cozy-living

ปรับลดตำรวจคุม ‘วัดพระธรรมกาย’-ยังไม่ยกเลิก ม.44

พลตำรวจโทชาญเทพ เสสะเวช สั่งปรับลดกำลังดูแลพื้นที่วัดพระธรรมกาย เหลือ 8 กองร้อย แต่ยังไม่ยกเลิก ม.44 เพราะยังต้องหาตัวพระธัมมชโย พลตำรวจโท ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 สั่งปรับลดกำลังดูแลพื้นที่วัดพระธรรมกาย เหลือเพียง 8 กองร้อย แต่ยืนยันว่า จะยังไม่ยกเลิก มาตรา 44 เนื่องจากจำเป็นต้องใช้ในการปฏิบัติการ เพื่อหาตัวพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสพระธรรมกาย ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีฟอกเงินและรับของโจรสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ทั้งนี้เชื่อว่าพระธัมมชโย ยังอยู่ภายในวัด หรือพื้นที่ใกล้เคียง ด้าน พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีดีเอสไอ ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ เปิดเผยว่า การตรวจค้นพื้นที่วัดพระธรรมกายตามคำสั่ง คสช.


กรมบังคับคดีจัดมหกรรมไกล่เกลี่ยชั้นบังคับคดีช่วยลูกหนี้ 

กรมบังคับคดีร่วมกับบมจ.บัตรกรุงไทย จัดมหกรรมไกล่เกลี่ยชั้นบังคับคดี เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ชั้นบังคับคดี โดยในวันนี้มีลูกหนี้เข้าร่วมไกล่เกลี่ยจำนวน 1,457 ราย นางสาวรื่นวดี  สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี พร้อมด้วยนางเพ็ญรวี มาแสง ผู้เชี่ยวชาญด้านการบังคับคดีล้มละลาย นายชิตชัย สุทธิภูล เลขานุการกรม ร่วมงานมหกรรมไกล่เกลี่ยชั้นบังคับคดี เพื่อช่วยเหลือผ่อนปรนและหาแนวทางการชำระหนี้ให้กับลูกหนี้ที่อยู่ในชั้นบังคับคดี  ซึ่งจัดโดยกรมบังคับคดีร่วมกับบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)  ณ ลานเอนกประสงค์ ชั้น 1 กรมบังคับคดี เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (17 ก.พ.) โดยมีลูกหนี้เข้าร่วมไกล่เกลี่ยจำนวน 1,457 ราย ทุนทรัพย์จำนวน 202,009,703.72 บาท อธิบดีกรมบังคับคดี กล่าวว่า  การจัดมหกรรมไกล่เกลี่ย เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ชั้นบังคับคดีในครั้งนี้ ถือเป็นการทำงานเชิงรุกของกรมบังคับคดีร่วมกับสถาบันการเงิน อันเป็นการสร้างมิติใหม่และภาพลักษณ์อันดีในการช่วยเหลือ และแก้ไขหนี้เสียในภาคครัวเรือน ซึ่งที่ผ่านมา บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมกับกรมบังคับคดีในการจัดไกล่เกลี่ยข้อพิพาทมาแล้วอย่างต่อเนื่อง โดยผลจากการดำเนินการในปี พ.ศ. 2559 มีลูกหนี้ตกลงรับเงื่อนไขจำนวนทั้งสิ้น 3,315 ราย คิดเป็นยอดหนี้ตามคำพิพากษารวม 521,758,752.59 บาท  จากผลการดำเนินงานของปี พ.ศ. 2559 ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก       นอกจากนี้ กรมบังคับคดียังได้ร่วมกับบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กำหนดจัดมหกรรมไกล่เกลี่ย เพื่อช่วยเหลือผ่อนปรนและหาแนวทางการชำระหนี้ให้กับลูกหนี้ที่อยู่ในชั้นบังคับคดี อีก 5 ครั้ง ได้แก่   1.วันอาทิตย์ที่19 มีนาคม 2560  ณ จังหวัดอุดรธานี ( คดีในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)   2.วันอาทิตย์ที่21 พฤษภาคม 2560  ณ จังหวัดชลบุรี (คดีในเขตภาคตะวันออก)   3.วันอาทิตย์ที่ 23 กรกฎาคม 2560  ณ จังหวัดนครราชสีมา (คดีในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)  4


เทียบข้อดี – ข้อเสียถ่านหินผลิตไฟฟ้า

รับชมคลิปตัวเต็มได้ที่นี่ ประชาชน 2 ฝ่ายต่างแสดงความคิดเห็น และจุดยืน เกี่ยวกับโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาและกระบี่  ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ พ.ศ. 2558-2579 วอยซ์ทีวีได้รวบรวมข้อดี และข้อเสียของการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน เปรียบเทียบกับการผลิตไฟฟ้าจากแหล่งพลังอื่น ข้อมูลจากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีปริมาณสำรองถ่านหินมากกว่า 2,000 ล้านตัน  และเมื่อพิจารณาความต้องการไฟฟ้าในภาคใต้ที่จะเพิ่มขึ้นในปี 2562 กําลังผลิตไฟฟ้าไม่เพียงพอ โรงไฟฟ้าถ่านหิน  ต้นทุนต่ำกว่าการผลิตไฟฟ้าจากแหล่งอื่นๆ จึงทำให้ค่าไฟของไทยไม่สูงเกินไป โดยพบว่า พลังงานหลักของโลกที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าคือถ่านหิน เพราะมีปริมาณสำรองมากใช้ได้ถึง 200 ปี นอกจากจะมีมากแล้วต้นทุนยังต่ำ เมื่อเทียบกับแหล่งอื่น โดยพบว่า ต้นทุนการผลิตไม่ถึง 1 บาท เมื่อเทียบกับแหล่งพลังงานแสงอาทิตย์ ต้นทุนการผลิตกว่า 20 บาทต่อหน่วย นอกจากนี้ ยังพบมากในพื้นที่ภาคเหนือโดยเกือบร้อยละ 90 สามารถจัดหาได้ในพื้นที่จังหวัดลำปาง และแหล่งอื่นในพื้นที่ใกล้เคียง ข้อมูลจากองค์การพลังงานระหว่างประเทศ พบว่า ในปี 2557 ทั่วโลกผลิตพลังงานไฟฟ้าทั้งหมด 23.8 ล้านกิกกะวัตต์ต่อชั่วโมง โดยใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้ามากที่สุด ร้อยละ 40.8 ตามด้วยก๊าซธรรมชาติ ร้อยละ 21.6 พลังน้ำ ,นิวเคลียร์ ,น้ำมัน ,  พลังงานหมุนเวียน เช่น ลม แสงแดด ความร้อนใต้พิภพ และคลื่น ที่เหลือคือชีวมวลและขยะ ส่วนเทคโนโลยีของโรงไฟฟ้ากระบี่ จะเลือกใช้เทคโนโลยีที่ดีที่สุดในปัจจุบัน โดยระบบเผาไหม้และหม้อไอน้ำของโรงไฟฟ้าจะเป็นเทคโนโลยีระดับ Supercriticalขึ้นไป ที่ให้ประสิทธิภาพการผลิตพลังงานถึงร้อยละ 42-45 ขณะที่กรีนพีซ หนึ่งในแนวร่วมหลักคัดค้านการใช้ถ่านหินมาผลิตกระแสไฟฟ้า ระบุว่า ถ่านหิน เป็นเชื้อเพลิงฟอสซิล ที่ก่อมลพิษสูงที่สุด เป็นตัวปล่อยคาร์บอนไดออกไซต์ ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกมากที่สุดในโลกปัจจุบันพบว่า การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ 1 ใน 3 ของโลก  มาจากการเผาไหม้ของถ่านหิน ที่จะปล่อยคาร์บอนมากกว่าน้ำมันร้อยละ 29 และปล่อยคาร์บอนไดออกไซต์ ต่อหน่วยพลังงานมากกว่าก๊าซ ร้อยละ 80  กรีนพีซ ยังยกรายงานทางวิชาการของกลุ่มนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และกรีนพีซสากล ที่ระบุว่าการปล่อยมลพิษทางอากาศจากโรงไฟฟ้าถ่านหินในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ในปัจจุบัน เป็นสาเหตุของภาวะการเสียชีวิตที่สูงกว่าปกติในแต่ละปี ประมาณ 20,000 รายและจะเพิ่มขึ้นเป็น 70,000 ราย ภายในปี 2573 หากแผนการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในปัจจุบันยังเดินหน้า พร้อมยกตัวอย่างหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ก้าวข้ามเทคโนโลยีสกปรกและล้าสมัยอย่างถ่านหิน ไปใช้พลังงานหมุนเวียนที่สะอาดแล้ว เช่นเวียดนาม ถือเป็นประเทศแรกที่ประกาศยกเลิกโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาดใหญ่ 17 แห่งและลดขนาดโครงการที่มีผลกระทบต่อสุขภาพลงไปมากกว่าหนึ่งในสี่ เช่นเดียวกับจีน ประเทศที่ปล่อยมลพิษทางอากาศรายใหญ่ที่สุดในโลก ก็ใช้ถ่านหินลดลงในภาพรวม   



ทูลเกล้าฯ ร่างแก้รธน. แล้ว ยันไม่เลื่อนโรดแมป

'วิษณุ' เผย 17 ก.พ.นายกฯ ทูลเกล้าฯ ร่างแก้รธน. แล้ว ยันไม่เลื่อนโรดแมป ย้ำกรอบเวลาจัดเลือกตั้งเริ่มหลังมีกม.ลูก เมื่อวันที่ 18 ก.พ. ที่สถาบันพระปกเกล้า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชามติให้เป็นไปตามข้อสังเกตพระราชทาน ว่า นายกรัฐมนตรีได้นำร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวขึ้นทูลเกล้าฯ แล้วเมื่อวันที่ 17 ก.พ.ที่ผ่านมา ตอนนี้อยู่ในพระราชอำนาจซึ่งขึ้นอยู่ที่ว่าทรงมีพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานลงมาเมื่อใด ภายใน 90 วันซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวบัญญัติไว้ ส่วนการเปิดเผยเนื้อหาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญนั้น ตอนนี้อยู่ระหว่างการเรียบเรียง โดยตนคิดว่าจะนำเรื่องนี้รายงานต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ในวันที่ 21 ก.พ.นี้ จากนั้น รัฐบาลจะเปิดเผยต่อไปในเร็วๆนี้ จึงขอให้รอฟังรายละเอียดจากรัฐบาล  ส่วนโรดแมปไปสู่การเลือกตั้ง นายวิษณุ กล่าวว่า ขั้นตอนที่จะทำอะไรก่อนหลังแต่ละขั้นมีระยะเวลาเท่าใดนั้น มีไว้แล้ว เพียงแต่ยังหาวันเวลานับหนึ่งของแต่ละขั้นยังไม่ได้ และวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นตัวกำหนดอะไรหลายอย่าง การเลือกตั้งต้องดำเนินการภายใน 150 วันหลังจากเริ่มบังคับใช้กฎหมายลูกที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ทั้งนี้ ตนขอยืนยันว่าทุกอย่างในโรดแม็พยังเป็นอย่างเดิม แต่อย่าเพิ่งคาดคั้นเวลา เพราะยังหาเวลาเริ่มต้นที่ชัดเจนไม่ได้  


เส้นทางมือปราบน้ำเมา ‘นพ.สมาน ฟูตระกูล’

กว่า 10 ปี บนเส้นทางปราบน้ำเมา นายแพทย์สมาน ฟูตระกูล ต้องพบกับแรงปะทะหลายด้าน เพราะธุรกิจนี้มีผลประโยชน์มหาศาล แม้ประเทศไทยจะเป็นเมืองพุทธ และการบริโภคเหล้า-เบียร์ ก็คือว่าผิดศีล แต่การขับเคลื่อนเพื่อควบคุมเรื่องนี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย และทำเพียงลำพังไม่ได้ “การให้เด็กๆ หลีกเลี่ยงสินค้าอันตราย อย่างเช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้” ถือเป็นเป้าหมายและความสุขในการทำงาน ที่นายแพทย์สมาน ฟูตระกูล เคยกล่าวไว้ เพราะตลอดอาชีพข้าราชการของนายแพทย์สมาน มีความสนใจในการพัฒนาสุขภาวะ ทำให้ได้รับเลือกเป็นผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และเป็นหนึ่งในผู้นำเครือข่ายพัฒนาศักยภาพผู้นำการสร้างสุขภาวะ นายแพทย์สมาน สำเร็จการศึกษาแพทยศาสตร์บัณฑิต จากคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่ได้รับอนุมัติจากแพทยสภา ในสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงระบาดวิทยาและสาขาเวชศาสตร์ครอบครัว ปลายปี 2558 นายแพทย์สมาน ออกมาตรการจัดระเบียบลานเบียร์เข้าข่ายผิดกฎหมาย เพราะผู้ประกอบการ นำกลยุทธ์มิวสิคมาร์เก็ตติ้งเข้ามาใช้ ในรูปแบบของการเป็นผู้สนับสนุนจัดคอนเสิร์ต หรือมิวสิคเฟสติวัล โดยระบุว่า กิจกรรมเหล่านี้เข้าข่ายการกระทำผิด ตามมาตรา 32 ของพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 แต่ดูเหมือนจะไม่ได้รับการตอบรับจากรัฐบาล ไม่เพียงเท่านั้น นายแพทย์สมาน ยังตำหนิ ดารานักแสดงผู้มีชื่อเสียงในวงการบันเทิง ที่ถ่ายรูปคู่กับเครื่องดื่มแอลกฮอล์แล้วโพสต์ลงในสังคมออนไลน์ เนื่องจากเข้าข่ายการโฆษณา จนทำให้คนดังรวมกว่า 30 คน ต้องเข้ามาชี้แจงต่อกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ถึงเจตนาที่แท้จริง  นายแพทย์สมาน เป็นหนึ่งในผู้ผลักดันกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 โดยได้รับรางวัลบุคคลต้นแบบในการจัดการปัญหาสุรา ในการประชุมวิชาการสุราระดับชาติ ครั้งที่ 6 จากศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.) เมื่อปี 2553  การถูกโยกย้ายในครั้งนี้ แม้จะมองว่าเป็นไปตามขั้นตอนของระเบียบราชการ แต่ในแง่การทำงานอย่างมุ่งมั่น จนสร้างผลงานเป็นที่ประจักษ์ ก็อดคิดไม่ได้ว่า งานควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประเทศไทย จะเดินไปทางไหนเมื่อขาดหัวเรือหลักที่มีความเชี่ยวชาญโดยตรง 


‘กอฟฟิน’ ชนะ ‘ดิมิตรอฟ’ ครั้งแรก ทะลุตัดเชือก

'เดวิด กอฟฟิน' อัด 'กริกอร์ ดิมิตรอฟ' ทะลุชิงฯ เทนนิสที่เนเธอร์แลนด์  ศึกเทนนิส เอทีพี ทัวร์ รายการเอบีเอ็น แอมโร เวิลด์ เทนนิส ทัวร์นาเมนต์ ที่นครรอตเธอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ รอบก่อนรองชนะเลิศ// เดวิด กอฟฟิน มือ 3 ของรายการจากเบลเยียม โชว์ฟอร์ดี เอาชนะกริกอร์ ดิมิตรอฟ จากบัลแกเรีย 2-1 เซต สกอร์ 6-4, 1-6, และ 6-3 นับเป็นการเอาชนะดิมิตรอฟ ได้เป็นครั้งแรกในการเล่นอาชีพของ กอฟฟิน และได้ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศต่อไป โดยจะไปเจอกับปิแอร์ ฮิวจ์ เฮอร์แบร์ นักเทนนิสมือควอลิฟายจากฝรั่งเศส กอฟฟิน ได้เฮครั้งเเรกยามเจอกับ ดิมิตรอฟ   ดิมิตรอฟ ปีนี้จอดเเค่รอบรองฯ  


ประมูล ‘โทรศัพท์ฮิตเลอร์’ คาดทำเงิน 10 ล้านบ.

เปิดประชันราคาเสนอซื้อโทรศัพท์แบบแป้นหมุน สลักเครื่องหมายสวัสดิกะ นกอินทรีแห่งจักรวรรดิไรซ์ที่สาม พร้อมชื่อจอมเผด็จการฮิตเลอร์ สถานประมูลในสหรัฐฯคาดมูลค่าพุ่งถึงสิบล้านบาท   ในวันอาทิตย์ที่ 19 กุมภาพันธ์ สถานประมูลอเล็กซานเดอร์ในมลรัฐแมรีแลนด์ จะเปิดประมูลโทรศัพท์ส่วนตัวของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ท่านผู้นำของระบอบนาซีเยอรมันเมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเคยใช้เป็นเครื่องมือสื่อสาร ถ่ายทอดคำสั่งมรณะมากมาย     เดิมโทรศัพท์เครื่องนี้เป็นสีดำ แต่ใช้สีแดงทับในภายหลัง บนเครื่องแกะสลักชื่อของฮิตเลอร์ พร้อมมีตราของจักรวรรดิ์ไรซ์ที่สาม และเครื่องหมายสวัสดิกะ   นายทหารรัสเซียพบโทรศัพท์เครื่องนี้ในบังเกอร์ของฮิตเลอร์ที่กรุงเบอร์ลินในปี 2488 จากนั้นได้มอบเป็นของขวัญแก่นายพลจัตวาของอังกฤษ เซอร์ ราล์ฟ เรย์เนอร์ ระหว่างเข้าตรวจป้อมปราการดังกล่าวหลังจากเยอรมนีแพ้สงครามไม่นาน     บุตรชายของเรย์เนอร์ได้รับโทรศัพท์เครื่องนี้เป็นมรดกจากบิดา ต่อมาเขาขายให้คนอื่น มันจึงกลายเป็นสมบัติของเอกชน   สถานประมูลแห่งนี้พูดถึงโทรศัพท์เครื่องนี้ว่า เป็น ‘อาวุธทำลายล้างสูงตลอดกาล’ ซึ่งนำความตายไปสู่ผู้คนหลายล้าน ฮิตเลอร์ใช้มันในการออกคำสั่งต่างๆตลอดช่วง 2 ปีสุดท้ายของสงครามโลกครั้งที่สอง     ทางร้านบอกว่า เมื่อดูจากความหายากและความจำเพาะของวัตถุโบราณชิ้นนี้แล้ว คาดว่าราคาประมูลอาจพุ่งไปถึงประมาณ 10 ล้านบาท   “นี่เป็นเครื่องมือทำลายล้างของบุคคลที่ชั่วช้าที่สุดในประวัติศาสตร์ มันไม่ใช่โทรศัพท์พื้นๆประจำสำนักงาน แต่เป็นอาวุธของฮิตเลอร์” แอนเดรียส คอร์นเฟลด์ แห่งสถานประมูลอเล็กซานเดอร์ กล่าว.   Source: AFP Photo: AFP