business

FULL EP. สงครามคาบสมุทรเกาหลีหลีกเลี่ยงได้

รับชมคลิปตัวเต็มได้ที่นี่ รายการ The Daily Dose ประจำวันที่ 24 เมษายน 2560 – หาเหตุผลเริ่มสงครามรอบใหม่ – ทิ้งระเบิดที่อัฟกานิสถานเเล้วชีวิตคนดีขึ้นไหม? – กฎหมายต้องนำมาปฏิบัติต่อคนอย่างเสมอภาค – ฝ่ายที่เสียคือรัฐบาล Assad จะทำร้ายตนเองทำไม – กลับมาอีกครั้งกับ Voice Master Season 2 – กินข้าวกับปูตินเเล้วเป็นเรื่อง – เรือรบสหรัฐฯ ไปเกาหลีได้…เครื่องบินรัสเซียมาอลาสก้า – สถานการณ์คาบสมุทรเกาหลีน่าเป็นห่วง – เเนะนำเว็บการเมืองใหม่ Axios.com – คิมจองอึนถูกประเมินราคาสูงเกินไป Source :  www.theguardian.com                 https://goo.gl/hhDFTB www.nbcnews.com                     https://goo.gl/eMWd3f www.politico.com www.axios.com news.voicetv.co.th/world/483270.html  


ไม่จริง! ข่าวรพ.จุฬาภรณ์ มีเครื่องThermotron รักษามะเร็งทุกชนิด

ไม่จริง! ข่าวรพ.จุฬาภรณ์ มีเครื่องThermotron รักษามะเร็งทุกชนิด ผอ.รพ.จุฬาภรณ์ โพสต์ข้อความยืนยัน กรณีมีข่าวว่า โรงพยาบาลจุฬาภรณ์มีเครื่อง Thermotron ที่รักษามะเร็งได้ทุกชนิดและทุกระยะนั้น ไม่เป็นความจริง  นพ.นิธิ มหานนท์ ผู้อำนวยการ รพ.จุฬาภรณ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ชี้แจงกรณีมีข่าวเรื่อง โรงพยาบาลจุฬาภรณ์มีเครื่อง Thermotron ที่รักษามะเร็งได้ทุกชนิดและทุกระยะนั้น โดยระบุข้อความตอนหนึ่งว่า '…ผมในฐานะผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ตัวจริงในปัจจุบัน (คนละคนกับที่ให้ข่าว และหนังสือพิมพ์นำไปลงข่าว โดยไม่สอบหาข้อเท็จจริงว่าใครเป็น ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ขณะนี้) จึงจำเป็นต้องชี้แจงดังนี้ครับ…… 1)นายแพทย์ที่เป็นข่าวให้สัมภาษณ์ว่าเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์นั้น ได้พ้นจากหน้าที่ไปหลายปีแล้ว 2)เครื่องมือดังกล่าว ไม่ใช่ของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เครื่องนี้ถูกเช่าโดยผู้อำนวยการก่อนหน้านี้หลายปีมาแล้ว เพื่อมาใช้ในงานวิจัยเป็นหลัก 3)การให้ข้อมูลว่าเครื่องมือใดหรือยาใดรักษามะเร็งได้ทุกชนิดทุกระยะนั้น…..โกหกสิ้นดี ไม่มีจรรยาทั้งผู้ให้ข่าวและผู้กระจายข่าวผู้เสนอข่าว ผิดศีลผิดธรรม  4)ในฐานะผู้อำนวยการโรงพยาบาลที่ให้การบริบาลเรื่องมะเร็งเป็นหลัก ขอเรียนคนไข้และญาติคนไข้มะเร็งว่าอย่าหมดหวังหมดกำลังใจครับ การดูแลรักษามีหลายแบบหลายอย่าง ที่ต้องเลือกให้เหมาะสมแต่ละรายได้ เดี๋ยวนี้การรักษามะเร็ง การแพทย์ปัจจุบันทำให้คนไข้ทุกข์น้อยลงมีความสุขได้มากขึ้นได้ด้วยวิธีต่างๆนาๆ แต่ไม่ใช่พูดเหมาๆรวมๆแบบในข่าวว่ารักษาได้ทุกมะเร็งทุกระยะครับ มีสถานพยาบาลหมอและบุคลากรที่คอยให้การรักษาท่านที่มีเมตตาดูแลท่านอยู่อีกมากมาย ขออย่าเพียงหมดหวัง 5)ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเครื่องนี้ หมอคนใช้ให้ข้อมูลกันไว้ดังนี้ครับ……


ไทยได้ 3 คนสุดท้ายชิงเก้าอี้กุนซือช้างศึก

'โค้ชเฮง' เผยสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยได้ 3 รายชื่อสุดท้ายโค้ชทีมชาติไทยแล้ว คาดประกาศชื่อกุนซือคนใหม่ภายในไม่เกินวันพุธนี้ (26 เม.ย.60) ความคืบหน้าการหาโค้ชทีมชาติไทยคนใหม่แทน “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ล่าสุด “โค้ชเฮง” วิทยา เลาหกุล ประธานฝ่ายพัฒนาเทคนิคของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย เผยว่าสามารถคัดรายชื่อผู้ยื่นสมัครเหลือ 3 คนสุดท้ายได้แล้ว แต่ยังไม่ขอเปิดเผย โดยจะส่งชื่อทั้ง 3 คนให้นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยพิจารณาหาผู้ที่เหมาะสมต่อไป และคาดว่าน่าจะประกาศชื่อกุนซือทีมชาติไทยคนใหม่ได้ภายในไม่เกินวันพุธนี้ (26 เม.ย.60) หลังจากวันนี้ เปิดให้กุนซือที่สนใจยื่นสมัครและเข้าสัมภาษณ์เป็นวันสุดท้าย ส่วนสเปคของโค้ชคนใหม่ “โค้ชเฮง” บอกว่า ไม่ใช่ชาวเอเชีย และเป็นผู้ที่เคยพาทีมผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายมาแล้ว


UN Watch ประณามตั้งซาอุดีฯ ร่วม UN Women

​กลุ่มเฝ้าระวังยูเอ็น ประณามที่ยูเอ็นเลือกซาอุดีอาระเบียร่วมคณะกรรมาธิการของ UN Women ทั้งที่มีการกดขี่และเหยียดเพศหญิงในซาอุดีอาระเบียอย่างหนัก UN Watch กลุ่มตรวจสอบการทำงานของสหประชาชาติกล่าวประณามที่ยูเอ็นเลือกซาอุดีอาระเบีย ซึ่งมีการปกครองที่เหยียดเพศที่สุดในโลก มาเป็นคณะกรรมาธิการขององค์การ เพื่อการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศและศักยภาพของผู้หญิงแห่งสหประชาชาติ หรือ UN Women วาระปี 2018 – 2022 นายฮิลเลล นอยเออร์ ผู้อำนวยการ UN Watch แสดงความเห็นว่า การเลือกซาอุดีอาระเบียมาปกป้องสิทธิสตรีเปรียบเหมือนการแต่งตั้งมือวางเพลิงมาเป็นหัวหน้าหน่วยดับเพลิงของเมือง ซึ่งถือว่าน่าขันสิ้นดี เพราะทุกวันนี้ รัฐบาลซาอุดีอาระเบียยังละเมิดสิทธิมนุษยชนและจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างร้ายแรง และผู้หญิงชาวซาอุดี ยังต้องมีผู้ปกครองชายเป็นคนตัดสินใจเรื่องสำคัญๆแทนพวกเธอ ควบคุมพวกเธอตั้งแต่เกิดจนตาย และซาอุดี อาระเบียยังไม่อนุญาตให้ผู้หญิงขับรถอีกด้วย  ซาอุดี อาระเบียได้รับเลือกเป็นคณะกรรมาธิการของ UN Women ด้วยคะแนนเสียงร้อยละ 79 จากการโหวตลับของคณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ หรือ ECOSOC ที่มีสมาชิก 54 ประเทศ ซึ่ง UN Watch ได้คำนวณและคาดการณ์ว่า ในจำนวนประเทศที่โหวตสนับสนุนซาอุดีอาระเบียทั้งหมด มีประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปรวมอยู่ด้วยอย่างน้อย 5 ประเทศ  



No Picture

CLIP In Her View : ‘แชร์ลูกโซ่’ ยิ่งน่าเชื่อถือ ยิ่งไม่ควรเชื่อถือ

รับชมคลิปตัวเต็มได้ที่นี่ แชร์ลูกโซ่ ความน่าเชื่อถือ ที่ไม่น่าเชื่อถือ  การถูกหลอก ที่ไม่เกี่ยวกับการศึกษา ความโง่หรือฉลาด  



หนทางของ ‘มาครง’ อาจไม่ง่ายอย่างที่คิด

สำนักข่าวของฝรั่งเศสวิเคราะห์ว่า แม้นายเอ็มมานูเอล มาครง ผู้สมัครอิสระ จะได้รับคะแนนเสียงนำมาเป็นอันดับหนึ่ง ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสรอบแรก แต่หนทางสู่ชัยชนะของเขา และเส้นทางต่อจากนั้นอาจไม่ง่ายอย่างที่หลายฝ่ายเข้าใจ สำนักข่าว 'ฟรานซ์ 24' ของฝรั่งเศสรายงานบทวิเคราะห์การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสว่า แม้นายเอ็มมานูเอล มาครง ผู้สมัครอิสระ ซึ่งมีนโยบายสายกลาง จะได้รับคะแนนเสียงนำเป็นอันดับ 1 ที่ร้อยละ 23.9 ในการเลือกตั้งรอบแรกเมื่อวันที่ 23 เมษายนที่ผ่านมา แต่การเอาชนะนางมารีน ลูแปน ผู้สมัครขวาจัดจากพรรค Front National ซึ่งได้คะแนนเสียงตามมาเป็นอันดับ 2 ที่ร้อยละ 21.4 อาจไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่หลายฝ่ายเข้าใจ สำนักข่าว 'ฟรานซ์ 24' ได้สัมภาษณ์นายฟงซัวส์ มิเก-มาร์ที ผู้เชี่ยวชาญจากสำนักโพล 'เวียวอยซ์' ซึ่งวิเคราะห์ว่า หลังจากนี้ประเด็นที่นางลูแปนน่าจะหยิบยกขึ้นมาโจมตีนายมาครง คือเรื่องภาพลักษณ์ของชนชั้นนำที่สนับสนุนโลกาภิวัตน์ จากการที่นายมาครงมีจุดยืนสนับสนุนกลุ่มธุรกิจและสหภาพยุโรป แตกต่างจากนางลูแปนที่พยายามนำเสนอและตอกย้ำภาพลักษณ์ของเธอว่าเป็นตัวแทนของประชาชน นายมาครงเริ่มต้นเส้นทางทางการเมืองจากการได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจโดยนายฟรองซัวส์ ออลลองด์ ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน จากนั้นไม่นาน เขาก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจของฝรั่งเศสในปี 2014 ทั้งที่ก่อนหน้านั้นนายมาครงแทบไม่เป็นที่รู้จักและไม่เคยผ่านเวทีการเลือกตั้งมาก่อน  ในการปราศรัยหาเสียงของนางลูแปน ในวันที่ 23 เมษายน ภายหลังจากทราบผลคะแนนเลือกตั้งรอบแรก นางลูแปนได้ออกมาโจมตีนายมาครงว่าเป็นตัวแทนของชนชั้นนำทางการเมือง ซึ่งกำลังจะหมดไปจากฝรั่งเศส พร้อมระบุว่า 'การเปลี่ยนแปลงย่อมไม่สามารถเกิดจากทายาททางการเมืองของนายฟรองซัวส์ ออลลองด์ และนโยบายที่ล้มเหลวของเขาได้' โดยนายมิเก-มาร์ทีเสนอว่า นายมาครงต้องตอบโต้ด้วยการรณรงค์หาเสียงเชิงรุกมากขึ้น เพื่อส่งสาสน์ไปยังประชาชนว่า เขาจะเป็นประธานาธิบดีที่นำฝรั่งเศสไปสู่สันติภาพมากกว่านางลูแปน อย่างไรก็ตาม นายมิเก-มาร์ทียังระบุอีกว่า แม้นายมาครงจะได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งรอบ 2 แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ นายมาครงจำเป็นต้องชนะด้วยคะแนนเสียงข้างมากเด็ดขาด หรืออย่างน้อยร้อยละ 60 จึงจะทำให้เขาได้รับความร่วมมือจากนักการเมืองที่ชนะการเลือกตั้งส.ส.ในเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ แต่หากเขาชนะด้วยคะแนนน้อยกว่าร้อยละ 60 เสียงในสภาอาจแตก และทำให้เขาไม่สามารถดำเนินนโยบายตามที่หาเสียงไว้ว่าจะทำให้พรรคร่วมรัฐบาลที่แตกแยกในสภา กลับมาทำงานร่วมกันได้ ในการเลือกตั้งรอบแรกเมื่อวันที่ 23 เมษายนที่ผ่านมา แม้นายมาครงจะสามารถเอาชนะนางลูแปนไปได้ แต่คะแนนเสียงร้อยละ 23.9 ที่เขาได้รับ กลับเป็นคะแนนเสียงของผู้ชนะการเลือกตั้งรอบแรกที่น้อยที่สุดในรอบ 15 ปี ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีฌาคส์ ชีรัค เคยได้รับคะแนนเสียงในการเลือกตั้งรอบแรกเพียงร้อยละ 20 แต่ในตอนนั้น พรรคใหญ่ที่เหลือต่างช่วยกันรณรงค์ให้ผู้สนับสนุนเทคะแนนเสียงให้นายชีรัค เพื่อป้องกันไม่ให้นายฌอง-มารี ลูแปน ผู้นำพรรค Front National ขณะนั้น และเป็นบิดาของนางมารีน ลูแปน ชนะการเลือกตั้ง ทำให้นายชีรัคชนะการเลือกตั้งรอบ 2 ไปด้วยคะแนนร้อยละ 82 ต่อ 18 แม้ว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคอนุรักษ์นิยมและพรรคสังคมนิยมต่างประกาศให้ผู้สนับสนุนเทคะแนนให้นายมาครง เพื่อป้องกันไม่ให้นางลูแปนชนะการเลือกตั้ง แต่คะแนนเสียงสนับสนุนของพรรคอนุรักษ์นิยมและพรรคสังคมนิยมรวมกันทั้งหมด คิดเป็นเพียงร้อยละ 26 เท่านั้น ซึ่งเมื่อรวมกับคะแนนเสียงของนายมาครง ก็ยังน้อยกว่าร้อยละ 60 อยู่มาก ขณะที่นายฌอง ลุค เมลองชอง ผู้สมัครอิสระฝ่ายซ้ายจัด ก็ไม่ยอมประกาศว่าจะให้ผู้สนับสนุนเขาลงคะแนนให้ใคร นอกจากนี้ ผลสำรวจของ Odaxa Poll ยังระบุว่า ขณะนี้ชาวฝรั่งเศสเพียงร้อยละ 35 เชื่อว่านายมาครงเป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีที่เหมาะสมที่สุด ที่จะนำพาเศรษฐกิจของฝรั่งเศสกลับสู่แนวทางที่ถูกต้อง ส่วนชาวฝรั่งเศสอีกร้อยละ 20 กลับเชื่อมั่นในนโยบายเศรษฐกิจของนางลูแปน ด้านนายฟิลิป กอสซาลแตร์ นักวิเคราะห์การเมืองจากมหาวิทยาลัยซาร์ระบุว่า นายมาครงอาจต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่พรรครัฐบาลเสียงข้างมากในสภาเกิดความแตกแยกรุนแรงจนไร้เสถียรภาพ เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นในสมัยสาธารณรัฐที่ 4 ช่วงปี 1946-1958 อย่างไรก็ตาม ในการรณรงค์หาเสียงล่าสุด นายมาครงยืนยันว่า เขาจะสามารถรวบรวมเสียงข้างมากในสภาเพื่อดำเนินการปกครองประเทศและผ่านกฎหมายอย่างมีเสถียรภาพได้