books

แฟนคลับทั่วโลกฉลอง แฮร์รี่ พอตเตอร์ ครบ 20 ปี

นักอ่านทั่วโลกร่วมฉลองวันครบรอบ 20 ปีที่หนังสือ 'แฮร์รี่ พอตเตอร์' ภาคแรกออกวางจำหน่าย และกลายเป็นวรรณกรรมเยาวชนยอดนิยมที่ขายได้มากกว่า  500 ล้านเล่ม เครือข่ายสังคมออนไลน์ทวิตเตอร์ จัดให้มีอีโมจิหรือสัญลักษณ์แสดงความรู้สึกเป็นรูปแว่นตาและรอยแผลเป็นรูปสายฟ้า ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของตัวละครแฮร์รี่ พอตเตอร์ สำหรับผู้ที่เผยแพร่ข้อความโดยติดแฮชแท็ก #HarryPotter20 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการฉลองวันครบรอบ 20 ปีที่หนังสือแฮร์รี พอตเตอร์ ภาคแรกออกวางจำหน่าย โดยใช้ชื่อว่า แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับศิลาอาถรรพ์ และกลายเป็นวรรณกรรมเยาวชนยอดนิยมในเวลาต่อมา ขณะที่เฟซบุ๊กเองก็มีลูกเล่นพิเศษสำหรับผู้ที่พิมพ์ข้อความเกี่ยวข้องกับแฮร์รี่ พอตเตอร์ โดยข้อความเหล่านั้นก็จะเปลี่ยนสีสันที่แตกต่างกันออกไป  สื่อหลายสำนักรายงานว่า แฮร์รี่ พอตเตอร์ ภาคแรก ตีพิมพ์ออกมาเพียง 500 เล่ม เพราะทางสำนักพิมพ์บลูมส์เบอร์รีก็ไม่คาดคิดมาก่อนว่าหนังสือเล่มนี้จะโด่งดังไปทั่วโลก แต่หลังจากที่กระแสความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทางสำนักพิมพ์ก็ได้จัดพิมพ์ซ้ำทั้งภาคแรกและพิมพ์ภาคต่อออกมา รวมทั้งหมดเป็น 7 ภาค และกลายเป็นหนังสือที่ได้รับความนิยมจนถึงวันนี้ ซึ่งจากการรวบรวมข้อมูลของนิตยสารฟอร์บส์ของสหรัฐฯ ระบุว่าหนังสือแฮร์รี พอตเตอร์ ทั้ง 7 ภาค รวมถึงหนังสืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง สามารถจำหน่ายได้มากกว่า 500 ล้านเล่มทั่วโลก โดยแปลเป็นภาษาต่างๆ 79 ภาษา ซึ่งเป็นผลสำรวจเมื่อปี 2015 เท่านั้น แต่ยังไม่ได้รวมยอดจำหน่ายบทละครเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์กับเด็กต้องคำสาป ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับลูกชายของแฮร์รี พอตเตอร์ที่เพิ่งวางจำหน่ายเมื่อปีที่แล้ว   ส่วนนักอ่านที่เป็นแฟนหนังสือแฮร์รี พอตเตอร์ ทั่วโลกก็มีการเฉลิมฉลองวันครบรอบ 20 ปีแตกต่างกันออกไป โดยสวนสนุกยูนิเวอร์แซลฮอลลีวูดในสหรัฐฯ จัดงานฉลองล่วงหน้าด้วยการประดับไฟแสงสีที่ปราสาทฮอกวอร์ตส์จำลอง ซึ่งเป็นโรงเรียนพ่อมดแม่มดในเรื่อง เพื่อเอาใจแฟนพันธุ์แท้แฮรี พอตเตอร์กันไปแล้ว ส่วนที่อังกฤษก็มีการนัดรวมตัวแฟนหนังสือแฮร์รี พอตเตอร์ ที่สถานีรถไฟคิงส์ครอสในกรุงลอนดอน ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญซึ่งถูกกล่าวถึงอยู่บ่อยครั้งในหนังสือ เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของขบวนรถไฟที่พาตัวละครแฮร์รี่ พอตเตอร์ ก้าวเข้าสู่โลกเวทมนตร์อย่างเต็มตัว สื่อหลายสำนักรายงานว่า กว่าแฮร์รี่ พอตเตอร์ จะกลายเป็นวรรณกรรมยอดนิยมทั่วโลก เจ.เค.โรว์ลิง ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ เคยถูกปฏิเสธตีพิมพ์ถึง 12 ครั้ง แต่โชคดีที่เธอไม่ท้อถอย และมุ่งเสนอผลงานต่อสำนักพิมพ์อยู่เรื่อยๆ จนประสบความสำเร็จ นอกจากนี้ยังเคยมีกระแสต่อต้านรุนแรงจากโบสถ์คริสต์ในสหรัฐฯ ซึ่ง เผาหนังสือ แฮร์รี่ พอตเตอร์ เพราะเชื่อว่าเนื้อหาในวรรณกรรมเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความงมงายและมนตร์ดำของพ่อมดแม่มด แต่ปัจจัยที่ทำให้แฮร์รี่ พอตเตอร์ ได้รับการยอมรับจากผู้อ่านและเป็นวรรณกรรมยอดนิยม เป็นเพราะเนื้อหามีส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างจินตนาการเรื่องโลกเวทมนตร์ รวมถึงการสะท้อนอารมณ์ความรู้สึกของเด็กวัยรุ่นที่ต้องก้าวผ่านภาวะทางอารมณ์และเหตุการณ์ต่างๆ ก่อนจะเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ นอกจากนี้ แฮร์รี พอตเตอร์ ยังสามารถดึงดูดให้คนรุ่นใหม่ในยุคมิลเลนเนียลหันมาอ่านหนังสือกันอย่างจริงจังมากขึ้นด้วย และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับแฮร์รี่ พอตเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ สวนสนุก สินค้า หรือหนังสือภาคต่ออื่นๆ ล้วนสร้างรายได้ให้แก่ทั้งผู้เขียน สำนักพิมพ์ และประเทศอังกฤษเป็นอย่างมาก ข่าวที่เกี่ยวข้อง: ผู้เขียน 'แฮร์รี พอตเตอร์' เปิดมูลนิธิสาขาสหรัฐฯ สวนสนุกแฮรี่ พอตเตอร์ ญี่ปุ่น-สหรัฐ ต่างกันอย่างไร ผู้วาดภาพประกอบหนังสือ ‘แฮรี่ พอตเตอร์’ นำผลงานออกแสดง          


ฉลามเขียว :  ช่างชุ่ย…ชุ่ยจริง

ก็ยังซุ่มซ้อมอยู่นะครับ  ฝีกพาดหัวข่าวในสไตล์  clickbait หรือ  หลอกให้คลิกเข้ามาอ่าน  นั่นก็คือพาดหัวให้มันกำกวมเข้าไว้  ยั่วความอยากรู้  ไม่คลิกเข้ามาอ่านก็ไม่รู้ทั้งหมดคืออะไร คลิกเบท  ทำให้หลายสำนักข่าวเว็บไซต์ที่  เปิดเป็นดอกเห็ดฤดูฝนอยู่ในเวลานี้  บางสำนักประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วมาก  สร้างชื่อกระฉ่อนไวมาก เพราะคนไทยยุคนี้ชอบโดนหลอกรึอย่างไรก็มิทราบได้ แต่การยึดสไตล์นี้ก็เจ๊งเร็วนะครับ  ถ้าฝีมือไม่ถึงก็จะกลายเป็นว่า พาดหัวข่าวไร้กึ๋น  ผู้คนก็ปฏิเสธและหนีไปอย่างรวดเร็ว ช่างชุ่ย  ชื่อนี้เวลานี้กระฉ่อนกรุงเทพฯ  คนกรุงเทพฯสมัยใหม่ที่มีโทรศัพท์มือถือเป็นเจ้าชีวิต ผมกล้าพูดได้เลยว่าไม่มีใครไม่รู้จักคำว่า ช่างชุ่ย  สถานกินเที่ยว และอาร์ตคอมมูนิตี้  แห่งใหม่ที่ย่านบางพลัด ฝั่งธนบุรี ผมตัดสินใจเขียนเรื่องอาณาจักรช่างชุ่ยในวันนี้นี้ ด้วยหลายเหตุผลครับ   1.เพราะฉลามเขียวเป็นคนทันสมัย  วัยรุ่นเขาเห่ออะไรผมแก่แล้วก็ตามเห่อกับเขาได้ทัน   2.พาดหัวข่าวช่างชุ่ย ชุ่ยจริง  เป็นการการหลอกให้คนคลิกเข้ามาอ่าน ทั้งๆที่ไม่ต้องหลอกก็ได้ เพราะคนกรุงเทพฯเขารู้จักร้านช่างชุ่ยดีอยู่แล้ว ชุ่ยจริงของผมในวันนี้หมายความว่า  วางแผนรับมือการจอดรถของลูกค้าได้ไม่ดีเลย   ก่อความเดือดร้อนไปทั่วบริเวณ 3. เขียนเพื่อไว้อาลัยให้การปกครองระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทย  24 มิถุนายน 2560 เป็นวันครบรอบเปลี่ยนแกลงการปกครอง 85 ปีเมื่อ 24 มิถุนายน 2475 ก็ได้ผ่านไปแล้วด้วยความเงียบเหงา  คนไทยไม่สนใจเลย  ในโซเชียลไม่มีเรื่องประชาธิปไตยเลย  มีแต่เรื่องน้องหนูคนที่ขอเพลงที่มันมีงูออกมา   แล้วอีกเรื่องก็ช่างชุ่ย 4.ไว้อาลัยให้รถไฟความเร็วสูงจีนกรุงเทพฯ-โคราช  แทนที่ท่านจะต่อสู้ในประเด็นไทยเสียสิทธิสภาพนอกอาณาเขต  กลับพากันคลานเข้าไปขอให้ถ่ายทอดเทคโนโลยี ผมติดตามเฟซบุ๊กชื่อบุญชี ช่างชุ่ย มานานเป็นเดือนแล้ว  รู้สึกทึ่งที่คนกลุ่มนี้มีความเก่งกาจมากในการสร้างสรรค์ในสื่อโซเชียล  เป็นกลุ่มคนอาร์ต  ที่เรานิยมเรียกกันว่า พวกติสต์แตก  และจากนี้ต่อไปเราคนไทยะรู้จักพวกท่านทั้งหลายในนาม “ติสต์แตกหมื่นล้าน”  ช่างชุ่ยจะจะทำเงินได้เยอะมาก หัวหน้าใหญ่ชื่อ  ลิ้ม-สมชัย ส่งวัฒนา คนนี้ไม่ธรรมดาหรอกครับ  เป็นผู้สร้างเสื้อผ้าแบรนด์ Fly Now ซึ่งผมมีความเสียใจตรงที่ อ่านข้อเขียนมากมายในหลายสำนัก  ป่านนี้ผมก็ยังไม่รู้ว่าพี่ลิ้มเป็นคนเกิดจังหวัดอะไร บอกแค่ว่าเป็นเด็กต่างจังหวัด   ชอบชกมวยไทย หมัดคมขนาดชกคนหมัดเดียวน็อก และเตะก้านคอคนโป้วงเดียวน็อก…ไม่ได้โม้ ลิ้ม สมชัย เป็นอาร์ติสต์  และมีความสามารถพิเศษในการพูดคุยกับผู้คน  เน้นคนเก่ง  สามารถชักชวนเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างอาณาจักรช่างชุ่ยได้อย่างน่าตื่นตะลึงที่สุด   … ณ ที่นี้คนเก่งเยอะจริงๆ  ผมชอบที่สุดก็คือ  คนเก่งด้านเขียนรีวิว เพราะผมเองก็เป็นนักเขียน  และอยากเก่งเขียนรีวิวแต่ไม่เคยลงมือเขียนเลย ผมไม่พูดถึงนะครับว่า ภายในอาณาจักรช่างชุ่ยที่สร้างขึ้นบนที่ดินสวนกระท้อนเก่า ถนนสิรินธร ฝั่งธนบุรีแห่งนี้มีความเป็นมาอย่างไร  ภายในมีอะไรมั่ง  เพราะสื่อโซเชียลเขียนเรื่องราวไว้เพียบแล้ว  แค่เปิดกูเกิลค้นหาก็เจอและอ่านไม่ไหวแล้ว…  แต่วันนี้ผมจะเน้นประเด็น “รถติด” มันเป็นการสะท้อนหลายอย่างมาก 1.คนกรุงเทพฯ ยุคนี้ไม่มีที่ไป  มีอะไรใหม่ขึ้นมาจะต้องแย่งกันไปแออัดยัดเยียด เบียดเสียด  เสียดสี แล้ว  ถ่ายรูป up facebook  ส่วนการหาของกิน  การซื้อสินค้าอื่น  การไปชมการแสดง เป็นเรื่องรอง 2.ลิ้ม สมชัย เป็นผู้เลอเลิศหนักมากในความคิดสร้างสรรค์สร้างอาณาจักรช่างชุ่ยขึ้นมาได้  จากคำที่จำแม่น  ถูกตำหนิบ่อยว่า ชุ่ย    ซึ่งพี่ลิ้มสมชัยเล่าไว้ว่า โดนพ่อต่อว่าด้วยคำว่าชุ่ยบ่อยมาก  และตัวผมเชื่อว่าสถานที่แห่งนี้  ช่างชุ่ยจะไม่วายเร็ว  แม้ที่อื่นๆในลักษณะเดียวกันที่สร้างมาก่อนเริ่มวายไปบ้างแล้ว 3.มีการบ่นในเฟซบุ๊กตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย.2560  เดือดร้อนของคนในถนนย่านนั้นจากรถติด  รถจอดขวางหน้าบ้าน  และขอให้เฮียลิ้มสมชัยวางแผนรับมือด้วย เพราะวางแผนโปรโมทช่างชุ่ยเก่งจริง  แต่อย่าทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนสิ  ซึ่งผมว่านะ  พี่ลิ้มสมชัยก็ไม่ได้ทำให้รถติด  แต่ยังไงก็ต้องรับสิ่งนี้ไปเต็มๆ  แม้ว่าตัวพี่จะเป็นผู้กำหนดรถไม่ติดไม่ได้ก็ตามที   แต่ขอให้เฮียลิ้มสมชัยคิดเอาเองนะ  วางแผนรับมือรถติดอย่างชุ่ยหรือไม่ชุ่ย 4.ตำรวจท้องที่ช้า  ที่จริงน่าจะขยับตัวรับมือตั้งแต่ก่อน 23 มิ.ย.2560แล้ว  เพราะ “ร้านบ้านบางเขน” ริมถนนพหลโยธิน ตรงข้าม ราบ 11  เกิดปัญหารถติดเป็นตัวอย่างให้เห็นแล้ว สรุป ฉลามเขียว  บ่นครับ  ไม่ต้องเขียนเชียร์หรือเขียนชวนให้คนกรุงเทพฯไปเที่ยวร้านช่างชุ่ยก็ได้  เพราะดังสุดขีดอยู่แล้ว   ตัวผมก็จะไปครับ    เอามาเขียนเพราะอยากให้ตำรวจท้องที่ลงมือทันที  อย่าให้รถติด ฉลามเขียว 25 มิถุนายน 2560 อ่านเพิ่มเติม www.facebook.com/ChangChuiBKK/ www.wurkon.com/full/researchs/changchui2/  


ไทยทัศนา : (31) วิหารโถงทรงจัตุรมุข วัดปงสนุก ลำปาง

ชมวิหารโถงทรงจัตุรมุข วัดปงสนุก แบบอย่างหนึ่งเดียวของสถาปัตยกรรมล้านนา รางวัลอนุรักษ์จากยูเนสโก   วัดปงสนุก อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง มี 2 วัดตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกัน วัดบนเนินที่ถมสูงเรียกว่า วัดบนหรือวัดปงสนุกใต้ วัดในระดับพื้นดินเสมอบ้านเรือนทั่วไปเรียกว่า วัดล่างหรือวัดปงสนุกเหนือ   พื้นที่แห่งนี้ใช้เป็นศาสนสถานมายาวนานอย่างต่อเนื่อง สันนิษฐานว่าสร้างเป็นวัดเมื่อครั้งเจ้าอนันตยศ ราชบุตรของพระนางจามเทวีแห่งนครหริภุญชัย สร้างเขลางค์นครเมื่อพ.ศ. 1223   วัดปงสนุกถือเป็นวัดศูนย์กลางเมืองเขลางค์ยุคที่ ๒ ในสมัยอาณาจักรล้านนา หลักฐานที่เก่าแก่ที่สุดที่กล่าวถึงวัดปงสนุก ย้อนไปถึงปี  พ.ศ


No Picture

Make It Clear:ทำไมรถไฟความเร็วสูง ถึงมาช้า ?

ประเด็นข่าวที่สำคัญที่สุดในสัปดาห์นี้ ไม่มีเรื่องใดเกิน “รถไฟความเร็วสูง” ของจีน ซึ่งรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กำลังเร่งสปีดเต็มที่ หวังจะเริ่มก่อสร้างภายในปีนี้ให้ได้ อย่างน้อยก็ในเส้นทาง กทม.-โคราช เฟสแรก ระยะทาง 3.5 กิโลเมตร หลังจากคาราคาซังมานาน 2 ปีเศษ นับแต่ทางการไทย-จีนลงนาม “หมั้นหมาย” เป็นเอ็มโอยู มาตั้งแต่ปลายปี 2557 ความจริงแล้ว โครงการรถไฟความเร็วสูงเริ่ม “ตั้งไข่” ในสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ (พท.) แต่ยังไปไม่ถึงไหนก็ยุบสภาเสียก่อน ก่อนที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทย (พท.) จะเข้ามาสานต่อ โดยนำไปรวมกับโครงการพัฒนาสาธารณูปโภคอื่นๆ เป็นแพ็คเกจใหญ่ ภายใต้ชื่อ “โครงการสร้างอนาคตไทย 2020” แต่อภิมหาโปรเจ็กต์นี้ก็ถูกคว่ำไปเพราะร่าง พ.ร.บ. เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ถูกศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าขัดกฎหมาย เมื่อรัฐบาล คสช. ยึดอำนาจเข้ามา ก็หยิบโครงการที่รัฐบาลเลือกตั้ง 2 ชุดก่อนทำไว้มาปัดฝุ่นแล้วลุยต่อ แต่มีการแบ่งเค้กเสร็จสรรพ์ให้มหาอำนาจ 2 ชาติเข้ามาลงทุนทำรถไฟความเร็วสูงให้คนไทยได้ใช้ เส้นทางอีสาน ยกให้จีน ส่วนเส้นทางเหนือ-ตะวันตก-ตะวันออก ยกให้ญี่ปุ่น กลายเป็น “1 ประเทศ 2 ระบบ(รถไฟ)” ตามสไตล์ Thailand Only ว่าแต่ โครงการรถไฟความเร็วสูงของทั้ง 3 รัฐบาล เหมือนหรือต่างกันอย่างไร


No Picture

ฉลามเขียว : สัปเยก

ในหนังฮอลลีวูดส์เรื่อง  Back to the Future ที่พี่ไทยให้ชื่อว่า  เจาะเวลาหาอดีต  มีเหตุการณ์ตอนหนึ่ง พระเอกที่ขี่ซูเปอร์คาร์ข้ามเวลากลับไปในอดีตแล้ว  ออกไปเจอผับที่มีหนุ่มสาวอเมริกันยุคกะโน้นไปเที่ยวกันแน่น  พระเอกเจอคู่หนุ่มสาวที่เป็นพ่อแม่ของตัวเองในโลกปัจจุบันด้วย  แล้วในฉากนี้เขาได้ขอกีตาร์จากนักดนตรีในผับมาเล่นเพลง Rock and Roll อย่างมัน  ทำให้คนในผับลุกขึ้นแดนซ์ร็อคกันอย่างตื่นเต้น เพราะไม่รู้จัก แล้วเมื่อเพลงจบก็ถามพระเอกว่ามันคือเพลงอะไร  ได้หนุ่มตอบว่า  ร็อคแลนด์โรล ต่อไปลูกหลานของพวกท่านจะชื่นชอบมันมาก เพลงอเมริกันแนวร็อคแอลนด์โรลล์ฮิตจริงๆ โดยเฉพาะในยุคของ Elvis Pressley  คำนี้ในหนัง  ทำให้ผมนำมาเขียนในวันนี้  เพื่อบอกแก่คนไทยทั้งชาติว่า เดี๋ยวคนไทยก็จะได้รู้จักคำว่า…สัปเยก แต่คนไทยจะไม่ชื่นชอบสัปเยก  เหมือนคนอเมริกันชอบร็อค แอนด์ โรล  คนไทยจะรังเกลียดสัปเยก ผมร่ายยาวมานี้เพื่อจะเขียนบอกแก่ “นายชัชวาล วงศ์จร” ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา  ว่าถ้าท่านเก็บข้อเขียนของผมในวันนี้เอาไว้ในคอมพิวเตอร์  คู่กับข่าวที่ท่านให้สัมภาษณ์สื่อเมื่อวันที่17 มิ.ย.2560  แล้วจะดีมาก  มันจะเป็นเครื่องมือบอกแก่ลูกหลานชาวโคราชได้ในอนาคต ตามปกติตัวผมชอบนัก  พาดหัวตั้งชื่อเรื่องเป็นภาษาอังกฤษ  ทั้งที่ตัวเองไม่รู้อังกฤษ  แต่วันนี้ผมตัดสินใจยากครับ ใจอยากใช้ชื่อเรื่องว่า extraterritoriality แปลว่า  สิทธิสภาพนอกอาณาเขต  ซึ่งคนไทยยุคนี้กำลังจะรู้จัก  และขมขื่นกับคำว่า “สัปเยก” ผมจึงขอใช้คำไทยคำนี้นะครับ คนไทยยุคก่อนมีความน่ารักอย่างเข้าใจได้ยาก  แปลภาษาอังกฤษออกมาน่ารักๆทั้งสิ้น  เช่นคำว่า  telegram แทนที่จะใช้ทับศัพท์ไทยว่า เทเลแกรม ก็เป็น ตะแล็บแก็บ  ซึ่งหมายถึงโทรเลข   เป็นการติดต่อสื่อสารที่ไวที่สุดในยุคโน้น  หนุ่มๆจะส่งสารให้สาวอย่างไวก็จะมีคำกล่าวว่า เดี๋ยวต้องส่งตะแก็บแล็บไปหาเธอหน่อย สัปเยก  มาจากคำอังกฤษว่า subject มันก็ ซับเจก  นั่นล่ะครับ  แต่เพราะความน่ารักของคนไทยโบราณจึงใช้ว่า  สัปเยก  ใช้เรียกขาน “คนสัญชาติอื่น” ที่ทำงานให้อังกฤษในไทยยุคที่ไทยตกอยู่ภายใต้ สนธิสัญฐาเบาว์ริ่ง… Bowring treaty  คนเหล่านี้ส่วนใหญ่สัญชาติ อินเดีย พม่า  มาลายู  ญวน ซึ่งเป็นชาติอาณานิคมของอังกฤษกับฝรั่งเศส ปวดร้าวจิตใจคนไทยหนักมากก็ตรงที่ สัปเยกทำผิดกฎหมายไทย  บนแผ่นดินไทย ท่านไม่ให้จับขึ้นศาลไทยนะครับ  ส่งให้ศาลอังกฤษพิจารณาคดีและตัดสินกันเอง ซึ่ง…แหงสิ …ส่วนใหญ่ตัดสินเข้าข้างกันเอง หลายท่านอาจจะเลี้ยงสัตว์เลี้ยงน่ารักๆไว้ในบ้าน  อย่าง หมา หรือแมว มันก็จะมีวิถีชีวิตของสัตว์อย่างหนึ่งที่เหมือนกัน คือ  กินอิ่มแล้วก็หยุด  ไม่กินจนท้องแตกตาย แต่มนุษย์เป็นสัตว์โลกที่ไม่รู้จักอิ่ม  ละโมบไม่สิ้นสุด  ฆ่าเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ  ซึ่งเมื่อราว 400 ปีก่อน ประเทศสเปน ในทวีปยุโรป รุ่งเรืองที่สุดในโลก  กองทัพแข็งแกร่ง และมีความรู้สึกว่าต้องแสวงหาความร่ำรวยเพิ่ม  ควีนส์แห่งสเปนจึงให้เงินทุนจ้างนักเดินเรือชื่อ “คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส” ให้ล่องเรือออกมหาสมุทร แสวงหาแหล่งทรัพยากรธรรมชาติใหม่ๆ   ก็ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกไปเจอแผ่นดินอเมริกันที่มีชาวเม็กซิโก  กับ อินเดียนแดงเป็นเจ้าของอยู่อาศัยอยู่แล้ว  สเปนขึ้นปล้นแผ่นดิน แล้วคนยุโรปชาติอื่นๆก็ลงเรือข้ามแอตแลนติกขึ้นปล้นแผ่นดินของอินเดียนแดง  ฆ่าเป็นเบือ  อังกฤษ กับฝรั่งเศส หันมาทางเอเชียด้วย  ล่าอาณานิคม ยึดเอา  มาลายู พม่า อินเดีย  ญวน ลาว เป็นเมืองขึ้น ขนทรัพยากรธรรมชาติกลับบ้าน “สมเด็จพระนางเจ้าวิกตอเรีย “  ส่ง  “เซอร์ จอห์น เบาว์ริง …Sir.


Make It Clear: ทำไมต้อง “เซ็ตซีโร่” กกต. ?

มติที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. ซึ่งเห็นชอบมาตรา 70 ของร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้วยคะแนนเสียง 161:15 ที่ให้ Set Zero หรือ “ล้างไพ่” ให้มีการสรรหา กกต.ชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่แทน กกต.ชุดปัจจุบัน ถ้าดูตามนัย แทบไม่ต่างอะไรกับการลงมติ “ไม่ไว้วางใจ” กกต.ชุดปัจจุบัน อย่าลืมว่า ที่ผ่านมา คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ยืนยันมาตลอดว่า อาจมี กกต.ชุดปัจจุบันเพียง 1-2 คน เท่านั้นที่พ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากมีคุณสมบัติไม่ตรงตามที่รัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2560 กำหนด โดยจะให้คณะกรรมการสรรหาเป็นผู้มาชี้ขาด ทว่า เมื่อร่าง พ.ร.บ.กกต. ซึ่งเป็นกฎหมายลูกสำคัญ 1 ใน 4 ฉบับ ที่จะนำไปสู่การเลือกตั้ง เข้าสู่การพิจารณาของ สนช.


กอด จูบ ลูบ รัก โรแมนติกหรือนาจาร

เป็นประเด็นขึ้นมาเมื่อครูลิลลี่ โพสต์ในเฟซบุคเกี่ยวกับความเหมาะสมในการแสดงออกซึ่งความรักใคร่ในที่สาธารณะ ในทำนองว่า รักกันชอบกันไม่ผิดแต่ก็ต้องดูกาลเทศะ จากนั้นก็กลายเป็นประเด็นในโลกโซเชียล น่าสนใจว่ากระแสของสังคมตั้งคำถามต่อการถ่ายรูปผู้อื่นมาเผยแพร่บนโซเชียลมีเดีย โดยไม่ได้รับอนุญาตจะถือเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลหรือไม่  อย่างไรก็ตาม อีกทัศนะหนึ่ง ได้แย้งว่า ครูลิลลี่ไมได้อะไรผิดแต่กำลังปกป้องสิทธิของคนอื่นๆที่ใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกับคู่รักคู่นั้นต่างหาก ตัวฉันเองเชื่อในการสนทนา ถกเถียง และสิ่งที่เป็นสัญญาณที่ดีมากๆในการถกเถียงครั้งนี้คือ สังคมไทยก้าวข้ามเรื่องศีลธรรมทางเพศ  ไปสู่การถกเถียงเรื่อง  การใช้พื้นที่สาธารณะ หรือ  public space พูดอย่างเป็นธรรม ครูลิลลี่ไมได้ตำหนิการแสดงความรัก แต่กำลังตำหนิเรื่องกาลเทศะ ส่วนคนที่ตำหนิครูลิลลี่ ก็ตั้งคำถามในประเด็นที่สำคัญไม่น้อยไปกว่านั่นคือ สิทธิส่วนบุคคล ในการถูกบันทึกภาพและนำไปเผยแพร่ มองในแง่ความก้าวหน้าของสังคมไทยก็ถือว่ามาไกลมาก (ค่ะ โลกสวยค่ะ ปลอบใจตัวเองไปเรื่อยๆ) อย่างไรก็ตาม เรื่องการแสดงความรักในที่สาธารณะนั้น  ถือเป็นมารยาทสังคม ที่ค่อนข้างจริงจัง และระดับการรับได้ หรือ รับไม่ได้ ของแต่ละสังคมก็มีหลายระดับอย่างน่าที่ต้องเรียนรู้ ก่อนอื่น เราต้องเข้าใจว่า เรื่องการแสดงออกซึ่งความรัก สัมผัส เนื้อตัวกันนั้น ในโลกนี้ก็แบ่งออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ คือ สังคมที่ รักนะแต่ไม่แสดงออก กับ สังคมที่แสดงความรักอย่างอบอุ่น เปิดเผย สังคมตะวันออก จีน ญี่ปุ่น เกาหลี เป็นตัวอย่างของสังคมที่ถ้ารักแล้วต้องไม่แสดงออก เพราะแสดงออกมามากแล้วมันดูเฟก ดูปลอม ดูไม่ศักดิ์สิทธิ์  ทั้งความรักในครอบครัว ความรักระหว่าง พ่อ แม่ ลูก ความรักระหว่างคนรัก ผัว เมีย ล้วนถูกแสดงออกอย่าง  subtle  มากๆ ว่ากันว่า การมองตากันอยู่ห่างๆ แต่ลึกซึ้ง นั่นแหละคือที่สุดของความโรแมนติก โรแมนติกกว่าการถาโถมตัวไปกอดจูบกันอย่างเทียบกันไม่ได้ ครอบครัวไทยที่ “เก่า” หน่อย  เราก็จะรู้ว่า ไม่มีการสัมผัสเนื้อตัวกันสักเท่าไหร่ เช่น ครอบครัวของฉันเอง เราก็ไม่มีธรรมเนียม หอม กอด จับมือ จับไม้ แต่แสดงออกซึ่งความรักผ่านการทำอาหารให้กินหรืออะไรมากกว่าจะกอดๆ หอมๆ กัน การแสดงความรักของผัวเมียไม่ต้อง พูดถึง ระดับของความ  subtle  น่าจะไม่ด้อยไปกว่า จีน ญี่ปุ่น เกาหลี  เว้นแต่คนชั้นกลางที่ได้รับอิทธิพลของตะวันตก ได้รักบารศึกษาแบบสมัยใหม่หน่อย ก็อาจมีการแสดงออกซึ่งความรักแบบไม่เก็บงำ เช่น เกินจับมือกัน กุมมือกัน ต่อหน้าคนอื่น  และหากจะจำได้ เรามีผู้นำประเทศที่พยายามจะ  encourage การแสดงออกซึ่งความรัก หรือ  affection นั่นคือ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ที่ออกรัฐนิยมให้ สามีจูบภรรยาก่อนออกจากบ้าน ส่วนสังคมตะวันตก เป็นสังคมที่แสดงออกซึ่งความรัก ความรู้สึกต่างๆ ผ่านสัมผัสทางกาย ทักทายผ่านการโอบกอด แก้มแนบแก้ม  แตะเนื้อต้องตัวกันเป็นเรื่องธรรมดา เจอกันก็กอด จากกันก็กอด ปัญหาเกิดขึ้น เมื่อ 2 วัฒนธรรมที่ต่างกันนี้ต้องมาปะทะสังสันท์กัน ดังนั้น  “คู่มือ” สำหรับสิ่งที่เรียกว่า  PDA หรือ Public Display of Affections – การแสดงออกซึ่งความรักในที่สาธารณะ –  จึงถูกอ่านและเขียนกันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะสำหรับคนที่ต้องไปทำงานในต่างประเทศ สิ่งหนึ่งที่ต้องดูเลยว่า PDA ของประเทศนั้นๆ เป็นอย่างไร นั่นคือ ขั้นที 1 ของ PDA คือในระดับการเข้าสังคม แต่ยังมีขั้นที่ 2 ของ PDA คู่รัก คู่แต่งงาน คู่สามีภรรยา ชู้ กิ๊ก อะไรก็แล้วแต่ สามารถแสดงออกซึ่งความรักใคร่ สิเหน่หาต่อกันได้แค่ไหนในที่สาธารณะ  บทความจาก The spruce  หัวข้อ  Etiquette of Public Affection   3 มารยาทการแสดงออกทางความรักในที่สาธารณะ  ให้คำแนะนำว่า PDA อาจก่อให้เกิดปฏิกิริยาที่หลากหลายจากคนรอบข้าง จากปัจจัยต่างๆ เช่น อายุ บรรทัดฐานทางสังคม และธรรมเนียมปฏิบัติต่างๆ ซึ่งในทางมารยาทสังคม เราก็ควรแคร์ ไอ้ปัจจัยอะไรเหล่านี้สักนิดนึง การจับมือ จูงมือ หอมหน้าผาก จุ๊บเร็วๆ พิงไหล่ โอบหลวมๆ – ประมาณนี้ถือเป็นการแสดงออกซึ่งความรักในที่สาธารณะที่ไม่เกินเลย และสังคมพร้อมจะชื่อบานไปกับความรักของคุณ  แต่ – อะไรที่ถือว่า มากไป ไม่เหมะสม การสัมผัสที่เลยเถิดเข้าไปในส่วนลึกล้ำของร่างกายจนใกล้เคียงกับการร่วมเพศ การลูบ คลำ ขยำ คลึง ฯลฯ เหล่านี้ถือเป็นสิ่งที่ไม่พึงทำในที่สาธารณะ หน้าของแฟนคุณไม่ใช่ลูกอมลอลลี่ป๊อป และคุณก็ไม่ใช่แวมไพร์ เพราะฉะนั้นอย่าไปเลียหรือกัดคนที่คุณรักต่อหน้าคนอื่น  ต่างๆเหล่านี้หากมันไม่พึงแสดงในพื้นที่สาธารณธที่เป็นพื้นที่เชิงกายภาพก็หมายความว่ามันไม่พึงทำในพื้นที่โลกเสมือนด้วย  กฎเหล็กอีกข้อหนึ่งที่ทำงานไม่ใช่สถานที่สำหรับการแสดงกิริยารักใคร่เสน่หาในทุกกรณี ประเทศที่ PDA เป็นเรื่องต้องห้าม จีน :  ห้ามในเชิง บรรทัดฐานของสังคม ไม่ผิดกฎหมาย อินเดีย: ถือว่า PDA เป็นอาชญากรรม มีโทษ จำคุก และปรับ การแตะเนื้อต้องตัวหญิง – ชายในที่สาธารณะ เป็นเรื่องต้องห้ามโดยสิ้นเชิง อินโดนีเซีย :  ถ้าจับได้ถูกปรับ 29,000 ปอนด์  หรือจำคุก 5 ปี ตะวันออกกลาง:  PDA ถือเป็นการกระทำอนาจาร โทษจำคุก และไม่ยกเว้นนักท่องเที่ยวด้วย มาเลเซีย :  พลเมืองมาเซีย มี PDA ถือว่าผิดกม


เเค่เขต ‘Deconfliction’ ยังตกลงกันไม่ได้ FULL EP.

รับชมคลิปตัวเต็มได้ที่นี่ รายการ The Daily Dose ประจำวันที่ 12 มิถุนายน 2560   – Trump-Putin เตรียมพบกัน ก.ค.นี้ – Trump เเก้คำกล่าวเรื่องมาตรา 5 ของ NATO – การถอดถอน ปธน.ด้วยเหตุผลทางการเมือง – USA Today: Trump ชอบเบี้ยวตังค์ลูกจ้าง – วิธีใส่ร้าย Comey จากสื่อฝั่ง GOP – Oliver Stone บุกสัมภาษณ์พิเศษ Putin – ชาว Kurds จะทำประชามติเเยกดินเเดน – Tillerson เริ่มเเก้ปัญหาความสัมพันธ์รัสเซีย – Trudeau/Obama ทานข้าวกัน คุยกันเเบบ 'Bromantic' Source :  reuters.com                   https://goo.gl/KKWAa6 usatoday.com                 https://goo.gl/L3fLB4 circa.com                       https://goo.gl/2CvDcE nybooks.com                 https://goo.gl/YolPMn rt.com                           https://goo.gl/MJiLcx rt.com                           https://goo.gl/nupkjC foreignpolicy.com         https://goo.gl/atfBfG politico.eu                     https://goo.gl/WDSdw7 foreignpolicy.com         https://goo.gl/UV0yyb www.bbc.com               https://goo.gl/DaUnes