business

กรอ.ชี้อุบัติเหตุบ่อน้ำเสียเพราะประมาท เลินเล่อ 

กรมโรงงานอุตสาหกรรม เตรียมแถลงเหตุนักศึกษาและพนักงาน พลัดตกบ่อบำบัดน้ำเสียของบริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) เสียชีวิต 5 ราย  วันพรุ่งนี้ (26 มิ.ย.) กรมโรงงานอุตสาหกรรม และสมาคมวิศวกรสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย เตรียมแถลงชี้แจงเหตุนักศึกษาและพนักงาน พลัดตกบ่อบำบัดน้ำเสียของบริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) เสียชีวิต 5 ราย  หลังส่งเจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบหาสาเหตุที่เกิดขึ้นแล้ว รวมถึงจะชี้แจงข้อกฏหมาย และมาตรการกำกับดูแลโรงงานด้านความปลอดภัย    ก่อนหน้านี้ นายมงคล พฤกษ์วัฒนา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ระบุข้อสันนิษฐานเบื้องต้นว่า อุบัติเหตุดังกล่าว เกิดจากความประมาท เลินเล่อของโรงงาน ที่อาจเปิดฝาบ่อบำบัดน้ำเสียทิ้งไว้  แต่ยังไม่ยืนยันว่าเปิดฝาบ่อไว้เพื่อซ่อมบำรุงหรือไม่ โดยหลังจากนี้ จะออกคำสั่งให้โรงงานหยุดประกอบกิจการเฉพาะระบบบำบัดน้ำเสีย เพื่อปรับปรุงแก้ไข ขณะที่ซีพีเอฟ ได้มอบเงินช่วยเหลือญาตผู้เสียชีวิต รายละ 3 ล้านบาท พร้อมดูแลการศึกษาบุตรผู้เสียชีวิต     


ยูนิเซฟเผยเด็กไทยเกือบ 7 แสนคนไม่ได้เรียนชั้นมัธยมศึกษา

องค์การยูนิเซฟ เผยผลสำรวจพบเด็กไทยเกือบ 7 แสนคนไม่ได้เรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษา ปัจจัยหลักคือความยากจน องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย เปิดเผยผลสำรวจเกี่ยวกับความยากจนที่มีผลต่อการเข้าถึงการศึกษาของเด็กในประเทศไทย พบว่า ความยากจนเป็นหนึ่งในปัญหาหลักที่ทำให้เด็กในไทยไม่สามารถเข้าถึงการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ ในภาพรวมไทยมีเด็ก 9 ใน 10 คนของเด็กวัยประถม (อายุ 6-11 ปี) กำลังเรียนอยู่ในระดับประถม แต่เมื่อมาพิจารณาดูอัตราการเข้าเรียนตามเกณฑ์อายุ พบว่า ฐานะครอบครัวส่งผลต่อการเข้าเรียนของเด็กอย่างชัดเจน เพราะมีเพียง 66.9% ของเด็กวัย 6 ปีจากครัวเรือนที่ยากจนมากที่กำลังเรียนในชั้น ป.1 เมื่อเทียบกับครัวเรือนที่ร่ำรวยมาก ซึ่งมีถึง 80.3% อีกทั้ง 1 ใน 5 คนของเด็กในครัวเรือนที่ยากจน และยากจนที่สุดไม่ได้เรียนในระดับมัธยม ขณะที่ในครัวเรือนที่ร่ำรวยที่สุดมีไม่ถึง 1 ใน 20 คน ที่ไม่ได้เรียนในระดับมัธยมศึกษา ทั้งนี้ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน กำหนดว่าภายในปี 2573 เด็กทุกคนจะต้องสำเร็จการศึกษาระดับประถม และมัธยม ไทยจะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายนี้ได้หากความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ซึ่งรวมถึงความเหลื่อมล้ำอันเกิดจากฐานะครอบครัว และถิ่นที่อยู่อาศัย ยังไม่ได้รับการแก้ไขด้วยกลยุทธ์ และทรัพยากรที่เหมาะสม ยูนิเซฟ ระบุอีกว่า ควรเพิ่มการจัดสรรงบประมาณด้านการศึกษาให้แก่โรงเรียนที่ห่างไกล และขาดแคลน รวมถึง ปรับปรุงโครงการช่วยเหลือทางสังคมโดยเน้นไปที่เด็กขาดโอกาสมากที่สุด เพื่อไม่ให้ค่าใช้จ่ายในการเล่าเรียน ไม่ว่าจะทางตรง หรือทางอ้อม กลายเป็นปัจจัยที่ทำให้พวกเด็กๆ ไม่ได้รับการศึกษา รวมทั้ง ปรับปรุงการจัดสรรทรัพยากรให้แก่โรงเรียน และนักเรียนที่ขาดโอกาส โดยเน้นทรัพยากรที่ทำให้เกิดความเท่าเทียมกันมากขึ้น เช่น ทุนการศึกษาของโรงเรียน การบรรจุครู และอุปกรณ์การเรียนการสอน “การพัฒนาการศึกษาเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ และการมีประชากรวัยหนุ่มสาวที่ได้รับการศึกษาที่ดี จะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และผลิตภาพของแรงงานประเทศ ซึ่งจะนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจ และลดปัญหาความยากจน แต่ในไทยกลับมีเด็กที่ไม่ได้เรียนระดับชั้นมัธยมเกือบ 700,000 คน” ยูนิเซฟ ระบุ  


ปตท.เร่งสอบหาเหตุแหล่งเจดีเอหยุดผลิต-พร้อมจัดหาเชื้อเพลิงทดแทน

ปตท. เร่งประสานผู้ผลิตฯ ตรวจสอบเหตุแหล่งเจดีเอหยุดผลิต พร้อมจัดหาเชื้อเพลิงทดแทน ลดผลกระทบผู้ใช้พลังงาน นายนพดล ปิ่นสุภา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากเหตุอุปกรณ์ ณ แหล่งก๊าซธรรมชาติไทย-มาเลเซีย (เจดีเอ เอ-18) ชำรุด ทำให้ต้องหยุดการผลิตและจ่ายก๊าซธรรมชาติจากแหล่งดังกล่าวชั่วคราว นั้น ขณะนี้ ปตท.


‘ซาร์โก้’ คว้าโพลฯ โมโตจีพีครั้งแรกในชีวิต

รับชมคลิปตัวเต็มได้ที่นี่ โยฮัน ซาร์โก้ นักบิดดาวรุ่งชาวฝรั่งเศส จากทีมเทคทรี ยามาฮ่า แซงเข้าป้าย คว้าตำแหน่งโพลโพซิชั่น รายการโมโตจีพี รายการดัตช์ กรังด์ปรีซ์ ที่เนเธอร์แลนด์       ศึกมอเตอร์ไซค์ทางเรียบชิงแชมป์โลก โมโตจีพี รายการดัตช์ กรังด์ปรีซ์ ที่เนเธอร์แลนด์ รอบจัดอันดับ โยฮัน ซาร์โก้ ดาวรุ่งชาวฝรั่งเศส จากทีมเทคทรี ยามาฮ่า มาแรงแซงโค้งในรอบท้าย บิดเข้าป้ายด้วยเวลาดีที่สุด คว้าตำแหน่งโพลโพซิชั่นไปครองได้เป็นครั้งแรกในการลงแข่งรุ่นใหญ่ ส่วนอันดับสอง เป็นมาร์ค มาร์เกซ แชมป์โลกชาวสเปน จากทีมเรปโซล ฮอนด้า ตามด้วยดานิโล่ เปตรุซซี่ จากอิตาลี ขณะที่ในรุ่นโมโตทู มีเหตุการณ์ระทึกขวัญเกิดขึ้นเมื่อโลเรนโซ่ บัลดาสซารี่ นักบิดชาวอิตาลี ควบคุมรถไม่อยู่จนเกิดเสียหลักล้มอย่างรุนแรง ก่อนจะหมดสติและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่อาการล่าสุดพ้นขีดอันตรายแล้ว และไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัสแต่อย่างใด



เชื่อ ม.44 หนุนเศรษฐกิจโคราชโตแสนล้าน

หอการค้านครราชสีมา เชื่อรัฐบาลใช้มาตรา 44 ปลดล็อครถไฟความเร็วสูงไทย-จีน จะทำให้เศรษฐกิจในจังหวัด อีก 3 ปีข้างหน้า เติบโตหลักแสนล้านบาท     นายชัชวาล วงศ์จร ประธานกรรมการหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา เชื่อว่า การใช้มาตรา 44 ปลดล็อกกฎหมายและขับเคลื่อนโครงการรถไฟความเร็วสูง เส้นทางกรุงเทพฯ – นครราชสีมา ถือเป็นเรื่องที่ดี  คาดว่าจะช่วยให้เศรษฐกิจในจังหวัดคึกคักและขยายตัวแบบก้าวกระโดด 2-3 เท่าตัว จากปัจจุบันประมาณ 26,000 ล้านบาทต่อปี และในอีก 3 ปีข้างหน้า เมื่อถนนมอเตอร์เวย์และรถไฟทางคู่ก่อสร้างแล้วเสร็จ จะทำให้เศรษฐกิจในจังหวัดขยายตัวได้ถึง 1 แสนล้านบาทต่อปี    นอกจากนี้ ในวันพรุ่งนี้(26 มิ.ย.) ทางหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา จะร่วมกับหน่วยงานในจังหวัด เดินทางไปยื่นหนังสือให้กับแม่ทัพภาค 2 เพื่อขอให้ทบทวนแบบการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น ระยะทาง 187 กิโลเมตร ที่จะตัดผ่านใจกลางเมือง  เนื่องจากคนในพื้นที่มีความเห็นว่า อาจทำให้เกิดปัญหาการจราจร ชีวิตความเป็นอยู่ของคนในชุมชนเปลี่ยนไป และอาจเกิดความแตกแยกในอนาคต  กรณีรถไฟทางคู่นั้น ชาวนครราชสีมา ต้องการให้ การรถไฟแห่งประเทศไทย พิจารณาเรื่องการตัดรถไฟเข้ามาในพื้นที่โดยไม่มีการยกสูง เพราะกังวลว่าจะทำให้ประชาชนที่อยู่สองฝั่งทางรถไฟ ไปมาหาสู่กันได้ลำบาก ไม่มีถนนตัดผ่านทางรถไฟเหมือนปัจจุบัน จึงต้องการให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ สนข. ทบทวนแบบการก่อสร้างใหม่  โดยให้ยกระดับเหมือนแผนก่อสร้างของจังหวัดขอนแก่น เพื่อให้ระบบการจราจรเชื่อมโยงเมืองทางตอนเหนือกับเมืองทางตอนใต้เข้าหากัน และสามารถบริหารจัดการระบบท่อระบายน้ำ ได้ดียิ่งขึ้น 


กสทช.ประมูลเลขสวยรอบ 2 เงินประมูลทะลุ 28 ล้าน

สำนักงาน กสทช. ประมูลเลขสวยครั้งที่ 2 ของปีนี้ เงินประมูลทะลุกว่า 28 ล้านบาท นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ กล่าวว่า ผลการประมูลเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่เป็นเลขหมายสวย ครั้งที่ 2/2560 จำนวน 168 เลขหมาย มีผู้สนใจประมูลเลขหมายรวมทั้งสิ้น 32 เลขหมาย คิดเป็นเงินที่ได้จากการประมูลรวม 28,844,999 บาท โดยรายได้จากการประมูลหลังหักค่าใช้จ่าย สำนักงาน กสทช. จะนำส่งเป็นรายได้ของแผ่นดิน สำหรับเลขหมายที่มีการประมูลราคาสูงสุดในวันนี้ กลุ่ม 7 ตัวเหมือน ราคาตั้งต้น 3 ล้านบาท ได้แก่ เลขหมาย 095-999-9999 ในราคาชนะประมูล 4,800,000 บาท รองลงมามี 2 เลขหมาย คือ เลขหมาย 095-666-6666 และ 096-000-0000 ในราคาเลขหมายละ 3 ล้านบาท   สำหรับกลุ่ม 6 ตัวเหมือน ราคาตั้งต้น 500,000 บาท มีผู้เสนอราคาเลขหมาย 092-899-9999 สูงสุดในราคา 1,004,999 บาท โดยกลุ่มเลขหมาย 9 ตัวเหมือน ราคาตั้งต้น 20 ล้านบาท และ 8 ตัวเหมือน ราคาตั้งต้น 6 ล้านบาท ไม่มีผู้ประมูล


ฉลามเขียว :  ช่างชุ่ย…ชุ่ยจริง

ก็ยังซุ่มซ้อมอยู่นะครับ  ฝีกพาดหัวข่าวในสไตล์  clickbait หรือ  หลอกให้คลิกเข้ามาอ่าน  นั่นก็คือพาดหัวให้มันกำกวมเข้าไว้  ยั่วความอยากรู้  ไม่คลิกเข้ามาอ่านก็ไม่รู้ทั้งหมดคืออะไร คลิกเบท  ทำให้หลายสำนักข่าวเว็บไซต์ที่  เปิดเป็นดอกเห็ดฤดูฝนอยู่ในเวลานี้  บางสำนักประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วมาก  สร้างชื่อกระฉ่อนไวมาก เพราะคนไทยยุคนี้ชอบโดนหลอกรึอย่างไรก็มิทราบได้ แต่การยึดสไตล์นี้ก็เจ๊งเร็วนะครับ  ถ้าฝีมือไม่ถึงก็จะกลายเป็นว่า พาดหัวข่าวไร้กึ๋น  ผู้คนก็ปฏิเสธและหนีไปอย่างรวดเร็ว ช่างชุ่ย  ชื่อนี้เวลานี้กระฉ่อนกรุงเทพฯ  คนกรุงเทพฯสมัยใหม่ที่มีโทรศัพท์มือถือเป็นเจ้าชีวิต ผมกล้าพูดได้เลยว่าไม่มีใครไม่รู้จักคำว่า ช่างชุ่ย  สถานกินเที่ยว และอาร์ตคอมมูนิตี้  แห่งใหม่ที่ย่านบางพลัด ฝั่งธนบุรี ผมตัดสินใจเขียนเรื่องอาณาจักรช่างชุ่ยในวันนี้นี้ ด้วยหลายเหตุผลครับ   1.เพราะฉลามเขียวเป็นคนทันสมัย  วัยรุ่นเขาเห่ออะไรผมแก่แล้วก็ตามเห่อกับเขาได้ทัน   2.พาดหัวข่าวช่างชุ่ย ชุ่ยจริง  เป็นการการหลอกให้คนคลิกเข้ามาอ่าน ทั้งๆที่ไม่ต้องหลอกก็ได้ เพราะคนกรุงเทพฯเขารู้จักร้านช่างชุ่ยดีอยู่แล้ว ชุ่ยจริงของผมในวันนี้หมายความว่า  วางแผนรับมือการจอดรถของลูกค้าได้ไม่ดีเลย   ก่อความเดือดร้อนไปทั่วบริเวณ 3. เขียนเพื่อไว้อาลัยให้การปกครองระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทย  24 มิถุนายน 2560 เป็นวันครบรอบเปลี่ยนแกลงการปกครอง 85 ปีเมื่อ 24 มิถุนายน 2475 ก็ได้ผ่านไปแล้วด้วยความเงียบเหงา  คนไทยไม่สนใจเลย  ในโซเชียลไม่มีเรื่องประชาธิปไตยเลย  มีแต่เรื่องน้องหนูคนที่ขอเพลงที่มันมีงูออกมา   แล้วอีกเรื่องก็ช่างชุ่ย 4.ไว้อาลัยให้รถไฟความเร็วสูงจีนกรุงเทพฯ-โคราช  แทนที่ท่านจะต่อสู้ในประเด็นไทยเสียสิทธิสภาพนอกอาณาเขต  กลับพากันคลานเข้าไปขอให้ถ่ายทอดเทคโนโลยี ผมติดตามเฟซบุ๊กชื่อบุญชี ช่างชุ่ย มานานเป็นเดือนแล้ว  รู้สึกทึ่งที่คนกลุ่มนี้มีความเก่งกาจมากในการสร้างสรรค์ในสื่อโซเชียล  เป็นกลุ่มคนอาร์ต  ที่เรานิยมเรียกกันว่า พวกติสต์แตก  และจากนี้ต่อไปเราคนไทยะรู้จักพวกท่านทั้งหลายในนาม “ติสต์แตกหมื่นล้าน”  ช่างชุ่ยจะจะทำเงินได้เยอะมาก หัวหน้าใหญ่ชื่อ  ลิ้ม-สมชัย ส่งวัฒนา คนนี้ไม่ธรรมดาหรอกครับ  เป็นผู้สร้างเสื้อผ้าแบรนด์ Fly Now ซึ่งผมมีความเสียใจตรงที่ อ่านข้อเขียนมากมายในหลายสำนัก  ป่านนี้ผมก็ยังไม่รู้ว่าพี่ลิ้มเป็นคนเกิดจังหวัดอะไร บอกแค่ว่าเป็นเด็กต่างจังหวัด   ชอบชกมวยไทย หมัดคมขนาดชกคนหมัดเดียวน็อก และเตะก้านคอคนโป้วงเดียวน็อก…ไม่ได้โม้ ลิ้ม สมชัย เป็นอาร์ติสต์  และมีความสามารถพิเศษในการพูดคุยกับผู้คน  เน้นคนเก่ง  สามารถชักชวนเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างอาณาจักรช่างชุ่ยได้อย่างน่าตื่นตะลึงที่สุด   … ณ ที่นี้คนเก่งเยอะจริงๆ  ผมชอบที่สุดก็คือ  คนเก่งด้านเขียนรีวิว เพราะผมเองก็เป็นนักเขียน  และอยากเก่งเขียนรีวิวแต่ไม่เคยลงมือเขียนเลย ผมไม่พูดถึงนะครับว่า ภายในอาณาจักรช่างชุ่ยที่สร้างขึ้นบนที่ดินสวนกระท้อนเก่า ถนนสิรินธร ฝั่งธนบุรีแห่งนี้มีความเป็นมาอย่างไร  ภายในมีอะไรมั่ง  เพราะสื่อโซเชียลเขียนเรื่องราวไว้เพียบแล้ว  แค่เปิดกูเกิลค้นหาก็เจอและอ่านไม่ไหวแล้ว…  แต่วันนี้ผมจะเน้นประเด็น “รถติด” มันเป็นการสะท้อนหลายอย่างมาก 1.คนกรุงเทพฯ ยุคนี้ไม่มีที่ไป  มีอะไรใหม่ขึ้นมาจะต้องแย่งกันไปแออัดยัดเยียด เบียดเสียด  เสียดสี แล้ว  ถ่ายรูป up facebook  ส่วนการหาของกิน  การซื้อสินค้าอื่น  การไปชมการแสดง เป็นเรื่องรอง 2.ลิ้ม สมชัย เป็นผู้เลอเลิศหนักมากในความคิดสร้างสรรค์สร้างอาณาจักรช่างชุ่ยขึ้นมาได้  จากคำที่จำแม่น  ถูกตำหนิบ่อยว่า ชุ่ย    ซึ่งพี่ลิ้มสมชัยเล่าไว้ว่า โดนพ่อต่อว่าด้วยคำว่าชุ่ยบ่อยมาก  และตัวผมเชื่อว่าสถานที่แห่งนี้  ช่างชุ่ยจะไม่วายเร็ว  แม้ที่อื่นๆในลักษณะเดียวกันที่สร้างมาก่อนเริ่มวายไปบ้างแล้ว 3.มีการบ่นในเฟซบุ๊กตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย.2560  เดือดร้อนของคนในถนนย่านนั้นจากรถติด  รถจอดขวางหน้าบ้าน  และขอให้เฮียลิ้มสมชัยวางแผนรับมือด้วย เพราะวางแผนโปรโมทช่างชุ่ยเก่งจริง  แต่อย่าทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนสิ  ซึ่งผมว่านะ  พี่ลิ้มสมชัยก็ไม่ได้ทำให้รถติด  แต่ยังไงก็ต้องรับสิ่งนี้ไปเต็มๆ  แม้ว่าตัวพี่จะเป็นผู้กำหนดรถไม่ติดไม่ได้ก็ตามที   แต่ขอให้เฮียลิ้มสมชัยคิดเอาเองนะ  วางแผนรับมือรถติดอย่างชุ่ยหรือไม่ชุ่ย 4.ตำรวจท้องที่ช้า  ที่จริงน่าจะขยับตัวรับมือตั้งแต่ก่อน 23 มิ.ย.2560แล้ว  เพราะ “ร้านบ้านบางเขน” ริมถนนพหลโยธิน ตรงข้าม ราบ 11  เกิดปัญหารถติดเป็นตัวอย่างให้เห็นแล้ว สรุป ฉลามเขียว  บ่นครับ  ไม่ต้องเขียนเชียร์หรือเขียนชวนให้คนกรุงเทพฯไปเที่ยวร้านช่างชุ่ยก็ได้  เพราะดังสุดขีดอยู่แล้ว   ตัวผมก็จะไปครับ    เอามาเขียนเพราะอยากให้ตำรวจท้องที่ลงมือทันที  อย่าให้รถติด ฉลามเขียว 25 มิถุนายน 2560 อ่านเพิ่มเติม www.facebook.com/ChangChuiBKK/ www.wurkon.com/full/researchs/changchui2/