MUSIC

ไปเถอะ! อยากเจอประจำสัปดาห์ 24-26 มี.ค.

ทั้งงานเพลง งานละคร จ่อคิวสำหรับวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ อย่าง “เชงเม้ง”ละครเวทีครอบครัวจีน หรือเปิดพื้นที่สร้างสรรค์แห่งใหม่ของ CENTRAL EMBASSY และ 3 งานคอนเสริต์ไทยเทศเเบบรัวๆ เริ่มเร็วหน่อยเย็นวันนี้เลย A Theatre Unit: Revival Series (จากทีมผู้สร้าง “Project: Chakrit” และ “ชาลี มี โฮม”) ร่วมกับ Ninart Studio และ JUST ดู IT. เสนอละครเวทีอลเวงครอบครัวจีน CHENG-MENG “เชงเม้ง”เรื่องราวความลับของบ้านครอบครัวไทย-จีน เมื่อ 'ความฝัน' ต้องปะทะกับ 'ความรับผิดชอบ' ต่อครอบครัว และการตัดสินใจอันชุลมุนเมื่อ “อาเฮีย” ปรากฎตัวขึ้นจะเป็นอย่างไร? . 10 รอบการแสดง (เฉพาะวันศุกร์-อาทิตย์) 24-26 มีนาคม และ 31 มีนาคม – 2 เมษายน  เวลา 20.00 น

Read More

‘หน้ากากนักร้อง – ดร. สมเกียรติ’ สื่อเก่าในขวดใหม่ที่ไม่เข้าใจพฤติกรรมออนไลน์

เซ็งไปทั้งประเทศกับการยืดรายการ “The Mask Singer หน้ากากนักร้อง” ออกไปเฉลยแชมป์สัปดาห์หน้า ถือว่าตกม้าตายทำลายความไว้ใจของคนดู เชื่อว่าเมื่อวานแฟนๆจอแก้วเกาะจอรอลุ้นปรากฏการณ์ทีวีดิจิทัลที่เกิดขึ้นนานทีปีหน กับศึกยักษ์ชนยักษ์ “ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนเอเชีย ไทย พบกับ ซาอุฯ”ทางช่อง 7 และรอบชิงชนะเลิศของ “The Mask Singer หน้ากากนักร้อง”ทางชอ่งเวิร์กพอยท์ เคยเขียนถึง หน้ากากนักร้อง ไปครั้งหนึ่งแล้วถึงแง่ความสำเร็จและสุดยอดการตลาดที่ต้องยกนิ้วให้ว่าเป็นรายการวาไรตี้อันดับหนึ่งของไทยในนาทีนี้ เรตติ้งของเทปเมื่อวานทะลุเป้าทั่วประเทศ 13.244 กรุงเทพฯ 19.335 เขตเทศบาล 16.115 ชนบท 10.795 ซึ่งไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก แถมยอดผู้ชมไลฟ์ทะลุไปถึงช่วงพีคคือ 1.4ล้านวิวในการชมสด แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้แฟนเซ็งไปตามๆกันนั่นก็คือ การ “ลาก”รายการ ให้ยาวเกินความจำเป็น เพราะเมื่อเฉลยรองชนะเลิสแล้วว่าคือ “หน้ากากอีกาดำ” เอ๊ะ จิรากร ก็ใช้เวลาพูดคุยจนโปรยบอกแฟนๆว่าจะกลับมาเฉลยหลังข่าวพระราชสำนัก และเมื่อพอตัดเข้ารายการสด ก็ใช้เวลาพูดคุยกับหน้ากากอีกาดำอีกนาน และท้ายสุดเลือกที่จะไม่เฉลยโฉมหน้าของหน้ากากทุเรียนผู้ชนะประจำการแข่งขัน เรียกได้ว่าลากไปอีกอาทิตย์ได้อีกหนึ่งเทป กระแสวิจารณืถล่มไปที่ กันต์ กันตถาวร พิธีกรรายการซึ่งก็น่าเห็นใจว่าต้องทำตามสคริปต์ จริงๆถ้าย้อนไปดูรายการแพลทฟอร์มที่นำเข้าจากเกาหลีใต้ King Of Mask Singer ก็จะไม่มีการเฉลยผู้ชนะและนำผู้ชนะมาแข่งในซีซั่นถัดไป  The Mask Singer ทำคนดูอารมณ์ค้างและย้อนยุคไปแบบฉบับยืดยาวเหมือนสมัยละคร “คู่กรรม” รุ่นเบิร์ด ธงไชย ที่กว่าโกโบริจะตายก็ยืดไปได้ 2 สัปดาห์ ทั้งที่พฤติกรรมผู้ชมรุ่นใหม่เป็นไปในแบบ “รู้ทันที และ รอไม่ได้” ทำให้ภาพลักษณ์ความเชื่อมั่นของหน้ากากนักร้องที่จะโดดเด่นเอาชนะ The Voice ที่เริ่มกระแสซาลง เกิดความขาดความเชื่อใจของแฟนๆ ซึ่งต่อให้สัปดาห์หน้าแฟนๆจะรอชมโฉมหน้าหนากากทุเรียนแต่ก็เสียความรู้สึกไปเสียแล้ว อีกด้านที่สื่อเก่าตกม้าตายก็คือ ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล ที่คนยกย่องให้เป็นกูรูสื่อ แต่กลับพลาดในโลกออนไลน์ ที่โวยวายว่า ทำไมเว็บโพสต์ทูเดย์ถึงได้ศีลธรรมตกต่ำสุดขีด เมื่อมีโฆษณาชุดชั้นในแสดงขึ้นมาหน้าจอ  ทั้งที่โฆษณาแบบ adsense นั้นจะแรนดอมตามสิ่งที่เจ้าของเครื่องสนใจ ไม่ได้กล่าวหาว่าดร.สมเกียรติเข้าสู่เว็บไซต์อนาจารแต่อย่างใด อาจจะเข้าไปในเว็บซื้อของซื้อเสื้อผ้า และระบบคัดกรองแนะนำชุดชั้นในขึ้นมาให้ แต่การพยายามแก้ตัวแบบข้างคูๆในทวิตต่อๆมา สะท้อนภาพคนที่จะยกย่องจรรยาบรรณสื่อตัวเองโดยไปเหยียดทั้งเพื่อร่วมอาชีพ และไม่เข้าใจโลกออนไลน์ยุคใหม่   สองเรื่องนี้ดูจะเป็นคนละเรื่องเดียวกัน เพราะสะท้อนภาพว่าเมื่อสื่อเก่ายังไม่ก้าวพ้นพฤติกรรมเก่าๆ แม้จะข้ามสื่อมาอยู่ในสื่อใหม่ 


No Picture

พาเดินเที่ยวงาน SXSW 2017

เมื่อประมาณกลางเดือนที่แล้ว ผมได้มีโอกาสไปร่วมเทศกาล SXSW (South by Southwest) ที่เมือง Austin รัฐ Texas ประเทศสหรัฐอเมริกามาครับ ซึ่งนับว่าเป็นเทศกาลที่ใหญ่ในโลกที่มีคนเป็นแสนไปร่วมงาน โดย Theme ของเทศกาลปีนี้คือการ Convergence ทุกสิ่งเข้าด้วยกัน จากการที่เทศกาลนั้นจะแยกออกจากกันระหว่าง Interactive, Music และ Film แต่เนื่องด้วยการเปลี่ยนแปลงของโลกที่ทุกอย่างมีส่วนเกี่ยวข้องกันหมดแล้ว ทำให้ปีนี้นั้นผู้จัดงานจึงให้คนที่มาร่วมเทศกาลในแต่ละหมวดมีสิทธิ์ที่จะเข้าฟังในหมวดอื่น ๆ ได้แบบ Secondary Access ก่อนอื่นมารู้จักเทศกาล SXSW ก่อตั้งเมื่อปี 1987 ด้วยการเป็นเทศกาลดนตรีที่รวมงานสัมมนาเกี่ยวกับดนตรีเข้าไปด้วย ซึ่งงานครั้งแรกนั้นไม่ได้คาดหวังว่าคนจะมาเยอะ แต่ปรากฏว่าคนนั้นมาถล่มทลายทำให้งานที่จัดครั้งแรก กลายเป็นงานระดับชาติทันที พอเข้ามาในช่วงปี 90 ก็มีการเพิ่มหมวด SXSW Film และ Multimedia เข้าไปทำให้มีคนจากอุตสาหกรรมภาพยนต์และการทำมัลติมีเดียต่าง ๆ ไปมากขึ้น จนถึงปี 1995 ทางผู้จัดงานก็แยกสาขา Film และ Multimedia ออกมาเป็น SXSW Film, SXSW Multimedia ออกจากกันอย่างสิ้นเชิง ด้วยการที่ Multimedia ในยุคนั้นเริ่มมีความสนใจที่มากขึ้นจากการที่มีอินเทอร์เนตเข้ามาในปี 1999 ก็มีการเปลี่ยนชื่อ SXSW Multimedia เป็น SXSW Interactive ความน่าสนใจของ SXSW เริ่มมามีมากขึ้นในหลังช่วงปี 2000 ที่เริ่มมีคนจาก Tech Company ไปขึ้นเวทีพูดหลาย ๆ คน ไม่ว่าจะเป็น Jimmy Wales จาก Wikipedia หรือ Craig Newmark จาก Craigslist รวมทั้ง Mark Zuckerberg จาก Facebook นอกจากนี้ยังมีการไปเปิดตัว Startup ในงานมากมาย เช่นในปี 2009 ที่ Goawalla ไปแข่งเปิดตัวกับ Foursquare แล้ว Foursquare ชนะไปในปีนั้น ในปี 2017 นี้นั้นเทศกาล SXSW นั้นมีความสนใจน้อยลงจากฝากฝั่ง Agency และ Brand ที่มาเปิดบูธโชว์นวัตกรรมหรือปาร์ตี้ต่าง ๆ แต่ก็ยังคงมีการขึ้นเวทีให้ความรู้อย่างมากมาย โดยมีทั้ง IBM, Netflix, Hulu, Airbnb, Amazon, Dell ฝั่ง Agency อย่าง W+K หรือ Ogilvy นอกจากนี้ยังมีฝั่งมหาวิทยาลัยที่เอาผลงานวิชาการด้านการตลาดและพฤติกรรมของผู้บริโภคมานำเสนออีกด้วย ตัวงาน SXSW นั้นจะจัดที่ Austin Convention Center เป็นสถานที่หลัก และมีสถานที่ข้างเคยอีกมากมาย เช่นโรงแรม Hilton, Mariott รวมทั้งผับและบาร์ที่จะจัดให้มีเวทีย่อย ทั้งนี้เทศกาล SXSW จะมีระยะเวลางานประมาณ 10 วัน จะจัดช่วง Springbreak ซึ่งเป็นช่วงปิดเทอมของโรงเรียนและมหาวิทยาลัย ทำให้ผู้ปกครองของเด็ก ๆ มักจะหาโอกาสหยุดในช่วงนี้ไปด้วย ทำให้เมือง Austin นั้นสามารถปิดเมืองแล้วจัดงานได้อย่างเต็มที่ และคนที่หยุดจากรัฐต่าง ๆ ก็สามารถมาร่วมงานได้ด้วย ทำให้งานนี้นั้นมีคนมาร่วมงานนับแสนคนเลยทีเดียว งาน SXSW นั้นจะแบ่งช่วงงานออกเป็น Interactive ในช่วงวันแรก และ Film กับ Music ในช่วงท้ายเทศกาล ทำให้เทศกาลนั้นคนจะมาล้นหลามมากในช่วง Music ที่ผู้คนอยากจะมาฟังเพลงจากศิลปินต่าง ๆ ที่จะมาเปิดอัลบั้มในงานกันมากมาย รวมทั้งศิลปินข้างถนนที่อยากจะได้เกิดบนเวที ผมนั้นได้มีซื้อบัตรเข้าเทศกาลแบบ Platinum ทำให้มีโอกาสที่จะเป็น Primary Access ทุกงาน จากงานนี้นั้นสิ่งที่ผมเน้นฟังก็คือในหมวด Interactive ที่ปีนี้จะเน้นการพูดในเรื่องความสามารถของ AI การทำ Design Thinking และ Agile กับ Sprint ในรูปแบบต่าง ๆ รวมทั้งการทำ A/B Testing เพื่อให้ได้สินค้าและบริการในระดับ Personalised ขึ้นมา นอกจากนี้ยังเข้าไปฟังในหมวดของ Film ที่จะมีการพูดถึงการทำ content marketing แบบ storytelling ที่จะทำให้เกิดการติดตาม หรือความสนใจของผู้บริโภคได้อย่างไร นอกจากงานสัมมนาวิชาการแล้ว ทาง SXSW ยังมีโปรแกรมอื่น ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Show ของฝากฝั่งแบรนด์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Youtube, Google, IBM, Gatorade, Adidas, Sony, Levi’s & Google ซึ่งมีสินค้าตัว Prototype หรือเทคโนโลยีต่าง ๆ มาให้ตื่นตาตื่นใจ และยังมีบูธที่เปิดบ้านปาร์ตี้อีกมากมายไม่ว่าจะเป็นแบรนด์แฟชั่นอย่าง Vogue หรือ YSL เองก็มา มีการเปิดบ้านของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีจากประเทศต่าง ๆ เช่น อังกฤษ บราซิล เพื่อให้คนทั่วไปได้เข้าไปชมและพูดคุยกับผู้ประกอบการจากประเทศนั้น ๆ มีการเปิดออฟฟิสของ startup ในเมืองเช่น Shopgate หรือ Agency ชื่อดังที่ตั้งในเมืองอย่าง Fjord ก็เปิดออฟฟิสให้ชมกัน จากงานปาร์ตี้และงานบูธโชว์ของ งาน SXSW ก็มีช่วงให้คนนั้นมาสมัครงานกับบริษัทต่าง ๆ มีงาน SXSW Market ที่เน้นให้ศิลปินพิมพ์ภาพได้มาออกบูธขายภาพพิมพ์สกรีนของตัวเอง และงาน Tradeshow ที่มี Startup จากประเทศต่าง ๆ และบริษัทเทคโนโลยีเอานวัตกรรมของตัวเองมาเปิดตัว หานักลงทุน และลูกค้าที่สนใจ มี Highlight วันท้าย ๆ ที่เป็น SXSW Games expo ที่อุตสาหกรรมเกมมาออกบูธกันอย่างมากมาย โดยมีเด็ก ๆ ที่พ่อแม่พาไปเที่ยวงาน และผู้ใหญ่มากมายที่มาร่วมงาน ซึ่งในงาน SXSW Games expo นี้มีบูธใหญ่อย่าง Nintendo เอา Nintendo Switch มาให้ลอง และมีการแข่งเกมกันภายใน และยังมีบูธของสถาบันการศึกษามาเปิดตัวหลักสูตรในการเขียนเกม ทำกราฟฟิคและอื่น ๆ อีกมากมาย มีการเปิดบูธของนักพัฒนาเกมที่เอาเกมมาโชว์ โดยมีเกม VR, Card game และบอร์ดเกมมากมาย ทั้งนี้งาน SXSW นั้นเป็นงานที่ใหญ่มาก และมีกิจกรรมมากมายให้เลือกทำ ใครที่สนใจก็สามารถติดตามที่เว็บไซต์ SXSW เพื่อดูช่วงเวลาจัดงานและเตรียมตัวในการจองที่พักและเครื่องบินที่จะไปงานได้เลยก่อนที่ที่พักจะเต็มในช่วงใกล้งาน Topics:  SXSW SXSW2017 conference Event


No Picture

Square Enix ประกาศทำ Seiken Densetsu Collection รวม 3 ภาคแรก ลง Switch

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้มีวิดีโอเกมเพลย์ของ Seiken Densetsu 3 บน Nintendo Switch หลุดออกมา ล่าสุด Square Enix ได้ประกาศทำ Seiken Densetsu Collection เป็นชุดรวมเกมซีรีส์ Seiken Densetsu ทั้ง 3 ภาค ลงเครื่อง Nintendo Switch ตัว collection จะเริ่มวางขายที่ญี่ปุ่นวันที่ 1 มิถุนายน ในราคา 4,800 เยน หรือประมาณ 1,500 บาท รายชื่อเกมใน collection Seiken Densetsu: Final Fantasy Gaiden (ชื่อโซนอื่นคือ Final fantasy Adventure ในสหรัฐ และ Mystic Quest ในยุโรป) Seiken Densetsu II (Secret of Mana) Seiken Densetsu III (ไม่เคยวางขายนอกเขตญี่ปุ่น) ตัวเกมเวอร์ชัน Nintendo Switch จะมีฟีเจอร์ใหม่ ๆ เพิ่มเข้ามาเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เล่น เช่น Quick Save ที่ให้ผู้เล่นสามารถเซฟที่ไหนเมื่อไรก็ได้, Music Mode สามารถฟังเพลงต่าง ๆ ที่มีอยู่ในเกมได้จากหน้าเมนูหลัก, Aspect Ratio Change (เฉพาะภาคแรก) ไว้เลือกสัดส่วนหน้าจอที่ผู้เล่นถนัด ยังไม่มีการยืนยันว่าจะทำเวอร์ชันโซนตะวันตกมาขายด้วยหรือไม่ ที่มา – Dualshockers Topics:  Square Enix Games Nintendo Switch


LINE ประกาศกลยุทธ์ 2017 ก้าวสู่ Mobile Portal รวมทุกอย่างบนแพลตฟอร์มเดียว

เป็นอีกแพลตฟอร์มที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ในยุค Mobile-first กับ LINE  ล่าสุด ได้ออกมาประกาศความสำเร็จปี 2016 ของแพลตฟอร์มแล้วจากการตั้งเป้าว่าจะเป็นมากกว่าแชท (Beyond Chat) ผ่านบริการ LINE TV, LINE MAN, LINE GAME และ LINE Stickers พร้อมประกาศกลยุทธ์หลักของปี 2017 นั่นคือการพุ่งเป้าสู่ Mobile Portal ที่สามารถอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งานได้มากขึ้น คุณอริยะ พนมยงค์ กรรมการผู้จัดการ LINE ประเทศไทย เผยในการจัดงานแสดงวิสัยทัศน์ประจำปี 2017 ของ LINE ประเทศไทยว่า “ประเทศไทยถือเป็นประเทศที่มีความสำคัญเป็นอันดับสองของ LINE ด้วยจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตบนมือถือที่สูงถึง 94% โดยในปี 2016 LINE ตั้งเป้าในการเป็นมากกว่าแชทหรือ ‘Beyond Chat’ และต่อยอดธุรกิจสติกเกอร์ ซึ่งได้รับความสำเร็จมากมาย อาทิ • LINE TV สร้างการเติบโตของยอดวิวที่เพิ่มขึ้น 136% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา พร้อมสร้างปรากฏการณ์ของซีรี่ส์ที่เป็นทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ อย่าง ‘I HATE YOU I LOVE YOU,’ ‘ไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์,’ และ O-Negative • LINE MAN บริการใหม่ซึ่งประกอบไปด้วยแมสเซนเจอร์ สั่งซื้ออาหารและของสะดวกซื้อ ที่เพิ่งเปิดตัวไปในเดือนพฤษภาคม 2559 ด้วยจำนวนผู้ใช้งานสูงถึง 400,000 คน พร้อมจำนวนร้านอาหารมากกว่า 20,000 ร้านตั้งแต่สตรีท ฟู้ด ไปจนถึงภัตตาคาร ทำให้ LINE MAN ขึ้นสู่อันดับ 1 บริการส่งอาหาร ภายในระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งปี • LINE GAME ครองอันดับ 1 ตลาดเกมมือถือในประเทศไทย • LINE STICKERS ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องด้วยจำนวนสติกเกอร์ดาวน์โหลดที่สูงกว่า 500 ล้านเซ็ต แสดงให้เห็นว่า สติกเกอร์ยังคงเป็นเครื่องมือสื่อสารที่คนไทยนิยมใช้ในการแสดงความรู้สึก นอกจากนี้แล้ว LINE ยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งใน Best Brand ในประเทศไทย และได้รับคัดเลือกให้เป็นบริษัทเทคโนโลยีที่คนอยากทำงานด้วยเป็นอันดับ 1 ในประเทศไทยด้วย และนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา LINE ตระหนักดีว่า ประเทศไทยเป็น “Mobile First Country” ด้วยจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตบนมือถือที่สูงถึง 44 ล้านคน หรือประมาณ 2 ใน 3 ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่า โทรศัพท์มือถือเป็นศูนย์กลางของโลกดิจิตอล เนื่องจากคนไทยเข้าใช้งานอินเทอร์เน็ตครั้งแรกผ่านทางสมาร์ทโฟนมากกว่าคอมพิวเตอร์ ด้วยเหตุนี้ LINE จึงตั้งเป้าที่จะเป็นศูนย์กลางของสมาร์ทโฟนหรือที่เรียกว่า “Mobile Portal” เพื่อช่วยให้ชีวิตคนไทยง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น “สำหรับ LINE เป้าหมายของเราคงไม่ใช่การเติบโตของผู้ใช้งานแบบก้าวกระโดดอีกแล้ว แต่เป้าหมายของเราคงเป็นว่า จะทำอย่างไรให้ผู้ใช้บริการของ LINE อยู่กับเรานานขึ้น ทำอย่างไรให้เราสามารถสร้างบริการที่ใหญ่เท่ากับแชทได้ ซึ่งจากตอนนี้ยังมีเรื่องของแชทบอทที่เริ่มมา และพันธมิตรของเราที่เห็นแล้วว่า แชทบอทได้ผลขนาดไหน ก็เชื่อว่าจะมีการเปิดตัวบริการใหม่ ๆ ตามออกมาอย่างต่อเนื่องแน่นอน” ทั้งนี้ กลยุทธ์ของ LINE ในปี 2017 มาจาก 4 ปัจจัยหลักในการใช้ชีวิต ได้แก่ Communication, Content, Services และ Commerce • การติดต่อสื่อสาร (Communication) จากผลสำรวจของ Nielsen พบว่า คนไทยใช้เวลาเฉลี่ยบนสมาร์ทโฟนสูงถึง 234 นาทีต่อวัน โดย 1 ใน 3 ของเวลาการใช้งานสมาร์ทโฟน หรือประมาณ 70 นาทีต่อวัน ถูกใช้บนแพลตฟอร์ม LINE เราจึงไม่หยุดนิ่งในการพัฒนาบริการเพื่อตอบรับกับไลฟ์สไตล์ต่างๆ • คอนเทนต์ (Content) ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอ เพลง และสิ่งพิมพ์ ต่างถูกย้ายมาอยู่บนโลกออนไลน์ โดยคนไทยใช้เวลาดูวิดีโอออนไลน์สูงถึง 133 นาทีต่อวัน หรือคิดเป็น 2 เท่าของค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 65 นาทีต่อวัน จากรายงานของสมาคมโฆษณาดิจิทัล ประเทศไทย (DAAT) พบว่า งบโฆษณาบนช่องทางดิจิตอลจะเติบโตขึ้นกว่า 30% ในปีนี้ และเพื่อเป็นการตอบรับกับเทรนด์ดิจิตอลที่เกิดขึ้น LINE TV เตรียมสร้างสีสันด้วยการเปิดตัวคอนเทนต์กลุ่มใหม่ทั้งกีฬา (Sports) และความงาม (Beauty) เพิ่มขึ้นจากละคร (Drama), บันเทิง (Entertainment), เพลง (Music), อนิเมชั่น (Animation) และถ่ายทอดสด (LIVE) พร้อมกันนี้ยังวางแผน ขยายพันธมิตรรายใหญ่ต่างๆ อาทิ ช่อง 8, พีพีทีวี, ไทย ไฟท์ และจีบัน นอกจากนี้ยังมี LINE TODAY ที่เพิ่งเปิดตัวไปภายในเวลาไม่ถึง 1 ปี ด้วยฟีเจอร์ “News Tab” ที่ช่วยให้การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารง่ายขึ้น พร้อมตั้งเป้าขึ้นสู่อันดับ 1 แพลตฟอร์มข้อมูลข่าวสารบนมือถือ โดยจะเริ่มสร้างรายได้ในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ • บริการ (Services) ปัจจุบันมีแอปพลิเคชันจำนวนมากที่ถูกสร้างขึ้นรวมทั้งสิ้นประมาณ 2.2 – 2.6 ล้าน แอปพลิเคชัน ในขณะที่จำนวนแอปพลิเคชันเฉลี่ยที่คนส่วนใหญ่ดาวน์โหลดมีเพียง 32 แอปพลิเคชันต่อหนึ่งอุปกรณ์เท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นมีเพียง 3 – 5 แอปพลิเคชันที่ถูกใช้งานในแต่ละวัน   ด้วยเหตุนี้ LINE จึงพัฒนา Chat BOT ขึ้นมาเพื่อใช้ทดแทนแอปพลิเคชันด้วยการเข้าถึงบริการต่างๆ ได้จาก LINE เพียงที่เดียว โดยไม่ต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเพิ่ม ไม่ว่าจะเป็น Chat BOT ของ LINE เอง เช่น LINE FINANCE หรือจากพาร์ทเนอร์ เช่น Uber และ Wongnai รวมถึงแบรนด์ต่างๆ อาทิ Citibank, FWD, Lazada, Krungthai AXA, Maybank, Shell และ Uniliver   • การขายสินค้าและบริการ (Commerce) ปัจจุบันการขายสินค้าออนไลน์หรือ e-commerce ยังคงมีสัดส่วน ที่เล็กมากเพียง 3.8% ของมูลค่าการค้าปลีกทั้งหมด LINE จึงมองเห็นโอกาสในการเชื่อมต่อโลกออฟไลน์ และออนไลน์ หรือที่เรียกว่า บริการในรูปแบบ O2O (Offline to Online) เราจึงมีการเปิดตัว Beacon ซึ่งร้านค้าต่างๆ สามารถติดตั้ง Beacon เพื่อให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์และมอบคูปองโปรโมชั่นต่างๆ เมื่อลูกค้า มาใช้บริการที่ร้านค้า นอกจากนี้ยังมี LINE MAN ที่ขยายรูปแบบการให้บริการจากแมสเซนเจอร์ สั่งซื้ออาหาร และของสะดวกซื้อ ไปสู่บริการรับส่งพัสดุ (Postal) โดยการจับมือกับ Alpha เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ใช้งาน “ในฐานะผู้นำด้านแพลตฟอร์มบนมือถือและเป้าหมายการเป็น ‘Mobile Portal’ LINE ยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาเซอร์วิส และโซลูชั่นใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้คน และเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้ชีวิต พร้อมทั้ง สานต่อพันธกิจในการเชื่อมต่อข้อมูล ผู้ใช้ และบริการให้ใกล้กันมากขึ้น ภายใต้แนวคิด ‘Closing the Distance’ และพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระบบดิจิตอล อีโคโนมี่ (Digital Economy) ในประเทศไทย” นายอริยะกล่าวทิ้งท้าย     Source: thumbsup The post LINE ประกาศกลยุทธ์ 2017 ก้าวสู่ Mobile Portal รวมทุกอย่างบนแพลตฟอร์มเดียว appeared first on thumbsup .


กทม. ชวนปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน

กรุงเทพมหานคร จัดกิจกรรม ปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน  'ปิดเพื่อโลก เปลี่ยนเพื่ออนาคต' ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2551 โดยปิดไฟที่ไม่จำเป็น เป็นเวลา 1 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 20.30-21.30 นาที   สำหรับกิจกรรมนี้ จะมี กิจกรรม 'ปั่นไปปลูก หรือร่วมกันปลูกเพื่อเปลี่ยน' ซึ่งเป็นกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์กลุ่มเขต ด้วยการรวมกลุ่มจักรยานปั่นเพื่อไปปลูกต้นไม้ตามสวนสาธารณะของกรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 13 ถึงวันที่  25 มีนาคม 2560  ทั้งนี้ กรุงเทพมหานคร ได้กำหนดจุดปิดไฟเชิงสัญลักษณ์ ที่ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เสาชิงช้า และสะพานพระราม 8 รวมทั้งรณรงค์การปิดไฟบนถนนสายหลัก และในต่างจังหวัดด้วย     


No Picture

แอพ Google Play Music ตั้งค่าคุณภาพเสียงขณะสตรีมเพลงด้วย Wi-Fi ได้แล้ว

ผู้ใช้แอพ Google Play Music สามารถเลือกคุณภาพเสียงขณะสตรีมเพลงผ่าน Wi-Fi ได้แล้ว ก่อนหน้านี้หากผู้ใช้สตรีมเพลงด้วยแอพ Google Play Music ผ่านเน็ตมือถือ จะสามารถเลือกคุณภาพเสียงได้ว่าจะให้ประหยัดดาต้าขนาดไหน แต่ถ้าสตรีมผ่าน Wi-Fi จะบังคับเลือกคุณภาพเสียงที่ดีที่สุดให้ทันที อัพเดตแอพล่าสุดได้เพิ่มตัวเลือกคุณภาพเสียงเมื่อสตรีมผ่าน Wi-Fi แล้ว สามารถเลือกเป็นแบบ Low, Normal และ High และเลือกให้เป็น High เสมอได้เหมือนเดิม นอกจากนั้นในเมนูดาวน์โหลดเพลงลงเครื่อง ผู้ใช้สามารถเลือกคุณภาพของไฟล์เสียงที่ดาวน์โหลดมาได้เช่นกัน แต่ตัวเลือกจะไม่บอกว่าคุณภาพดังกล่าวมีขนาดไฟล์เท่าไหร่และคุณภาพการบีบอัดเป็นอย่างไร อัพเดตแอพ Google Play Music เพื่อใช้งานฟีเจอร์ดังกล่าวได้แล้วทั้งบน iOS และ Android ที่มา : 9To5Google Topics:  Google Play Music Google Music Streaming


No Picture

บริการสตรีมมิ่งเพลง Pandora Premium เปิดให้บริการแล้ว คิดค่าบริการเดือนละ 10 ดอลลาร์

Pandora ผู้ให้บริการวิทยุอินเทอร์เน็ต ได้ประกาศเปิดตัวบริการสตรีมมิ่งเพลง Pandora Premium เมื่อปลายปีที่ผ่านมา เและตอนนี้บริการดังกล่าวก็ได้เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการแล้ว ดีไซน์และฟีเจอร์ส่วนใหญ่ของ Pandora Premium จะออกไปในแนวทางเดียวกับ Rdio ที่ Pandora ได้ซื้อกิจการมา นำมาผนวกเข้ากับระบบวิทยุอินเทอร์เน็ตของ Pandora บริการ Pandora Premium ยังคงมีให้บริการเฉพาะแอพบน iOS และ Android ซึ่ง Chris Becherer รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์กล่าวว่าผู้ใช้จำนวน 85% นั้นใช้งานบนแพลตฟอร์มเหล่านี้ จึงยังไม่มีเวอร์ชันเว็บหรือเดสก์ท็อปในช่วงเปิดตัว ทั้งนี้ด้วยปัญหาด้านลิขสิทธิ์เพลง ทำให้เพลงบางเพลงยังคงสามารถเล่นได้เฉพาะบริการวิทยุของ Pandora เท่านั้น ยังไม่สามารถเล่นบนบริการสตรีมมิ่งได้ และ Pandora ยังคงไม่มีการให้บริการในประเทศไทย Pandora Premium คิดค่าบริการอยู่ที่ 10 ดอลลาร์เหมือนกับบริการอื่นอย่าง Spotify และ Apple Music ซึ่งจะค่อย ๆ ปล่อยให้ผู้ใช้ Pandora เดิมได้ใช้งาน ส่วนสมาชิก Pandora Plus จะได้รับสิทธิทดลอง Pandora Premium ฟรี 6 เดือน ที่มา – Engadget Topics:  Pandora Music Streaming