TRAVEL

การบินไทยพบนักท่องเที่ยวต่างชาติใช้บริการมากขึ้นหลังจ่ายเงินได้ด้วย “PayPal”

PayPal ยักษ์ใหญ่ด้านบริการชำระเงินแบบดิจิทัลจับมือการบินไทย เพื่อเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกสามารถจองและชำระค่าบัตรโดยสารผ่านเว็บไซต์  www.thaiairways.com   โดยใช้ PayPal ได้แล้ว ปัจจุบัน ปฏิเสธไม่ได้ว่า การจับมือกันระหว่างบริษัทยักษ์ใหญ่เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและความได้เปรียบในอุตสาหกรรมนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ซึ่งประเทศไทยเองก็เป็นประเทศที่มีจุดแข็งด้านแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติ และนักเดินทางที่เข้ามาในประเทศไทยส่วนใหญ่ก็มาจากประเทศที่เป็นผู้ใช้งาน PayPal ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจหากจะได้เห็นการจับมือกันระหว่างสองค่ายดังที่ปรากฏ มากไปกว่านั้น นี่ยังเป็นอีกก้าวหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า การบินไทยมีการพัฒนาสินค้าและบริการเพื่อตอบโจทย์นักท่องเที่ยวกลุ่มเทคโนโลยี หรือ Connected Travelers ยังมีโอกาสและช่องทางการเติบโตอีกมาก โดยนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มักคาดหวังที่จะได้รับประสบการณ์การจองตั๋วและที่พักออนไลน์แบบไร้รอยต่อ ตั้งแต่การวางแผนเดินทางไปจนถึงการชำระเงินในขั้นตอนสุดท้าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทยซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของผู้คนทั่วโลก มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปีตั้งแต่ปีพ.ศ. 2540 จนถึงปัจจุบัน ล่าสุดได้มีการบันทึกว่ามีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาสูงถึง 30 ล้านคน ในปี พ.ศ

Read More

Gold Button 32 ช่องบน YouTube มีใครบ้าง ไปดูกัน

 นอกจากการประกาศรางวัล AdLeader ที่สร้างความฮือฮาไปแล้ว YouTube Thailand ยังมอบรางวัล Gold Button สำหรับช่องบน YouTube ที่มีผู้ติดตามมากกว่า 1 ล้านคน จำนวน 32 ช่อง ในงาน YouTube Summit ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกของประเทศไทยอีกด้วย  สำหรับรางวัล Play Buttons เป็นรางวัลที่แสดงถึงความสำเร็จของเหล่าครีเอเตอร์บน YouTube ในฐานะที่เป็นช่องที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ Silver Play Button สำหรับช่องที่มีผู้ติดตาม 100,000 คนขึ้นไป Gold Button เป็นรางวัลที่มอบให้กับช่องที่มีผู้ติดตามตั้งแต่ 1,000,000 คน และ Diamond Play Button รางวัลสูงสุดที่จะได้รับเมื่อมีผู้ติดตามถึง 10 ล้านคนนั่นเอง โดยรายชื่อช่องที่ได้รับรางวัล Gold Button มีดังต่อไปนี้ 1.  B-Star Music      (ผู้ติดตาม: 1,260,972) 2.  Ch3 Soundtrack Official เพลงละครช่อง 3       (ผู้ติดตาม: 1,472,297) 3.  CH7  (ผู้ติดตาม: 1,335,444) 4.  Dek Jew Chill Out  (ผู้ติดตาม: 1,079,793) 5.  FoodTravelTVChannel  (ผู้ติดตาม: 1,257,006) 6.  GMM25Thailand  (ผู้ติดตาม: 1,707,270) 7.  GMMTV  (ผู้ติดตาม: 1,398,020) 8.  HeHaa TV  (ผู้ติดตาม: 1,047,614) 9.  Illslick thelegandary  (ผู้ติดตาม: 1,036,954) 10.  JSL Global Media  (ผู้ติดตาม: 1,032,798) 11.  KNCraZy  (ผู้ติดตาม: 1,098,766) 12.  KNN | kanninich  (ผู้ติดตาม: 1,454,162) 13.  Maser Gamer  (ผู้ติดตาม: 1,318,603) 14.  My Mate Nate  (ผู้ติดตาม: 2,214,577) 15.  OfficialWhiteMusic  (ผู้ติดตาม: 1,273,891) 16.  SmallroomOfficial  (ผู้ติดตาม: 1,058,343) 17.  Softpomz  (ผู้ติดตาม: 1,469,408) 18.  SoftpomzChannel  (ผู้ติดตาม: 1,174,795) 19.  tackle4826] – Tackle Minecraft  (ผู้ติดตาม: 1,064,737) 20.  TeamGarryMovieThai  (ผู้ติดตาม: 1,381,673) 21.  Thaich2  (ผู้ติดตาม: 1,165,481) 22.  ThaiCh8 : ช่อง 8  (ผู้ติดตาม: 1,427,724) 23.  thairath  (ผู้ติดตาม: 1,137,765) 24.  TMG Record Channel  (ผู้ติดตาม: 1,137,758) 25.  TOPLINE Music Official  (ผู้ติดตาม: 1,397,488) 26.  Werkgang  (ผู้ติดตาม: 1,072,054) 27.  Xcrosz  (ผู้ติดตาม: 1,155,785) 28.  zbing z.


No Picture

YouTube เผยโฆษณาไทยยอดวิวสูงสุด พร้อมให้รางวัล 32 ช่องที่มีคนติดตามเกินล้าน

วันนี้ 9 มีนาคม 2017 YouTube ประเทศไทยจัดงาน YouTube Summit 2017 ประกาศรางวัล Ads Leaderboard หรือแบรนด์ที่ทำคอนเทนต์โฆษณาลง YouTube แล้วมียอดรับชมสูงสุด พร้อมทั้งให้รางวัล Gold Button แก่ 32 ช่อง YouTube ที่มีคนติดตามเกินล้านคนในปี 2016 ที่ผ่านมา ด้านรางวัล Ads Leaderboard มี 10 รายการที่มียอดวิวสูงสุด รางวัลที่ 1 ตกเป็นของแบรนด์ Haier ทำวิดีโอโฆษณาในชื่อว่า เปิดโปงความลับน้องลิง ยอดรับชมกว่า 16 ล้านครั้ง รองลงมาคือแบรนด์ซันซิลค์ ในคลิปวิดีโอ พร้อมรับซัมเมอร์ด้วยเคล็ดลับผมยาวสวย ยอดรับชมกว่า 9 ล้านครั้ง อันดับ 3 แบรนด์คนอร์ วิดีโอโฆษณา Life Swap เปลี่ยนชีวิต ชีวิตเปลี่ยน ยอดรับชมกว่า 6 ล้านครั้ง อันดับ 4 แบรนด์ OPPO ทฤษฎีของความรักที่คุณไม่เคยได้ยิน อันดับ 5 แบรนด์เนสท์เล่ แล้วแม่คุณล่ะเป็นแบบไหน? my super mom อันดับ 6 แบรนด์ KTB Care โอเลี้ยง…เพื่อนที่จะอยู่กับคุณตลอดไป อันดับ 7 แบรนด์ BigC ครั้งแรกกับการสารภาพ จากปากหมอเจี๊ยบ ลลนา”เธอไม่ใช่นางงามรักเด็ก” อันดับ 8 แบรนด์ รองเท้า Popteen เปลี่ยน LIKE ให้เป็น LOVE – สุชาติ แคปเจอร์ ft. Popteen อันดับ 9 แบรนด์ comfort zone Thailand คอมฟอร์ท เพียว คู่ป่วน…ชวนหอม อันดับ 10 แบรนด์โอเล่ strawberry เนตไอดอลมะเฟืองเอง เปรี้ยวแรงอะไรเบอร์นั้น นอกจากประกาศรางวัลโฆษณาแล้ว YouTube ยังเผยว่ามีครีเอเตอร์ที่ได้ยอดคนติดตามเกินล้านคน (เป็นระดับ Gold Button) เพิ่มมาอีก 32 ช่อง สะท้อนสังคม YouTube ในประเทศไทยที่กว้างขึ้น ในจำนวนนี้มีทั้งช่องข่าวจากสื่อโทรทัศน์ ช่องเพลง ช่องเด็ก และแคสเกมส์ โดยรายชื่อช่องมีดังนี้ B-Star Music Ch3 Soundtrack Official เพลงละครช่อง 3 ch7 Dek Jew Chill Out FoodTravelTVChannel GMM25Thailand GMMTV HeHaa TV Illslickthelegandary JSL Global Media KNCrazy KNN Kanninich Maser Gamer My Mate Nate Official White Music Smallroom official Softpomz [tackle4826] – Tackle Minecraft Team Garry Movie Thai Thai ch2 Thai Ch8 Thairath TMG Record Channel Topline Music Official werkgang Xcroz zbing z.


เปิดตัว Mango Zero เว็บข่าวโซเชียลหน้าใหม่ ที่จะทำให้โลกออนไลน์ไทย สนุกขึ้นไปอีกขั้น

ท่ามกลางสงครามเนื้อหาบนโลกออนไลน์ ที่แข่งขันกันอย่างดุเดือดไม่ว่าจะเป็นเว็บข่าวดั้งเดิม หรือเว็บเปิดใหม่ที่เพิ่มจำนวนขึ้นมามากมายในช่วงปีที่ผ่านมานี้ เว็บข่าวโซเชียล (Social News) ก็ดูจะมาแรงอย่างเห็นได้ชัด เช่นเดียวกับกระแสในต่างประเทศ Mango Zero ถือเป็นหนึ่งในเว็บข่าวโซเชียลที่หลายคนเริ่มจะได้เห็นผลงานผ่าน Timeline กันบ้างไม่มากก็น้อย ผลงานสนุกๆ อย่างการสัมภาษณ์สุด Exclusive กับผู้สร้างสติ๊กเกอร์นกม่วง, รวมเรื่องที่คนใส่แว่นเท่านั้นที่จะเข้าใจ, สอนการแต่งภาพพาตัวเองไปอยู่ในแสงเหนือแบบเน็ตไอดอล ต่างก็มียอดผู้ชมสูงหลักล้าน Reach และได้การตอบรับที่ดีจากผู้อ่าน นอกจากบทความเบาๆ สนุกๆ แล้ว ยังมีบทความพิเศษแนวเจาะลึกอย่างทีมเขียนบทของ I Hate You, I Love You (GDH), ทีมงาน The Momentum เว็บข่าวที่มาแรง, ทีมงานเสือร้องไห้ รวมทั้งทีมงานรายการ The Mask Singer ซึ่งนำเสนอในรูปแบบ Longform พร้อมลูกเล่นที่น่าสนใจหลายอย่าง โดยทีมงานผู้ที่อยู่เบื้องหลังเว็บมะม่วงรสจัดจ้านนี้ ก็เป็นการรวมตัวกันของคนออนไลน์ ทั้งบล็อกเกอร์, เจ้าของเพจดัง รวมถึงคนทำเนื้อหาในโลกออฟไลน์อย่างบรรณาธิการหนังสือหรือแม้แต่นักข่าว ซึ่งน่าจะสร้างสีสันให้วงการออนไลน์ไทยได้สนุกทีเดียว เปิดตัวทีมงาน Mango Zero รวมตัวยอดฝีมือในโลกออนไลน์ไทย สำหรับทีมงานผู้ก่อตั้งเว็บแมงโก้ซีโร่ก็ไม่ใช่คนอื่นไกล เพราะอยู่ในวงการออนไลน์ของไทยมายาวนาน นำโดย ขจร เจียรนัยพานิชย์ (@Khajochi) บล็อกเกอร์ชื่อดัง ผู้ก่อตั้งเว็บ MacThai และได้รับการจัดอันดับเป็นหนึ่งใน 100 Top Online Influencer ในไทยโดยนิตยสาร LIPS โดยมีคุณจักรพงษ์ คงมาลัย (@Jakrapong) ผู้ร่วมก่อตั้งเว็บ thumbsup และอดีตเคยดูแลทีมงานสร้างเนื้อหาของเว็บอันดับ 1 ในไทยอย่าง Sanook! มาแล้ว เป็นที่ปรึกษาของบริษัท “ไอเดียที่มาของแมงโก้ซีโร่ เกิดจากช่วงที่นิตยสารไทยหลายฉบับได้ปิดตัวไปโดยเฉพาะกลุ่มไลฟ์สไตล์ ซึ่งเราเองยังอยากที่จะอ่านเนื้อหาดีๆ เหล่านั้นอยู่และเชื่อว่าหลายคนก็คิดเหมือนกัน เพียงแต่รูปแบบการใช้ชีวิตทุกวันนี้เปลี่ยนไปมากแล้ว เลยเป็นจุดเริ่มว่าทำไมเราไม่ลองทำอะไรเจ๋งๆ บนโลกออนไลน์กันดู” คุณขจร บรรณาธิการบริหารของแมงโก้ซีโร่กล่าว ในส่วนของคุณจักรพงษ์ได้เผยว่า “ผมคิดว่าโลกออนไลน์ไทยยังเติบโตไปได้อีกมาก ในขณะที่เว็บแนวที่หลอกคนอ่านเข้าไปเพื่อสร้างยอด (Clickbait) เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แต่เราเชื่อว่าถ้าเราทำเนื้อหาที่ดี ที่เน้นคุณภาพออกมา คนอ่านก็จะตอบรับและเริ่มเห็นความแตกต่างได้เอง” นอกจากนี้ทีมงาน Creative Content ของทางแมงโก้ซีโร่เองก็น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว ประกอบไปด้วย • ขจร เจียรนัยพานิชย์ : บล็อกเกอร์ชื่อดัง เจ้าของรางวัล Zocial Award 2014, ผู้ก่อตั้งเว็บ MacThai.com • พลสัน นกน่วม : อดีตบก.สัมภาษณ์นิตยสาร 247 ในเครือ GM, อดีตบก.สำนักพิมพ์ Salmon Books, จัดรายการ Podcast ยูธูป • นเรศ ติยะวัฒน์วิทยา : บล็อกเกอร์สาย Food & Travel เจ้าของเพจ “ใครสอนให้โพสรูปของกินตอนดึกกกก” • จีระภา สุริสุข : อดีตผู้สื่อข่าวสายเทคโนโลยีจาก Thairath TV ฉายา “ธิดาไอที” • กรศริน ภัทรโสภาคย์ : กราฟฟิคดีไซน์ที่มีงานเป็นเอกลักษณ์ นามปากกา @Reenp • ธรัญญา ชัยวงศ์ศรีอรุณ : บล็อกเกอร์สาวหมวยแว่นสไตล์หว่อง พร้อมกับงานเขียนและงานภาพได้ทุกแนว โดย Mango Zero เป็นเว็บแรกของบริษัท The Zero Publishing ซึ่งก่อตั้งโดยขจร, จักรพงษ์ โดยวางเป้าหมายที่จะเป็นหนึ่งในบริษัทสื่อออนไลน์ที่เน้นเนื้อหาคุณภาพและเข้าถึงผู้อ่านได้หลากหลาย ซึ่งกำลังจะมีผลงานเว็บอื่นๆ ตามมาหลังจากนี้ ติดตามผลงานของทีม Mango Zero ได้ที่ • WebSite : MangoZero.com • Facebook : fb.com/MangoZero • Twitter : twitter.com/TheMangoZero • Instagram : instagram.com/TheMangoZero • YouTube : @MangoZero   Source: thumbsup The post เปิดตัว Mango Zero เว็บข่าวโซเชียลหน้าใหม่ ที่จะทำให้โลกออนไลน์ไทย สนุกขึ้นไปอีกขั้น appeared first on thumbsup .


ทรัมป์ออกคำสั่งใหม่ แบนพลเมือง 6 ชาติมุสลิม

โดนัลด์ ทรัมป์ ออกคำสั่งฉบับใหม่ แบนพลเมือง 6 ชาติมุสลิมไม่ให้เข้าสหรัฐฯ โดยออกกฎรัดกุมขึ้นเพื่อป้องกันการถูกฟ้องเหมือนคำสั่งฉบับก่อน   นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกคำสั่งประธานาธิบดีฉบับใหม่ ห้ามพลเมืองจาก 6 ประเทศ ได้แก่อิหร่าน โซมาเลีย ซีเรีย ลิเบีย เยเมน และซูดาน เข้าสหรัฐฯ โดยทั้งหมดเป็นประเทศมุสลิมที่มีชื่ออยู่ในคำสั่งประธานาธิบดีฉบับแรกเกี่ยวกับการห้ามพลเมืองบางประเทศเข้าสหรัฐฯ ซึ่งออกมาเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา แต่ถูกศาลสั่งระงับชั่วคราว เนื่องจากรัฐบาลถูกฟ้องร้องว่าออกคำสั่งละเมิดรัฐธรรมนูญ แต่นายทรัมป์ได้ตัดอิรักออกจากบัญชีดำประเทศที่ถูกแบน ทำให้รายชื่อประเทศจาก 7 เหลือ 6 ประเทศ คำสั่งใหม่นี้ยังถูกออกแบบมาอย่างรัดกุมยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันการฟ้องร้องซึ่งอาจนำไปสู่การระงับคำสั่งเป็นครั้งที่สอง โดยคำสั่งฉบับดังกล่าวจะไม่มีผลยังคับใช้ทันที แต่ให้เริ่มใช้ในวันที่ 16 มีนาคม นอกจากนี้ยังบังคับใช้กับเฉพาะผู้ที่กำลังจะขอวีซา แต่ผู้ที่ได้รับวีซาสหรัฐฯแล้ว ยังสามารถเดินทางเข้าไปได้ตามปกติ ที่สำคัญ คำสั่งแบนนี้ยังไม่บังคับใช้กับพลเมืองที่มีสถานะผู้พำนักถาวรของสหรัฐฯอีกด้วย เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯระบุว่าเหตที่อิรักถูกตัดออกจากบัญชีห้ามเข้าสหรัฐฯ เป็นเพราะรัฐบาลอิรักแสดงเจตจำนงที่จะร่วมมือกับสหรัฐฯอย่างเต็มที่ในการแบ่งปันข้อมูลข่าวกรอง และป้องปรามการก่อการร้าย ก่อนหน้านี้ นายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ก็ยืนยันว่ารัฐบาลอิรักเป็นพันธมิตรที่สำคัญของสหรัฐฯในการปราบปรามกลุ่มก่อการร้าย IS ส่วนนายเจฟ เซสชันส์ อัยการสูงสุด และนายจอห์น เคลลี รัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิ ก็ออกมาปกป้องคำสั่งประธานาธิบดีฉบับใหม่กันอย่างเต็มที่ โดยยืนยันว่าคำสั่งนี้เป็นเพียงมาตรการชั่วคราว เพื่อความปลอดภัยของประเทศ และในระหว่างนี้รัฐบาลจะคิดหาแนวทางที่รัดกุมในการตรวจสอบพลเมืองจาก 6 ประเทศดังกล่าว เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ก่อการร้ายแฝงตัวเข้ามาในสหรัฐฯ อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง – ทรัมป์ยืนยันแบนคน 7 ชาติมุสลิมไม่ให้เข้าสหรัฐฯ – ฉบับเต็ม: คำสั่งประธานาธิบดีว่าด้วยการห้ามพลเมือง 6 ประเทศเข้าสหรัฐฯ 


No Picture

SCB ร่วมกับ Digital Ventures สรุปเทรนด์เทคโนโลยีและอุตสาหกรรม 2017 ในเอเชีย

ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ร่วมกับ Digital Ventures (DV) บริษัทในเครือด้านฟินเทค จัดงานเสวนา Faster Future | SCB FinTech Forum ฉายภาพอนาคตของโลก FinTech และการปรับตัวของภาคธุรกิจ โดยมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 500 คน ทั้งผู้บริหารระดับสูงของธนาคาร ลูกค้ากลุ่มองค์กร และผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีในไทย หัวข้อการเสวนาได้แก่ 2017 Tech Trend in Asia โดย Jeffrey Paine ผู้ร่วมก่อตั้งและหุ้นส่วนผู้จัดการกองทุน Golden Gate Ventures จากสิงคโปร์ ผู้มีประสบการณ์ลงทุนในสตาร์ตอัพทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จำนวนมาก, China is the New Silicon Valley โดยผู้เชี่ยวชาญจากวงการสตาร์ตอัพในประเทศจีน, Business Opportunity through Corporate Venture Capital โดยพลภัทร อัครปรีดี จาก Digital Ventures Blognone ขอนำเสนอเนื้อหาจากหัวข้อ 2017 Tech Trend in Asia ที่เป็นการบรรยายพิเศษประจำงานนี้ เนื่องจากเป็นเนื้อหาที่ใกล้ตัวและแสดงให้เห็นทิศทางของสตาร์ตอัพในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยังตามหลังจีนและอินเดีย แต่ก็มีอนาคตไกล คุณ Jeffrey เล่าว่าภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA) มักถูกนำไปเปรียบเทียบกับจีนและอินเดีย แต่ในรายละเอียดก็ไม่เหมือนกันซะทีเดียว เพราะเทียบจำนวนประชากรแล้วยังน้อยกว่า และมีความแตกต่างหลากหลายสูงกว่าในจีนหรืออินเดีย กรณีของจีนและอินเดีย ถึงแม้ประเทศใหญ่ แต่ก็มีวัฒนธรรมในภาพรวมคล้ายๆ กัน จากนั้นค่อยแยกความแตกต่างในแต่ละภูมิภาค ระบบกฎหมายและการกำกับดูแลก็เหมือนกันทั้งประเทศ แต่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ละประเทศมีความแตกต่างทางวัฒนธรรมสูงมาก เอาแค่ภาษาราชการก็มีแล้ว 14 ภาษา ระบบกฎหมายแต่ละประเทศก็ไม่เหมือนกันเลย อีกประเด็นที่น่าสนใจคือสตาร์ตอัพในจีนและอินเดีย มักต้องแข่งขันกันเองกับสตาร์ตอัพในประเทศ แต่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีภาษาอังกฤษเป็นภาษากลาง เอื้อให้คู่แข่งจากต่างประเทศเข้ามาแข่งขันได้ง่ายกว่าด้วย ในแง่ของขนาดเศรษฐกิจภาพรวม เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีขนาดประมาณ 1/4 ของเศรษฐกิจจีน พื้นที่เล็กกว่า มีโอกาสทำเงินได้น้อยกว่า แต่ก็มีข้อดีคือการแข่งขันน้อยกว่าในจีนมาก อาจถึง 10-40 เท่า ตอนนี้ ความก้าวหน้าของเศรษฐกิจเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยังตามหลังจีนและอินเดีย แต่แพทเทิร์นการเติบโตไม่ต่างกันถ้าดูจากกราฟ ซึ่งคุณ Jeffrey ก็เชื่อว่าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเติบโตตามเส้นทางของจีนและอินเดียในอนาคตอันใกล้นี้ ปัจจุบัน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีสตาร์ตอัพระดับ “ยูนิคอร์น” (มูลค่าเกิน 1 พันล้านดอลลาร์) อยู่ 7 ราย ได้แก่ Garena, Lazada, Grab, Razer, VNG, Traveloka, Tokopedia สังเกตว่ามี 4 รายเป็นสตาร์ตอัพระดับภูมิภาคที่ตั้งอยู่ในสิงคโปร์ (Garena, Lazada, Grab, Razer) และอีก 2 รายมาจากประเทศขนาดใหญ่อย่างอินโดนีเซีย (Traveloka, Tokopedia) ส่วน VNG เป็นบริษัทด้านเกมจากเวียดนาม อุตสาหกรรมไหนที่น่าจับตาในปี 2017 คุณ Jeffrey ได้แยกแยะอุตสาหกรรมที่น่าสนใจและมีแนวโน้มเกิดธุรกิจแนวใหม่ๆ ในปี 2017 ดังต่อไปนี้ B2B eCommerce ธุรกิจคอมเมิร์ซแบบ B2B ตัวอย่างธุรกิจที่น่าสนใจคือระบบการจัดซื้อ (procurement), การสร้างตลาด B2B เฉพาะทาง (vertical market) FinTech การนำ big data มาใช้วิเคราะห์เรตติ้งความน่าเชื่อถือ, ธนาคารที่ไม่มีสาขาเลย มีแต่ออนไลน์, ตลาดขายบริการทางการเงิน, บริการประกันแบบออนดีมานด์ Entertainment การทำ video blogging และ live streaming, โฆษณาภายในแอพ และแพลตฟอร์มวิดีโอขนาดสั้นบนมือถือ Automotive ระบบจัดการที่จอดรถเป็นตลาดที่น่าสนใจ, ตลาดการซ่อมบำรุงรถยนต์, ตลาดสินเชื่อรถยนต์ Healthcare ตลาดการดูแลผู้สูงอายุ, บริการแพทย์ทางไกลแบบออนดีมานด์, อุปกรณ์ IoT สำหรับโรงพยาบาล Enterprise SaaS เน้นไปที่บริการด้านความปลอดภัย, การวิเคราะห์ข้อมูลด้วย AI และ machine learning, บริการลูกค้าและการขาย Transport บริการเรียกรถแบบเดียวกับ Uber แต่ใช้กับรถบรรทุกที่เดินทางไกลๆ และนวัตกรรมใหม่ๆ ด้านลอจิสติกส์ AgriTech ตอนนี้ยังมีใช้งานกันน้อย ตัวอย่างเช่น การวิเคราะห์ข้อมูลสำหรับการเพาะปลูก, การเชื่อมต่อผลผลิตของเกษตรกรไปยังร้านอาหาร (farm to table) และบริการด้านการเงินสำหรับเกษตรกร เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คลื่นลูกใหม่ที่ใครจะมองข้ามไม่ได้ คุณ Jeffrey สรุปว่าตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตื่นแล้ว ภูมิภาคนี้มีความเป็นไปได้สูง และจีนจะเข้ามามีบทบาทอย่างมากในตลาดนี้ เพียงแต่ กลุ่มผู้ประกอบการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จำเป็นต้องเข้าถึงเงินทุน ทรัพยากร และความรู้ความเชี่ยวชาญสาขาต่างๆ อีกมาก ถึงจะสามารถผลักดันตัวเองขึ้นมาเป็นฮับเทคโนโลยีระดับโลกได้ต่อไป การเสวนาครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจในยุคดิจิทัล (Digital Transformation) ซึ่ง SCB และ Digital Ventures ก็เชิญวิทยากรที่มากประสบการณ์จากทั่วเอเชียมานำเสนอความรู้ในหัวข้อต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมให้ทั้งธนาคาร และลูกค้าองค์กรต่างๆ ที่จะก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลไปด้วยกัน แล้วมาดูกันต่อไปว่า SCB และ Digital Ventures จะนำความรู้ใหม่ๆ อะไรมาให้ติดตามกันอีกในปีนี้ Topics:  SCB FinTech Startup Southeast Asia Advertorial


SCB FinTech Forum เผย 8 เทรนด์ธุรกิจมาแรงรับตลาดเทคโนโลยีบูมในเอเชีย

มร. Jeffrey Paine ใครที่พลาดโอกาสเข้าร่วมงาน “Faster Future / SCB FinTech Forum” ต้องบอกว่าน่าเสียดายทีเดียว เพราะมีการบรรยายพิเศษในหลาย ๆ หัวข้อที่น่าสนใจ รวมถึงการบรรยายเรื่อง “2017 Tech Trend in ASIA” โดยคุณ Jeffrey Paine ผู้ร่วมก่อตั้งและหุ้นส่วนผู้จัดการกองทุน Golden Gate Ventures กองทุนสตาร์ทอัปชั้นนำจากสิงคโปร์ที่มาบอกเล่าถึงเทรนด์การเติบโตของภาคธุรกิจดิจิทัลที่จะเห็นได้มากขึ้นในปี 2017 นี้ โดยคุณ Jeffrey Paine เริ่มต้นด้วยภาพรวมการใช้งานอินเทอร์เน็ตภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านการยกตัวอย่างสถิติการใช้งานของประชากรในเวียดนาม ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และอินโดนีเซียที่มีการใช้งานเพิ่มสูงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยกตัวอย่างเช่น เวียดนามมีการเสิร์ชหาข้อมูลผ่านสมาร์ทโฟนถึง 3 พันล้านครั้งต่อวัน ฟิลิปปินส์ที่มีการส่งข้อความ 500 ล้านครั้งต่อวัน เป็นต้น หรือแม้แต่ประเทศ Emerging Market อย่างเมียนมาร์ก็มียอดผู้ใช้งานอุปกรณ์โมบายล์เติบโตอย่างต่อเนื่อง ตัดมาที่ภาพใหญ่ของอุตสาหกรรม คุณ Jeffrey ได้ชี้ให้เห็นว่า ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในหลายด้าน ซึ่งอาจเป็นโอกาสสำหรับธุรกิจได้ หนึ่งในนั้นก็คือ ตลาดสินค้าฮาลาล ซึ่งเป็นตลาดสินค้าสำหรับผู้นับถือศาสนาอิสลาม ที่ภูมิภาคนี้มีผู้นับถืออยู่เป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ตลาดดังกล่าวมีศักยภาพในการเติบโตสูง นอกจากนั้น ธุรกิจขนาดกลางและเล็กใน SEA ก็มีความเข้าใจและเห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยีมากขึ้น ทำให้มีการนำเทคโนโลยีไปใช้งานในด้านต่าง ๆ เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย ส่วนจีนแผ่นดินใหญ่นั้น คุณ Jeffrey มองว่าเป็นประเทศที่มีอิทธิพลต่อภูมิภาคดังกล่าว (จริง ๆ ก็รวมถึงโลกทั้งโลกด้วย) สูงมาก และเขายังได้เพิ่มปัจจัยพิเศษขึ้นมาอีกหนึ่งตัว นั่นคือเรื่องของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่อาจออกนโยบายกระทบกับเศรษฐกิจในภูมิภาคได้ “ที่ผ่านมา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้สามารถสร้างยูนิคอร์นให้เกิดขึ้นได้หลายตัว ไม่ว่าจะเป็น Lazada, Grab, Razer, Traveloka, UNG, Garena และ Tokopedia รวมถึงธุรกิจที่กำลังจะก้าวขึ้นมาเป็นยูนิคอร์นตัวใหม่ เช่น Carousell, Reebonz หรือ PropertyGuru จึงทำให้เป็นที่สนใจของนักลงทุน และคาดว่าจะมีเม็ดเงินราว 40 พันล้านเหรียญสหรัฐมาลงทุนในภูมิภาคดังกล่าว” มากไปกว่านั้น เขายังมองว่าการเติบโตของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทุกวันนี้อยู่ในระดับเดียวกับจีนแผ่นดินใหญ่เมื่อปี 2006 และอินเดียเมื่อปี 2011 เลยทีเดียว แต่ SEA ไม่ใช่ “จีน – อินเดีย” อย่างไรก็ดี สิ่งที่ทำให้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไม่สามารถจัดการได้ด้วยกลยุทธ์แบบเดิมที่เคยใช้สำเร็จมากับจีนและอินเดียนั้น มาจากเหตุผลดังต่อไป เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีวัฒนธรรมแบบผสม ขณะที่จีนและอินเดียมีเอกลักษณ์ที่ชัดเจนเป็นของตนเอง แต่ละประเทศมีภาษาทางการของประเทศตัวเอง ทำให้มีภาษาทางการมากถึง 14 ภาษา ระบบกฏหมายของแต่ละประเทศแยกออกจากกัน แต่ละประเทศอาจไม่ได้ตั้งอยู่ชิดติดกัน ส่วนจีนและอินเดียนั้นรวมตัวกันเป็น One Piece มีคู่แข่งจากต่างประเทศเข้ามาบุกตลาด ขณะที่จีนและอินเดียนั้นการแข่งขันมาจากคู่แข่งในประเทศเป็นส่วนใหญ่ จากจุดนี้ Jeffrey Paine มองว่า การลงทุนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จึงมีโอกาสเติบโตได้มากกว่าการลงทุนในจีนและอินเดีย ที่มีคู่แข่งเบอร์แข็ง ๆ และเข้าใจตลาด เข้าใจประชากรของประเทศรออยู่นั่นเอง 8 ธุรกิจมีศักยภาพ B2B eCommerce ในปี 2017 นี้ คุณ Jeffrey มองว่าจะได้เห็นการตัวเลขการค้าออนไลน์เพิ่มสูงขึ้น มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยธุรกิจในการบริหารจัดการสินค้าที่ขายบนโลกออนไลน์มากขึ้น FinTech อีกหนึ่งตัวที่จะมีการเติบโตก็คือ FinTech โดยจะพบการใช้ Big Data, Real Time Credit Rating, ธนาคารออนไลน์เต็มรูปแบบ ไปจนถึง On-demand Insurance Entertainment เช่น สื่อทางเลือกต่าง ๆ การเกิดขึ้นของ VDO Blogging บริการ Live Streaming หรือกระทั่งแพลตฟอร์มด้าน short VDO และ Ad Tech รูปแบบใหม่ ๆ Automotive เช่น ระบบบริหารจัดการที่จอดรถอัจฉริยะ แพลตฟอร์มด้านการบำรุงรักษารถยนต์ทั้งแบบ B2B และ B2C ไปจนถึงการให้เช่าหรือยืมรถยนต์ไปใช้ HealthCare ในส่วนนี้ก็อาจเป็นบริการที่หลาย ๆ คนเคยได้ยินมาแล้ว เช่น การพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับโรงพยาบาล คลินิค การนำอุปกรณ์ Sensor IoT มาใช้ตรวจวัดค่าต่าง ๆ ภายในโรงพยาบาล ระบบดูแลผู้สูงอายุจากบ้าน ไปจนถึงบริการประเภท Doctor – on – demand เป็นต้น Enterprise SAAS เป็นเรื่องของการนำ AI หรือ Machine Learning เข้ามาวิเคราะห์การดำเนินงานของธุรกิจมากขึ้น ไปจนถึงการพัฒนาระบบบริการลูกค้าอัตโนมัติโดยใช้ AI เป็นตัวจักรสำคัญ Transport เช่น อาจมีการเปิดตัวบริการคล้าย ๆ Uber แต่สำหรับรถบรรทุกสินค้า เป็นต้น หรือบริการที่ช่วยวางแผนเส้นทางเดินรถ AgriTech ในปี 2017 เราอาจได้เห็นการนำ Big Data เข้ามาช่วยปรับปรุงการเกษตร ให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น มีแพลตฟอร์มสนับสนุนทางการเงินแก่เกษตร ฯลฯ ด้วยเหตุนี้จึงอาจถือได้ว่า ปี 2017 เป็นปีแห่งโอกาสและความท้าทายสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เลยทีเดียว   Source: thumbsup The post SCB FinTech Forum เผย 8 เทรนด์ธุรกิจมาแรงรับตลาดเทคโนโลยีบูมในเอเชีย appeared first on thumbsup .


Readyplanet โต 40% พร้อมเปิดตัว e-Travel Marketing เจาะตลาดท่องเที่ยวและโรงแรม

Readyplanet เผยผลประกอบการปี 2559 โตขึ้น 40% ด้วยยอดขายกว่า 400 ล้านบาท และประกาศรุกตลาด Digital Marketing เจาะลูกค้ากลุ่มผู้ผลิตอุตสาหกรรม B2B และค้าปลีก B2C  พร้อมเปิดพอร์ทลงทุนธุรกิจใหม่ในบริษัท e-Travel Marketing เจาะอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและโรงแรม นายทรงยศ คันธมานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เรดดี้แพลนเน็ต จำกัด กล่าวว่า “ผลประกอบการในปีที่ผ่านมาเกิดจากกลยุทธ์ธุรกิจที่มีความชัดเจนและเจาะกลุ่มเป้าหมายต่างๆ ได้อย่างครอบคลุมมากขึ้น  โดยให้บริการแก่ผู้ประกอบการธุรกิจต่างๆ มากกว่า 17,000 รายทั่วประเทศ ด้วยผลิตภัณฑ์และบริการที่เหมาะสมและวัดผลได้ ด้วยศักยภาพของธุรกิจทั้งด้านเทคโนโลยี ที่ประกอบด้วย Vela Website, Shappy ; โฆษณาผ่านสื่อดิจิทัล อาทิ Google AdWords, Facebook, Instagram, LINE@, Baidu หรือ ระบบส่งจดหมายข่าวอิเล็กทรอนิกส์ VelaConnect; และการฝึกอบรมด้านการตลาดดิจิทัลต่างๆ มากกว่า 200 งานให้กับผู้ประกอบการมากกว่า 20,000 คนในรอบปีที่ผ่านมา” นอกจากนั้น Readyplanet ยังได้เข้าไปลงทุนในบริษัท e-Travel Marketing เพื่อเจาะตลาดท่องเที่ยวและโรงแรม โดยนำความเชี่ยวชาญกว่าสิบปีของ e-Travel Marketing มาช่วยจัดการกับความท้าทายของผู้ประกอบการโรงแรมที่ในปัจจุบันมีมูลค่าตลาดสูงกว่า 6.4 แสนล้านบาท ซึ่งมีอัตราการเติบโตของการให้บริการที่พักเพิ่มขึ้นจากปี 2558 ถึง 11.48% ด้วย นายฉัตรชัย ทวีเดช กรรมการผู้จัดการ e-Travel Marketing อธิบายเพิ่มเติมว่า  “แม้ว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะเติบโตในอัตราที่สูง ผู้ประกอบการกลับมีกำไรลดลงด้วยปัจจัยการแข่งขันที่สูงขึ้นด้วยเช่นกัน นอกจากนั้นการใช้บริการจองห้องพักผ่านตัวแทนหรือ OTA – Online Travel Agency มีค่าบริการหรือ Commission ที่อาจสูงถึง 55% ของราคาห้องพัก จากรายงานการศึกษาพฤติกรรมการจองโรงแรมของลูกค้าจัดทำโดยทีมวิจัยและการตลาดบริษัท e-Travel Marketing พบว่า สัดส่วนการเลือกจองห้องพักกับโรงแรมโดยตรงอยู่ที่  15% และอีก 42% เลือกจองผ่านคนกลางในการรับจองโรงแรมหรือผู้ให้บริการท่องเที่ยว (Travel Agent) ขณะที่อัตราการจองห้องพักผ่านตัวแทนหรือ OTA มีสัดส่วนสูงถึง 43% ในขณะที่ผู้ประกอบการจำนวนมากยังต้องเผชิญกับความท้าทายด้านการทำการตลาดออนไลน์ทั้งเรื่องบุคลากร ความรู้ความเข้าใจด้านการตลาดออนไลน์ ขาดเครื่องมือ เทคโนโลยี ฯลฯ” จากประสบการณ์ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและโรงแรมมากกว่า 10 ปี ของ e-Travel Marketing ที่มีโซลูชั่นครบวงจรสำหรับธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมโดยเฉพาะตั้งแต่ Online marketing เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านช่องทางการตลาดออนไลน์ชั้นนำ, Online Channel Management ที่ช่วยบริหารการช่องทางการขายออนไลน์, Booking Engine ที่จัดการระบบการจอง การชำระเงินไปถึงบริหารลูกค้าสัมพันธ์ และการออกแบบเว็บที่รองรับได้ทุกอุปกรณ์ เมื่อรวมทุกองค์ประกอบเข้าด้วยกันจะทำให้ ReadyPlanet โดย e-Travel Marketing มีผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและโรงแรมที่วัดผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันเรดดี้แพลนเน็ตมีผู้เชี่ยวชาญการโฆษณาออนไลน์ที่ได้รับ Google AdWords Certified มากกว่า 20 คน มากที่สุดในกลุ่มผู้ให้บริการ Google AdWords ในตลาด SMEs และล่าสุดมีผู้เชี่ยวชาญได้รับ LINE@ Certified Trainer กลุ่มแรกของประเทศไทยถึง 3 คน โดยทั้งหมดนี้สอดรับกับการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ และการตลาดดิจิทัลของประเทศไทยที่มูลค่ารวมทุกประเภทถึง 2.5 ล้านล้านบาท   Source: thumbsup The post Readyplanet โต 40% พร้อมเปิดตัว e-Travel Marketing เจาะตลาดท่องเที่ยวและโรงแรม appeared first on thumbsup .