entertainment

‘ทรัมป์’ ต่อสาย ‘ประยุทธ์’ ชมทำงานมีประสิทธิภาพ-ชวนเยือนสหรัฐฯ

'ทรัมป์' ต่อสาย 'ประยุทธ์' แนะนำตัวในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง พร้อมแสดงความเสียใจต่อการสิ้นพระชนม์ในหลวงรัชกาลที่ 9 ชมการทำงานของนายกรัฐมนตรีที่มีประสิทธิภาพ ช่วยให้เห็นถึงพัฒนาการของประเทศไทยในทางที่ดีขึ้นหลายด้าน และชวนเดินทางเยือนสหรัฐอย่างเป็นทางการในโอกาสที่สะดวก  พลโทวีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ (30 เม.ย.) เวลา 21.30 น. ตามเวลาประเทศไทย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ได้มีโอกาสโทรศัพท์พูดคุย กับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เป็นเวลาประมาณ 5 นาที เพื่อแนะนำตัวในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง โอกาสนี้ ประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวแสดงความเสียใจต่อการสิ้นพระชนม์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 พร้อม กล่าวชื่นชมประเทศไทย เนื่องจากตนเองมีเพื่อนเป็นคนไทยหลายคน และ รู้จักประเทศไทยเป็นอย่างดี รวมทั้งชื่นชมการทำงานของนายกรัฐมนตรีที่มีประสิทธิภาพ ช่วยให้เห็นถึงพัฒนาการของประเทศไทยในทางที่ดีขึ้นหลายด้าน ทั้งด้านตลาดหุ้น เศรษฐกิจ ความมั่นคง และ ความสงบเรียบร้อย ซึ่งไทยและสหรัฐ มีความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งมายาวนาน ทั้งในด้านความร่วมมือทางการทหารและความมั่นคงระหว่างกัน รวมถึงความสัมพันธ์นับจากนี้ ก็จะมีความใกล้ชิดกันมากขึ้น โดยเตรียมส่ง คณะทำงานด้านการค้า มาหารือขยายความร่วมมือระหว่างกันในเวลาอันใกล้นี้ พร้อมระบุว่า ยังมีความกังวล ในเรื่องสถานการณ์ทะเลจีนใต้ และเกาหลีเหนือ แต่ไม่ได้มีการหารือในรายละเอียดไม่มีการล็อบบี้ กดดัน หรือ เรียกร้องอะไรกับประเทศไทยในเรื่องดังกล่าว พร้อมกล่าวเชิญนายกรัฐมนตรีให้เดินทางเยือนสหรัฐอย่างเป็นทางการในโอกาสที่สะดวก  ขณะที่ นายกรัฐมนตรี ตอบรับคำเชิญการเดินทางเยือน โดย จะประสานเพื่อกำหนดช่วงเวลาที่เหมาะสมต่อไป ทั้งยังยืนยันว่า ประเทศไทยจะดำเนินการ ภายใต้ข้อปฏิบัติของสหประชาชาติ นอกจากนี้ ยังขอให้สหรัฐดูแลและรักษาการเจริญเติบโตเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ และ กล่าวขอบคุณภาครัฐและภาคเอกชนของสหรัฐที่ให้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับกับรัฐบาลไทยมาโดยตลอด


ทรัมป์ชมคิมจองอึนฉลาดแม้อาจสติไม่ดี

โดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ CBS ว่าไม่แน่ใจว่าผู้นำเกาหลีเหนือสติดีหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ เป็น “คุกกี้ที่ฉลาดพอตัว” เพราะสามารถเป็นผู้นำได้ตั้งแต่อายุยังน้อย และรอดจากการถูกแย่งชิงอำนาจมาได้ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์พิเศษกับสถานีโทรทัศน์ CBS ในวาระครบ 100 วันที่ขึ้นบริหารประเทศ โดยประเด็นที่เป็นที่ฮือฮาที่สุด เป็นเรื่องเกี่ยวกับเกาหลีเหนือ หลังจากสถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลีเหนืออยู่ในภาวะตึงเครียดตลอดเดือนที่ผ่านมา โดยเมื่อนายทรัมป์ถูกถามว่าเขาคิดอย่างไรกับนายคิมจองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ผู้นำสหรัฐฯตอบว่า เขาไม่รู้ว่านายคิมมีสติดีหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ นายคิมเป็น “คุกกี้ที่ฉลาดพอตัว” เพราะเขาเป็นผู้นำตั้งแต่อายุเพียง 26-27 ปี และต้องรับมือกับคนที่กระหายอำนาจมากมาย แต่เขาก็รอดพ้นจากการถูกโค่นล้มอำนาจ ไม่ว่าโดยอาของตนเองหรือนายพลคนอื่นๆ และปกครองเกาหลีเหนือได้จนถึงปัจจุบัน แม้ว่าจะสามารถจับใจความได้ว่านายทรัมป์พยายามกล่าวชมนายคิม แต่การเปรียบเทียบผู้นำเกาหลีเหนือเป็น “คุกกี้ที่ฉลาด” ก็สร้างความงุนงงให้กับสื่อทั่วสหรัฐฯ โดยก่อนหน้านี้เขาเคยเปรียบเทียบว่านายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย เป็น “คุกกี้แข็งๆ” มาแล้ว แต่การเปรียบเทียบดังกล่าวยังพอเห็นภาพว่านายปูตินเป็นผู้นำที่แข็งแกร่ง และ “เคี้ยวยาก” ไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่จะยอมจำนนต่อสหรัฐฯง่ายๆ โดยการเปรียบเทียบผู้นำต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่เป็นปฏิปักษ์กับสหรัฐฯ ว่าเป็น “คุกกี้” แบบต่างๆ อาจเป็นความตั้งใจของนายทรัมป์ในการลดทอนศํกดิ์ศรีของผู้นำเหล่านี้ และแสดงความเหนือกว่าของสหรัฐฯ คนชอบถามว่าเขาบ้ารึเปล่า ผมไม่รู้หรอกนะว่าบ้ามั้ย แต่เขาอายุ 26-27 เองตอนที่พ่อตาย เขาต้องดีลกับคนที่แข็งๆทั้งนั้น โดยเฉพาะพวกนายพล ผมมั่นใจว่ามีคนพยายามโค้นล้มเขา ทั้งอาเขาและคนอื่นๆ แต่เขาก็อยู่มาได้ แสดงว่าเป็นคุกกี้ที่ฉลาดพอตัว นอกจากนี้ การชมว่านายคิมสามารถเอาตัวรอดจากการโค่นล้มอำนาจมาได้ยังถูกมองว่าไม่เหมาะสม เพราะเขาสั่งประหารชีวิตอาเขยของตนเอง นายชางซองแท็ก หลังขึ้นสู่อำนาจเพียง 2 ปี เนื่องจากเกรงว่านายชางจะก่อรัฐประหาร นอกจากนี้เขายังถูกสงสัยว่าบงการฆ่านายคิมจองนัม พี่ชายต่างมารดาของตนเองที่สนามบินกรุงกัวลาลัมเปอร์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาอีกด้วย ส่วนประเด็นการทดสอบขีปนาวุธครั้งล่าสุดของเกาหลีเหนือเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (29 เมษายน) ซึ่งขีปนาวุธระเบิดไม่นานหลังจากถูกปล่อยออกมา ซึ่งทำให้การทดสอบดังกล่าวถือว่าล้มเหลว นายทรัมป์หลีกเลี่ยงไม่ตอบว่าเหตุใดขีปนาวุธของเกาหลีเหนือจึงระเบิดบ่อยครั้ง โดยให้เหตุผลว่าเขาไม่ควรบอกความคิดหรือความเคลื่อนไหวของฝั่งสหรัฐฯให้เกาหลีเหนือได้รับรู้ เพราะจะเสียเปรียบใน “เกมหมากรุก” ที่สหรัฐฯและเกาหลีเหนือเล่นกันอยู่ อย่างไรก็ตาม ความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลียังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง หลังจากเกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธครั้งล่าสุด และสหรัฐฯก็ยังไม่ถอนกำลังเรือดำน้ำและเรือบรรทุกเครื่องบินออกจากจุดที่สามารถจู่โจมเกาหลีเหนือได้ และก่อนหน้านี้ นายทรัมป์ก็ยังเคยกล่าวว่าแม้เขาจะต้องการคลี่คลายวิกฤตการณ์ในคาบสมุทรเกาหลีอย่างสันติผ่านการเจรจา ตามแนวทางที่รัฐบาลจีนต้องการ แต่เขาก็เกรงว่าอาจมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดความขัดแย้งครั้งใหญ่ในคาบสมุทรเกาหลี จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าสหรัฐฯตั้งใจจะดำเนินการกดดันเกาหลีเหนือด้วยวิธีใดและถึงระดับใด แต่นายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ยืนยันว่าสหรัฐไม่เคยมีเป้าหมายจะเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองหรือโค่นล้มรัฐบาลเกาหลีเหนือ และไม่คิดจะแสวงหาการรวม 2 เกาหลีเข้าด้วยกัน เพียงแต่ต้องการทำให้ภูมิภาคนี้ปลอดจากนิวเคลียร์เท่านั้น   ฟังบทสัมภาษณ์โดนัลด์ ทรัมป์ ฉบับเต็ม  


‘ประวิตร’ ย้ำจุดยืนไทย ปม ‘คาบสมุทรเกาหลี’ ไม่เข้าข้างใคร

'ประวิตร' ย้ำจุดยืนไทยชัดเจน ปมขัดแย้งคาบสมุทรเกาหลี ยันไม่เข้าข้างใคร ชี้ต้องการสันติภาพ ซึ่งเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับภูมิภาคอาเซียน พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา จะเชิญพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไปหารือถึงสถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลี ว่า ตนยังไม่ทราบเรื่องนี้ เพราะยังไม่ได้หารือกับท่านนายกฯ แต่ตนมองว่าถ้าเราไปพูดคุยก็น่าจะดีในรวม ทุกประเทศได้ช่วยกัน เพื่อให้เกิดสันติภาพบนโลกใบนี้ พร้อมทั้งยืนยันว่าเราจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ความขัดแย้งในสถานการณ์นี้ คิดว่าคงไม่ใช่เช่นนั้น เพราะการพูดคุยน่าจะมีการสอบถามว่าภายในภูมิภาคอาเซียนก่อนว่ามีความคิดเห็นและมีมุทมองในสถานการณ์นี้อย่างไร พร้อมยืนยัน ประเทศไทยมีจุดยืนความชัดเจนในเรื่องความสงบทุกประเทศ ซึ่งเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับภูมิภาคอาเซียน


No Picture

‘ประยุทธ์’ ให้กำลังใจผู้ใช้แรงงาน ยันยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น

'ประยุทธ์' ให้กำลังใจผู้ใช้แรงงาน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่พี่น้องผู้ใช้แรงงานทั้งในระบบและนอกระบบให้ได้รับความคุ้มครอง สามารถเข้าถึงสวัสดิการของรัฐอย่างเท่าเทียมและมีรายได้ที่มั่นคง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าว เนื่องในโอกาส “วันแรงงานแห่งชาติ” ว่า พี่น้องผู้ใช้แรงงานที่รัก  เนื่องในโอกาส “วันแรงงานแห่งชาติ” ได้เวียนมาบรรจบครบรอบอีกวาระหนึ่ง ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2560 นี้ ผมขอส่งความระลึกถึงและความปรารถนาดีมายังพี่น้องผู้ใช้แรงงานทั่วประเทศทุกท่าน  แรงงานถือเป็นทรัพยากรบุคคลที่สำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ ทั้งในภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรม ภาคการผลิตและบริการให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง และมีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งและการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจของประเทศ  รัฐบาลมีนโยบายในการสร้างงาน สร้างอาชีพที่มั่นคงให้แก่คนไทย โดยมุ่งหวังให้คนไทยทุกคนมีงานทำ มีรายได้ และมีหลักประกันทางอาชีพพร้อมทั้งมี  ความมุ่งมั่นที่จะดูแลพี่น้องแรงงานไทยในทุกสาขาอาชีพทั้งแรงงานไทยในประเทศและ ในต่างประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่พี่น้องผู้ใช้แรงงานทั้งในระบบและนอกระบบให้ได้รับความคุ้มครอง  สามารถเข้าถึงสวัสดิการของรัฐอย่างเท่าเทียมและมีรายได้ที่มั่นคง ตลอดจนได้รับการพัฒนาทักษะฝีมือ เพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่แรงงานไทยในการก้าวสู่ยุคประเทศไทย 4.0 ซึ่งจะทำให้เราสามารถเพิ่มพูนรายได้ ให้กับทุกคนได้ในระยะต่อไป       รัฐบาลขอขอบคุณและขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องผู้ใช้แรงงานทุกท่านที่ได้ทุ่มเทแรงกาย แรงใจ ร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เดินหน้าไปอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ตลอดมา  ในโอกาส “วันแรงงานแห่งชาติ” วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 นี้  ผมขออัญเชิญคุณพระศรีรัตนตรัยและอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก อีกทั้งเดชะ พระบารมีแห่งองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูรได้โปรด อภิบาลประทานพรให้พี่น้องผู้ใช้แรงงานทุกท่านพร้อมทั้งครอบครัว จงประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีกำลังกาย กำลังใจที่เข้มแข็ง เพื่อร่วมเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของไทยให้เจริญก้าวหน้าต่อไป 



CLIP Tonight Thailand : สปท.ยอมถอยครึ่งทาง ตัดใบประกอบวิชาชีพสื่อและบทลงโทษออก

รับชมคลิปตัวเต็มได้ที่นี่ พล.อ.อ.คณิต สุวรรณเนตร ปธ.คณะกรรมาธิการปฏิรูปประเทศ ด้านสื่อสารมวลชน ยอมถอยครึ่งทาง พร้อมตัดใบประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน และบทลงโทษ ออกจากร่างกฎหมาย


‘เมืองทอง’ อัด ‘สุพรรณฯ’ 3-0 ทวงจ่าฝูงคืน

'เมืองทอง ยูไนเต็ด' เปิดบ้านอัด สุพรรณบุรี 3-0 เก็บ 3 เเต้ม เเซง บุรีรัมย์ ขึ้นไปรั้งจ่าฝูงอีกครั้ง ผลฟุตบอลไทยลีก นัดสุดสัปดาห์ “กิเลนผยอง” เมืองทอง ยูไนเต็ด เปิดสนามเอสซีจี สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ “ยุทธหัตถี” สุพรรณบุรี เอฟซี เกมนี้ เมืองทอง มีการพักผู้เล่นตัวหลักที่ทำศึก เอเอฟซี เเชมเปี้ยนส์ ลีก กลางสัปดาห์ ดร็อป ชนาธิป สรงกระสินธ์ เเละ ธีรศิลป์ แดงดา เป็นสำรอง เริ่มเกมมาครึ่งเเรกทั้ง 2 ทีมยังทำอะไรกันไม่ได้เสมอกันอยู่ 0-0 ครึ่งหลัง เมืองทอง ต้องเปลี่ยนทั้ง ชนาธิป เเละ ธีรศิลป์ ลงสนามซึ่งก็ได้ผล นาทีที่ 70 ทริสตอง โด วางบอลยาวให้ ธีรศิลป์ เอาบอลลงอย่างนิ่มนวลก่อนเเตะหลบกองหลังสุพรรณฯ เเล้วกระดกข้ามตัว สินทวีชัย เข้าประตูไปอย่างสวยงาม นาทีที่ 86 เจ้าบ้านได้ประตูที่ 2 ชนาธิป เเตะบอลเข้าเขตโทษก่อนซัดด้วยซ้ายไปเเฉลบกองหลังสุพรรณฯ เข้าประตูไป เมืองทอง นำ 2-0 เมืองทอง มาได้ประตูปิดท้าย นาทีที่ 90+1 ธีราทร บุญมาทัน จ่ายให้ ชนาธิป คนเดิมยิงไปเเฉลบ มาร์เซโล บอลเปลี่ยนทางเข้าประตูไปอีก ครบ 90 นาที เมืองทอง ไล่ถล่ม สุพรรณบุรี 3-0 เก็บ 3 เเต้ม ขยับเเซง บุรีรัมย์ ขึ้นเป็นจ่าฝูงอีกครั้งมี 28 คะเเนน  


นายกฯ อังกฤษพร้อมล้มเจรจาเบร็กซิทหากเสียเปรียบ

นายกรัฐมนตรีอังกฤษยอมรับว่า การเจรจาเบร็กซิทเป็นงานหิน แต่ก็พร้อมจะล้มการเจรจาได้ทุกเมื่อ หากอังกฤษเสียเปรียบ หลังสหภาพยุโรปย้ำจุดยืนว่า อังกฤษจะไม่สามารถเข้าถึงตลาดเดียวของอียูได้ง่ายอย่างที่คิด นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษเปิดเผยว่า การเจรจาเงื่อนไขที่อังกฤษจะออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปจะเป็นไปด้วยความยากลำบาก แต่นางเมย์ยืนยันว่า เธอพร้อมจะเดินหันหลังให้การเจรจาทุกเมื่อ หากข้อเสนอของอียูไม่ดีพอสำหรับอังกฤษ ก่อนหน้านี้ นายโดนัลด์ ทัสก์ ประธานคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรปเรียกร้องให้อังกฤษเสนอมาตรการที่ชัดเจนว่า อังกฤษจะทำอย่างต่อไปกับประชากรของอียูที่อยู่ในอังกฤษประมาณ 4,500,000 คน หลังจากที่อังกฤษออกจากอียูแล้ว ขณะที่ผู้นำประเทศสมาชิกอียูต่างก็เตือนให้ชาวอังกฤษเตรียมรับกับความจริงว่า อังกฤษจะไม่สามารถเข้าถึงตลาดเดียวของอียูได้ง่ายอย่างที่คิด อียูได้กำหนดแนวทางในการเจรจาเบร็กซิทว่า การเจรจาเฟสแรกที่จะเริ่มต้นหลังการเลือกตั้งอังกฤษในวันที่ 8 มิถุนายนนี้ จะมีการหารือกันใน 3 หัวข้อใหญ่ได้แก่ ภาระผูกพันด้านการเงินที่อังกฤษมีต่ออียู เรื่องชายแดนไอร์แลนด์เหนือ และสิทธิในการอาศัย ทำงานและเรียนในอังกฤษของพบเมืองอียู ซึ่งหากการเจรจาเรื่องเหล่านี้มีความคืบหน้าค่อนข้างชัดเจนแล้ว จึงค่อยเจรจาเงื่อนไขการค้าต่อไป ซึ่งผู้นำประเทศสมาชิกอียูยืนยันว่า จะไม่มีการแยกกันเจรจากับอังกฤษ และอังกฤษไม่สามารถเลือกแต่เงื่อนไขที่อังกฤษจะได้ประโยชน์โดยไม่เสียประโยชน์อะไรเลยได้