้อง CCTV ถ่ายรูป  และจะแก้ไขอะไรไม่ได้  ต้องเสียค่าปรับอย่างเดียว  เพราะอีกเดี๋ยวนึง คสช.ก็หมดหน้าที่เมื่อมีการเลือกตั้งใหม่  ก็กลับไปเป็นประชาชนธรรมดา  เกิดโดน CCTV ถ่ายรูปรถของท่าน  การจะไปขอให้ลบรูปลบข้อมูลลำบากนะครับ เพราะโครงการนี้ท่านจะให้ “เชื่อมโยงโครงข่าย” ไปกรมการขนส่งทางบกด้วย  ถ้าจะลบก็ต้องลบทั้งโครงข่าย  ทีนี้พวกเด็กๆ คนทำงานก็จะรู้  และจะแฉในโซเชียล ขายหน้า จากข่าวของ พล.ต.ท.วิทยา ประยงค์พันธุ์ บอกว่าท่านพลเอกประวิทย์เห็นชอบแล้ว ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนทางกฎหมาย หัวใจผมก็เต้นแรงเลยครับ  รอการกลับเข้าทำงานตามปกติของท่าน  หลังจากที่ลาราชการ ครม.ไปตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2560 ซึ่งข่าวของสื่อบอกว่าท่านเครียด งานหนัก  อะไรก็โดน เลยลาพักผ่อนช่วงสงกรานต์ ไม่มีใครรู้ไปไหน พลเอกประยุทธ์ก็ไม่บอกนักข่าว บอกแค่ว่าไปเจรจางานด้านความมั่นคงในต่างประเทศ ไม่บอกประเทศอะไร ความฃับ ไม่ใช่ลาว ไม่ใช่จีน   กระทั่งเมื่อบ่ายวันอาทิตย์ 16 เมษาฯ   เฟซบุ๊ก Wassana J. Nanuam ของ  คุณพี่วาสนา นาน่วม นักข่าวสาวสายทหารคนเก่งของ Bangkok Post ลงข่าวว่า พล.อ.ประวิตร กลับมาแล้ว และ พลตรี คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษก กลาโหม ให้ข่าว พล.อ.ประวิตร สั่งการหลายเรื่องในช่วง 2 วันท้ายเทศกาลสงกรานต์  ผมก็รอด้วยใจจดจ่อ  อยากฟังท่านอธิบายโครงการ CCTV จราจร ที่ให้ความเห็นชอบแล้ว แต่…พลเอกประวิตร อยู่ไหน เพราะงานใหญ่ เช้าวันจันทร์ 17 เมษายน 2560 ท่านก็ไม่ได้ไปเอง ให้ รมช.กลาโหมไปแทน เฟซบุ๊ก  Wassana J.


No Picture

ฉลามเขียว : จากนาฬิกาถึงแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์

เฮ้ย..!! มีนาฬิกาข้อมือ เวอร์ชั่น #ทักษิณ สีแดงสดใส ขายที่สนามบิน #หลวงพระบาง ด้วย ราคา 240,000 กีบ เฮ้ย…คำนี้คนไทยรู้จักดี  จะใช้เมื่อมีเรื่องอันควรตื่นเต้นเกิดขึ้น  ยิ่งร้องออกมาเสียงดังๆก็ย่อมหมายความว่า  น่าตื่นเต้นยิ่งนัก ในทวิตเตอร์ชื่อบัญชี @Ajbomb  ได้โพสต์รูปและข้อความนี้เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2560 อาจารย์บอม  คือใคร  ได้เขียนแนะตัวเองไว้ว่า   อาจารย์บอม  @Ajbomb  อาจารย์มหาลัย สอน Social Network นักเขียน นักแปล Blogger รีวิวหนัง ข่าวสาร รักเด็ก รักสัตว์ รักสุขภาพ กินมังสวิรัติและพืชผักเป็นหลัก จิบกาแฟเป็นงานอดิเรก จิบกาแฟเป็นงานอดิเรก…อา…เป็นอาการที่  ฉลามเขียว ชื่นชอบมาก  ด้วยเป็นผู้มีรสนิยมจิบกาแฟเช่นกัน  ต้อง espresso hot ด้วยนะ และจะต้องมาจากเมล็ดพันธุ์ arabica  จึงเด็ดนัก…แต่ขอสารภาพครับ  ผมไม่ได้จิบกาแฟเป็นงานอดิเรก  แต่ติดกาแฟอย่างงอมแงม  เลยล่ะ ผมตื่นเต้นครับ  ที่เห็นเรื่องราวนาฬิกาทักษิณที่สนามบินหลวงพระบาง ของอาจารย์บอม เพราะที่นั่นเป็นประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว  การมีนาฬิการูปหน้าทักษิณห้อยขายเป็นพวงใหญ่  ปะปนอยู่กับนาฬิการูปอื่นๆก็ย่อมเป็นเรื่องที่สร้างความตื่นเต้นได้มาก  คนลาว หรือ นักท่องเที่ยวที่เป็นชนชาติอื่น ที่ผ่านสนามบิน นิยมชมชอบทักษิณล่ะสิ  จึงขายนาฬิกาได้  ราคาก็ไม่ได้ถูกนะครับเรือนละ  240,000 กีบ  ใส่ราคาเป็น US Dollars ไว้ที่ 30 USD สมาชิกหมายเลข 3776759  เว็บไซต์  pantip.com นำเรื่องนี้มาโพสต์ในห้องราชดำเนิน  มีคนอื่นแสดงความคิดเห็นต่อท้ายกระทู้ 6 ความเห็น  ในความเห็นที่ 4 บอกว่า 240000 กีบ = 1009.63 บาท ครับ   ตัวผมประทับใจสุดๆที่เป็นความเห็นที่ 4  ประเทศไทยต้องการผู้นำที่มองการณ์ไกลมีวิสัยทัศน์ ไม่ได้ต้องการผู้นำที่เก่งแต่ในตำราหรือซื่อสัตย์สุจริตแต่ทำงานไม่เป็น ความเห็นนี้แหละครับ เป็นที่มาของการตั้งชื่อเรื่อง “จากนาฬิกาถึงแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์” ของผมในคิววิเคราะห์ข่าวการเมืองประจำวันอาทิตย์ 16 เมษายน 2560  โดยคำว่า  แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์  เป็นคำกล่าวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไทย  ใน รายการศาสตร์พระราชาฯ เผยแพร่เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 14 เมษายน 2560 ท่อนนี้กล่าวไว้ว่า “พี่น้องประชาชนครับ ยังมีอีกหลายประการที่ต้องปฏิรูป เพื่อให้ได้สิ่งต่างๆ ที่เป็นปัญหา ให้ลดลงตามลำดับ เพียงแต่เราต้องเริ่มต้นให้ได้ตั้งแต่บัดนี้ ต้องมีก้าวแรกเสมอ เพื่อให้มีก้าวต่อๆ ไป เราจะได้เดินทางไปพร้อมกัน ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เพื่อเราจะได้เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ” อ่านท่อนเดียวแค่นี้อาจจะไม่เข้าใจ  ผมก็อปปี้ลิงค์คำพูดของพล.อ.ประยุทธ์ จาก  เว็บไซต์รัฐบาลไทย มาลงไว้ด้วยนะครับ  เพื่อให้ได้รู้ว่าท่านพูดกับประชาชนว่าอย่างไร ไล่เรียงมาอย่างไร   จึงมีคำกล่อมประชาชนไทยออกมาว่า…เราจะได้เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ นาฬิกาทักษิณ กับ แสงสว่างปลายอุโมงค์ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ …เป็นประเด็นโป้ะเช้ะของผมเลยครับ  โดยลากประเด็น …ประเทศไทยต้องการผู้นำที่มองการณ์ไกลมีวิสัยทัศน์ ไม่ได้ต้องการผู้นำที่เก่งแต่ในตำราหรือซื่อสัตย์สุจริตแต่ทำงานไม่เป็น…มาผูกขยายความ  แล้วตัวผมก็บอกว่า   ในยุคทักษิณเป็นหัวหน้ารัฐบาลบริหารประเทศไทย  ประชาชนไทยไม่จำเป็นต้องจ้องหาแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์  เพราะแสงสว่างแห่งความเจริญรุ่งเรืองทุกด้านเจิดจ้าทั่วแผ่นดินไทย ความเจริญรุ่งเรืองเจิดจ้าทุกด้านในยุคทักษิณมันเป็นยังไงรึ  ผมไม่ต้องอธิบายซ้ำนะครับ เพราะคนไทยยังจำแม่น  และกำลังรอคอยอยู่ว่า เมื่อไหร่จะได้เลือกตั้งใหม่ซะที  เลือกตั้งเมื่อไหร่  พรรคการเมืองของทักษิณก็ชนะอีก  ยิ่งเศรษฐกิจเป็นอย่างนี้   ยิ่งติ๊ดชึ่งร่ายรำอยู่นานเท่าไหร่  พรรคการเมืองของทักษิณก็จะกำชัยชนะ  land slide ได้ง่ายเท่านั้น ผมเชื่อส่วนตัวนะครับ  เลือกตั้งใหม่พรรคการเมืองของทักษิณจะชูแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง เพราะอะไรในยุคที่ทักษิณบริหารประเทศไทยจึงเจิดจ้ารุ่งเรืองทั้งแผ่นดิน ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย  มีรัฐธรรมนูญ 2540 ที่ให้สิทธิเสรีภาพแก่ประชาชนไทยอย่างบริบูรณ์ ทักษิณเก่ง คำกล่าวที่ว่า…ประเทศไทยต้องการผู้นำที่มองการณ์ไกลมีวิสัยทัศน์ ไม่ได้ต้องการผู้นำที่เก่งแต่ในตำราหรือซื่อสัตย์สุจริตแต่ทำงานไม่เป็น…อ่านดีๆแล้วเจ็บมาก  ประเทศไทยมีคนจำพวกนี้เยอะ  ในขณะที่ทักษิณเก่งกาจในการบริหารด้วยวิสัยทัศน์ก็ไม่ได้บกพร่องด้านความซื่อสัตย์   ทักษิณไม่ได้ถูกยึดทรัพย์ด้วยข้อหาโกง  แต่เป็นข้อหาขายหุ้น  ขณะที่  “ปูยิ่งลักษณ์” ก็ไม่ได้โดนข้อหาโกง  แต่ถูกกล่าวหาว่าละเลยทำให้เกิดความเสียหายจากนโยบายรับจำนำข้าว  ซึ่งก็ไม่ได้ละเลยกำกับอย่างดี ตระกูลชินวัตร ไม่เคยโดนข้อหาโกงชาติ ผมเคยเขียนไว้ตรงนี้แล้วครับ  การประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ.2560 เมื่อวันที่ 6 เมษายน ไม่ใช่การคืนประชาธิปไตยให้ประชาชนไทย เพราะกฎควบคุมประชาชนอันผิดต่อกฎแห่งประชาธิปไตยยังอยู่ครบถ้วน  ทะมึนน่ากลัวเหมือนเดิม ผมอยากให้คนไทยอ่าน   แถลงการณ์ของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรื่อง การประกาศใช้รัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย เวลา 20.20 น. วันที่ 6 เมษายน 2560  ก็จะเห็นภาพ  เห็นระยะเวลา  เข้าสู่การเลือกตั้งใหม่  จะต้องมีทั้งการทำกฎหมายลูก และการขับเคลื่อนปฏิรูป  ซึ่งปฏิรูปควรจะทำมาตั้งนานแล้ว  ตั้งแต่ 22 พ.ค.2557 อุโมงค์นี้ยาวแค่ไหน….. ที่ปลายอุโมงค์นั้นมีความเจิดจ้าเจริญรุ่งเรืองทุกด้านเหมือนยุคทักษิณรึไม่  ผมไม่ต้องพูดมากก็ได้ครับ  คนไทยคิดเป็น คนไทยคิดเองเป็นจริงๆ นะครับ  ดูจากสำนัก  สวนดุสิตโพล เมื่อวันเสาร์ 15 เมษายน 2560 ตอบคำถามว่า…


ฉลามเขียว : พลเอกประยุทธ์จะไม่มีแผ่นดินอยู่…?

Old soldiers never die, ทหารแก่ไม่มีวันตาย เก๋..มว้าก….ถ้านายพลเฒ่าคนใดก็ตามในกองทัพไทย  ได้รับคำสอพลอนี้จากนักข่าว  ความจริงคำกล่าวนี้ของ   General Douglas MacArthur. แห่งกองทัพเรือสหรัฐอเมริกา  ยาวกว่านี้  มีอีกประโยค  แต่ส่วนใหญ่ผู้สอพลอนาย  ตัดคำท้ายออกไปเสีย  วันนี้ ผม  นายฉลามเขียว  ผู้ตื่นเต้นกับคำเตือนของ   พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ที่ได้กล่าวเตือนศิษย์ จปร.รุ่นน้อง ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ  “จะไม่มีแผ่นดินอยู่” จึงขอทำหน้าที่นำคำท้ายมาใส่ไว้ให้เต็มความ  เพื่อให้คนรุ่นหลังได้รู้ว่าจริงๆแล้ว  ทหารแก่ก็เป็นเช่นนี้แหละ ตื่นเต้นรึที่ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ใช้คำแรงเตือนพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งว่ากันตามจริง  ถ้าเป็นนายพลคนอื่นพูดก็ควรจะตื่นเต้น  แต่ก็เอาเถอะเมื่อ พล.อ.พัลลภ พูดก็ตื่นเต้นซักนิดนึงหน่อยดิ   เพราะน้อยที่สุดของปรากฏการณ์นี้ก็คือ   มีคนเตือนแล้วนะ  ก็น่าจะหมายความว่า   มีคนคิดแล้วจึงมีคนพูด  และในวงพูดคุยสนทนาของบรรดาทหารชราอาจจะมีคนอื่นอีกหลายๆคนร่วมอยู่ด้วย “อดทนเอาหน่อย” พล.อ.ประยุทธ์  เพิ่งบอกกับคนไทยทั้งประเทศ เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2560 ว่าด้วยการเลือกตั้งใหม่ที่จะให้เริ่มก็โน้น  ปี2561  และไม่ใช่เริ่มวันที่ 1 มกราคม  แต่จะค่อยๆเริ่มเมื่อ 5 เดือนผ่านไปแล้ว นั่นก็คือการเลือกตั้งใหม่นับจากนี้ไปก็ 2 ปี…นานเกินไปมั๊ย ถ้าบวกเข้ากับ  สนช.แกล้งคว่ำกฎหมายลูกในวาระที่ 3 หลายๆฉบับ  ก็อย่าว่าแต่ 2 ปีเลยนะ เศรษฐกิจไทยเริ่มต้นฟื้นฟูไม่ได้  ถ้าตราบใดยังไม่ได้ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย  ยังไงก็ฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติไม่ได้  และธุรกิจอุตสาหกรรมของไทยทุกสาขาจะทนซบเซาได้นานขนาดมากกว่า 5 ปีเลยรึ  รวมทั้งผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรทุกสาขา ทั้งปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ที่ขณะนี้เหือดแห้งกันทั้งแผ่นดินจะทนไหวรึ  ดังนั้น คำเตือนของ “พี่พัลลภ” ทหารชราผู้มีอายุ 80 ปีแล้วจึงไม่เรื่องเลื่อนลอย  หรือไร้สาระจนรับฟังไม่ได้ พล.อ.พัลลภ ไม่ได้เป็นผู้ยึดแนวทาง hard core อย่างเดียวนะ  เพราะพี่พัลลภอยู่กับ “บิ๊กจิ๋ว” พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ที่ชราเช่นกัน แต่พี่จิ๋วก็อยู่กับกระแสมวลชนอย่างแนบสนิท… บิ๊กจิ๋วได้ยินเสียงลมหายใจของความอดอยากแร้นแค้น   ผมได้ลิงค์ข่าว คำให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.พัลลภ มาลงไว้ในนี้ด้วย ก็เชื่อว่า พล.อ.ประวิตร คงมีลูกน้องส่งออนไลน์ไปให้ท่านอ่านขณะลาราชการไปอยู่ต่างประเทศในช่วงสงกรานต์  ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ ผมเชื่อว่าท่านได้อ่านแล้ว เพราะท่านอ่านข่าวด้วยตัวเองทุกข่าว  กองทัพสหรัฐอเมริกา ไม่เคยทำรัฐประหาร  ชาตินี้เขายึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตยอย่างเหนียวแน่น  ทหารเรือเป็นทหารที่เก่งกาจที่สุดของชาติสหรัฐ  นายพลดั๊กลาส แม็คอาร์เธอร์ มีโคตรบรรพบุรุษเป็นทหารเรือมาตั้งแต่ตั้งชาติสหรัฐ  แม็คอาร์เธอร์  ได้เป็นผู้บังคับบัญชาทหารกองทหารเรือในภาคพื้นแปซิฟิค  รบกับญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่ 2 และชนะ  เป็นผู้กำกับให้นายพลญี่ปุ่นลงนามในสัญญายอมแพ้อย่างไม่มีเงื่อนไขบนเรือรบ USS Missouri


Fast and Furious 8 ดีเกินคาด แรงทะลุสงกรานต์แน่นอน

Fast and Furious 8 พัฒนาขึ้นมามากจากหนังที่ขายแอคชันไร้เหตุผล มาให้ความสำคัญกับบทภาพยนตร์และตัวละครมากขึ้น และน่าจะเป็นภาคที่ดูสนุกและดีที่สุดในบรรดา 8 ภาค [ View the story “Fast and Furious 8 ดีเกินคาด แรงทะลุสงกรานต์แน่นอน” on Storify ]  


ข้อความแฝงนัยทางการเมืองสั่นสะเทือนโลกยอดมนุษย์

จักรวาลมาร์เวลลุกเป็นไฟ เมื่อนักวาดการ์ตูนซ่อนนัยทางการเมืองใน X-Men ภาคใหม่ เจอกระแสต่อต้านรุนแรง มาร์เวลคอมิกส์กรุ๊ป ค่ายการ์ตูนชื่อดังของสหรัฐฯ เจ้าของผลงานเกี่ยวกับยอดมนุษย์ หรือซูเปอร์ฮีโรเรื่องต่างๆ ซึ่งเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ออกแถลงการณ์ชี้แจงถึงผู้อ่านและผู้ใช้สื่อโซเชียลมีเดีย เมื่อ 10 เมษายน หลังจากที่นักวาดการ์ตูนฟรีแลนซ์ชาวอินโดนีเซียซึ่งทำงานให้กับมาร์เวล ซ่อนข้อความแฝงนัยทางการเมืองลงไปในการ์ตูนภาคต่อเกี่ยวกับมนุษย์กลายพันธุ์ X-Men Gold#1 ซึ่งขัดต่อการสนับสนุนความแตกต่างหลากหลายที่เป็นแกนหลักดั้งเดิมของการ์ตูนเรื่องนี้ หนังสือการ์ตูน X-Men Gold ตอนแรก เพิ่งวางจำหน่ายและเปิดตัวในสหรัฐฯ เมื่อ 4 เมษายนที่ผ่านมา แต่เพียงไม่นานก็เจอกับกระแสต่อต้านจากผู้อ่านจำนวนมาก หลังผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า Haykal Al-Qasimi โพสต์ข้อความถึงมาร์เวลคอมิกส์ โดยระบุว่า ‘โคลอสซัส’ ตัวละครหนึ่งในการ์ตูนเรื่อง X-Men Gold สวมเสื้อยืดที่มีตัวอักษรว่า QS 5:51 ทั้งยังมีตัวเลข 212 ปรากฎในฉากหนึ่งของการ์ตูนดังกล่าว ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ที่ชาวมุสลิมในอินโดนีเซียใช้ประท้วงต้านนายบาสุกี จาฮาจา ปูร์นามา หรือ ‘อาฮ็อก’ ผู้ว่าการกรุงจาร์กาตา ผู้นับถือศาสนาคริสต์ ตัวอักษร QS 5:51 เป็นสัญลักษณ์ที่ชาวมุสลิมในอินโดนีเซียใช้อ้างถึงข้อความบทที่ 5 วรรค 51 ของคัมภีร์อัล-กุรอาน ซึ่งมีผู้ตีความจากภาษาอาหรับเป็นภาษาอินโดนีเซียว่าเป็นประโยคเตือนชาวมุสลิมไม่ให้เลือกชาวยิวหรือชาวคริสต์ขึ้นมาเป็นผู้นำของตน ขณะที่ตัวเลข 212 หมายถึงการชุมนุมใหญ่ในกรุงจาการ์ตาเพื่อขับไล่นายบาสุกี เมื่อ 2 ธันวาคมปีที่แล้ว ขณะที่นายอาร์ดิยัน ไซยัฟ ศิลปินชาวอินโดนีเซีย ผู้วาดภาพในการ์ตูนดังกล่าวให้แก่มาร์เวล เป็นหนึ่งในผู้ต่อต้านนายบาสุกี โดยระบุว่า นายบาสุกีพูดถึงข้อความในบทที่ 5 วรรค 51 ของอัล-กุรอานระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งเมื่อปีที่แล้ว ถือเป็นการดูหมิ่นศาสนาอิสลาม แต่นายบาซูกิอ้างว่าเขาวิจารณ์ผู้ที่อ้างข้อความดังกล่าวเพื่อโจมตีทางการเมือง เพราะเขาเป็นตัวเก็งที่มีสิทธิ์ชนะการเลือกตั้งผู้ว่าการกรุงจาการ์ตาครั้งใหม่ที่จะจัดขึ้นในปีนี้ ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Haykal Al-Qasimi ระบุเพิ่มเติมว่า เขาเป็นแฟนการ์ตูน X-Men ในฐานะที่เป็นการ์ตูนสนับสนุนแนวคิดเรื่องความแตกต่างหลากหลาย และกล่าวด้วยว่ามาร์เวลเป็นเครือการ์ตูนที่มีซูเปอร์ฮีโรผู้หญิงมากกว่าค่ายอื่น ทั้งยังมีซูเปอร์ฮีโรที่เป็นกลุ่มผู้หลากหลายทางเพศ หรือ LGBT แต่ข้อความแฝงนัยโจมตีชาวคริสต์ที่ปรากฎอยู่ใน X-Men Gold ขัดแย้งต่อคุณค่าของการ์ตูนเรื่องนี้ พร้อมระบุด้วยว่า ช่วงหลายปีที่ผ่านมา กลุ่มชาวมุสลิมที่มีแนวคิดสุดโต่งในอินโดนีเซีย มีแนวโน้มจะใช้ประเด็นทางศาสนาโจมตีชาวคริสต์และผู้นับถือศาสนาอื่นๆ ที่เป็นคนกลุ่มน้อยในสังคมเพิ่มมากขึ้น ผู้เห็นด้วยกับโพสต์ของ Haykal Al-Qasimi นำเรื่องดังกล่าวไปเผยแพร่และส่งต่อในสื่อโซเชียลมีเดีย ทั้งเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และเรดดิท ส่งผลให้มาร์เวลสั่งตรวจสอบเรื่องดังกล่าว และพบว่านายอาร์ดิยันใส่ข้อความเชิงสัญลักษณ์ในผลงานเรื่อง X-Men Gold จริง แต่เขายืนยันว่าไม่มีเจตนาโจมตีผู้ใด แต่ผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ไม่พอใจการเลือกปฏิบัติและกีดกันความหลากหลาย ต่างพากันแสดงความคิดเห็นต่างๆในเฟซบุ๊กของนายอาร์ดิยันจนต้องปิดเฟซบุ๊กไป อย่างไรก็ตาม ผู้สนับสนุนนายอาร์ดิยันจำนวนมากมองว่า การซ่อนข้อความแสดงจุดยืนด้านต่างๆ ในการ์ตูนหรือผลงานศิลปะเป็นสิ่งที่กระทำได้ เพราะเป็นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และศิลปินจำนวนไม่น้อยก็เคยทำเช่นนั้นมาก่อน กระแสต่อต้านครั้งนี้ทำให้การ์ตูน X-Men Gold ฉบับพิมพ์กลายเป็นที่ต้องการเพิ่มขึ้นในตลาดนักอ่านการ์ตูนและนักสะสมของหายากเพื่อเก็งกำไร โดยมีการกว้านซื้อการ์ตูนที่วางจำหน่ายไปแล้วมาเก็บไว้ และมีผู้ประกาศขายการ์ตูนเรื่องดังกล่าวในเว็บไซต์อีเบย์โดยตั้งราคาสูงกว่าท้องตลาดเป็นจำนวนมาก ส่วนมาร์เวลได้ออกแถลงการณ์ย้ำว่า การเคารพในความแตกต่างหลากหลาย เป็นคุณค่าซึ่งทางค่ายยึดถือตลอดมา และทางบริษัทได้สั่งระงับการจำหน่ายการ์ตูน X-Men Gold ฉบับที่เป็นปัญหาทั้งหมด และจะระงับสัญญาจ้างของนายอาร์ดิยัน แต่ไม่ได้ระบุว่าจะมีผลเมื่อใด ทำให้ผู้ใช้สื่อโซเชียลจำนวนหนึ่งมองว่ากระแสต่อต้านในครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อชีวิตการทำงานของนายอาร์ดิยันอย่างรุนแรงเกินกว่าเหตุ ข่าวที่เกี่ยวข้อง: ชาวอินโดฯนับแสนประท้วงต้านผู้ว่าจาการ์ตาหมิ่นอิสลาม ประท้วงผู้ว่าฯจาการ์ตาเป็นช่องให้กลุ่มการเมืองโหนศาสนา