TRAVEL


บิ๊กเนมวงการไอทีร่วมประชุมทรัมป์ พร้อมรับมือการโจมตีไซเบอร์ ทบทวนวีซ่าเข้าประเทศใหม่

ทรัมป์เชิญคณะที่ปรึกษาด้าน IT ร่วมหารือครั้งแรก มี CEO จากหลายองค์กรขนาดใหญ่เข้าร่วมด้วย แต่ Mark Zuckerberg จาก Facebook ไม่ได้เข้าร่วม การประชุมครั้งนี้มีผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเข้าร่วมจำนวนมาก Ajay Banga, CEO จาก MasterCard Jeff Bezos, CEO จาก Amazon Zachary Bookman, CEO จาก OpenGov Safra Catz, Co-Chief Executive จาก Oracle Tim Cook, CEO จาก Apple John Doerr, Chairman จาก Kleiner Perkins Pat Gelsinger, CEO จาก VMware Alex Karp, CEO จาก Palantir Brian Krzanich, CEO จาก Intel Tom Leighton, CEO จาก Akamai Bill McDermott, CEO จาก SAP Steven Mollenkopf, CEO จาก Qualcomm Satya Nadella, CEO จาก Microsoft Shantanu Narayen, CEO จาก Adobe Ginni Rometty, CEO จาก IBM Eric Schmidt, Executive Chairman จาก Alphabet Julie Sweet, CEO จาก Accenture Peter Thiel, จาก Founders Fund คลิปวิดีโอขณะหารือระหว่างทรัมป์กับ CEO ผู้เชี่ยวชาญด้าน IT ทรัมป์เปิดการประชุมด้วยการพูดไว้อาลัยให้แก่ Otto Warmbier ที่เพิ่งเสียชีวิตหลังถูกปล่อยตัวจากเกาหลีเหนือ และชี้ว่าเกาหลีเหนือมีระบอบการปกครองที่เลวร้าย และพูดถึงเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ให้การรักษาทหารผ่านศึกทั้งหลาย ทรัมป์ยอมรับว่าเทคโนโลยีในปัจจุบันสำคัญมาก การโจมตีไซเบอร์กำลังสร้างปัญหาอย่างหนักหน่วงให้กับทำเนียบขาว รัฐบาลพร้อมแล้วที่จะเปลี่ยนแปลงและทำระบบ IT ให้มีความทันสมัยอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อช่วยเหลือธุรกิจของชาวอเมริกัน สร้างงานให้มากขึ้น และย้ำว่า อเมริกาควรเป็นผู้นำโลกด้านเทคโนโลยี แนวคิด VISA Program และการยกระดับการป้องกันการถูกโจมตีไซเบอร์ CEO และรัฐบาลเตรียมหารือเรื่องวีซ่าต่อ เพื่อให้ทรัมป์ทบทวนเรื่องการให้วีซ่าเพื่อนำบุคลากรเข้ามาช่วยพัฒนาประเทศ ตามที่เคยประกาศว่าจะพิจารณาเรื่องดังกล่าวเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยเฉพาะวีซ่าประเภท H1-B อาชีพผู้ชำนาญการพิเศษ ทางคณะที่ปรึกษาเห็นว่าจะเพิ่มระดับรักษาความปลอดภัยให้กับระบบ IT ของรัฐบาลมากขึ้น ก่อนหน้านี้ในปี 2015 เคยมีการแฮกข้อมูลบุคคลไปกว่า 22 ล้านรายจากฐานข้อมูลของรัฐบาลสหรัฐฯ Satya Nadella, CEO Microsoft Satya ชี้ว่าสิ่งสำคัญสำหรับตอนนี้ เรื่องแรกคือ การทำให้รัฐบาลทันสมัยไปพร้อมๆกับพัฒนาการทางเทคโนโลยีล่าสุด เรื่องที่สอง คือการทำงานร่วมกับรัฐบาลในการช่วยพัฒนาทักษะให้กับประชาชนรองรับงานที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ และ ประการสุดท้าย รัฐบาลจะต้องเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ รัฐบาลทำได้ดีแล้วในด้านการสนับสนุนทุนวิจัยให้กับสถาบันต่างๆ เพื่อการพัฒนาเทคโนโลยี แต่สำหรับ นโยบายผู้อพยพนั้น ช่วยทำให้ Microsoft ได้ประโยชน์พอสมควรจากทักษะและบุคลากรในประเทศต่างๆ ซึ่งก็เชื่อว่าควรจะดำเนินนโยบายเช่นนี้ต่อไป เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับอเมริกาได้ Jeff Bezos, CEO จาก Amazon Jeff สนับสนุนแนวคิดที่มีการบริหารด้านนวัตกรรมด้วยการให้มีสภานวัตกรรมอย่างที่ปรากฏอยู่ เขาคิดว่า Jared (ลูกเขยของทรัมป์) ก็ทำเรื่องนี้อยู่ด้วย ขณะเดียวกันก็คิดว่า ควรจะใช้เทคโนโลยีในเชิงพาณิชย์มากขึ้น ซึ่งช่วยประหยัดสำหรับผู้จ่ายภาษีพอสมควร ซึ่งตอนนี้ Amazon เองก็ทำเรื่องพัฒนาทักษะบุคลากรอยู่ เรียกว่า Career Choice ทำไปแล้วกว่าหมื่นราย Ivanka (ลูกสาวทรัมป์) ก็รู้เรื่องนี้ดี สิ่งที่สำคัญสำหรับตอนนี้ก็คือ สหรัฐฯ ควรจะทำเรื่องนี้ในทุกระดับ นั่นก็คือเรื่อง Machine Learning และ Artificial Intelligence รัฐบาลสามารถจัดหาให้กับพลเมืองของเราได้ Tim Cook, CEO แห่ง Apple Cook ให้ความสำคัญกับการเข้ารหัสที่แข็งแกร่ง strong encryption เขาเห็นว่า สหรัฐฯ ควรจะมีรัฐบาลที่ทันสมัย ซึ่งเป็นเรื่องดีมากที่ Jared (ลูกเขยทรัมป์) ได้พยายามรันเรื่องนี้อยู่ รัฐบาลทรัมป์เองควรจะมุ่งเป้าไปที่พลเมืองและให้บริการในเรื่องนี้ซึ่งเป็นเรื่องที่ตอนนี้รัฐบาลยังไม่สามารถทำได้ ทรัมป์ควรจะหารือกับทางคณะรัฐมนตรีต่อไปในเรื่องนี้ว่าจะสามารถให้บริการพลเมืองได้อย่างไร และเรื่อง หนี้สาธารณะก้อนใหญ่ในโรงเรียนรัฐทั้งหลาย กำลังสร้างปัญหา ทาง Apple ก็พยายามช่วยอยู่ แต่รัฐบาลก็เป็นปัจจัยสำคัญในการแก้ปัญหาเช่นกัน ภาพจาก Facebook Newsroom สาเหตุที่ Mark Zuckerberg ไม่มาร่วมประชุมกับคณะที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีให้ทรัมป์ 2 ครั้ง การพบปะกัน ครั้งแรก ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับผู้เชี่ยวชาญด้าน IT นั้น Mark Zuckerberg ไม่ได้มา แต่ส่งเบอร์ 2 ของเขา หรือ COO Sheryl Sandberg เข้าร่วม ขณะนั้น Mark ไม่เห็นด้วยกับนโยบายสร้างกำแพงของทรัมป์ และการสกัดกั้นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชน ทั้งเรื่องนโยบายอพยพ การลดการค้า ฯลฯ ครั้งที่สองนี้ Mark ไม่เข้าร่วมไม่พอ ตัว Sandberg ที่เป็น COO ที่เคยเข้าพบปะทรัมป์ครั้งแรก ครั้งนี้ก็ไม่เข้าร่วม โดย Mark ให้เหตุผลว่า ตัวเขาต้องไปพูดในงาน Facebook ที่ชิคาโก ส่วน Sandberg ก็ต้องไปงานเทศกาลด้านโฆษณาระดับบิ๊กที่จัดขึ้นทางตอนใต้ของฝรั่งเศส และได้ส่งสมาชิกบอร์ดเข้าร่วม นั่นคือ Peter Thiel ซึ่งนั่งเป็นที่ปรึกษาทรัมป์ด้วย และไปร่วมงานนี้ในฐานตัวแทนบริษัทด้านการลงทุน Founders Fund ที่มา – The White House , Reuters , Business Insider , Bloomberg Topics:  Donald Trump Whitehouse


ททท.ดึงวงไอดอลดังญี่ปุ่น Nogizaka46 ร่วมโปรโมทท่องเที่ยวไทย

คิดใหม่ ทำใหม่ ททท.ดึงวงไอดอลเกิร์ลกรุปชื่อดังของญี่ปุ่น Nogizaka46 มาร่วมโปรโมทการท่องเที่ยวไทย เปิดให้นักท่องเที่ยวเที่ยวตามรอยไอดอลสาวๆ หลังจากที่คนไทยกำลังตื่นเต้นกับวงไอดอล BNK48 จากญี่ปุ่นที่เป็นสาขาของวงไอดอลชื่อ AKB48 ของญี่ปุ่น ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยดึงวงคู่แข่งกับ AKB48 อย่าง Nogizaka46 มาร่วมโปรโมทการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดยพวกเธอจะร่วมเป็นThai Tourism Ambassador หรือทูตการท่องเที่ยวประเทศไทย  ซึ่งวงดังกล่าวมีเพลงดังในกลุ่มผู้ฟังชาวไทยเช่น Seifukuno Mannequin และ Girls' Rule ในเซตภาพจะเห็นกิจกรรมของเหล่าไอดอลสาวญี่ปุ่นมาใช้ชีวิตในเมืองไทย ทั้งถ่ายภาพคู่ทะเลไทยกับเรือกอและ เดินเยาวราชคู่กับรถตุ๊กตุ๊ก หรือไปเข้าสปาแบบไทย ซึ่งถือว่าเป็นมิติใหม่และดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นที่จะเดินทางมาเที่ยวตามรอยด้วย สามารถเข้าไปชมภาพและกิจกรรมได้ที่ http://nogizaka46.thailandtravel.or.jp/   


No Picture

บินไทย ขอดูแผนฟื้นฟูก่อนเพิ่มทุนนกแอร์  

การบินไทย ยังไม่มีแผนเพิ่มทุนสายการบินนกแอร์ เพราะขณะนี้นกแอร์ยังไม่ส่งแผนการฟื้นฟูกิจการและผลตอบแทนการเพิ่มทุนที่ชัดเจน ขณะที่บอร์ดนกแอร์ ยังไม่ได้ข้อสรุปในเรื่องนี้    นางอุษณีย์ แสงสิงแก้ว รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า การเพิ่มทุนสายการบินนกแอร์ ยังต้องพิจารณาข้อเสนอรายละเอียดต่างๆ ก่อน เพราะที่ผ่านมา ทางสายการบินนกแอร์ยังไม่ได้นำเสนอข้อมูลแผนการดำเนินการฟื้นฟูกิจการและผลตอบแทนการเพิ่มทุนที่ชัดเจน ซึ่งหากสายการบินนกแอร์มีแผนชัดเจน มีเงื่อนไขผลตอบแทนที่ดี และมีกำไรจากการลงทุนมาให้ การบินไทยก็จะเข้าไปซื้อหุ้นเพิ่มทุน ส่วนที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท สายการบินนกแอร์ หรือ บอร์ดนกแอร์  เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ยังไม่มีข้อสรุปการขายหุ้นเพิ่มทุนรอบใหม่ เนื่องจากการจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการและการขายหุ้นเพิ่มทุนยังขาดตัวเลขสำคัญ เช่น วงเงิน เป้าหมาย และเงื่อนไขในการเพิ่มทุน  บอร์ดนกแอร์จึงมอบหมายให้ฝ่ายบริหารไปรวบรวมข้อมูลที่ชัดเจน เพื่อนำเสนอที่ประชุมพิจารณาอีกครั้ง คาดว่าจะเป็นช่วงอีก 2 สัปดาห์จากนี้  


เรือด่วนเจ้าพระยา-แสนแสบ 1 บาท มีผล 21 มิ.ย.นี้  

กรมเจ้าท่า ประกาศปรับลดค่าโดยสารเรือด่วนเจ้าพระยา-คลองแสนแสบ 1 บาท และเรือข้ามฟาก 50 สตางค์ มีผล 21 มิ.ย.นี้ หลังราคาน้ำมันตลาดโลกปรับลดลงต่อเนื่อง กรมเจ้าท่า ประกาศปรับลดค่าโดยสารเรือในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล  50 สต. – 1 บาท มีผลตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายนนี้ เป็นผลจากราคาน้ำมันมีการเปลี่ยนแปลง ระหว่าง 21.01-25.00 บาทต่อลิตร ติดต่อกัน 10 วัน ส่งผลให้อัตราค่าโดยสารใหม่ จะเป็นดังนี้  -เรือด่วนเจ้าพระยา ประเภทเรือประจำทาง อัตราค่าโดยสารไม่เกิน 8-10-12 บาทต่อคน (ตามระยะ)  -เรือด่วนพิเศษ ธงส้ม อัตราค่าโดยสารไม่เกิน 14 บาทต่อคน  -เรือด่วนพิเศษ ธงเหลือง อัตราค่าโดยสารไม่เกิน 19 บาทต่อคน  -เรือด่วนพิเศษ ธงเขียว อัตราค่าโดยสารไม่เกิน 12-19-31 บาทต่อคน (ตามระยะ)  -เรือโดยสารในคลองแสนแสบ อัตราค่าโดยสารไม่เกิน 8-10-12-14-16-18 บาทต่อคน (ตามระยะ)  สำหรับเรือโดยสารข้ามฟาก เรือข้ามฟากแม่น้ำเจ้าพระยา กลุ่มที่ 1 (นนทบุรี-บางศรีเมือง , ท่าช้าง-วังหลัง , ท่าช้าง-วัดระฆัง , วังหลัง-ท่าพระจันทร์เหนือ , วังหลัง-มหาราช และราชวงศ์-ดินแดง ) อัตราค่าโดยสารไม่เกิน 3 บาทต่อคน  เรือข้ามฟากแม่น้ำเจ้าพระยา กลุ่มที่ 2 (โอเรียลเต็ล-วัดสุวรรณ และ ท่าเตียน-วัดอรุณ ) อัตราค่าโดยสารไม่เกิน 3.50 บาทต่อคน  เรือข้ามฟากแม่น้ำเจ้าพระยา กลุ่มที่ 3 (สี่พระยา-คลองสาน ) อัตราค่าโดยสารไม่เกิน 4 บาทต่อคน  เรือข้ามฟากแม่น้ำเจ้าพระยา กลุ่มที่ 4 ( พระสมุทรเจดีย์-วิบูลย์ศรี และ สะพานตากสิน(สาทร) ฝั่งพระนคร-ฝั่งธนบุรี ) อัตราค่าโดยสารไม่เกิน 5 บาทต่อคน  เรือข้ามฟากแม่น้ำเจ้าพระยา กลุ่มที่ 5 (ปากคลองตลาด-วัดกัลยาณมิตร-วัดกุฎีจีน) อัตราค่าโดยสารไม่เกิน 5.50 บาทต่อคน 


รฟท.แจงเหตุโครงการรถไฟสายสีแดง ‘บางซื่อ-รังสิต’ ล่าช้ากว่ากำหนด

การรถไฟฯ ชี้แจงกรณีการก่อสร้างโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดงช่วง บางซื่อ-รังสิต ที่ล่าช้ากว่ากำหนดและงบประมาณบานปลาย เพราะมีการปรับรูปแบบ แก้ไขสถานี เพิ่มโครงสร้างทางวิ่ง และมีการปรับราคาให้เป็นปัจจุบัน นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ชี้แจงกรณีที่มีการนำเสนอข่าวประเด็นการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงช่วง บางซื่อ-รังสิต ที่ล่าช้ากว่ากำหนดเวลาและงบประมาณบานปลาย โดยมีรายละเอียดข้อเท็จจริง ดังนี้ โครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ-รังสิต คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้ดำเนินการก่อสร้างโครงการ เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2550 งบประมาณลงทุน จำนวน 59,888 ล้านบาท โดยมีเนื้องานครอบคลุมงานโยธา งานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล ช่วงบางซื่อ-รังสิต และช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ค่ารื้อย้าย ค่าจ้างที่ปรึกษา และเงินเผื่อเหลือเผื่อขาด โดยไม่รวมถึงการจัดซื้อขบวนรถ ต่อมาเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2552 มติคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติปรับกรอบวงเงินลงทุนเพิ่มขึ้นเป็น จำนวน 75,548 ล้านบาท เนื่องจาก JICA กำหนดเงื่อนไขในการให้เงินกู้โดยให้รวมค่างานจัดซื้อตู้รถไฟฟ้าเข้าไปด้วย เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า เมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จจะมีขบวนรถไฟฟ้าเปิดให้บริการแก่ประชาชน อีกทั้งการออกแบบงานระบบอาณัติสัญญาณ การควบคุมการเดินรถ ระบบจ่ายไฟฟ้า และระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องจะได้ดำเนินการให้ถูกต้อง สอดคล้อง เป็นระบบที่สัมพันธ์กับผู้ผลิตรถตู้ไฟฟ้า และ ปัจจุบันแบ่งการดำเนินการออกเป็น 3 สัญญา ได้แก่ 1. สัญญาที่ 1 งานก่อสร้างงานโยธาสถานีกลางบางซื่อ และศูนย์ซ่อมบำรุง 2. สัญญาที่ 2 งานโยธาสำหรับทางรถไฟช่วงบางซื่อ-รังสิต 3


ญี่ปุ่นร่วมมือไทยจัดสัมพันธ์ 130 ปี 11 ก.ย.นี้ เชื่อมั่นลงทุน EEC

รองนายกรัฐมนตรี หารือกับประธานหอการค้าญี่ปุ่น จัดงานสัมมมาใหญ่ฉลองความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุน 130 ปี ในวันที่ 11 กันยายนนี้  นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี หารือกับนายโซจิ ซาคาอิ (Mr.Soji Sakai) ประธานหอการค้าญี่ปุ่น – กรุงเทพฯ หลังนำคณะกรรมการบริหารชุดใหม่เข้าหารือ เน้นย้ำการเป็นตัวกลางสร้างความชัดเจนนำนักธุรกิจญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนในระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) และสนับสนุนนโยบายไทยแลนด์ 4.0 หลังจากกระทรวงเมติของญี่ปุ่นพร้อมร่วมมือกับไทย จึงนัดหมายจัดงานฉลองความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุน 130 ปี ไทย-ญี่ปุ่น เพื่อจัดงานสัมมนาใหญ่ในวันที่ 11 กันยายน 60 จากนั้นจะนำนักลงทุนญี่ปุ่นลงพื้นที่ตรวจดูสภาพระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.ศรีราชา เนื่องจากมีนักลงทุนญี่ปุ่นอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก


ไทยพร้อมจัด Digital Thailand Big Bang 2017

รมว.กระทรวงดิจิทัลฯ พร้อมดึงกูรูด้านเทคโนโลยีดิจิทัลจากทั่วโลกร่วมแชร์ประสบการณ์ งานนิทรรศการ Digital Thailand Big Bang 2017 มั่นใจนำคนไทยก้าวเข้าสู่โลกแห่งอนาคต ด้วยการสัมผัสนวัตกรรมสุดล้ำที่หาดูยากจากต่างประเทศ นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเตรียมการจัดงานนิทรรศการ Digital Thailand Big Bang 2017  ว่า กระทรวงดิจิทัลฯ มอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการประสานกับทุกหน่วยงาน ในสังกัด รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เข้าร่วมจัดงานในครั้งนี้ โดยได้เรียนเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน ในวันที่ 21 กันยายน 2560 รวมทั้งได้เชิญผู้มีชื่อเสียงและประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล อาทิ มร.เจฟฟ์ ฮอฟฟ์แมน ผู้ร่วมก่อตั้ง Priceline มร.เจฟ เบซอส  ผู้ก่อตั้งเว็บ amazon.com และ มร.โจนาธาน ออร์ทมานส์ ประธานและผู้ร่วมก่อตั้ง Global Entrepreneur Network (GEN) ฯลฯ มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ในงานนี้ด้วย สำหรับรูปแบบการจัดงานจะแบ่งเป็น 4 โซนหลัก ประกอบด้วย โซนที่ 1 “Digital Ecosystem Thailand” ระบบนิเวศและผู้ประกอบการดิจิทัล แบ่งเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ Digital startup, Digital services, Digital Entrepreneur และ Global Network โซนที่ 2 “Digital Community and Smart City” แบ่งเป็น 3 มิติชุมชน ได้แก่ ชุมชนเมืองที่อยู่ในเมือง ชุมชนที่อยู่ในชนบท และชุมชนอนาคตที่กำลังจะอยู่บนโลกไซเบอร์ สำหรับ Smart City จะแบ่งเป็น 3 ด้านหลัก ๆ คือ Economy (เศรษฐกิจ) Environment (สิ่งแวดล้อม) และ Society (สังคม) ซึ่งในแต่ละโซนจะมีไฮไลท์ของเทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัย และน่าสนใจมาจัดแสดงให้ผู้เข้าร่วมชมงานได้สัมผัสอย่างหลากหลาย โซนที่ 3 “Digital Park” เขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล แบ่งเป็น Quality of Living, Digital Industry Investment, Digital Innovation Service และ University และโซนที่ 4 “Digital Playground” แบ่งเป็น Co-working space, Maker space และ New Innovation  โดยจะมีการนำเสนอไอเดียใหม่ในการประกอบธุรกิจ และอาชีพในอนาคต ซึ่งมีไฮไลท์อยู่ที่กิจกรรมการแข่งขันขับโดรน ระหว่างมหาวิทยาลัย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กยุคใหม่ได้ปรับแต่งอุปกรณ์ของตัวเองให้สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ สำหรับการจัดงานนิทรรศการ Digital Thailand Big Bang 2017 ถือเป็นงานแห่งนวัตกรรมด้านดิจิทัล ที่ผู้เข้าร่วมงานจะมีความรู้สึกได้เข้าใกล้โลกแห่งอนาคต พร้อมทั้งเป็นการเปิดโลกทัศน์เพื่อการปรับตัวสู่สังคมดิจิทัล ที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยงานดังกล่าว จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-24 กันยายน 2560 ณ อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี