FASHION

ฉลามเขียว : ยึดเงิน ‘จุฑามาศ  ศิริวรรณ’เชือดไก่ให้นักการเมืองขี้โกงได้ชม

การเจาะจงซัดใส่นักการเมืองฝ่ายเดียวก็หมั่นไส้ครับ   ซึ่งจริงอยู่นักการเมืองโกงกันมาก  โกงหนัก  ได้เงินเยอะ แต่ประเทศไทย การโกงไม่เกิดแต่นักการเมืองฝ่ายเดียว “กรณีนี้ถือเป็นกรณีตัวอย่าง  ที่ทำให้นักการเมืองเห็นว่า แม้ทรัพย์สินจากการกระทำผิดจะอยู่ในต่างประเทศ  ก็สามารถดำเนินการติดตามเอาคืนมาได้” อ่านแค่นี้  ตัวผม นายฉลามเขียว…ก็ตื่นเต้นแล้ว เป็นคำกล่าวในการแถลงข่าวแก่สื่อมวลชนของ “นายนิติพันธุ์ ประจวบเหมาะ”  ผู้อำนวยการสำนักการต่างประเทศ ป.ป.ช. เมื่อตอนเพล วันศุกร์ 24 มีนาคม 2560   คนไทยจำเรื่องนี้ได้นะครับ   ผมจำได้แม่นมาก เพราะเป็นเรื่องที่ทำให้หน่วยงานที่มีหน้าที่ปราบปรามการโกงในประเทศไทย  ถูกค่อนพูดจาเสียดสี  ค่อนขอด  อย่างมันปากอยู่นานมาก  ศาลสหรัฐอเมริกาตัดสินจำคุก “ผู้ให้สินบน” งานบางกอกฟิล์มในไทยเมื่อปี 2007 ตั้งนานแล้ว  ผัวเมียที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดรับโทษจนครบแล้ว แต่ประเทศไทย  “จุฑามาศ ศิริวรรณ” ผู้ว่าการท่องเที่ยวฯ  ที่ถูกกล่าวหา…

Read More

‘หน้ากากนักร้อง – ดร. สมเกียรติ’ สื่อเก่าในขวดใหม่ที่ไม่เข้าใจพฤติกรรมออนไลน์

เซ็งไปทั้งประเทศกับการยืดรายการ “The Mask Singer หน้ากากนักร้อง” ออกไปเฉลยแชมป์สัปดาห์หน้า ถือว่าตกม้าตายทำลายความไว้ใจของคนดู เชื่อว่าเมื่อวานแฟนๆจอแก้วเกาะจอรอลุ้นปรากฏการณ์ทีวีดิจิทัลที่เกิดขึ้นนานทีปีหน กับศึกยักษ์ชนยักษ์ “ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนเอเชีย ไทย พบกับ ซาอุฯ”ทางช่อง 7 และรอบชิงชนะเลิศของ “The Mask Singer หน้ากากนักร้อง”ทางชอ่งเวิร์กพอยท์ เคยเขียนถึง หน้ากากนักร้อง ไปครั้งหนึ่งแล้วถึงแง่ความสำเร็จและสุดยอดการตลาดที่ต้องยกนิ้วให้ว่าเป็นรายการวาไรตี้อันดับหนึ่งของไทยในนาทีนี้ เรตติ้งของเทปเมื่อวานทะลุเป้าทั่วประเทศ 13.244 กรุงเทพฯ 19.335 เขตเทศบาล 16.115 ชนบท 10.795 ซึ่งไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก แถมยอดผู้ชมไลฟ์ทะลุไปถึงช่วงพีคคือ 1.4ล้านวิวในการชมสด แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้แฟนเซ็งไปตามๆกันนั่นก็คือ การ “ลาก”รายการ ให้ยาวเกินความจำเป็น เพราะเมื่อเฉลยรองชนะเลิสแล้วว่าคือ “หน้ากากอีกาดำ” เอ๊ะ จิรากร ก็ใช้เวลาพูดคุยจนโปรยบอกแฟนๆว่าจะกลับมาเฉลยหลังข่าวพระราชสำนัก และเมื่อพอตัดเข้ารายการสด ก็ใช้เวลาพูดคุยกับหน้ากากอีกาดำอีกนาน และท้ายสุดเลือกที่จะไม่เฉลยโฉมหน้าของหน้ากากทุเรียนผู้ชนะประจำการแข่งขัน เรียกได้ว่าลากไปอีกอาทิตย์ได้อีกหนึ่งเทป กระแสวิจารณืถล่มไปที่ กันต์ กันตถาวร พิธีกรรายการซึ่งก็น่าเห็นใจว่าต้องทำตามสคริปต์ จริงๆถ้าย้อนไปดูรายการแพลทฟอร์มที่นำเข้าจากเกาหลีใต้ King Of Mask Singer ก็จะไม่มีการเฉลยผู้ชนะและนำผู้ชนะมาแข่งในซีซั่นถัดไป  The Mask Singer ทำคนดูอารมณ์ค้างและย้อนยุคไปแบบฉบับยืดยาวเหมือนสมัยละคร “คู่กรรม” รุ่นเบิร์ด ธงไชย ที่กว่าโกโบริจะตายก็ยืดไปได้ 2 สัปดาห์ ทั้งที่พฤติกรรมผู้ชมรุ่นใหม่เป็นไปในแบบ “รู้ทันที และ รอไม่ได้” ทำให้ภาพลักษณ์ความเชื่อมั่นของหน้ากากนักร้องที่จะโดดเด่นเอาชนะ The Voice ที่เริ่มกระแสซาลง เกิดความขาดความเชื่อใจของแฟนๆ ซึ่งต่อให้สัปดาห์หน้าแฟนๆจะรอชมโฉมหน้าหนากากทุเรียนแต่ก็เสียความรู้สึกไปเสียแล้ว อีกด้านที่สื่อเก่าตกม้าตายก็คือ ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล ที่คนยกย่องให้เป็นกูรูสื่อ แต่กลับพลาดในโลกออนไลน์ ที่โวยวายว่า ทำไมเว็บโพสต์ทูเดย์ถึงได้ศีลธรรมตกต่ำสุดขีด เมื่อมีโฆษณาชุดชั้นในแสดงขึ้นมาหน้าจอ  ทั้งที่โฆษณาแบบ adsense นั้นจะแรนดอมตามสิ่งที่เจ้าของเครื่องสนใจ ไม่ได้กล่าวหาว่าดร.สมเกียรติเข้าสู่เว็บไซต์อนาจารแต่อย่างใด อาจจะเข้าไปในเว็บซื้อของซื้อเสื้อผ้า และระบบคัดกรองแนะนำชุดชั้นในขึ้นมาให้ แต่การพยายามแก้ตัวแบบข้างคูๆในทวิตต่อๆมา สะท้อนภาพคนที่จะยกย่องจรรยาบรรณสื่อตัวเองโดยไปเหยียดทั้งเพื่อร่วมอาชีพ และไม่เข้าใจโลกออนไลน์ยุคใหม่   สองเรื่องนี้ดูจะเป็นคนละเรื่องเดียวกัน เพราะสะท้อนภาพว่าเมื่อสื่อเก่ายังไม่ก้าวพ้นพฤติกรรมเก่าๆ แม้จะข้ามสื่อมาอยู่ในสื่อใหม่ 


No Picture

Amazon เผยฟีเจอร์ใหม่ Outfit Compare ให้คำแนะนำเสื้อผ้าจากรูปเปรียบเทียบ

Amazon ยังคงรุกหนักและมีความพยายามไม่ลดละที่จะเป็นผู้นำแพลตฟอร์มซื้อขายเสื้อผ้าแฟชั่น หลังจากลงทุนเพื่อสร้างแบรนด์แฟชั่นโดยร่วมมือกับดีไซเนอร์มากมาย ล่าสุด เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่แนะนำสไตล์การแต่งตัวในชื่อว่า Outfit Compare โดยให้สิทธิ์เฉพาะสมาชิก Prime เท่านั้น ฟีเจอร์ Outfit Compare จะมีเฉพาะในแอพพลิเคชั่น Amazon ที่อัพเดตเป็นเวอร์ชั่นล่าสุดแล้วเท่านั้น ผู้ใช้จะเจอเมนู Outfit Compare ตรงแถบเมนู Programs and Features ด้านข้าง ผู้ใช้สามารถอัพโหลดรูปภาพเต็มตัวของตัวเอง 2 รูปในเสื้อผ้าที่แตกต่างกันลงในแอพ จากนั้นระบบจะส่งความคิดเห็นกลับมา อย่าเพิ่งเข้าใจผิดคิดว่าผู้วิเคราะห์สไตล์แฟชั่นให้ผู้ใช้เป็นปัญญาประดิษฐ์ เพราะคนทำหน้าที่นี้ยังเป็นดีไซเนอร์และสตาฟใน Amazon แต่จากรีวิวการใช้งานมีบางคนระบุว่าใช้เวลาไม่เกินนาทีรอฟีดแบคจากระบบ ฟีเจอร์ใหม่นี้มีใช้เฉพาะระบบ iOS ส่วน Android อยู่ระหว่างดำเนินการ ที่มา – Techcrunch Topics:  Amazon Prime Fashion E-commerce


Uniqlo ขึ้นแท่นแบรนด์อันดับ 1 ด้านแฟชั่นรีเทลของไทยประจำปี 2559 

Uniqlo ผู้นำตลาดเสื้อผ้าและแฟชั่นจากประเทศญี่ปุ่น เผยผลสำรวจจาก YouGov หลังประกาศให้ Uniqlo ขึ้นเป็นแบรนด์อันดับ 1 ด้านแฟชั่นรีเทล จากคะแนนโหวตของผู้บริโภคชาวไทยทั่วประเทศ   โดยตำแหน่งแบรนด์อันดับหนึ่งด้านแฟชั่นรีเทลของไทยนั้นมาจากการจัดอันดับของ YouGov BrandIndex ซึ่งได้ทำการสำรวจกับผู้บริโภคในประเทศไทยเกี่ยวกับแบรนด์ที่ชื่นชอบ ประจำปี 2016 (Thailand Brand Advocacy Ranking) ในด้านต่างๆ กว่า 280 แบรนด์ โดยทำการสำรวจตั้งแต่เดือนตุลาคม 2558 ถึงเดือนตุลาคม 2559 ที่ผ่านมา ซึ่งผลคะแนนวัดจากคำถามที่ว่า 1) คุณจะแนะนำแบรนด์นี้ให้กับเพื่อนหรือสมาชิกในครอบครัวหรือไม่ 2) คุณจะแนะนำให้เพื่อนหรือสมาชิกในครอบครัวเลี่ยงที่จะเลือกซื้อแบรนด์นี้หรือไม่ ซึ่งผลคะแนนที่ได้จะคำนวณโดยการหักลบจากผลตอบรับทางด้านลบออกจากผลตอบรับในทางบวก เพื่อให้ได้คะแนนสุทธิของแต่ละแบรนด์ขึ้นมา ทั้งนี้ ในการสำรวจด้าน Thailand Brand Advocacy Ranking –Fashion Retailers นั้น Uniqlo ได้รับผลโหวตอันดับ 1 ด้วยคะแนน 67.7 เป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคชื่นชอบมากที่สุดจากผลสำรวจของผู้บริโภคชาวไทยทั่วประเทศ ส่งผลให้บริษัท ยูนิโคล่ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ออกมาขอบคุณไปยังลูกค้าชาวไทยที่ให้การตอบรับกับ Uniqlo อย่างดี “ทาง  Uniqlo ขอขอบพระคุณลูกค้าชาวไทยทุกท่านที่ให้การตอบรับกับ  Uniqlo เป็นอย่างดีเสมอมา นับตั้งแต่วันแรกที่เราเข้ามาทำธุรกิจที่เมืองไทย และเปิดสาขาแรกของเราที่เซ็นทรัลเวิล์ด จนถึงวันนี้  Uniqlo มีสาขากว่า 34 สาขาทั่วประเทศ รวมไปถึงช่องทางออนไลน์ สโตร์ของเราที่เปิดมาเพื่อรองรับผู้บริโภคตลอด 24 ชั่วโมง และเพื่อให้เข้าถึงลูกค้าในจังหวัดอื่นๆ ที่ยังไม่มีสาขาของ Uniqlo อีกด้วย” สำหรับท่านใดที่สนใจสามารถชมแบบสำรวจเต็มรูปแบบได้ที่ https://th.yougov.com/en-th/find-solutions/brandindex/brand-advocacy-rankings/   Source: thumbsup The post Uniqlo ขึ้นแท่นแบรนด์อันดับ 1 ด้านแฟชั่นรีเทลของไทยประจำปี 2559  appeared first on thumbsup .


No Picture

Intel เปิดทางตัวเองสู่วงการแฟชั่น ร่วมมือแบรนด์แฟชั่นเสริมเทคโนโลยีบนเครื่องประดับ

เส้นแบ่งระหว่างแฟชั่นกับเทคโนโลยีเจือจางลงทุกที Intel เตรียมเบิกทางตัวเองสู่วงการแฟชั่น หนุนแบรนด์แฟชั่นให้ทำเสื้อผ้าและเครื่องประดับที่มีส่วนผสมของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เข้ามาด้วย ตัวอย่างไอเทมแฟชั่นที่ Intel เข้าไปช่วยทำงานคือ สร้อยข้อมือและนาฬิกาข้อมืออัจฉริยะ MICA ที่มาในดีไซน์เรีบหรู มีหน้าจอเล็กดูเวลา เล่นเกม จัดการตารางเวลาปฏิทินได้ Intel ร่วมมือกับ Hussein Chalayan ดีไซเนอร์ชาวอังกฤษ ทำแว่นตาแฟชั่นอัจฉริยะ และเข็มขัดอัจฉริยะเพื่อใช้ในงานแฟชั่นโชว์ด้วย นอกจากนี้ Intel ยังเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีในนาฬิกาอัจฉริยะของ TAG HEUER ด้วย Sandra Lopez รองประธานดูแลเรื่องอุปกรณ์สวมใส่ของ Intel บอกว่า ภารกิจของทีมงานคือทำให้ Intel เป็นผู้เปิดทางสำคัญแก่แบรนด์แฟชั่น มากกว่าจะทำให้ Intel เป็นแบรนด์แฟชั่นเสียเอง และสัปดาห์ที่แล้วนี่เอง ในงานNew York Fashion Week ทาง Intel ร่วมมือกับแฟชั่นดีไซเนอร์ 13 คน จัดแฟชั่นโชว์ผ่านไลฟ์สตรีมในรูปแบบ VR Lopez กล่าวเพิ่มเติมว่า กลยุทธ์ของบริษัทคือ เสริมศักยภาพผู้นำตลาดแฟชั่นและผลักดันขอบเขตแฟชั่นด้วยเทคโนโลยี ภาพจาก TAG HEUER ที่มา – Engadget Topics:  Intel Fashion


กทม. ชวนปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน

กรุงเทพมหานคร จัดกิจกรรม ปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน  'ปิดเพื่อโลก เปลี่ยนเพื่ออนาคต' ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2551 โดยปิดไฟที่ไม่จำเป็น เป็นเวลา 1 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 20.30-21.30 นาที   สำหรับกิจกรรมนี้ จะมี กิจกรรม 'ปั่นไปปลูก หรือร่วมกันปลูกเพื่อเปลี่ยน' ซึ่งเป็นกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์กลุ่มเขต ด้วยการรวมกลุ่มจักรยานปั่นเพื่อไปปลูกต้นไม้ตามสวนสาธารณะของกรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 13 ถึงวันที่  25 มีนาคม 2560  ทั้งนี้ กรุงเทพมหานคร ได้กำหนดจุดปิดไฟเชิงสัญลักษณ์ ที่ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เสาชิงช้า และสะพานพระราม 8 รวมทั้งรณรงค์การปิดไฟบนถนนสายหลัก และในต่างจังหวัดด้วย     


No Picture

ฉลามเขียว : ไม่ตายในวันสงกรานต์จะดีมั๊ย

ยุติการความตายในวันสงกรานต์ หรือต้องยุติวันหยุดยาวไปเลย เคยเขียนเรียกร้องหลายครั้ง  ตั้งแต่สมัยยังอยู่สื่อกระดาษ  เสนอให้ท่านนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้อำนาจของท่านไม่เก็บภาษีกล้องวงจรปิดติดหน้ารถยนต์  รวมทั้งกล้องวงจรปิดที่ติดบ้านเรือนประชาชน เฝ้าดูแลทรัพย์สิน เพราะพิสูจน์ชัดเจนแล้วว่าเป็นอุปกรณ์ที่มีประโยชน์มาก  เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนติดกล้องตัวนี้ แต่…..ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ไม่มีคำสั่งใดๆจากฟากรัฐบาลประเทศไทย กล้องวงจรปิดติดหน้ารถยนต์ทำให้คนทั่วไปได้เห็น ความรุนแรง ความน่าสะพึงกลัว ในวินาทีที่รถยนต์เกิดอุบัติเหตุ นี่ก็ใกล้วันสงกรานต์อีกแล้ว  อีกแค่ 30 วันเท่านั้น มหกรรมพากันออกไปตายบนถนนหลวงก็จะเกิดขึ้นอีก  ซ้ำซาก อนาถใจ  ในขณะที่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ของรัฐก็เหมือนจะหมดมุกเล่นแล้ว  ยิ่งมีมาตรการลดการตายบนถนนช่วงสงกรานต์ออกมามากมายหลายมาตราการ ตัวเลขการตาย ก็ไม่ได้ลดน้อยลง  กลับเพิ่มขึ้นอย่างน่าใจหาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  เป็นผู้ชายที่มีอำนาจมากที่สุดในประเทศไทยเวลานี้  ถ้าท่านใช้อำนาจในสิ่งที่ถูกก็จะเกิดคุณประโยชน์มากมายแก่ประชาชน วันนี้  นายฉลามเขียว ก็จะเขียนกระตุ้นท่านอีก ให้ใช้อำนาเพื่อลดจำนวนการตายของผู้คนบนถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2560 ให้ได้ ให้น้อยกว่าปีที่แล้วสัก 1 ศพก็ยังดี เช้าวันที่ 13 มี.ค.2560 มีเรื่องดีๆเกิดขึ้นเรื่องนึง  จึงขอนำมาขยายให้เกิดผลจริงจัง  ที่ผมสนับสนุนท่านก็เพราะท่านยื่นหนังสือเรียกร้องไปถึง  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  กับพี่ชายของท่าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ซึ่งหากผู้ชายสองคนนี้สนองด้วยการใช้อำนาจของท่านที่มีอยู่สั่งการ  ก็จะช่วยชีวิตผู้คนได้มาก คุณนิกร จำนง  ไปที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล  ยื่นหนังสือถึงท่านนายกฯ กับรองนายกฯ ประวิตร ผู้รับผิดชอบงานด้านจราจรของรัฐบาล คุณนิกรท่านเป็นอดีต รมช.คมนาคม ปัจจุบันเป็น “ประธานชมรมไทยปลอดภัย” ดังนั้นเมื่อท่านเคลื่อนไหวจึงมีสีสันและสื่อลงข่าวให้เยอะ  ฉลามเขียว ก็ขอโดดเข้าสนับสนุนท่านด้วย  โดยหลังยื่นหนังสือแล้ว คุณนิกรใ ห้สัมภาษณ์นักข่าว ว่า “สถานการณ์ผู้เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางท้องถนนในช่วงเทศกาลของไทยมีอัตราเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง  โดยเฉพาะวันหยุดยาวที่ประชาชนเดินทางไปต่างจังหวัดจำนวนมาก  คาดว่าช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้จะมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นจำนวนมาก  เนื่องจากช่วงสงกรานต์ในปี 2559 นั้นมีผู้เสียชีวิตจำนวน 442 คน เพิ่มขึ้นจากเทศกาลสงกรานต์ของปีก่อนกว่า 78 คน คิดเป็นร้อยละ 21.43 ขณะที่เทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตมากถึง 478 คน เพิ่มจากปี 2559 จำนวน 98 คนคิดเป็นร้อยละ 25.79 จังหวัดเป้าหมาย 10 แห่งที่ต้องเร่งเข้าไปกำกับดูแลเนื่องจากในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา มีอัตราผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางท้องถนนเพิ่มขึ้นสูง ได้แก่  จังหวัดพิจิตร เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 522.22% จังหวัดชลบุรี เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 186.51%  จังหวัดพิษณุโลก เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 111.04%  จังหวัดสุรินทร์ เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 83.33%  จังหวัดอุดรธานีเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 81.94% จังหวัดกรุงเทพมหานคร เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 71.67%  จังหวัดขอนแก่น เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 58.33% 8.จังหวัดนครราชศรีมา เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 57.45% จังหวัดบุรีรัมย์ เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 52.7%  จังหวัดกาญจนบุรีเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 48.48% ด้วยจำนวนผู้เสียชีวิตบนท้องถนนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงได้เข้ายื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรีและกระทรวงคมนาคม เพื่อเสนอนโยบาย “ลดสูญเสียมุ่งสู่ศูนย์” (Toward Zero Policy) ให้ทุกจังหวัดมีเป้าหมายลดการเสียชีวิตให้ได้มากที่สุด ร่วมกับแนวทางการ   “ลดเวลาจัดงานของจังหวัดต่างๆในช่วงหลังเที่ยงคืน” เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุจากการขับรถเร็วและการเมาสุรา   ตลอดจนกำหนดอัตราโทษแบบก้าวหน้าสำหรับผู้ที่กระทำผิดซ้ำซากช่วงเทศกาล  คุณนิกรกล่าวตบท้ายว่า   หากรัฐบาลยังไม่มีแผนควบคุมปัญหาดังกล่าวจะทำให้มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุปีละ 23,600 คนในอนาคต ผมอ่านแล้วขอชื่นชมนะครับ  เป็นการปรากฏตัวออกมาที่สวยงามมาก  ผมจึงขอมีส่วนร่วมในการสนับสนุน กระตุ้นให้ท่าน พล.อ.ประยุทธ์กับพล.อ.ประวิตร หันกลับมาดูปัญหาการตายบนถนนในช่วงสงกรานต์ได้แล้วครับ เพราะเหลืออีกแค่ 30 วัน ท่านรัฐมนตรีนิกร เสนอให้ลดเวลาจัดงานหลังเที่ยวคืนของจังหวัดต่างๆ  แต่ผมขอเสนออย่างคนซาดิสม์ เสนอให้ท่านพล.อ.ประยุทธ์ใช้อำนาจที่ท่านมีอยู่อย่างช็อก ออกคำสั่งนายกรัฐมนตรี ยกเลิกการหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ ก่อนนี้ทุกปีสงกรานต์บ้านเราก็ให้หยุดกันวันเดียวในวันที่ 13 เมษายนเท่านั้น กระทั่งท่านนายกรัฐมนตรี พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ให้บวกวันผู้สูงอายุ วันครอบครัว เข้าไปด้วย กลายเป็นหยุดยาว 3 วัน 13-14-15  เมษายน คนระดับชาวบ้านที่ชื่นชอบผู้สูงอายุ ชื่นชอบการได้กลับบ้านเกิด  พบพ่อแม่ปู่ย่าตายายลุงป้าน้าอา พบเพื่อนเก่าสมัยเรียนก็ชอบใจ แต่ “พวกขี้เมา” ได้พากันทำลายความดีงามนี้ลงเสียยับเยิน   ผมจึงเกิดความคิดขอเสนอให้ท่านพล.อ.ประยุทธ์…


ฉลามเขียว : ใครท้านองเลือดกับพลเอกประยุทธ์

โลกใบนี้ไม่เคยมีเผด็จการที่ทำให้ชาติบ้านเมืองนั้นเจริญรุ่งเรือง เพราะโลกศิวิไลซ์ไม่คบไม่ค้า ใช้มาตรการทางเศรษฐกิจเป็นเครื่องมือกดดันบีบคั้นให้คืนประชาธิปไตย     ความไวของสื่อโซเซียลก็มีจุดบอด ตรงที่ไม่ครอบคลุม  คว้ามาหนึ่งประเด็น ลืมอีกประเด็นไปอย่างน่าเสียดาย  เมื่อวันศุกร์ 9 มีนาคม 2560 ขย้ำกันอยู่ประเด็นเดียว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พูดเป็นการถามประชาชนว่า ถ้าจะขึ้น VAT เป็น 8 % รับได้มั๊ย  การขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มอีกแค่ 1 เปอร์เซ็นต์จะทำให้รัฐบาลมีรายได้เพิ่มทันทีอีก 1 แสนล้านบาท เพื่อเอาเงินมาทำสิ่งที่ประชานเรียกร้อง สื่อโซเชียลกระหน่ำประเด็นนี้ประเด็นเดียว ขณะที่เว็บไซต์ของสื่อกระแสหลักก็ขย้ำประเด็นนี้  และระอุแดดเดือนมีนาคมเป็นยิ่งนัก เมื่อวันรุ่งขึ้นศุกร์ 10 มีนาฯ พล.อ.ประยุทธ์ซัดสื่อกระแสหลัก “น่ารังเกียจ” เพราะมีสำนักพาดหัวข่าวว่าพล.อ.ประยุทธ์จะขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ความไวแห่งโซเชียลที่ไวเป็นวินาที นี่แหละเป็นจุดบอด เพราะได้ละเลยคำพูดสำคัญของพล.อ.ประยุทธ์ไปอย่างน่าเสียดายที่สุด วันนี้คิววิเคราะห์ข่าว จึงยกประเด็นนี้ขึ้นชู ใคร…คือคนที่บังอาจท้านองเลือดกับพลเอกประยุทธ์ “วันนี้ไม่ว่าจะทำอะไรผมต้องท่องพุทโธ เพื่อทำอะไรช้าลง และมีสติรอบคอบ ยับยั้งชั่งใจ วันนี้อาจยังไม่มีความเข้าใจ ต่อต้านอยู่บ้าง  ผมไม่สามารถควบคุมได้  แม้จะเข้ามาแบบนี้  เพราะทุกคนเป็นคนไทย ไม่ว่ากลุ่มใด จึงขออย่าบิดเบือน ย้ำ…วันหน้าต้องเป็นประชาธิปไตย ที่ผ่านมามีความวุ่นวายปล่อยปละละเลย และไม่เคารพกฎหมาย ใช้วิธีการแก้ปัญหาแบบเดิมไม่ได้อีกแล้ว ต้องยุติความขัดแย้งให้ได้ โดยกฎหมายต้องยังอยู่  อย่าล้มกฎหมายของประเทศ  ล้มไม่ได้  ถ้าไม่มีกฎหมายเลย  ละเว้นหรือละเลย ประเทศล้มหมด อย่ามาข่มขู่ว่าไม่เดินตามโรดแม็ปแล้วประเทศจะนองเลือด ไอ้คนพูดอย่างนี้อย่าให้มีที่ยืน …” พล.อ.ประยุทธ์ พูดที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ปราจีนบุรี 9 มีนาคม 2560 ไอ้คนนี้คือใคร คือใคร…ที่บังอาจท้าจะนองเลือดกับพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งตัวผม นายฉลามเขียว อ่านหลายรอบแล้วมโนว่า ไม่ใช่เรื่องเหลวไหล พล.อ.ประยุทธ์ท่านไม่ได้พูดอย่างกลอนพาไปแน่นอน  ก็เพราะตัวผมก็รู้ว่า “งานข่าวกรอง” ของท่านนายกรัฐมนตรีแม่นยำมาก แม่นยำมาตลอด การที่ท่านพูออกมาอย่างนี้ตัวผมถอดรหัสลับออกมาเองว่า “มีคนเคลื่อนไหว” ไม่ใช่แค่การพูดธรรมดาๆ เพราะถ้าพูดธรรมดาคนอื่นๆอีกหลายคนก็พูด โดยเฉพาะพวกนักข่าว เวลาโทรศัพท์คุยกัน หรือส่ง Line คุยกันประเด็นการเมือง  เมื่อวกเข้า  ประเด็น ยังไม่มีเลือกตั้ง  ประเด็นไม่เป็นไปตามโรคแม็ป  ก็ต้องถามกันว่า จะมีนองเลือดมั๊ย ผู้คนจะลุกฮือมั๊ย พวกเศรษฐีไทยที่กำไรหดหายธุรกิจเจ๊งเพราะมันจะ 3 ปีแล้ว จะทนต่อไปมั๊ย มันเป็นหัวข้อสนทนาปกติขอคอการเมืองสายฮาร์ดคอร์ เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เอาประเด็นนองเลือดมาพูด จึงย่อมไม่ใช่แค่ท่านได้ยินว่ามีคนพูด แต่มันต้องมากกว่านั้น เพราะคำของท่านต่อเนื่องที่บอกว่า ไอ้คนพูดอย่างนี้อย่าให้มีที่ยืน….. ไอ้คนนี้คือใคร ต้องเป็นคนที่มีพละกำลังทางการเมืองสิ ไม่เช่นนั้นคนระดับหัวหน้ารัฐบาลไม่เอามาพูดถึงหรอก ตัวผมนักข่าวในสื่อออนไลน์ขอขอบคุณท่านพล.อ.ประยุทธ์ ที่นำประเด็นนี้มาพูด ทำให้ได้รู้ว่ามันมีจริง ไม่ได้มีแค่ในมโนของพวกนักข่าวเท่านั้นว่า  มันมีคนมีปฏิกิริยาอยู่นะ  ซึ่งมี ..