TRAVEL

เผยสถานที่ฮันนีมูน ‘ปิปปา’ กับสามี บริเวณหมู่เกาะเทเทียโร

เว็บไซต์การท่องเที่ยว เผย ภาพสถานที่ฮันนีของปิปปา มิดเดิลตัน กับสามีแมทธิว เป็นเกาะส่วนตัวชื่อ The Brando เป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะเทเทียโร กลางมหาสมุทรแปซิฟิค  เว็บไซต์ท่องเที่ยว travelleisure เปิดเผยถึงสถานที่ที่ปิปปา มิดเดิลตัน กับสามีแมทธิว จะใช้เป็นสถานที่ฮันนีมูน หลังเพิ่งเข้าพิธีแต่งงานกันไปเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (20 พ.ค.) ตามรายงานข่าวบอกว่า เพียงไม่ถึง 24 ชม. หลังพิธีแต่งงานเสร็จสิ้น ก็มีคนเห็นทั้งสองคนที่ท่าอากาศยานนานาชาติลอส แอนเจลิส เพื่อต่อเครื่องบินไปยังหมู่เกาะแปซิฟิค สถานที่ฮันนีมูนของคนทั้งสอง แหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยบอกกับ The Sun ว่า ปิปปา มิดเดิลตัน กับสามีของเธอจะใช้เกาะส่วนตัวแห่งหนึ่งในหมู่เกาะเทเทียโร เป็นที่สำหรับฮันนีมูน เกาะส่วนตัวนี้เป็นของมาร์ลอน แบรนโด ซึ่งชื่อเกาะก็ตั้งตามชื่อเจ้าของ  เกาะแบรนโด The Brando ประกอบไปด้วยบ้านพัก 35 หลัง ที่แต่ละบ้านจะมีอ่างน้ำกลางแจ้ง, สระว่ายน้ำ, และเก้าอี้ทำจากหินสำหรับ 2 คน นอกจากนี้การบริหารบนเกาะยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ใช้น้ำทะเลหมุนเวียนมาทำเครื่องปรับอากาศ, ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์, และใช้เชื้อเพลิงจากน้ำมันมะพร้าว ยังไม่พอเท่านี้เพราะบนเกาะยังมีอาหารเลิศรสที่ได้มิชลินสตาร์ ระดับ 2 ดาว ร้าน Le Grand Véfour (มีบริการเสิร์ฟถึงห้องพัก) ไว้ให้บริการ จึงไม่แปลกใจว่าทำไมปิปปา กับสามีของเธอจึงเลือกสถานที่แห่งนี้เป็นที่ฮันนีมูน แม้แต่ครอบครัวโอบามายังชอบเกาะแห่งนี้เลย ภายหลังจากฮันนีมูนเสร็จสิ้น ปิปปา กับแมทธิว สามีก็จะเกินทางกลับไปยังสหราชอาณาจักร และปิปปาจะย้ายไปอยู่กับครอบครัวของสามีที่สกอตติช ไฮแลนด์ส  

Read More

อังกฤษเตือนพลเมือง งดไป 4 จชต.หลังเหตุบึมรพ.

กระทรวงต่างประเทศอังกฤษเตือนพลเมือง งดเดินทางไปปัตตานี ยะลา นราธิวาส และสงขลา หลังเกิดเหตุระเบิดที่โรงพยบาลพระมงกุฎเกล้าเมื่อวันจันทร์   เมื่อวันจันทร์ที่ 22 พฤษภาคม กระทรวงการต่างประเทศและเครือจักรภพแห่งสหราชอาณาจักร (เอฟซีโอ) ออกคำเตือนถึงพลเมืองชาวอังกฤษ หากไม่จำเป็นอย่างยิ่งยวด ขอให้งดเดินทางไปยังจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส และสงขลาด้านชายแดนไทย-มาเลเซีย   คำเตือนระบุว่า ในวันจันทร์ เกิดเหตุระเบิดที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าในกรุงเทพมหานคร ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บหลายราย   อนึ่ง คำเตือนก่อนหน้านี้ระบุว่า มีแนวโน้มสูงว่าผู้ก่อการร้ายจะพยายามก่อเหตุโจมตีในประเทศไทย เมื่อเดือนสิงหาคม 2559 เกิดเหตุระเบิดและเหตุร้ายในย่านแหล่งท่องเที่ยวของไทยหลายแห่ง เจ้าหน้าที่ความมั่นคงของไทยเผยว่าสามารถสกัดกั้นแผนโจมตีในกรุงเทพได้ในเดือนตุลาคม 2559 ทางการไทยเคยเตือนหลายครั้งถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดเหตุโจมตีในวันที่มีความสำคัญในเชิงสัญลักษณ์ หรือในช่วงเทศกาล   ขอให้พลเมืองอังกฤษระมัดระวังตัว โดยเฉพาะในสถานที่สาธารณะ โปรดปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ไทย และติดตามข่าวสารในไทย   แต่ละปี พลเมืองอังกฤษเดินทางเข้าประเทศไทยกว่า 1 ล้านคน.   Source: Foreign and Commonwealth Office Photo:  AFP      


องค์การอนามัยโลกใช้งบเดินทางมากกว่าใช้งบป้องกันโรค

เจ้าหน้าที่องค์การอนามัยโลกใช้งบเดินทางในแต่ละปี มากกว่างบที่ใช้จ่ายเพื่อการป้องกันและควบคุมโรคเป็นจำนวนมาก อาจส่งผลกระทบต่อการระดมทุนจากนานาประเทศ  สำนักข่าวเอพีรายงานว่าองค์การอนามัยโลก (WHO) ใช้งบประมาณกว่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 7,000 ล้านบาทเมื่อปีที่ผ่านมา เป็น ค่าเดินทางของเจ้าหน้าที่ ทั้งหมด ซึ่งมากกว่างบประมาณที่ใช้ในการป้องกันและควบคุมโรคต่างๆ เช่น งบประมาณในการป้องกันโรคเอดส์และโรคตับอักเสบขององค์การอนามัยโลกอยู่ที่ประมาณ 71 ล้านดอลลาร์ หรือ 2,485 ล้านบาทเท่านั้น ขณะที่งบประมาณในการป้องกันและควบคุมโรคมาเลเรีย อยู่ที่ประมาณ 61 ล้านดอลลาร์ และงบประมาณต่อสู้วัณโรคอ 59 ล้านดอลลาร์ ส่วนโรคที่ใช้งบประมาณในการป้องกันและควบคุมมากที่สุด คือ โปลิโอ ใช้งบทั้งหมด 450 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 15,757 ล้านบาท แหล่งข่าวซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงขององค์การอนามัยโลก ผูัไม่ขอเปิดเผยชื่อ ระบุว่า ดร.มากาเร็ต ชาน ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก และ ดร.บรูซ เอลเวิร์ด หัวหน้าปฏิบัติการควบคุมและป้องกันโรคอีโบล่า ติดอันดับผู้ใช้งบเดินทางสูงที่สุดขององค์การอนามัยโลก เนื่องจาก ดร.ชาน เดินทางโดยเที่ยวบินชั้นธุรกิจทุกครั้ง และการเดินทางไปเยือนประเทศกินีเพื่อประกาศชัยชนะในการต่อสู้โรคอีโบล่าที่แพร่ระบาดเมื่อปีที่ผ่านมา ดร.ชานได้เข้าพักที่โรงแรมหรูระดับห้าดาวที่มีราคาต่อคืนสูงถึง 900 ยูโร หรือประมาณ 34,000 บาท และโฆษกของ ดร.ชานไม่ขอออกความเห็นว่างบที่จ่ายค่าโรงแรมดังกล่าวมาจากแหล่งใด แต่ระบุเพิยงว่าส่วนใหญ่รัฐบาลต่างๆ จะเป็นผู้สนับสนุนค่าที่พักของ ดร.ชานเอง  อย่างไรก็ตาม องค์การอนามัยโลกออกแถลงการณ์ชี้แจงในภายหลังว่าค่าเดินทางของบุคลากรทั้งหมดถือว่าลดลง 14 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับงบเดินทางในปีก่อนแม้ว่าจะเป็นปีที่บุคลากรขององค์การอนามัยโลกจำเป็นจะต้องเดินทางบ่อยกว่าปีอื่นๆ ก็ตาม เพราะต้องปฏิบัติภารกิจป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอีโบล่าในหลายประเทศ และนโยบายขององค์การอนามัยโลกก่อนหน้านี้ระบุว่า ผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการจะต้องเดินทางในชั้นเฟิสท์คลาส แต่ ดร.ชาน มีคำสั่งให้เปลี่ยนนโยบายดังกล่าวมาเป็นการเดินทางในชั้นธุรกิจแทน ทำให้ประหยัดงบเดินทางไปได้มาก แต่เมื่อเทียบงบประมาณที่องค์การอนามัยโลกใช้เป็นค่าเดินทางของบุคลากรทั้งหมด 7,000 คนทั่วโลก ก็ยังถือว่ามากกว่าองค์กรระหว่างประเทศอื่นๆ ที่ทำงานในด้านเดียวกัน โดยเอพีเปรียบเทียบว่าองค์กรแพทย์ไร้พรมแดน ซึ่งมีบุคลากร 37,000 คนทั่วโลก กลับใช้งบประมาณในการเดินทางในปีที่ผ่านมารวมกว่า 43 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1,500 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งโฆษกของแพทย์ไร้พรมแดนกล่าวว่า นโยบายขององค์กรระบุชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่ในทุกระดับจะเดินทางโดยเที่ยวบินชั้นประหยัดเท่านั้น ขณะที่กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ หรือยูนิเซฟ ใช้งบเดินทางในปีที่ผ่านมารวม 140 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 4,900 ล้านบาท ต่อจำนวนบุคลากรทั่วโลก 13,000 คน ดร.อาซิซ จา ผู้อำนวยการสถาบันสาธารณสุขโลกของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เตือนว่าองค์การอนามัยโลกควรระมัดระวังเรื่องการใช้งบ เพราะเป็นเงินที่ได้รับจากการบริจาคของประเทศสมาชิกสหประชาชาติทั่วโลก และข้อมูลการใช้จ่ายงบประมาณเดินทางครั้งนี้อาจส่งผลต่อการระดมทุนเพื่อนำไปใช้ในการป้องกันหรือควบคุมวิกฤตด้านสุขภาพ หรือการป้องกันโรคที่จำเป็นอื่นๆ ด้วย ข่าวที่เกี่ยวข้อง: เบรก ผู้แทนWHO พูดประชาพิจารณ์ร่างกม. สสส


นักท่องเที่ยวไทยซื้อของตาม “บล็อกเกอร์” มากที่สุดในเอเชีย

หนึ่งในความจริงที่สามารถสรุปได้จากการสำรวจพฤติกรรมช้อปปิ้งระหว่างท่องเที่ยวของชาวเอเชียแปซิฟิกชิ้นล่าสุด คือคนไทยเปิดรับข้อมูลจากบล็อกเกอร์เป็นอันดับ 1 ขณะที่ชาติอื่นเลือกรับข้อมูลจากเว็บไซต์ของแบรนด์โดยตรง หรือจากการรีวิวของชาวออนไลน์ทั่วไป การสำรวจพฤติกรรมนักช้อป APAC ช่วงท่องเที่ยวนี้ดำเนินการโดย Publicis ซึ่งต้องการวิเคราะห์ปัจจัยที่ทำให้ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าแบรนด์ระดับโลกหรือแบรนด์ท้องถิ่น Publicis จึงพุ่งเป้าไปที่กลุ่มนักท่องเที่ยว ว่าแต่ละคนมีช่องทางการรับข่าวสารอย่างไร เพื่อวางแผนการซื้อของฝากขณะท่องเที่ยวต่างประเทศ ผลการสำรวจที่ได้สะท้อนว่านักการตลาดต้องปูพรมใช้สื่อดิจิทัลหลายทางหากต้องการแทรกตัวในรายการสินค้าน่าซื้อของนักท่องเที่ยว APAC เนื่องจากแต่ละชาติมีพฤติกรรมการรับข่าวสารขณะท่องเที่ยวไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะข่าวสารที่แสดงในภาษาของชาติตัวเอง ในขณะที่หลายประเทศเลือกติดตามข้อมูลสินค้าต่างถิ่นจากเว็บไซต์หรือโซเชียลมีเดียของแบรนด์ แต่ Publicis พบว่าคนไทยเลือกติดตามรีวิวจากบล็อกเกอร์มากที่สุด (32%) รองลงมาเป็นรีวิวจากคนทั่วไป (31%) นอกนั้นติดตามจากเพจโซเชียลของแบรนด์ (30%) เว็บไซต์ค้าปลีก (30%) และเว็บไซต์ของแบรนด์ (28%) สรุปคือ การลงโฆษณาในนิตยสารท่องเที่ยวไม่มีผลกับคนไทย รวมถึงการให้ข้อมูลที่สนามบินก็ไม่สามารถเย้ายวนใจนักท่องเที่ยวไทยได้ ผิดกับคนสิงคโปร์หรือมาเลเซีย ดังนั้นแบรนด์ไทยที่ต้องการลูกค้าชาติไหน อาจเลือกลงโฆษณาตามผลการสำรวจนี้ได้ ในภาพรวม การสำรวจพบว่านักท่องเที่ยวเอเชีย 66% เปลี่ยนใจในนาทีสุดท้าย ตัดสินใจไม่ซื้อของตามรายการที่เตรียมไว้ ขณะที่ 65% ตัดสินใจซื้อสินค้าจากแบรนด์ที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน ผู้ที่ถูกสำรวจความเห็นในงานวิจัยนี้ประกอบด้วยผู้บริโภคที่จับจ่ายแบรนด์หรูจำนวน 5,800 คนใน 10 ประเทศเอเชียแปซิฟิก ได้แก่ จีน อินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ฮ่องกง ไต้หวัน และเกาหลี ผลการสำรวจอื่นสามารถติดตามได้จากกราฟิกด้านล่าง ที่มา: CampaignAsia   Source: thumbsup The post นักท่องเที่ยวไทยซื้อของตาม “บล็อกเกอร์” มากที่สุดในเอเชีย appeared first on thumbsup .


รถไฟจีน-ยุโรปVSจีน-อาเซียน เส้นไหนดีกว่ากัน?

ขณะนี้จีนเร่งสร้างและขยายรถไฟขนส่งสินค้าไปทั่วโลก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการวันเบลท์วันโรด ฟื้นฟูเส้นทางการค้า ทั้งในยุโรป และการขยายเส้นทางรถไฟที่มีอยู่แล้วในอาเซียน แต่ทั้ง  2 เส้นทางนี้ มีประสิทธิภาพจริงหรือไม่ และเส้นไหนจะได้ผลมากกว่ากัน? แผนการประกาศเตรียมขยายเส้นทางรถไฟส่งสินค้าทั้งไปและกลับจากยุโรปของจีน ทำให้ทั่วโลกตื่นตัวอย่างมาก โดยจีนประกาศเพิ่มจำนวนขบวนรถไฟส่งสินค้าที่เดินทางไป-กลับ จากจีนและยุโรป ให้ได้ 5,000 ขบวนภายใน 3 ปี จาก 1,800 ขบวนในปี 2016 จะทำให้จีนเป็นมหาอำนาจทางการค้าของโลก ทั้งการกระจายสินค้าจากพื้นที่ชนบทของจีนให้แก่ตลาดที่ผู้บริโภคมีกำลังซื้ออย่างยุโรป และแผนการนำเข้าสินค้าจากยุโรปเข้ามาในหนึ่งในตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลกของจีน  แผนการสร้างรถไฟดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการวัน เบลท์ วัน โรด(One Belt One Road) ฟื้นฟูเส้นทางสายไหม ซึ่งเป็นเส้นทางการค้าเก่าแก่ของจีน ที่แบ่งเป็นเส้นทางบกและทางน้ำ โดยเส้นทางบกจะมีการสร้างรถไฟ เชื่อมจีนผ่านเอเชียกลาง ตะวันออกกลาง ไปถึงยุโรป ส่วนเส้นทางน้ำ จะเชื่อมจีน ผ่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไปยังแอฟริกา นอกจากนี้ ยังมีการสร้างโครงการอื่นๆ เช่น เชื่อมต่อท่อส่งน้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ ไปจนถึงการเสนอต่อรถไฟสายเดิมของประเทศเพื่อนบ้านมายังจีน รถไฟจีน-ยุโรป สำหรับเส้นทางรถไฟจากจีน-ยุโรป ขณะนี้ จีนได้เปิดให้บริการส่วนหนึ่ง เช่น เส้นทางจากนครฉงชิ่ง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีนไปยังเมืองดุยส์บวร์ก ทางตะวันตกของเยอรมนี ทำให้จีนนำเข้าอะไหล่รถยนต์คุณภาพสูงจากเยอรมนี หรือเส้นทางจากจีนไปรัสเซีย ทำให้จีนนำเข้าไม้จำนวนมากจากรัสเซียและยุโรปตอนเหนือ ขณะเดียวกันก็ส่งสินค้าไปขายในประเทศเหล่านี้ด้วย อย่างไรก็ตาม จีนยังมีอุปสรรคหลายอย่างในการบุกเส้นทางนี้  โดยจีนจะต้องเข้าไปพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในประเทศที่เป็นทางผ่าน ที่ส่วนใหญ่เป็นประเทศไม่เจริญ ขาดโครงสร้างพื้นฐาน ปัญหาด้านข้อกฎหมายของสหภาพยุโรปในด้านการลงทุนหรือการเงิน นอกจากนี้ ยังมีรถไฟบางสาย ที่ถูกมองว่าเป็นการสร้างเชิงสัญลักษณ์ ไม่ได้นำมาซึ่งประโยชน์ด้านเศรษฐกิจอย่างจริงจัง รถไฟจีนในอาเซียน แผนวันเบลท์ วันโรดของจีน จะสร้างประโยชน์ให้กับอาเซียนหลายประการ อันดับแรกคือการฟื้นฟูเส้นทางสายไหมทางน้ำ ที่จะไม่ได้ผ่านไทยโดยตรง แต่จะผ่านเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย และอินโดนีเซีย ซึ่งไทยจะได้รับผลประโยชน์ทางอ้อมจากชัยภูมิที่ดี ที่อยู่ใจกลางอาเซียน หากสามารถวางตัวเป็นศูนย์กลางด้านคมนาคมหรือกระจายสินค้าในภูมิภาคนี้ และผลักดันให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น เช่น นักลงทุนจากฮ่องกง ที่ไทยพยายามดึงให้มาลงทุนในโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(EEC) ซึ่งได้เข้าพบกับรัฐบาลของไทยวันที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมา  สำหรับโครงการด้านการขยายเส้นทางรถไฟจากเมืองคุนหมิง ซึ่งเป็นเมืองยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจทางใต้ของจีน ไปยังสิงคโปร์  ขณะนี้จีนเองได้เร่งสร้างทางรถไฟความเร็วสูงในลาว โดยจะแล่นผ่าน ลาว เวียดนาม กัมพูชา ไทย มาเลเซีย ไปถึงสิงคโปร์ โดยคาดการณ์ว่าเส้นทางเวียงจันทน์ของลาวและไทย ที่ขณะนี้ยาวเพียง 3 กิโลเมตร จะเสร็จภายในปี 2022  ประโยชน์ที่อาเซียนจะได้รับจากเส้นทางแผนขยายเส้นทางรถไฟของจีนในอาเซียน อย่างแรกคือโครงสร้างพื้นฐาน ที่ขณะนี้หลายรัฐบาลอาเซียนกู้เงินจากจีน เพื่อนำมาลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานในประเทศที่กำลังขาดแคลนอย่างมาก นอกจากนี้ อาเซียนยังจะได้รับประโยชน์จากความตกลงพันธมิตรทางการค้าระดับภูมิภาค(RCEP) ที่เป็นกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างอาเซียน 10 ประเทศ กับคู่ภาคีที่มีอยู่ 6 ประเทศ หนึ่งในนั้นคือจีน  อย่างไรก็ตาม อาเซียนอาจจะต้องระมัดระวังอิทธิพลของจีน ที่จีนในฐานะเจ้าหนี้รายสำคัญ จะกุมอำนาจหลายอย่าง โดยเฉพาะอำนาจทางเศรษฐกิจ เหมือนที่เกิดขึ้นกับโครงการรถไฟไทย-จีนมาแล้ว ที่จีนเรียกดอกเบี้ยสูง และกำหนดเงื่อนไขหลายอย่างให้จีนได้ประโยชน์แต่เพียงผู้เดียว   แต่ถึงแม้ว่าโครงการทั้งหมดจะสร้างอิทธิพลให้แก่จีนในภูมิภาคได้มาก หากมองในความเป็นจริงโครงการนี้ก็จะทำให้เกิดความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับภูมิภาคอื่นๆ  ที่มากกว่าประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ที่ปัจจุบัน ยังไม่มีอะไรเป็นรูปธรรมและยังมีความซ้ำซ้อนในหลายมิติ ถึงแม้ว่าความร่วมมือนี้จะโอนเอียงไปทางจีนก็ตาม 


No Picture

รายละเอียดเพิ่มเติม Dynasty Warriors 9 เป็นเกม Open World ลงเฉพาะ PS4

ล่าสุด Koei Tecmo ได้เปิดตัวเว็บไซต์ของเกม Dynasty Warriors 9 อย่างเป็นทางการออกมา ซึ่งบนเว็บไซต์ได้มีตัวเลือกภาษาอังกฤษอยู่ด้วย เป็นการยืนยันว่าเกมนี้จะมีเวอร์ชันภาษาอังกฤษเหมือนที่ผ่าน ๆ มา ภายในเว็บไซต์ได้มีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเกมเพลย์ พร้อมกับคำแนะนำตัวละครทั้ง 4 ตัว และสกรีนช็อตต่าง ๆ ก่อนหน้านี้เคยมีรายละเอียดหลุดออกมาว่าจะ เปลี่ยนเป็นเกม open world แบบเต็มตัว แทนที่จะแบ่งออกเป็นฉาก ๆ เหมือนที่ผ่านมา ในภาคนี้จะดำเนินเนื้อเรื่องด้วยการทำภารกิจต่าง ๆ แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทคือ Critical Mission และ Regular Missions Critical Missions คือภารกิจหลักที่ทำให้เนื้อเรื่องของตัวละครที่เราเล่นเดินหน้าต่อไป ส่วน Regular Missions เป็นภารกิจรองที่มีกระจายอยู่ตามทั่วภูมิภาคต่าง ๆ บาง Regular Missions จะส่งผลต่อความเป็นไปของ Critical Missions และความสัมพันธ์ของตัวละครด้วย การสู้รบต่าง ๆ จะมีกลยุทธ์และชั้นเชิงที่หลากหลายมากขึ้น มีตั้งแต่การ “จู่โจมซึ่ง ๆ หน้า” “จู่โจมแบบฉับพลันจากที่สูง” ไปจนถึงการ “ลอบโจมตีตอนกลางคืน” และอื่น ๆ อีกมากมาย สภาพแวดล้อมต่าง ๆ จะเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาลและเวลาในเกม ทำให้เราสามารถเลือกโจมตีในช่วงฝนตกหรือช่วงกลางคืน เพื่อเอาความได้เปรียบด้านทัศนวิสัยได้ การเดินทางภายในเกมจะเดินทางด้วยม้าเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็มีระบบ fast travel ที่ให้เราเดินทางไปสถานที่ต่าง ๆ ที่เคยผ่านมาแล้วได้ทันทีเช่นกัน ในปัจจุบันมีแพลตฟอร์มที่ยืนยันแล้วคือ PlayStation 4 เท่านั้น ที่มา – Dualshockers Topics:  Dynasty Warriors Games Koei Tecmo


ประมวลเหตุการณ์ Social Media ถูกบล็อก บอกอะไรนักการตลาด

แม้จะมีหลายแพลตฟอร์ม Social Media ที่ประกาศตัวเลขผู้ใช้งานระดับพันล้านคน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ในการให้บริการจริงแล้ว บางครั้งแพลตฟอร์มเหล่านั้นก็เสี่ยงต่อการถูกแบนในหลาย ๆ ประเทศด้วยเหตุผลต่าง ๆ กัน ซึ่งวันนี้เราได้รวบรวมกรณีการถูกแบนที่น่าสนใจและสัญญาณเตือนต้องระวังสำหรับนักการตลาดมาฝากกัน  WeChat VS รัสเซีย เป็นข่าวใหญ่ในช่วงนี้สำหรับกรณีของ WeChat แพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ของจีนที่มีผู้ใช้งาน 927 ล้านคน ผลงานการพัฒนาของ Tencent ที่ถูกบล็อกการใช้งานในรัสเซียแล้วอย่างเป็นทางการ ทั้ง ๆ ที่ในหลายประเทศ เริ่มมีการเปิดรับ WeChat กันอย่างกว้างขวาง เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวจีนให้จับจ่ายใช้สอยได้อย่างสะดวกใจ อย่างไรก็ดี ไม่มีการให้เหตุผลจากรัฐบาลรัสเซียว่าบล็อก WeChat ด้วยสาเหตุใด แต่รายงานข่าวจาก Marketing-Interactive ระบุว่าไม่ใช่ปัญหาเดียวกับที่เคยบล็อก LinkedIn แน่นอน WiKipedia VS ตุรกี ก่อนหน้าเหตุการณ์ของ WeChat กับรัสเซียไม่นานก็มีเหตุการณ์ของ Wikipedia ที่ถูกรัฐบาลตุรกีบล็อกการให้บริการเช่นกัน โดยไม่มีการให้เหตุผลใด ๆ แต่คาดว่ามาจากการที่นักเขียนรายหนึ่งได้ใส่ข้อมูลบน Wikipeia กล่าวอ้างว่าตุรกีให้การสนับสนุนผู้ก่อการร้าย และรัฐบาลตุรกีขอให้ LinkedIn แก้ไขข้อมูลดังกล่าว แต่ไม่มีการตอบกลับ จึงทำให้เกิดการแบนดังกล่าวขึ้น ทั้งนี้ที่ผ่านมารัฐบาลตุรกีได้เคยบล็อกการทำงานของ Social Media อย่าง Facebook และ Twitter มาแล้ว แต่เป็นการบล็อกแค่ชั่วคราว ในกรณีที่ประเทศมีเหตุการณ์ความไม่สงบ หรือการประท้วงทางการเมือง Facebook, WhatsApp และอีก 20 แอปพลิเคชันยักษ์ใหญ่ VS แคว้นแคชเมียร์ อินเดีย ใกล้ ๆ กับเหตุการณ์ของ Wikipedia กับตุรกี ในแคว้นแคชเมียร์ ประเทศอินเดียก็มีการบล็อกการใช้งานแอปพลิเคชัน Social Media ล็อตใหญ่ถึง 22 ยี่ห้อพร้อม ๆ กัน (Facebook, Twitter, YouTube, WeChat, Google+, Skype, Line, Snapchat, Pinterest, tumblr, Snapchat, flickr, Vine, QQ, baidu ฯลฯ) โดยให้เหตุผลว่า Social Media เหล่านั้นละเมิดต่อความสงบสุข ขณะที่สื่ออย่าง GlobalVoice  เผยว่า การบล็อกนั้นเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ความไม่สงบในเมืองดังกล่าวที่เริ่มต้นโดยทหาร หน่วยงานภาครัฐจึงมีการปิดการเข้าถึง Social Media เพื่อไม่ให้ภาพของเหตุการณ์ความไม่สงบได้รับการเผยแพร่ในวงกว้าง แอปพลิเคชันที่ให้บริการ VoIP VS อียิปต์ ในช่วงเดียวกันกับสองกรณีข้างต้น รัฐบาลอียิปต์ก็ประกาศบล็อกการให้บริการโทรศัพท์แบบ VoIP กับผู้ให้บริการอย่าง FaceTime ของ Apple, Viber, Skype, Facebook Messenger  และ WhatsApp ด้วยเช่นกัน โดยมาพร้อมเหตุผลว่า ผู้ให้บริการโทรคมนาคของอียิปต์ไม่พอใจที่บริการเหล่านี้ทำให้รายได้ของพวกเขาลดลง Dating App VS อินโดนีเซีย อินโดนีเซียก็มีการบล็อกการใช้งานแอปพลิเคชันหาคู่เช่น Grindr, BoyAhoy, Wapa ฯลฯ ซึ่งโดยมากแล้วแอปพลิเคชันเหล่านี้ถูกใช้โดยกลุ่ม LGBT ขึ้นอยู่กับว่ากลุ่มไหนนิยมใช้แอปพลิเคชันใดมากกว่ากัน ก็จะมีการสร้างคอมมูนิตี้ย่อย ๆ ของกลุ่มนั้น ๆ อยู่บนแพลตฟอร์ม เช่น Grindr ก็เป็นของกลุ่มชาวเกย์เป็นหลัก หรือ Wapa ก็มีกลุ่มเลสเบี้ยนใช้งานสูงนั่นเอง Telegram VS อิหร่าน ช่วงกลางเดือนเมษายนมีรายงานว่าแอปพลิเคชันด้านการติดต่อสื่อสารอย่าง Telegram ที่มีผู้ใช้งานในอิหร่านถึง 40 ล้านแอคเคาน์ก็ถูกบล็อกผู้ให้บริการโทรคมนาคม ซึ่งไม่มีเหตุผลแน่ชัดว่าบล็อกเพราะเหตุผลทางการเมืองที่เริ่มมีการใช้งาน Telegram รายงานข่าวสาร หรือเพราะว่าแอปพลิเคชัน Telegram ไปขัดผลประโยชน์ของผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมท้องถิ่น LinkedIn VS รัสเซีย LinkedIn บริการ Social Media จาก Microsoft ก็ถูกห้ามให้บริการในรัสเซียเช่นกัน โดยกรณีของ LinkedIn นั้น รัฐบาลรัสเซียเผยว่าทำผิดกฎหมายของรัสเซีย ที่กำหนดให้ผู้ให้บริการต้องเก็บข้อมูลของการใช้งานในรัสเซียเอาไว้ที่เซิร์ฟเวอร์ในประเทศเท่านั้น Zello VS รัสเซีย ตุรกี ฮ่องกง เวเนซุเอลา ประเทศในตะวันออกกลาง แอปพลิเคชัน Zello เป็นแอปพลิเคชันด้านการสื่อสาร ทำงานคล้ายกับวอล์กกี้ – ทอล์กกี้ จึงมักมีการใช้งานโดยกลุ่มผู้ประท้วง ทำให้แอปพลิเคชันนี้มักถูกแบนจากหลายประเทศ Uber VS อิตาลี, สหรัฐอเมริกา, แคนาดา, อิตาลี, เดนมาร์ก, บัลแกเรีย, ไต้หวัน แม้ว่าแอปพลิเคชันอย่าง Uber จะได้รับความนิยมในหมู่ผู้ใช้งาน แต่ Uber ก็เป็นอีกหนึ่งแอปพลิเคชันที่ถูกต่อต้านอย่างหนัก จากผู้ประกอบการแท็กซี่ในหลายๆ ประเทศ เช่นในบัลแกเรียที่หยุดให้บริการไปแล้ว หรือในอิตาลีที่ Uber จะให้บริการได้จนถึงวันที่ศาลตัดสิน Facebook, Twitter, Instagram, Flickr ฯลฯ VS จีน ที่ผ่านมา จีนเป็นประเทศที่มีการบล็อกการใช้งานเทคโนโลยีจากต่างประเทศหลายต่อหลายครั้ง   ซึ่งข้อดีก็คือทำให้เทคโนโลยีในประเทศได้ “เกิด” และเติบโต อย่างไรก็ดี ในวันนี้ที่บริษัทเทคโนโลยีจากจีนพร้อมจะก้าวออกสู่ตลาดโลก การจะถูกบล็อกจากประเทศอื่นบ้างก็เป็นเรื่องที่ต้องยอมรับให้ได้เช่นกัน จากเหตุการณ์การบล็อก Social Media ของประเทศต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นตัวอย่างที่ดีที่แสดงให้เห็นว่า การกีดกันทางการค้าเป็นเรื่องที่พบได้ทั่วไป หากแอปพลิเคชันยักษ์ใหญ่เข้าไปล้วงคองูเห่าประจำถิ่น นอกจากนั้น หากสถานการณ์ทางการเมืองของประเทศอยู่ในภาวะที่ไม่ปกติ ก็อาจถูกบล็อกการใช้งาน Social Media ได้เช่นกัน ที่มา : Independent Yahoo Tech Defenceone Marketing-Interactive       Source: thumbsup The post ประมวลเหตุการณ์ Social Media ถูกบล็อก บอกอะไรนักการตลาด appeared first on thumbsup .


No Picture

Lyft เปิดตัวบริการ Lyft for Business จัดการเรียกรถแบบกลุ่มสำหรับธุรกิจ

Lyft เปิดตัวบริการ Lyft for Business ให้ภาคธุรกิจจัดการการเรียกรถแบบกลุ่มโดยใช้แพลตฟอร์มแอพพลิเคชั่นเดิมที่มี ไม่ต้องติดตั้งเพิ่ม ภายในแอพจะมีเมนู Business Travel ผู้ใช้สามารถสร้างบัญชีบริษัท และเพิ่มบัญชีผู้ใช้ที่เป็นคนในบริษัทลงบนแพลตฟอร์ม ระบุวันเวลาเป็นปฏิทิน ผู้เดินทาง จุดหมายปลายทาง รูปแบบการจ่ายเงินได้ ก่อนหน้านี้ Uber เปิดตัวบริการเรียกรถแบบกลุ่มในทำนองนี้ออกมาแล้ว ที่มา – Lyft Topics:  Lyft Transportation