BOOKS

‘หน้ากากนักร้อง – ดร. สมเกียรติ’ สื่อเก่าในขวดใหม่ที่ไม่เข้าใจพฤติกรรมออนไลน์

เซ็งไปทั้งประเทศกับการยืดรายการ “The Mask Singer หน้ากากนักร้อง” ออกไปเฉลยแชมป์สัปดาห์หน้า ถือว่าตกม้าตายทำลายความไว้ใจของคนดู เชื่อว่าเมื่อวานแฟนๆจอแก้วเกาะจอรอลุ้นปรากฏการณ์ทีวีดิจิทัลที่เกิดขึ้นนานทีปีหน กับศึกยักษ์ชนยักษ์ “ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนเอเชีย ไทย พบกับ ซาอุฯ”ทางช่อง 7 และรอบชิงชนะเลิศของ “The Mask Singer หน้ากากนักร้อง”ทางชอ่งเวิร์กพอยท์ เคยเขียนถึง หน้ากากนักร้อง ไปครั้งหนึ่งแล้วถึงแง่ความสำเร็จและสุดยอดการตลาดที่ต้องยกนิ้วให้ว่าเป็นรายการวาไรตี้อันดับหนึ่งของไทยในนาทีนี้ เรตติ้งของเทปเมื่อวานทะลุเป้าทั่วประเทศ 13.244 กรุงเทพฯ 19.335 เขตเทศบาล 16.115 ชนบท 10.795 ซึ่งไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก แถมยอดผู้ชมไลฟ์ทะลุไปถึงช่วงพีคคือ 1.4ล้านวิวในการชมสด แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้แฟนเซ็งไปตามๆกันนั่นก็คือ การ “ลาก”รายการ ให้ยาวเกินความจำเป็น เพราะเมื่อเฉลยรองชนะเลิสแล้วว่าคือ “หน้ากากอีกาดำ” เอ๊ะ จิรากร ก็ใช้เวลาพูดคุยจนโปรยบอกแฟนๆว่าจะกลับมาเฉลยหลังข่าวพระราชสำนัก และเมื่อพอตัดเข้ารายการสด ก็ใช้เวลาพูดคุยกับหน้ากากอีกาดำอีกนาน และท้ายสุดเลือกที่จะไม่เฉลยโฉมหน้าของหน้ากากทุเรียนผู้ชนะประจำการแข่งขัน เรียกได้ว่าลากไปอีกอาทิตย์ได้อีกหนึ่งเทป กระแสวิจารณืถล่มไปที่ กันต์ กันตถาวร พิธีกรรายการซึ่งก็น่าเห็นใจว่าต้องทำตามสคริปต์ จริงๆถ้าย้อนไปดูรายการแพลทฟอร์มที่นำเข้าจากเกาหลีใต้ King Of Mask Singer ก็จะไม่มีการเฉลยผู้ชนะและนำผู้ชนะมาแข่งในซีซั่นถัดไป  The Mask Singer ทำคนดูอารมณ์ค้างและย้อนยุคไปแบบฉบับยืดยาวเหมือนสมัยละคร “คู่กรรม” รุ่นเบิร์ด ธงไชย ที่กว่าโกโบริจะตายก็ยืดไปได้ 2 สัปดาห์ ทั้งที่พฤติกรรมผู้ชมรุ่นใหม่เป็นไปในแบบ “รู้ทันที และ รอไม่ได้” ทำให้ภาพลักษณ์ความเชื่อมั่นของหน้ากากนักร้องที่จะโดดเด่นเอาชนะ The Voice ที่เริ่มกระแสซาลง เกิดความขาดความเชื่อใจของแฟนๆ ซึ่งต่อให้สัปดาห์หน้าแฟนๆจะรอชมโฉมหน้าหนากากทุเรียนแต่ก็เสียความรู้สึกไปเสียแล้ว อีกด้านที่สื่อเก่าตกม้าตายก็คือ ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล ที่คนยกย่องให้เป็นกูรูสื่อ แต่กลับพลาดในโลกออนไลน์ ที่โวยวายว่า ทำไมเว็บโพสต์ทูเดย์ถึงได้ศีลธรรมตกต่ำสุดขีด เมื่อมีโฆษณาชุดชั้นในแสดงขึ้นมาหน้าจอ  ทั้งที่โฆษณาแบบ adsense นั้นจะแรนดอมตามสิ่งที่เจ้าของเครื่องสนใจ ไม่ได้กล่าวหาว่าดร.สมเกียรติเข้าสู่เว็บไซต์อนาจารแต่อย่างใด อาจจะเข้าไปในเว็บซื้อของซื้อเสื้อผ้า และระบบคัดกรองแนะนำชุดชั้นในขึ้นมาให้ แต่การพยายามแก้ตัวแบบข้างคูๆในทวิตต่อๆมา สะท้อนภาพคนที่จะยกย่องจรรยาบรรณสื่อตัวเองโดยไปเหยียดทั้งเพื่อร่วมอาชีพ และไม่เข้าใจโลกออนไลน์ยุคใหม่   สองเรื่องนี้ดูจะเป็นคนละเรื่องเดียวกัน เพราะสะท้อนภาพว่าเมื่อสื่อเก่ายังไม่ก้าวพ้นพฤติกรรมเก่าๆ แม้จะข้ามสื่อมาอยู่ในสื่อใหม่ 

Read More

กทม. ชวนปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน

กรุงเทพมหานคร จัดกิจกรรม ปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน  'ปิดเพื่อโลก เปลี่ยนเพื่ออนาคต' ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2551 โดยปิดไฟที่ไม่จำเป็น เป็นเวลา 1 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 20.30-21.30 นาที   สำหรับกิจกรรมนี้ จะมี กิจกรรม 'ปั่นไปปลูก หรือร่วมกันปลูกเพื่อเปลี่ยน' ซึ่งเป็นกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์กลุ่มเขต ด้วยการรวมกลุ่มจักรยานปั่นเพื่อไปปลูกต้นไม้ตามสวนสาธารณะของกรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 13 ถึงวันที่  25 มีนาคม 2560  ทั้งนี้ กรุงเทพมหานคร ได้กำหนดจุดปิดไฟเชิงสัญลักษณ์ ที่ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เสาชิงช้า และสะพานพระราม 8 รวมทั้งรณรงค์การปิดไฟบนถนนสายหลัก และในต่างจังหวัดด้วย     


No Picture

"เจาะยางไม่ให้ตามทัน" วิเคราะห์กลยุทธ์ ทำไม Facebook เอาแต่ลอก Snapchat

ไม่ถึงอาทิตย์ที่ผ่านมา Facebook เพิ่ง เปิดตัวฟีเจอร์ Messenger Day ออกสู่ผู้ใช้งานทั่วโลก ซึ่งหากใครใช้ Instagram จะพบว่ามันเป็นฟีเจอร์แบบเดียวกับ Stories ของ Instagram และฟีเจอร์นี้ของ Instagram ก็ลอก Snapchat มาอีกที ตอนนี้หลายคนตั้งข้อสังเกตุแล้วว่าผลิตภัณฑ์ในเครือ Facebook หลังๆ นี้ ลอกฟีเจอร์ Snapchat แทบจะตลอด พี่ Mark Zuckerberg ทำแบบนี้ทำไมนะ? หมดมุขแล้วหรอลอกคนอื่นอยู่ได้?


No Picture

Facebook ออกเครื่องมือ Create React Native App สำหรับสร้างแอพ React Native อย่างง่าย

Facebook ได้เปิดตัวเครื่องมือ Create React Native App ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เริ่มต้นโปรเจค React Native ได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นโครงการที่ต่อยอดมาจาก Create React App นักพัฒนาหลายคนมักจะเลือกติดตั้งและคอนฟิก React Native ได้ ด้วย Create React Native App ผู้ใช้ไม่ต้องใช้ Xcode หรือ Android Studio โดยใช้งานร่วมกับ Expo ที่สามารถโหลดและรันโปรเจค CRNA ที่เขียนด้วย JavaScript ล้วน ๆ โดยไม่ต้องใช้โค้ดแบบเนทีฟเลย ขั้นตอนมีแค่การลงแพ็กเกจ create-react-native-app ในระบบ npm (ตัวจัดการแพ็กเกจของ Node.js) แล้วสั่ง create-react-native-app my-project ตามด้วย npm start ก็จะสร้าง React Native packager และพิมพ์ QR code จากนั้นเปิดในแอพ Expo เพื่อโหลด JavaScript ได้ทันที แล้วเรียกใช้งาน console.log เพื่อส่งต่อไปยัง Terminal โดยผู้ใช้จะสามารถใช้งาน React Native API รวมถึง Expo SDK มาตรฐานใด ๆ ก็ได้ แอพ Expo นั้นมี API ให้ใช้ในระดับหนึ่งอยู่แล้ว แต่หากว่าผู้ใช้ต้องการใช้งาน API นอกเหนือจากนี้ให้ใช้วิธี npm run eject แล้วไปทำต่อใน ​Xcode หรือ Android Studio ได้เลย ที่มา – Facebook , The Next Web Topics:  React Facebook


No Picture

ฉลามเขียว : ไม่ตายในวันสงกรานต์จะดีมั๊ย

ยุติการความตายในวันสงกรานต์ หรือต้องยุติวันหยุดยาวไปเลย เคยเขียนเรียกร้องหลายครั้ง  ตั้งแต่สมัยยังอยู่สื่อกระดาษ  เสนอให้ท่านนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้อำนาจของท่านไม่เก็บภาษีกล้องวงจรปิดติดหน้ารถยนต์  รวมทั้งกล้องวงจรปิดที่ติดบ้านเรือนประชาชน เฝ้าดูแลทรัพย์สิน เพราะพิสูจน์ชัดเจนแล้วว่าเป็นอุปกรณ์ที่มีประโยชน์มาก  เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนติดกล้องตัวนี้ แต่…..ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ไม่มีคำสั่งใดๆจากฟากรัฐบาลประเทศไทย กล้องวงจรปิดติดหน้ารถยนต์ทำให้คนทั่วไปได้เห็น ความรุนแรง ความน่าสะพึงกลัว ในวินาทีที่รถยนต์เกิดอุบัติเหตุ นี่ก็ใกล้วันสงกรานต์อีกแล้ว  อีกแค่ 30 วันเท่านั้น มหกรรมพากันออกไปตายบนถนนหลวงก็จะเกิดขึ้นอีก  ซ้ำซาก อนาถใจ  ในขณะที่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ของรัฐก็เหมือนจะหมดมุกเล่นแล้ว  ยิ่งมีมาตรการลดการตายบนถนนช่วงสงกรานต์ออกมามากมายหลายมาตราการ ตัวเลขการตาย ก็ไม่ได้ลดน้อยลง  กลับเพิ่มขึ้นอย่างน่าใจหาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  เป็นผู้ชายที่มีอำนาจมากที่สุดในประเทศไทยเวลานี้  ถ้าท่านใช้อำนาจในสิ่งที่ถูกก็จะเกิดคุณประโยชน์มากมายแก่ประชาชน วันนี้  นายฉลามเขียว ก็จะเขียนกระตุ้นท่านอีก ให้ใช้อำนาเพื่อลดจำนวนการตายของผู้คนบนถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2560 ให้ได้ ให้น้อยกว่าปีที่แล้วสัก 1 ศพก็ยังดี เช้าวันที่ 13 มี.ค.2560 มีเรื่องดีๆเกิดขึ้นเรื่องนึง  จึงขอนำมาขยายให้เกิดผลจริงจัง  ที่ผมสนับสนุนท่านก็เพราะท่านยื่นหนังสือเรียกร้องไปถึง  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  กับพี่ชายของท่าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ซึ่งหากผู้ชายสองคนนี้สนองด้วยการใช้อำนาจของท่านที่มีอยู่สั่งการ  ก็จะช่วยชีวิตผู้คนได้มาก คุณนิกร จำนง  ไปที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล  ยื่นหนังสือถึงท่านนายกฯ กับรองนายกฯ ประวิตร ผู้รับผิดชอบงานด้านจราจรของรัฐบาล คุณนิกรท่านเป็นอดีต รมช.คมนาคม ปัจจุบันเป็น “ประธานชมรมไทยปลอดภัย” ดังนั้นเมื่อท่านเคลื่อนไหวจึงมีสีสันและสื่อลงข่าวให้เยอะ  ฉลามเขียว ก็ขอโดดเข้าสนับสนุนท่านด้วย  โดยหลังยื่นหนังสือแล้ว คุณนิกรใ ห้สัมภาษณ์นักข่าว ว่า “สถานการณ์ผู้เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางท้องถนนในช่วงเทศกาลของไทยมีอัตราเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง  โดยเฉพาะวันหยุดยาวที่ประชาชนเดินทางไปต่างจังหวัดจำนวนมาก  คาดว่าช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้จะมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นจำนวนมาก  เนื่องจากช่วงสงกรานต์ในปี 2559 นั้นมีผู้เสียชีวิตจำนวน 442 คน เพิ่มขึ้นจากเทศกาลสงกรานต์ของปีก่อนกว่า 78 คน คิดเป็นร้อยละ 21.43 ขณะที่เทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตมากถึง 478 คน เพิ่มจากปี 2559 จำนวน 98 คนคิดเป็นร้อยละ 25.79 จังหวัดเป้าหมาย 10 แห่งที่ต้องเร่งเข้าไปกำกับดูแลเนื่องจากในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา มีอัตราผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางท้องถนนเพิ่มขึ้นสูง ได้แก่  จังหวัดพิจิตร เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 522.22% จังหวัดชลบุรี เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 186.51%  จังหวัดพิษณุโลก เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 111.04%  จังหวัดสุรินทร์ เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 83.33%  จังหวัดอุดรธานีเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 81.94% จังหวัดกรุงเทพมหานคร เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 71.67%  จังหวัดขอนแก่น เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 58.33% 8.จังหวัดนครราชศรีมา เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 57.45% จังหวัดบุรีรัมย์ เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 52.7%  จังหวัดกาญจนบุรีเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 48.48% ด้วยจำนวนผู้เสียชีวิตบนท้องถนนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงได้เข้ายื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรีและกระทรวงคมนาคม เพื่อเสนอนโยบาย “ลดสูญเสียมุ่งสู่ศูนย์” (Toward Zero Policy) ให้ทุกจังหวัดมีเป้าหมายลดการเสียชีวิตให้ได้มากที่สุด ร่วมกับแนวทางการ   “ลดเวลาจัดงานของจังหวัดต่างๆในช่วงหลังเที่ยงคืน” เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุจากการขับรถเร็วและการเมาสุรา   ตลอดจนกำหนดอัตราโทษแบบก้าวหน้าสำหรับผู้ที่กระทำผิดซ้ำซากช่วงเทศกาล  คุณนิกรกล่าวตบท้ายว่า   หากรัฐบาลยังไม่มีแผนควบคุมปัญหาดังกล่าวจะทำให้มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุปีละ 23,600 คนในอนาคต ผมอ่านแล้วขอชื่นชมนะครับ  เป็นการปรากฏตัวออกมาที่สวยงามมาก  ผมจึงขอมีส่วนร่วมในการสนับสนุน กระตุ้นให้ท่าน พล.อ.ประยุทธ์กับพล.อ.ประวิตร หันกลับมาดูปัญหาการตายบนถนนในช่วงสงกรานต์ได้แล้วครับ เพราะเหลืออีกแค่ 30 วัน ท่านรัฐมนตรีนิกร เสนอให้ลดเวลาจัดงานหลังเที่ยวคืนของจังหวัดต่างๆ  แต่ผมขอเสนออย่างคนซาดิสม์ เสนอให้ท่านพล.อ.ประยุทธ์ใช้อำนาจที่ท่านมีอยู่อย่างช็อก ออกคำสั่งนายกรัฐมนตรี ยกเลิกการหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ ก่อนนี้ทุกปีสงกรานต์บ้านเราก็ให้หยุดกันวันเดียวในวันที่ 13 เมษายนเท่านั้น กระทั่งท่านนายกรัฐมนตรี พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ให้บวกวันผู้สูงอายุ วันครอบครัว เข้าไปด้วย กลายเป็นหยุดยาว 3 วัน 13-14-15  เมษายน คนระดับชาวบ้านที่ชื่นชอบผู้สูงอายุ ชื่นชอบการได้กลับบ้านเกิด  พบพ่อแม่ปู่ย่าตายายลุงป้าน้าอา พบเพื่อนเก่าสมัยเรียนก็ชอบใจ แต่ “พวกขี้เมา” ได้พากันทำลายความดีงามนี้ลงเสียยับเยิน   ผมจึงเกิดความคิดขอเสนอให้ท่านพล.อ.ประยุทธ์…


ฉลามเขียว : ใครท้านองเลือดกับพลเอกประยุทธ์

โลกใบนี้ไม่เคยมีเผด็จการที่ทำให้ชาติบ้านเมืองนั้นเจริญรุ่งเรือง เพราะโลกศิวิไลซ์ไม่คบไม่ค้า ใช้มาตรการทางเศรษฐกิจเป็นเครื่องมือกดดันบีบคั้นให้คืนประชาธิปไตย     ความไวของสื่อโซเซียลก็มีจุดบอด ตรงที่ไม่ครอบคลุม  คว้ามาหนึ่งประเด็น ลืมอีกประเด็นไปอย่างน่าเสียดาย  เมื่อวันศุกร์ 9 มีนาคม 2560 ขย้ำกันอยู่ประเด็นเดียว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พูดเป็นการถามประชาชนว่า ถ้าจะขึ้น VAT เป็น 8 % รับได้มั๊ย  การขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มอีกแค่ 1 เปอร์เซ็นต์จะทำให้รัฐบาลมีรายได้เพิ่มทันทีอีก 1 แสนล้านบาท เพื่อเอาเงินมาทำสิ่งที่ประชานเรียกร้อง สื่อโซเชียลกระหน่ำประเด็นนี้ประเด็นเดียว ขณะที่เว็บไซต์ของสื่อกระแสหลักก็ขย้ำประเด็นนี้  และระอุแดดเดือนมีนาคมเป็นยิ่งนัก เมื่อวันรุ่งขึ้นศุกร์ 10 มีนาฯ พล.อ.ประยุทธ์ซัดสื่อกระแสหลัก “น่ารังเกียจ” เพราะมีสำนักพาดหัวข่าวว่าพล.อ.ประยุทธ์จะขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ความไวแห่งโซเชียลที่ไวเป็นวินาที นี่แหละเป็นจุดบอด เพราะได้ละเลยคำพูดสำคัญของพล.อ.ประยุทธ์ไปอย่างน่าเสียดายที่สุด วันนี้คิววิเคราะห์ข่าว จึงยกประเด็นนี้ขึ้นชู ใคร…คือคนที่บังอาจท้านองเลือดกับพลเอกประยุทธ์ “วันนี้ไม่ว่าจะทำอะไรผมต้องท่องพุทโธ เพื่อทำอะไรช้าลง และมีสติรอบคอบ ยับยั้งชั่งใจ วันนี้อาจยังไม่มีความเข้าใจ ต่อต้านอยู่บ้าง  ผมไม่สามารถควบคุมได้  แม้จะเข้ามาแบบนี้  เพราะทุกคนเป็นคนไทย ไม่ว่ากลุ่มใด จึงขออย่าบิดเบือน ย้ำ…วันหน้าต้องเป็นประชาธิปไตย ที่ผ่านมามีความวุ่นวายปล่อยปละละเลย และไม่เคารพกฎหมาย ใช้วิธีการแก้ปัญหาแบบเดิมไม่ได้อีกแล้ว ต้องยุติความขัดแย้งให้ได้ โดยกฎหมายต้องยังอยู่  อย่าล้มกฎหมายของประเทศ  ล้มไม่ได้  ถ้าไม่มีกฎหมายเลย  ละเว้นหรือละเลย ประเทศล้มหมด อย่ามาข่มขู่ว่าไม่เดินตามโรดแม็ปแล้วประเทศจะนองเลือด ไอ้คนพูดอย่างนี้อย่าให้มีที่ยืน …” พล.อ.ประยุทธ์ พูดที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ปราจีนบุรี 9 มีนาคม 2560 ไอ้คนนี้คือใคร คือใคร…ที่บังอาจท้าจะนองเลือดกับพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งตัวผม นายฉลามเขียว อ่านหลายรอบแล้วมโนว่า ไม่ใช่เรื่องเหลวไหล พล.อ.ประยุทธ์ท่านไม่ได้พูดอย่างกลอนพาไปแน่นอน  ก็เพราะตัวผมก็รู้ว่า “งานข่าวกรอง” ของท่านนายกรัฐมนตรีแม่นยำมาก แม่นยำมาตลอด การที่ท่านพูออกมาอย่างนี้ตัวผมถอดรหัสลับออกมาเองว่า “มีคนเคลื่อนไหว” ไม่ใช่แค่การพูดธรรมดาๆ เพราะถ้าพูดธรรมดาคนอื่นๆอีกหลายคนก็พูด โดยเฉพาะพวกนักข่าว เวลาโทรศัพท์คุยกัน หรือส่ง Line คุยกันประเด็นการเมือง  เมื่อวกเข้า  ประเด็น ยังไม่มีเลือกตั้ง  ประเด็นไม่เป็นไปตามโรคแม็ป  ก็ต้องถามกันว่า จะมีนองเลือดมั๊ย ผู้คนจะลุกฮือมั๊ย พวกเศรษฐีไทยที่กำไรหดหายธุรกิจเจ๊งเพราะมันจะ 3 ปีแล้ว จะทนต่อไปมั๊ย มันเป็นหัวข้อสนทนาปกติขอคอการเมืองสายฮาร์ดคอร์ เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เอาประเด็นนองเลือดมาพูด จึงย่อมไม่ใช่แค่ท่านได้ยินว่ามีคนพูด แต่มันต้องมากกว่านั้น เพราะคำของท่านต่อเนื่องที่บอกว่า ไอ้คนพูดอย่างนี้อย่าให้มีที่ยืน….. ไอ้คนนี้คือใคร ต้องเป็นคนที่มีพละกำลังทางการเมืองสิ ไม่เช่นนั้นคนระดับหัวหน้ารัฐบาลไม่เอามาพูดถึงหรอก ตัวผมนักข่าวในสื่อออนไลน์ขอขอบคุณท่านพล.อ.ประยุทธ์ ที่นำประเด็นนี้มาพูด ทำให้ได้รู้ว่ามันมีจริง ไม่ได้มีแค่ในมโนของพวกนักข่าวเท่านั้นว่า  มันมีคนมีปฏิกิริยาอยู่นะ  ซึ่งมี ..


No Picture

Gmail มีระบบส่วนเสริม Add-ons แล้ว เขียนครั้งเดียวใช้งานได้ข้ามแพลตฟอร์ม

กูเกิลเปิดตัวฟีเจอร์ส่วนเสริม Add-ons ให้กับ Gmail โดยเขียนครั้งเดียว ใช้งานได้ทั้ง Gmail บนเว็บ และบนแอพเวอร์ชัน Android/iOS ส่วนเสริมเหล่านี้ต้องเขียนด้วย Apps Script ภาษาสคริปต์ของกูเกิลเองที่ดัดแปลงมาจาก JavaScript และถูกใช้สำหรับสร้างส่วนเสริมของ Google Docs/Drive อยู่ก่อนแล้ว ตัว UI ของส่วนเสริมจะใช้แนวคิด “Card” แบบใหม่ที่นำไปผนวกรวมกับ UI ส่วนอื่นได้ง่าย ตอนนี้ Gmail Add-ons ยังอยู่ในขั้น Developer Preview เปิดให้ทดสอบในวงปิด โดยมีส่วนเสริมจากบริษัทดังๆ อย่าง Intuit QuickBooks (สร้างใบแจ้งหนี้จาก Gmail ตัวอย่างตามภาพ) และ Salesforce (เชื่อมระบบ CRM) จากนั้นจะเปิดให้ลูกค้า G Suite ใช้งานภายในปีนี้ ที่มา – G Suite Developers Topics:  Gmail Extension G Suite Google


นักเคลื่อนไหวออนไลน์ กับความตายแบบ 4G

“สมัยผมทำก็เลือกเอาสิ่ง ที่ได้รับความสนับสนุนจากประชาชน ไม่เลือกเอาเรื่องแหลมคมโดยไม่จำเป็นก่อน หรือเรื่องที่มันไกลตัว หรือเรื่องที่สังคมเค้าไม่เห็นด้วย ทุกคนมีความคิดเป็นของตัวเอง ก็รับผิดชอบความคิดของตัวเอง ขณะเดียวก็รับผิดชอบกับยุทธวิธี การเคลื่อนไหวของตัวเอง” ศาสตราจารย์ธีรยุทธ บุญมี ในฐานะนักกิจกรรมรุ่นพี่ อดีตเลขา สนนท.ช่วงเหตุการณ์ 14 ตุลา แสดงความคิดเห็นต่อการเคลื่อนไหวของไผ่ ดาวดิน หลังถูกอัยการสั่งฟ้อง ตามความผิดมาตรา 112 กรณีแชร์พระราชประวัติ รัชกาลที่ 10 จากเฟสบุ๊ค บีบีซีไทย ธีรยุทธ แนะ ไผ่ ดาวดิน ควรเคลื่อนไหวประเด็นที่ประชาชนสนับสนุน ไม่ไกลตัว และไม่แหลมคมจนเกินไป pic.twitter.com/Y5VCGhW6ij — Attachai MK (@Plasiw_mk) March 10, 2017 แม้ปัจจุบัน ไผ่ จะเป็นเพียงผู้ต้องหารายเดียวที่ถูกดำเนินคดี จากการแชร์บทความดังกล่าว ในจำนวนผู้แชร์ทั้งหมดหลายพันคน และรัฐบาลเองก็ยังไม่มีการเรียกดำเนินคดีกับ บีบีซีไทย แต่อย่างใด หลายคนยังคงเคลื่อนไหวต่อไปเพื่อเรียกร้องสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และต่อสู้กับสิ่งที่พวกเขานิยามว่า เป็นความลักลั่นของกฎหมาย ขัดต่อ Rules of Law ซึ่งเป็นหลักกฎหมายสากล แต่การเคลื่อนไหวบนโลกออนไลน์ของไผ่ เกิดเป็นกระแสแบบไฟไหม้ฟางได้ไม่กี่สัปดาห์ เชื้อเพลิงที่ว่าด้วย “Rule of Law” มันไกลตัวคนไทย และ “เสรีภาพในการแสดงออก” ก็ดูจะมอดไหม้และสำคัญน้อยกว่า “เรื่องปากท้อง” อย่างกระแสการใช้งบประมาณปี 60 ซื้อเรือดำน้ำ หรือการโยนหินถามทางปรับขึ้น VAT 1% ของนายกฯ ที่กลายเป็น Talk of The Town อย่างรวดเร็วและยาวนาน ประกอบกับการ ใช้อำนาจแบบเบ็ดเสร็จในระบอบเผด็จการทหารก็ทำให้นักเลงคีย์บอร์ด เบนเข็มไปสนใจประเด็นอื่นที่มีความเสี่ยงน้อยกว่า และสร้างกระแสดราม่าซับซ้อนให้ติดตามกันได้มากกว่า แต่ใช่ว่าการเคลื่อน ไหวบนโลกออนไลน์จะล้มเหลวไปทั้งหมด. ในช่วงระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมา มีหลายประเด็นที่พลังจากโลกออนไลน์ และภาคประชาชน ขับเคลื่อนจนเกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรม เช่น การขอให้ตั้งคณะกรรมการกลางเพื่อควบคุมค่ารักษาพยาบาลโรงพยาบาลเอกชนที่แพงเกินจริง ตั้งแต่ปี 2558 จนกระทั่ง สนช. มีมติเห็นชอบให้แก้ไข พ.ร.บ.สถานพยาบาล 3 วาระรวด เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2559 หรือ กรณีน้องคาร์เมน ที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง มีคำให้นายกอร์ดอนเลค คู่รักเกย์ชาวอเมริกัน ได้สิทธิเป็นผู้ปกครอง มาจากแม่อุ้มบุญ เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2559 หลังต่อสู้มานานกว่า 1 ปี ซึ่งทั้งสองเรื่องนี้ ตอบโจทย์สังคมในประเด็นพื้นฐาน อย่างไม่มีใครกล้าคัดค้าน นั่นคือ สุขภาพ และจริยธรรม บนโลกออนไลน์ที่ ทุกอย่างถูกขับเคลื่อนด้วยความไวแบบ 4G กระแสที่เป็นความสนใจของคนในสังคม สามารถเปลี่ยนได้เพียงชั่วข้ามคืน แถมยังเต็มไปด้วยนักเคลื่อนไหว เน็ตไอดอล นักสืบ และเพจที่บางครั้งก็เป็นสนามรบไซเบอร์ หรือ บางครั้งก็เป็นร้านค้า ป้ายโฆษณาแบบแนบเนียน ต่างพยายามผลักดันสังคมไปตามทิศทางที่ตนได้ประโยชน์ จนหลายประเด็นที่เคยได้รับความสนใจถูกมองข้ามไปตามกระแสใหม่ๆ เช่น ทุกวันนี้หลายคนคงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสุดท้าย “คดีน็อตกราบรถ จบลงอย่างไร?” “ลูกนายพลที่ถูกซ้อมในร้านมาลีน สกาย ยังต้องรับการรักษาอีกหรือไม่?” หรือแม้กระทั่ง “อาเดม-ยูซุฟู เป็นแพะ หรือผู้ก่อการร้าย ในคดีระเบิดราชประสงค์?” ทั้งที่ ช่วงเวลานั้น ตนคือนักเคลื่อนไหวตัวยงเพื่อเรียกร้องสิทธิให้ผู้ถูกกระทำให้คดีเหล่านี้ก็ ตาม   ว่าไปแล้ว ความเคลื่อนไหวบนโลกออนไลน์ ก็เหมือนเหรียญ 2 ด้าน และเป็นได้ทั้งดาบ 2 คม ด้านดี ความง่ายและไวต่อการสร้างกระแส แต่อีกด้านหนึ่ง ก็เสี่ยงต่อกระแสตีกลับ และข้อจำกัดทางกฎหมาย เป็นสิ่งที่ผู้เคลื่อนไหวต้องประเมิน ผลได้-เสีย ที่จะเกิดขึ้น จากความรวดเร็วของการส่งต่อข้อมูลข่าวสาร เพราะคุณอาจจะเป็น ฮีโร่ หรือ จำเลยสังคม ภายในชั่วข้ามคืน….