BOOKS

ฉลามเขียว : เกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 ก่อนก็ดีนะ

พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติ ได้ยินคำนี้แล้วคนไทยส่วนใหญ่เฉยๆ เพราะยังไม่รู้ว่ามันจะคืออะไร รู้แต่ว่าเขียนไว้ให้ใช้ไปตลอด 20 ปี เว้นเสียแต่จะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3    “ประชาธิปไตยนั้นต้องอาศัยหลักการปกครองด้วยกฎหมาย rule of law ไม่ใช่การปกครองด้วยอารมณ์หรือด้วยกลุ่มบุคคลจะมีเครื่องแบบหรือไม่ก็ตาม” คำกล่าวของ “ป๋วย อึ๊งภากรณ์” เมื่อปี 2514 วันนี้ขึ้นต้นข้อเขียนอย่างหรูเลยล่ะ แล้วก็หักมุม ด้วยการขอเล่าให้ท่านผู้อ่านฟังนิดนึงว่า ผมได้โทรศัพท์ไปถามเพื่อนที่ทำงานอยู่ในหนังสือพิมพ์รายวันกระดาษหัวสี ถามว่า ข่าวไชยา มิตรชัย ขายได้มั๊ย เพื่อนตอบมาว่าขายได้นะ ขายดี ตัวผมก็อธิบายไปว่า ที่ถามเพราะอยากรู้ว่าประชาชนไทยเวลานี้เป็นอย่างไร คนรุ่นใหม่ที่มีชีวิตอยู่กับโทรศัพท์มือถืออ่านข่าวประเภทนี้มั๊ย ซึ่งในขณะที่ผมยังเป็นหนุ่ม ข่าวลักษณะนี้ขายดี มันน่าตื่นเต้นดี เฉพาะยิ่งเมื่อพระเอกลิเกหวานๆ  แอบมีเมียมีลูกถูกเปิดออกมา ก็ขายลึ่มเลย แค่ข่าวไชยาตกแพก็ยังขายดี ซึ่งนั่นเป็นยุคที่ไชยากำลังรุ่งเรืองสุดขีด และสื่อโซเชียลยังไม่มี ตัวผมแก่แล้ว ผ่านวิชามารด้านข่าวบันเทิงมาเยอะ ก็จดจ่ออยู่…เปิดข่าวไชยามีลูกครั้งนี้เป็นแผนโปรโมทอะไร ซึ่งไชยาไม่ผิดอะไรเลยนะครับ เขามีสิทธิที่จะดำเนินกลยุทธ์อะไรก็ได้ หรือแผนนี้ไชยาไม่รู้เรื่องแต่คนอื่นทำทั้งหมด  แล้วเมื่อไม่ผิดกฎหมาย ไม่ทำให้ประชาชนเดือดร้อน ก็ฉลุย และจนวันนี้ผมก็มองไม่ออกว่าโปรโมทอะไร จะโปรโมทลูกสาวรึ เพราะทันทีที่ข่าวเปิดรูปสวยๆก็พรึ่บในโซเชียล แต่ผมก็เห็นกระแสเงียบกริบ หายต๋อมไปแล้ว ขนาดมีพาดหัวข่าวสวยเวอร์ ข่าวก็หายไปเร็วมาก ฉลามเขียวจะเขียนเรื่องไชยา มิตรชัย จริงๆรึ ก็ เปล่านะครับ ผมแค่บอกว่าผมเองก็ตรวจสอบกระแสสังคมเช่นกัน  ก็ขอกลับเข้าสู่ความจริงแห่งชีวิตนะครับ “การเมืองการปกครอง” คือ ความจริงแห่งชีวิต ตามความหมายของผมในวันนี้ การเมืองเป็นตัวกำหนด จึงนำคำกล่าวของอาจารย์ป๋วยมาขึ้นต้นเอาไว้ เพราะ rule of law. ในบ้านเราไม่มีแล้ว และชาติบ้านเมืองของเราจะถูกปกครองโดยคณะบุคคลคนในเครื่องแบบ จะอีกนานมาก ยึดอย่างลึกซึ้ง และละเอียดมาก คนไทยอาจจะไม่รู้สึกอะไรมากมายกับคำว่า ปฏิรูปก่อนค่อยเลือกตั้ง บางคนที่ไม่สนใจการเมืองก็ให้มันผ่านหูไป โดยคิดเสียว่าก็พูดเก๋ๆไปอย่างนั้น แต่มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นนะครับ เมื่อเดินมาถึงวันนี้เราก็เห็นชัดขึ้น ขบวนการนี้ใหญ่มาก  ทุกการรัฐประหารที่เราได้เห็นกันมา เหตุผลหลักเกิดจากแย่งอำนาจกันเองของคนถือปืน หรือไม่ก็คนถือปืนแย่งอำนาจจากนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตย พอฝ่ายรัฐประหารกอบโกยร่ำรวยมหาศาลพุงแปล้กันแล้วก็คายอำนาจ เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ให้ไปเลือกตั้งกันซะ แล้วนักการเมืองก็เข้ามาโกง ฝ่ายอำมาตย์กับคนถือปืนก็ร่วมกันสร้างฉากเลวร้ายมาก ต้องยึดอีก ซึ่งการยึดเมื่อปี 2557 มีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่ามาก ข่าวชินแสโชกุน ข่าวไชยา มิตรชัย มีลูก 2 คน ข่าวหมอ ร.พ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า ต้มหมอด้วยกัน 64 ล้านบาท เป็นข่าวที่คนไทยอ่านมาก แต่ผมมั่นใจที่จะเขียนไว้ตรงนี้ข่าว สนช.มีประชุมกันและตั้งคณะบุคคลมาเขียนกฎหมายที่ท่านเรียกว่า พ.ร.บ.การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ คนไทยอ่านน้อยมาก ทั้งที่มันเป็นเรื่องใหญ่มาก บางท่านอาจจะสงสัยว่า ฉลามเขียว โวยวายทำไม เพราะก็รู้อยู่แล้วว่า การประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2560 เมื่อวันที่ 6 เมษายน มันเป็นการยึดที่เบ็ดเสร็จที่สุดไปแล้ว และท่านก็ได้ฝัง “หมุดหน้าใส” ลงแทนที่ “ หมุดก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญ ” ของ พันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา บนลานพระบรมรูปทรงม้า เป็นการประกาศชัยชนะเรียบร้อยแล้ว…สะใจไปแล้ว ผมยังจะโวยวายต่อไปครับ  เพราะผมปลื้ม ที่ยังมีคนไทยส่วนหนึ่งติดตามความเป็นไปของชาติบ้านเมืองอยู่ ข้อเขียนของ ฉลามเขียว ชื่อเรื่อง ขอรูปเพิ่ม ที่ผมขอให้คณะฝังหมุดหน้าใสเผยแพร่รูปพิธีขลังฝังหมุดออกมาให้คนไทยได้เห็นมากกว่านี้ ได้รับการแชร์ต่อเมื่อถึงเที่ยงวันอาทิตย์ 6.5 K ก็ปลื้มหนักอยู่นะครับ และขอขอบคุณ ก็เชื่อว่าการมีแชร์ต่อก็ทำให้คนไทยหลายคนได้อ่าน เมื่ออ่านก็รู้ ดังนั้นคิววิเคราะห์ข่าวการเมืองประจำวันอาทิตย์นี้ผมจะเน้นบอกแก่คนไทยทั้งชาติว่า การยึดครั้งนี้ยึดลึกซึ้ง ยึดละเอียดมาก และจะยาวมาก พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติ ได้ยินคำนี้แล้วคนไทยส่วนใหญ่เฉยๆ เพราะยังไม่รู้ว่ามันจะคืออะไร รู้แต่ว่าเขียนไว้ให้ใช้ไปตลอด 20 ปี จะแก้ไขได้ก็ต่อเมื่อประชาชนเห็นว่ามันเป็นยุทธศาสตร์ที่ไม่ดี และจะต้องแก้ไขด้วยการเสนอเป็นพระราชบัญญัติเข้าที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งก็ยากมาก หรือเป็นไปไม่ได้เลยที่จะลบกฎหมายฉบับนี้ เว้นเสียแต่…เกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 ในวันที่ 13 พ.ค.2017 ตามคำนายของ นาย Horacio Villegas ชาวเท็กซัส สหรัฐอเมริกา ผู้สถาปนาตัวเองเป็น messenger of God ผู้เคยทำนายว่ามหาเศรษฐีจากนิวยอร์กจะชนะเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐ และ 21 เมษายน 2017 เขาทำนายอีกว่า “โดนัลด์ ทรัมป” จะเป็นผู้ระเบิดสงครามอาวุธนิวเคีลยร์ แล้วสงครามโลกครั้งที่ 3 ก็จะอุบัติขึ้น  Villegas told the Daily Star: “The main message that people need to know in order be prepared is that between May 13th and October 13, 2017, this war will occur and be over with much devastation, shock and death.” Villegas told Britain’s Daily Star he believes nuclear war will break out on the 100th anniversary of the visitation of Our Lady of Fatima.

Read More

ฉลามเขียว : ขอรูปเพิ่ม

คนคณะหมุดหน้าใสเปิดตัวออกมาเถิด  เพราะพิธีใหญ่โตระดับชาติอย่างนี้ไม่ถ่ายไว้รูปเดียวแน่นอน   ขอฉากเหตุการณ์อื่นๆ  เพราะน่าจะเป็นพิธีการขลัง   ข้อเขียนของผมชื่อเรื่อง “โค่นอำนาจประชาชนได้ก็ปักหมุด” ที่เผยแพร่เมื่อวันพุธ 19 เมษายน 2560 มาถึงเที่ยงวันศุกร์ 21 มีการนำไปแชร์ต่อ 3.6 K หรือ 3,600 ครั้ง  ผมในฐานะคนเขียนปลื้ม 2 เด้งครับ  ดีใจที่ได้รับการต้อนรับจากผู้อ่านอย่างแข็งแรง ดีใจมากที่สุดตรงที่  คนไทยจับประเด็นของผมได้  ตามที่ทิ้งท้ายไว้ว่า  การตามหาหมุดคณะราษฎรกอันเก่าไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย อย่างที่ท่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พูดไว้ในการแถลงข่าว  ผมขอให้ตามหาอำนาจประชาชนที่หายไปในรัฐธรรมนูญ 2560 สิ  เพราะนั่นคือการหายไปที่ยิ่งใหญ่กว่ามาก คนไทยโดยส่วนมากไม่รู้ว่า อำนาจของประชาชนมีอะไรหายไปบ้างในรัฐธรรมนูญ 2560  นั่นก็เพราะไม่ได้อ่านรัฐธรรมนูญ   และบรรดาผู้มีความรู้ถูกข่มถูกขู่ไม่ให้พูดในสิ่งไม่ดีของรัฐธรรมนูญฉบับนี้  ในช่วงจะลงประชามติ  ใครขืนพูดโดนท่านเอาไปขังไว้ในคุก  ทำให้คนระดับชาวบ้านธรรมดาไม่รู้ว่าสิทธิเสรีภาพ  และอำนาจของประชาชนที่เคยมีตามการปกครองระบอบประชาธิปไตย ที่คณะราษฎร 2475 สรรสร้างไว้ให้  อะไรหายไปบ้าง  การที่ข้อเขียนของ ฉลามเขียว เรื่องนี้ถูกนำไปแชร์ต่อ 3,600 ครั้ง ผมหมายความว่าประชาชนไทยส่วนหนึ่งจับประเด็นได้แล้ว  คือ  ต้องตามหาสิทธิเสรีภาพและอำนาจของประชาชนที่หายไปแล้ว  ส่วนจะตามหาด้วยวิธีการอย่างใดผมก็มั่นใจว่าคนไทยรู้แล้ว  มันมีวิธีการเดียวเท่านั้นแหละ แม้ผมจะรู้ว่าประชาชนไทยโดยส่วนใหญ่ไม่สนใจหมุดคณะราษฎรหายไป  ส่วนใหญ่จะพูดเหมือนกัน ไม่รู้เรื่อง เกิดไม่ทัน หมุดนี้มันสำคัญยังไง  แต่ผมก็รู้ว่ามีคนไทยส่วนน้อยสนใจเรื่องนี้อยู่  ผมจึงขอเขียนอีกตอนหนึ่งนะครับ  เขียนยั่วยุให้คณะหมุดหน้าใสสร้างความเกริกเกียรติก้องให้ตัวเอง  ทำให้คนไทยทั้งประเทศรู้ว่า คือ …ฉันนี่ไง มีเฟซบุ๊กสำนักหนึ่ง  ซึ่งผมขออนุญาตไม่เอ่ยชื่อท่านนะครับ  ได้ลงรูปไว้ 1 รูป เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2560 บอกว่า  เป็นรูปพิธีบวงสรวงถอดหมุดคณะราษฎร และฝังหมุดหน้าใส  รูปนี้ถ่ายเวลา 00.21 น. ของวันที่ 4 ต่อวันที่ 5 เมษายน 2560 ในรูปเป็นพิธีบวงสรวง  ที่หน้าพระบรมรูปทรงม้า มีนางรำกำลังร่ายรำ คนในพิธีแต่งกายอย่างสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ผมดูรูปนี้ด้วยความเยือกเย็น  ผมไม่เชื่อทันทีว่า  นี่คือพิธีถอนหมุดคณะราษฎร  แล้วฝังหมุดหน้าใส  ที่มีการลงอักขระสีแดงข่มไว้บนหมุด เข้าแทนที่ การที่ผมเยือกเย็นและไม่เชื่อทันทีเพราะ  พื้นที่บริเวณนี้จะมีผู้คนมากหน้าหลายตา   หลายคณะ มาประกอบพิธีบวงสรวง  ร่ายรำ  ตามความเชื่อของตัวเองเกิดขึ้นบ่อยมาก   มันจะใช่พิธีบวงสรวงถอนหยุดจริงรึ  ซึ่งถ้าใช่ก็หมายความว่าคณะนี้ไม่เล็ก  ได้มีการเตรียมการมาอย่างดี ยิ่งใหญ่  รอบคอบ  กล้องวงจรปิดแวดล้อมไม่มีเลย  และงานก็เสร็จ  เก็บของเรียบร้อย  ภายในค่อนรุ่ง 5 เมษายน   จากนั้นบ่าย 6 เมษายน 2560 ก็ประกาศรัฐธรรมนูญใหม่ ฉบับ พ.ส.2560  รัฐรรมนูญที่อำนาจประชาชนถูกผ่องไปเป็นของ 12 ประมุของค์กรอิสระ ที่จะตัดสินรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ผมเยือกเย็นครับ  ไม่ด่วนเชื่อ ตอนนี้ก็ยังไม่เชื่อ ท่านผู้อ่านก็อย่าเพิ่งเชื่อนะครับ เพราะมันอาจจะเป็นพิธีบวงสรวงอย่างอื่นก็ได้  แต่เมื่อเพ่งรูปชัดๆก็เห็นว่า มีเต็นท์ 3 เต็นท์  ตั้งคร่อมบริเวณที่หมุดก่อกำเนิดนัฐธรรมนูญ ของ พันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา ฝังอยู่ จึงทำให้น่าสนใจ ก่อนนี้มีอีกเพจหนึ่งลงรูปหมู่เต็นท์ และบอกว่า การขุดรื้อหมุด การฝังหมุดหน้าใสเกิดในเต็นท์ ดังนั้น เป้าหมายแห่งข้อเขียนของผมในวันนี้  คือ  เขียนให้คนคณะหมุดหน้าใสเปิดตัวออกมาเถิด  ผมขอดูรูปเพิ่มครับ   เพราะพิธีใหญ่โตระดับชาติอย่างนี้ไม่ถ่ายไว้รูปเดียวแน่นอน   ฉากเหตุการณ์อื่นๆ  ตอนพราหมณ์ทำพิธี  ตอนใช้เครื่องปั๊มลมแย็กพื้นคอนกรีคถอนเอาหมุดรื้ดออก  การผังหมุดใหม่  การเทปูน  การเกลี่ยปูน  น่าจะเป็นพิธีการขลัง  จึงต้องถ่ายไว้อีกหลายรูปแน่ หรืออาจจะมีการบันทึกเป็นวิดีโอเอาไว้ จงเปิดเผยออกมาเถิด  แล้วจะมีแต่ผลดีเกิดแก่คณะของท่าน ผมอ่านเจอ ผศ.ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ พูดเอาไว้ใน prachatai.com 20 เม.ย.2560 ตอนหนึ่งว่า “ด้วยเหตุนี้  การหายไปของหมุดคณะราษฎร  ที่หายไปพร้อมการปรากฏตัวของหมุดหน้าใส มันเหมือนโยนระเบิดนิวเคลียร์ หรือแม่ของระเบิด (Mother of All Bombs) ลงบนพื้นโดยไม่มีความเข้าใจ เพราะคิดว่าการเปลี่ยนแปลงหมุดอาจทำให้มีคนโวยวายก็จริงแต่เดี๋ยวก็เงียบ ที่สำคัญก็คือการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงแบบลึกลับ คนที่เปลี่ยนแปลงมาเป็นหมุดหน้าใสก็ตระหนักดีว่า  ตนเองก็อยู่ในโลกสมัยใหม่ คุณจะเผยอหน้าออกมาว่าคุณได้ทำลายหมุด 2475 และสร้างหมุดหน้าใส หรือ แม้คุณจะออกมาปรากฏตัวได้ในช่วงนี้  แต่พอกาลเวลาผ่านไปคุณก็จะกลายเป็นผู้ร้ายของหน้าประวัติศาสตร์ในสังคมไทย จึงต้องมีลักษณะแอบซ่อนอำพราง การไม่เปิดเผยแสดงว่า  ไม่ได้เกิดเกียรติยศใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ได้เป็นการกระทำที่น่าภูมิใจให้กับหมุดหน้าใสใดๆ ทั้งสิ้น” จากคำพูดนี้ของ ผศ.ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ ทำให้ผมเกิดประกาย  และนำมาเขียน ยั่วยุให้คณะผู้ดำเนินการฝังหมุดหน้าใส จงฮึด  ทำให้ตัวท่านมีเกียรติ  ด้วยการเปิดตัวเล่น  หรือน้อยที่สุดก็เผยรูปเพิ่มเติม โดยอาจจะปล่อยรูปผ่านเฟชบุ้ดใดก็ได้  เพื่อให้คนไทยได้รู้ตัวตน ถ้ารูปนี้ไม่ใช่คณะหมุดหน้าใส  เป็นการบวงสรวงเรื่องอื่น  ก็ขอให้คณะหมุดหน้าใสนิ่งไว้ต่อไป  หรือจะแจกรูปพิธีถอนหมุดของจริงออกมาในเฟซบุ๊กก็ได้นะ หรือถ้าจะกรุณาประชาชน  คณะคนในรูปที่ลงนี้จะเปิดตัวเฉลยว่าบวงสรวงอะไรกันอยู่  ก็จะเป็นคุณ คณะหมุดหน้าใส ก็รีบๆ ด้วยนะครับ  เพราะคนไทยลืมไว  กำลังจะลืมเรื่องหมุดนี้อยู่แล้ว   ฉลามเขียว  21 เมษายน 2560  


ทำไมรุ่นเราไม่มีอย่างนี้!? นิทานชีวิตจริงของหญิงผู้ยิ่งใหญ่ ไว้อ่านให้ลูกฟังก่อนนอน

เคยมี งานวิจัยพบว่า ในหนังสือสำหรับเด็ก 5,000 เล่ม ราวๆ 1 ใน 4 นั้นไม่มีตัวละครผู้หญิงอยู่เลย และ 20% ในหนังสือเหล่านี้ ตัวละครหญิงนั่งงอมืองอเท้าไม่มีงานทำ ยังไม่นับเทพนิยายอีกนับไม่ถ้วนที่เต็มไปด้วยเจ้าหญิงรอความช่วยเหลือจากเจ้าชาย  แล้วเราอยากจะให้ลูกสาวของเราอ่านหนังสือที่กำลังฝังหัวเด็กว่า “โลกนี้เป็นของผู้ชาย” จริงๆ หรือ? สองสาว Francesca Cavallo และ Elena Favilli ไม่คิดเช่นนั้น พวกเธอลงมือเปลี่ยนแปลงวงการหนังสือเด็ก ด้วยการส่งหนังสือ ” Good Night Stories for Rebel Girls ” มาเป็นทางเลือกให้คุณพ่อคุณแม่ที่อยากจะอ่านนิทานก่อนนอนที่สอนลูกว่า ในโลกนี้ ยังมีผู้หญิงที่ไม่ยอมแพ้อีกมากมายประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่มาแล้ว และเด็กคนหนึ่งย่อมฝันจะเป็นอะไรก็ได้ที่เขาหรือเธออยากจะเป็น ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นเพศไหนก็ตาม Good Night Stories for Rebel Girls คัดเลือก 100 เรื่องราวของผู้หญิงเปลี่ยนโลก มาถ่ายทอดด้วยน้ำเสียงผู้ใหญ่ใจดีเล่านิทานให้เด็กๆ ฟัง (เช่นการขึ้นต้นด้วย “กาลครั้งหนึ่ง”) มีตั้งแต่เรื่องของผู้หญิงที่เป็นสายลับ, โจรสลัด, นักบินอวกาศ, นักกิจกรรม, นักวิทยาศาสตร์, นักกีฬา และอีกสารพัด ด้านคุณพ่อคุณแม่ก็จะได้สนุกไปกับการอ่านนิทานชีวิตของคนดังที่รู้จัก เช่น ฟรีดา คาห์โล จิตรกรหญิงผู้มีไรหนวดชาวเม็กซิโก, คลีโอพัตรา ผู้กุมอำนาจฟาโรห์, มารี กูว์รี นักวิทยาศาสตร์ที่ผลงานทรงคุณค่าต่อมนุษยชาติ ฯลฯ (ทดลองอ่าน ตัวอย่างภายในหนังสือ ได้ที่เว็บไซต์ Amazon) Rebel Girls เคยสร้างความฮือฮามาก่อนหน้านี้แล้วด้วยการเปิดระดมทุนในเว็บไซต์ Kickstarter และ IndieGogo ด้วยจุดมุ่งหมายแค่ 40,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อพิมพ์แค่ 1,000 เล่มออกมาขำๆ แต่ปรากฏว่ามียอดระดมบริจาคเข้ามาอย่างล้นหลาม จบโปรเจกต์ถล่มไป 1 ล้านดอลลาร์ฯ และกลายเป็นหนังสือที่ทุบสถิติ มียอดการบริจาคในโครงการระดมทุนมากที่สุดในประวัติศาสตร์ จนสองสาวได้ย้ายบ้านจากอิตาลี มาอยู่ที่สหรัฐอเมริกา เพื่อก่อตั้งบริษัทสื่อสำหรับเด็กในชื่อ Timbuktu Labs ซึ่งปัจจุบันมีนิตยสารใน iPad และแอพพลิเคชั่นอีกมากมาย ความเด็ดของ Rebel Girls ยังไม่หมดแค่นั้น เพราะนอกจากสินค้าจะตั้งใจเปลี่ยนแปลงวงการหนังสือเด็กแล้ว หนังสือเล่มนี้ยังโฆษณาได้อย่าง “ฉลาด” เช่นกัน โดยคลิปด้านล่างนี้ มียอดชมถึง 26 ล้านครั้ง แสดงให้เห็นสัดส่วนความไม่เท่าเทียมในเนื้อหาหนังสือเด็กอย่างง่ายๆ ด้วยการจัดชั้นหนังสือให้ดู ว่าใน 1 ตู้ หากเราหยิบหนังสือที่ไม่มีผู้หญิงออกไป ตามด้วยหนังสือที่ไม่มีบทพูดของผู้หญิง หรือไม่ใช่เรื่องเจ้าหญิงรอเจ้าชายมาช่วย จะเหลืออยู่สักกี่เล่ม ซึ่งผลที่ได้ก็เป็นภาพที่น่าตกใจไม่น้อยเลยทีเดียว “มันมีผลกับคุณนะ” Favilli กล่าว “ถ้าคุณไม่เคยเห็นคนแบบคุณอยู่ในพาดหัวข่าว หรือเป็นตัวละครในหนังสือ มันก็ยากที่จะเห็นภาพตัวเองอยู่ในจุดนั้นบ้าง”  แล้วคุณล่ะ อยากให้ลูกโตขึ้นมามองโลกด้วยสายตาแบบไหน?    


No Picture

ฉลามเขียว : CCTV จราจร เมื่อพลเอกประวิตรกลับมา

สองสามคำถามสำคัญที่ต้องการคำตอบจากพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ เพื่อหยุดแผนปล้นประชาชนด้วย CCTV จราจร “ในอนาคตจะมีแผนเปิดให้เอกชนเข้ามาลงทุนวางระบบกล้องตรวจจับสองข้างทางให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเอกชนจะได้ส่วนแบ่งจากค่าปรับ ความคืบหน้าแผนโครงการดังกล่าวตอนนี้ผ่านความเห็นชอบจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี แล้ว กำลังอยู่ขั้นตอนของฝ่ายกฎหมาย” พล.ต.ท.วิทยา ประยงค์พันธุ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รับผิดชอบงานจราจร ให้ข่าวแก่สื่อมวลชนเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2560 ผมนำท่อนนี้มาเขียนไว้ในชื่อเรื่อง แผนปล้นประชาชนคราวนี้พลเอกประยุทธ์หยุดมันได้  เป็นการทำหน้าที่พลเมืองดีรายงานแก่หัวหน้ารัฐบาลว่า  “เซียน” จอมให้สินบนผู้เก่งกาจ  ฉวยโอกาสใช้คำสั่งของท่านที่ออกตามมาตรา 44 ที่ 14/2560 จะปล้นประชาชนด้วยการ ติดกล้อง CCTV การจราจรให้ทั่วประเทศ  แล้วจะนอนกินส่วนแบ่งค่าปรับ ซึ่งการที่ผมเรียกมันว่า “ปล้นประชาชน” เพราะผมมโนแล้ว ค่าปรับไม่ถูกแน่ ต้องเร่งเอาทุนคืน เร่งสร้างความร่ำรวย ผมเขียนไว้ด้วยว่า พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ คงไม่รู้ว่าเซียนจะปล้น และแม้เซียนจอมให้สินบนคนนี้แบ่งเงินให้ ผมก็เชื่อว่าพลเอกประวิตรไม่รับเงิน เพราะท่านตงฉิน อยู่ในรัฐบาลก็เป็นคนเดียวที่ไม่เคยถูกติฉินนินทาเรื่องสินบน  ไม่เคยถูกค่อนขอดกระแนะกระแหน  ซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์หลายล็อตมูลค่ามหาศาลก็ไม่เคยถูกกัดเรื่องรับสินบน แม้กระทั่งองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกที่ท่านดูแลอยู่ ก็ไม่มีใครแซวเรื่องกินหัวคิวในโครงการขุดลอกคูคลองทั่วประเทศ … ดมกลิ่นแล้วสะอาดมาก ตัวผมได้ตั้งใจไว้แล้วว่า จะใช้สถานภาพการเป็นนักข่าว  ต่อต้านขัดขวางไม่ให้แผนปล้นประชาชนครั้งนี้สำเร็จ ด้วยการเขียนบอกประชาชน เพราะผมรู้ คนไทยทุกชนชั้น จะเดือดร้อน แม้กระทั่งทหารใหญ่ในคสช.วันนี้ก็มีโอกาสที่จะโดนกล้อง CCTV ถ่ายรูป  และจะแก้ไขอะไรไม่ได้  ต้องเสียค่าปรับอย่างเดียว  เพราะอีกเดี๋ยวนึง คสช.ก็หมดหน้าที่เมื่อมีการเลือกตั้งใหม่  ก็กลับไปเป็นประชาชนธรรมดา  เกิดโดน CCTV ถ่ายรูปรถของท่าน  การจะไปขอให้ลบรูปลบข้อมูลลำบากนะครับ เพราะโครงการนี้ท่านจะให้ “เชื่อมโยงโครงข่าย” ไปกรมการขนส่งทางบกด้วย  ถ้าจะลบก็ต้องลบทั้งโครงข่าย  ทีนี้พวกเด็กๆ คนทำงานก็จะรู้  และจะแฉในโซเชียล ขายหน้า จากข่าวของ พล.ต.ท.วิทยา ประยงค์พันธุ์ บอกว่าท่านพลเอกประวิทย์เห็นชอบแล้ว ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนทางกฎหมาย หัวใจผมก็เต้นแรงเลยครับ  รอการกลับเข้าทำงานตามปกติของท่าน  หลังจากที่ลาราชการ ครม.ไปตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2560 ซึ่งข่าวของสื่อบอกว่าท่านเครียด งานหนัก  อะไรก็โดน เลยลาพักผ่อนช่วงสงกรานต์ ไม่มีใครรู้ไปไหน พลเอกประยุทธ์ก็ไม่บอกนักข่าว บอกแค่ว่าไปเจรจางานด้านความมั่นคงในต่างประเทศ ไม่บอกประเทศอะไร ความฃับ ไม่ใช่ลาว ไม่ใช่จีน   กระทั่งเมื่อบ่ายวันอาทิตย์ 16 เมษาฯ   เฟซบุ๊ก Wassana J. Nanuam ของ  คุณพี่วาสนา นาน่วม นักข่าวสาวสายทหารคนเก่งของ Bangkok Post ลงข่าวว่า พล.อ.ประวิตร กลับมาแล้ว และ พลตรี คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษก กลาโหม ให้ข่าว พล.อ.ประวิตร สั่งการหลายเรื่องในช่วง 2 วันท้ายเทศกาลสงกรานต์  ผมก็รอด้วยใจจดจ่อ  อยากฟังท่านอธิบายโครงการ CCTV จราจร ที่ให้ความเห็นชอบแล้ว แต่…พลเอกประวิตร อยู่ไหน เพราะงานใหญ่ เช้าวันจันทร์ 17 เมษายน 2560 ท่านก็ไม่ได้ไปเอง ให้ รมช.กลาโหมไปแทน เฟซบุ๊ก  Wassana J.


No Picture

ฉลามเขียว : จากนาฬิกาถึงแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์

เฮ้ย..!! มีนาฬิกาข้อมือ เวอร์ชั่น #ทักษิณ สีแดงสดใส ขายที่สนามบิน #หลวงพระบาง ด้วย ราคา 240,000 กีบ เฮ้ย…คำนี้คนไทยรู้จักดี  จะใช้เมื่อมีเรื่องอันควรตื่นเต้นเกิดขึ้น  ยิ่งร้องออกมาเสียงดังๆก็ย่อมหมายความว่า  น่าตื่นเต้นยิ่งนัก ในทวิตเตอร์ชื่อบัญชี @Ajbomb  ได้โพสต์รูปและข้อความนี้เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2560 อาจารย์บอม  คือใคร  ได้เขียนแนะตัวเองไว้ว่า   อาจารย์บอม  @Ajbomb  อาจารย์มหาลัย สอน Social Network นักเขียน นักแปล Blogger รีวิวหนัง ข่าวสาร รักเด็ก รักสัตว์ รักสุขภาพ กินมังสวิรัติและพืชผักเป็นหลัก จิบกาแฟเป็นงานอดิเรก จิบกาแฟเป็นงานอดิเรก…อา…เป็นอาการที่  ฉลามเขียว ชื่นชอบมาก  ด้วยเป็นผู้มีรสนิยมจิบกาแฟเช่นกัน  ต้อง espresso hot ด้วยนะ และจะต้องมาจากเมล็ดพันธุ์ arabica  จึงเด็ดนัก…แต่ขอสารภาพครับ  ผมไม่ได้จิบกาแฟเป็นงานอดิเรก  แต่ติดกาแฟอย่างงอมแงม  เลยล่ะ ผมตื่นเต้นครับ  ที่เห็นเรื่องราวนาฬิกาทักษิณที่สนามบินหลวงพระบาง ของอาจารย์บอม เพราะที่นั่นเป็นประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว  การมีนาฬิการูปหน้าทักษิณห้อยขายเป็นพวงใหญ่  ปะปนอยู่กับนาฬิการูปอื่นๆก็ย่อมเป็นเรื่องที่สร้างความตื่นเต้นได้มาก  คนลาว หรือ นักท่องเที่ยวที่เป็นชนชาติอื่น ที่ผ่านสนามบิน นิยมชมชอบทักษิณล่ะสิ  จึงขายนาฬิกาได้  ราคาก็ไม่ได้ถูกนะครับเรือนละ  240,000 กีบ  ใส่ราคาเป็น US Dollars ไว้ที่ 30 USD สมาชิกหมายเลข 3776759  เว็บไซต์  pantip.com นำเรื่องนี้มาโพสต์ในห้องราชดำเนิน  มีคนอื่นแสดงความคิดเห็นต่อท้ายกระทู้ 6 ความเห็น  ในความเห็นที่ 4 บอกว่า 240000 กีบ = 1009.63 บาท ครับ   ตัวผมประทับใจสุดๆที่เป็นความเห็นที่ 4  ประเทศไทยต้องการผู้นำที่มองการณ์ไกลมีวิสัยทัศน์ ไม่ได้ต้องการผู้นำที่เก่งแต่ในตำราหรือซื่อสัตย์สุจริตแต่ทำงานไม่เป็น ความเห็นนี้แหละครับ เป็นที่มาของการตั้งชื่อเรื่อง “จากนาฬิกาถึงแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์” ของผมในคิววิเคราะห์ข่าวการเมืองประจำวันอาทิตย์ 16 เมษายน 2560  โดยคำว่า  แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์  เป็นคำกล่าวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไทย  ใน รายการศาสตร์พระราชาฯ เผยแพร่เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 14 เมษายน 2560 ท่อนนี้กล่าวไว้ว่า “พี่น้องประชาชนครับ ยังมีอีกหลายประการที่ต้องปฏิรูป เพื่อให้ได้สิ่งต่างๆ ที่เป็นปัญหา ให้ลดลงตามลำดับ เพียงแต่เราต้องเริ่มต้นให้ได้ตั้งแต่บัดนี้ ต้องมีก้าวแรกเสมอ เพื่อให้มีก้าวต่อๆ ไป เราจะได้เดินทางไปพร้อมกัน ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เพื่อเราจะได้เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ” อ่านท่อนเดียวแค่นี้อาจจะไม่เข้าใจ  ผมก็อปปี้ลิงค์คำพูดของพล.อ.ประยุทธ์ จาก  เว็บไซต์รัฐบาลไทย มาลงไว้ด้วยนะครับ  เพื่อให้ได้รู้ว่าท่านพูดกับประชาชนว่าอย่างไร ไล่เรียงมาอย่างไร   จึงมีคำกล่อมประชาชนไทยออกมาว่า…เราจะได้เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ นาฬิกาทักษิณ กับ แสงสว่างปลายอุโมงค์ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ …เป็นประเด็นโป้ะเช้ะของผมเลยครับ  โดยลากประเด็น …ประเทศไทยต้องการผู้นำที่มองการณ์ไกลมีวิสัยทัศน์ ไม่ได้ต้องการผู้นำที่เก่งแต่ในตำราหรือซื่อสัตย์สุจริตแต่ทำงานไม่เป็น…มาผูกขยายความ  แล้วตัวผมก็บอกว่า   ในยุคทักษิณเป็นหัวหน้ารัฐบาลบริหารประเทศไทย  ประชาชนไทยไม่จำเป็นต้องจ้องหาแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์  เพราะแสงสว่างแห่งความเจริญรุ่งเรืองทุกด้านเจิดจ้าทั่วแผ่นดินไทย ความเจริญรุ่งเรืองเจิดจ้าทุกด้านในยุคทักษิณมันเป็นยังไงรึ  ผมไม่ต้องอธิบายซ้ำนะครับ เพราะคนไทยยังจำแม่น  และกำลังรอคอยอยู่ว่า เมื่อไหร่จะได้เลือกตั้งใหม่ซะที  เลือกตั้งเมื่อไหร่  พรรคการเมืองของทักษิณก็ชนะอีก  ยิ่งเศรษฐกิจเป็นอย่างนี้   ยิ่งติ๊ดชึ่งร่ายรำอยู่นานเท่าไหร่  พรรคการเมืองของทักษิณก็จะกำชัยชนะ  land slide ได้ง่ายเท่านั้น ผมเชื่อส่วนตัวนะครับ  เลือกตั้งใหม่พรรคการเมืองของทักษิณจะชูแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง เพราะอะไรในยุคที่ทักษิณบริหารประเทศไทยจึงเจิดจ้ารุ่งเรืองทั้งแผ่นดิน ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย  มีรัฐธรรมนูญ 2540 ที่ให้สิทธิเสรีภาพแก่ประชาชนไทยอย่างบริบูรณ์ ทักษิณเก่ง คำกล่าวที่ว่า…ประเทศไทยต้องการผู้นำที่มองการณ์ไกลมีวิสัยทัศน์ ไม่ได้ต้องการผู้นำที่เก่งแต่ในตำราหรือซื่อสัตย์สุจริตแต่ทำงานไม่เป็น…อ่านดีๆแล้วเจ็บมาก  ประเทศไทยมีคนจำพวกนี้เยอะ  ในขณะที่ทักษิณเก่งกาจในการบริหารด้วยวิสัยทัศน์ก็ไม่ได้บกพร่องด้านความซื่อสัตย์   ทักษิณไม่ได้ถูกยึดทรัพย์ด้วยข้อหาโกง  แต่เป็นข้อหาขายหุ้น  ขณะที่  “ปูยิ่งลักษณ์” ก็ไม่ได้โดนข้อหาโกง  แต่ถูกกล่าวหาว่าละเลยทำให้เกิดความเสียหายจากนโยบายรับจำนำข้าว  ซึ่งก็ไม่ได้ละเลยกำกับอย่างดี ตระกูลชินวัตร ไม่เคยโดนข้อหาโกงชาติ ผมเคยเขียนไว้ตรงนี้แล้วครับ  การประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ.2560 เมื่อวันที่ 6 เมษายน ไม่ใช่การคืนประชาธิปไตยให้ประชาชนไทย เพราะกฎควบคุมประชาชนอันผิดต่อกฎแห่งประชาธิปไตยยังอยู่ครบถ้วน  ทะมึนน่ากลัวเหมือนเดิม ผมอยากให้คนไทยอ่าน   แถลงการณ์ของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรื่อง การประกาศใช้รัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย เวลา 20.20 น. วันที่ 6 เมษายน 2560  ก็จะเห็นภาพ  เห็นระยะเวลา  เข้าสู่การเลือกตั้งใหม่  จะต้องมีทั้งการทำกฎหมายลูก และการขับเคลื่อนปฏิรูป  ซึ่งปฏิรูปควรจะทำมาตั้งนานแล้ว  ตั้งแต่ 22 พ.ค.2557 อุโมงค์นี้ยาวแค่ไหน….. ที่ปลายอุโมงค์นั้นมีความเจิดจ้าเจริญรุ่งเรืองทุกด้านเหมือนยุคทักษิณรึไม่  ผมไม่ต้องพูดมากก็ได้ครับ  คนไทยคิดเป็น คนไทยคิดเองเป็นจริงๆ นะครับ  ดูจากสำนัก  สวนดุสิตโพล เมื่อวันเสาร์ 15 เมษายน 2560 ตอบคำถามว่า…


ฉลามเขียว : พลเอกประยุทธ์จะไม่มีแผ่นดินอยู่…?

Old soldiers never die, ทหารแก่ไม่มีวันตาย เก๋..มว้าก….ถ้านายพลเฒ่าคนใดก็ตามในกองทัพไทย  ได้รับคำสอพลอนี้จากนักข่าว  ความจริงคำกล่าวนี้ของ   General Douglas MacArthur. แห่งกองทัพเรือสหรัฐอเมริกา  ยาวกว่านี้  มีอีกประโยค  แต่ส่วนใหญ่ผู้สอพลอนาย  ตัดคำท้ายออกไปเสีย  วันนี้ ผม  นายฉลามเขียว  ผู้ตื่นเต้นกับคำเตือนของ   พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ที่ได้กล่าวเตือนศิษย์ จปร.รุ่นน้อง ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ  “จะไม่มีแผ่นดินอยู่” จึงขอทำหน้าที่นำคำท้ายมาใส่ไว้ให้เต็มความ  เพื่อให้คนรุ่นหลังได้รู้ว่าจริงๆแล้ว  ทหารแก่ก็เป็นเช่นนี้แหละ ตื่นเต้นรึที่ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ใช้คำแรงเตือนพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งว่ากันตามจริง  ถ้าเป็นนายพลคนอื่นพูดก็ควรจะตื่นเต้น  แต่ก็เอาเถอะเมื่อ พล.อ.พัลลภ พูดก็ตื่นเต้นซักนิดนึงหน่อยดิ   เพราะน้อยที่สุดของปรากฏการณ์นี้ก็คือ   มีคนเตือนแล้วนะ  ก็น่าจะหมายความว่า   มีคนคิดแล้วจึงมีคนพูด  และในวงพูดคุยสนทนาของบรรดาทหารชราอาจจะมีคนอื่นอีกหลายๆคนร่วมอยู่ด้วย “อดทนเอาหน่อย” พล.อ.ประยุทธ์  เพิ่งบอกกับคนไทยทั้งประเทศ เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2560 ว่าด้วยการเลือกตั้งใหม่ที่จะให้เริ่มก็โน้น  ปี2561  และไม่ใช่เริ่มวันที่ 1 มกราคม  แต่จะค่อยๆเริ่มเมื่อ 5 เดือนผ่านไปแล้ว นั่นก็คือการเลือกตั้งใหม่นับจากนี้ไปก็ 2 ปี…นานเกินไปมั๊ย ถ้าบวกเข้ากับ  สนช.แกล้งคว่ำกฎหมายลูกในวาระที่ 3 หลายๆฉบับ  ก็อย่าว่าแต่ 2 ปีเลยนะ เศรษฐกิจไทยเริ่มต้นฟื้นฟูไม่ได้  ถ้าตราบใดยังไม่ได้ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย  ยังไงก็ฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติไม่ได้  และธุรกิจอุตสาหกรรมของไทยทุกสาขาจะทนซบเซาได้นานขนาดมากกว่า 5 ปีเลยรึ  รวมทั้งผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรทุกสาขา ทั้งปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ที่ขณะนี้เหือดแห้งกันทั้งแผ่นดินจะทนไหวรึ  ดังนั้น คำเตือนของ “พี่พัลลภ” ทหารชราผู้มีอายุ 80 ปีแล้วจึงไม่เรื่องเลื่อนลอย  หรือไร้สาระจนรับฟังไม่ได้ พล.อ.พัลลภ ไม่ได้เป็นผู้ยึดแนวทาง hard core อย่างเดียวนะ  เพราะพี่พัลลภอยู่กับ “บิ๊กจิ๋ว” พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ที่ชราเช่นกัน แต่พี่จิ๋วก็อยู่กับกระแสมวลชนอย่างแนบสนิท… บิ๊กจิ๋วได้ยินเสียงลมหายใจของความอดอยากแร้นแค้น   ผมได้ลิงค์ข่าว คำให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.พัลลภ มาลงไว้ในนี้ด้วย ก็เชื่อว่า พล.อ.ประวิตร คงมีลูกน้องส่งออนไลน์ไปให้ท่านอ่านขณะลาราชการไปอยู่ต่างประเทศในช่วงสงกรานต์  ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ ผมเชื่อว่าท่านได้อ่านแล้ว เพราะท่านอ่านข่าวด้วยตัวเองทุกข่าว  กองทัพสหรัฐอเมริกา ไม่เคยทำรัฐประหาร  ชาตินี้เขายึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตยอย่างเหนียวแน่น  ทหารเรือเป็นทหารที่เก่งกาจที่สุดของชาติสหรัฐ  นายพลดั๊กลาส แม็คอาร์เธอร์ มีโคตรบรรพบุรุษเป็นทหารเรือมาตั้งแต่ตั้งชาติสหรัฐ  แม็คอาร์เธอร์  ได้เป็นผู้บังคับบัญชาทหารกองทหารเรือในภาคพื้นแปซิฟิค  รบกับญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่ 2 และชนะ  เป็นผู้กำกับให้นายพลญี่ปุ่นลงนามในสัญญายอมแพ้อย่างไม่มีเงื่อนไขบนเรือรบ USS Missouri


Fast and Furious 8 ดีเกินคาด แรงทะลุสงกรานต์แน่นอน

Fast and Furious 8 พัฒนาขึ้นมามากจากหนังที่ขายแอคชันไร้เหตุผล มาให้ความสำคัญกับบทภาพยนตร์และตัวละครมากขึ้น และน่าจะเป็นภาคที่ดูสนุกและดีที่สุดในบรรดา 8 ภาค [ View the story “Fast and Furious 8 ดีเกินคาด แรงทะลุสงกรานต์แน่นอน” on Storify ]  


ที่เที่ยวของคนไม่ชอบน้ำในวันสงกรานต์

แล้วถ้าไม่เล่นน้ำจะทำอะไรช่วงสงกรานต์   มีอีกหลายคนที่เบื่อกับการเล่นน้ำในวันสงกรานต์ แต่ก็เบื่อกับการนั่งอยู่กับบ้าน เราขอเสนอ 5 สถานที่ ที่ไม่ต้องเล่นน้ำในวันหยุดยาวนี้ เข้าช่วงเทศกาลสงกรานต์แบบนี้หลายคนคงออกไปเล่นน้ำกันเป็นประจำทุกปีเพื่อเป็นการพบปะเพื่อนฝูง หรือเป็นวันรวมญาติของอีกหลายครอบครัว แต่อาจจะมีอีกหลายคนที่เบื่อกับการเล่นน้ำในวันที่อากาศร้อน เจอผู้คนที่เบียดเสียด แต่อีกใจก็เบื่อกับการที่ต้องนั่งจับเจ่าอยู่กับบ้าน แล้วจะไปไหนดีหล่ะในวันแบบนี้ วันนี้เลยขอนำเสนอ 5 สถานที่ ที่ไปคนเดียวก็ได้ ไปเป็นคู่ก็ดี หรือจะไปเเบบครอบครัวมาฝากกัน   โครงการ “น้อมรำลึกองค์อัครศิลปิน” หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครที่ประกาศว่ายังคงเปิดให้บริการตามปกตินั้น เเละมีนิทรรศการจัดเเสดงที่น่าสนใจในทุกๆชั้น ส่วนด้านนอก อาคารได้มีการติดตั้งภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ใช้ เทคนิค Wheat Pasting หรือ Put Up หนึ่งในโครงการ “น้อมรำลึกองค์อัครศิลปิน” ซึ่งมูลนิธิหอศิลปวัฒนธรรม แห่งกรุงเทพมหานคร จัดขึ้น เสร็จสมบูรณ์เป็นที่เรียบร้อยกับ ภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ ในหลวงรัชกาลที่ 9 มีขนาด 34*25 เมตร หรือขนาด 850 ตารางเมตร สูงราวตึกแถว 12 ชั้น ใช้เทคนิคที่เรียกว่า Wheat Pasting หรือ Put Up เป็นเทคนิคการแปะ โปสเตอร์โดยใช้กระดาษและกาวลาเท็กซ์ ซึ่งเป็นเทคนิคที่ศิลปิน Street Art นิยมใช้ ทีมงานใช่เวลาดำเนินงานทั้งหมด 17 วัน  คือในช่วงการลงสี 5 วัน (ระหว่างวันที่ 16 -20 มีนาคม 2560) โดยตัวแทนนักศึกษาจาก 5 สถาบัน กว่า 200 คน ได้แก่ มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาลัยช่างศิลป วิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ระยะเวลาในการติดตั้งงาน 12 วัน (ระหว่างวันที่ 1-12 เมษายน 2560) โดย 5 ศิลปิน Street Art ได้แก่ Mue Bon. Kanaet กิตตินนโท, TK31, ABI   “Art and Craft ศิลปิน-ศิลปลอม”  มิวเซียมสยาม ขอเชิญทุกคนมาปลดปล่อยพลังสร้างสรรค์ กระตุกต่อมอาร์ทรับเทศกาลสงกรานต์ กับการฉายภาพยนตร์จาก Documentary Club​เรื่อง “Art and Craft ศิลปิน-ศิลปลอม” สารคดีสุดบันเทิง(แต่เศร้าลึกT^T)ที่ไม่แค่พาเราไปนั่งข้างมาร์ค แลนดิสขณะก๊อบภาพ แต่ยังเจาะซึมซาบเข้าไปในสมองและชีวิตที่ไม่เคยมีใครสัมผัสมาก่อนของมือลอกขั้นเทพ (โดยเฉพาะในห้วงเวลาของการถูกนายทะเบียนจอมจับผิดวางแผนแฉ!)พบกันในวันที่ 15 เมษายน 2560 เวลา 18.30 น.