BOOKS

ฉลามเขียว : กลัวพลเอกประยุทธ์ใจฝ่อ

อ่อนไหวยิ่ง เปราะบางนัก สถานการณ์ไล่ล่าตามจับ ธัมมชโย  มาดำเนินคดีตามกฎหมายรับของโจรกับฟอกเงิน ของ “กรมสอบสวนคดีพิเศษ” เมื่อเดินมาถึงวันที่ 5 ของปฏิบัติการ ตอนสายๆ 20 ก.พ.2560  นายฉลามเขียว ก็ใจหายวาบ  เมื่อมีเลือดของพระสงฆ์ธรรมกายไหลออกมาแล้ว  เป็นสีแดง  ผมก็กลัวจับจิต  กลัว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะใจฝ่อซะก่อน แต่เมื่อตรวจสอบข่าวละเอียดแล้ว หลายคนแวดล้อมท่านพูด ทำให้ผมมั่นใจ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ฝ่อแน่นอน ไก่อู  พล.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด เป็นโฆษกรัฐบาล  แม้คำแถลงของโฆษก  ไม่หนักแน่นเท่าได้ยินจากปากของพล.อ.ประยุทธ์เอง แต่ก็เชื่อว่า  ฮิ้นมาจากพล.อ.ประยุทธ์ ผมจึงเชื่อว่า นี่คือสัญญาณชัดเจน…พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ใจฝ่อ “หลักการสำคัญในเรื่องนี้คือการบังคับใช้กฎหมายต้องดำเนินการอย่างจริงจัง ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นจุดที่เรียกว่าเป็นลัทธิตัวอย่าง ที่กฎหมายไม่สามารถเข้าไปดำเนินการได้  เราจะยอมให้เป็นอย่างนั้นไม่ได้ ทุกพื้นที่ต้องสามารถบังคับใช้กฎหมายได้ และที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ก็ระมัดระวังอย่างยิ่งในการปฏิบัติการ เพราะเป็นเรื่องที่อ่อนไหว นายกฯยังพูดในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินเชิงยุทธศาสตร์วันนี้ ว่าหลายคนบอกว่าเข้าใจแล้วว่าประเด็นวัดพระธรรมกายเกิดจากอะไร แต่อยากให้บังคับใช้กฎหมายให้เสร็จสิ้น สะเด็ดน้ำโดยเร็ว แต่พอเจ้าหน้าที่เริ่มปฏิบัติคนเดิมก็มาบอกว่าต้องระมัดระวัง เพราะเป็นเรื่องอ่อนไหว อย่าให้กระทบกระทั่งกัน  เพราะฉะนั้น หากจะฟังคำพูดแล้วเหมือนเข้าใจ แต่ในทางปฏิบัติมันค่อนข้างลำบาก ขอประชาชนอย่าเป็นห่วงเรื่องนี้ นายกฯกำชับอยู่แล้ว ทั้งตำรวจ ดีเอสไอ ให้มีความยืดหยุ่นในการปฏิบัติหรือบังคับใช้กฎหมาย ขณะเดียวกันต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดการปะทะ” ตัวผมเคยเขียนไว้ว่า จะยังไม่เขียนเรื่องราวของธรรมกาย แม้ว่าตัวผมจะเพิ่งเขียนในชื่อเรื่อง โค่นลัทธิล่อลวงบริจาคเงินมโหฬารในไทยพุทธ  เมื่อวันที่ 13 ก.พ.2560  ห่างมาแค่ 3 วัน 16 ก.พ.2560 ท่านนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ ก็ใช้อำนาจมาตรา 44 ยึดวัดธรรมกายเป็น “ พื้นที่ควบคุมพิเศษ ” ส่ง เจ้าหน้าที่เข้าปิดล้อม สั่งให้คนออกจากวัด  คนนอกเข้าไม่ได้  เพื่อตามหาธัมมชโย ผมเขียนล่วงหน้า 3 วันยังกะรู้  แต่ทำไมผมยังไม่เขียนรประเด็นยึดวัดด้วยเหตุผล 2 ประการ  1.ไม่แน่ใจว่าธรรมกายเป็นลัทธิล่อลวงบริจาคเงินมโหฬารรึไม่ 2.ไม่แน่ใจว่าการยึดวัดธรรมกายเป็นงานโชว์รึไม่  บัดนี้ ผมแน่ใจแล้วว่า ธรรมกายไม่ใช่ลัทธิล่อลวงบริจาคเงิน  และไม่ใช่งานโชว์ของรัฐบาล  แต่พล.อ.ประยุทธ์ ทำเพื่อสะสางให้พุทธศาสนาผ่องแพ้ว  ตัวผมจึงถึงโอกาสเขียนเรื่องนี้  …เขียนเพื่อให้กำลังใจพล.อ.ประยุทธ์ วันนี้ผมขอเขียนหนังสือเชียร์ พล.อ.ประยุทธ์ อย่างเต็มๆเลยนะครับ คำพูดง่ายๆของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร เมื่อเช้า 20 ก.พ.2560 “ วัดธรรมกายไม่ได้อยู่เอกเทศ แต่ขึ้นอยู่กับมหาเถรสมาคม”   นั่นทำให้เราคนไทยพุทธเข้าใจได้อย่างลึกซึ้ง  โดยทันที ขณะที่ “สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ ” รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมก็ได้พูดออกมาว่า จับธัมมชโยได้หรือไม่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญแล้ว แต่มันสำคัญอยู่ที่ว่า มหาเถรสมาคมต้องช่วยแก้ปัญหาด้วย พระพุทธศาสนาในประเทศไทยอ่อนแอลง จนเกิดสำนัก เกิดลัทธิประหลาดๆขึ้นมากมาย  เพราะ มหาเถรสมาคมอ่อนแอรึไม่ เป็นประเด็นที่คนไทยจะได้ถกเถียงกันต่อไป  ถ้าเห็นว่ามหาเถรสมาคมปวกเปียก  แล้วฝ่ายทางโลก  ที่ประกอบด้วย  ไทยพุทธ  ผู้ถืออำนาจรัฐ จะช่วยกันประคองมหาเภรสมาคมให้กลับมาเป็นองค์กรที่มีพลังอำนาจคุมภิกษุสงฆ์ได้จริง ได้อย่างไร    ตัวผมเห็นว่า วัดธรรมกาย   คงทำกิจกรรมทางศาสนาเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้อีก  ธัมมชโย ถ้าเจ้าหน้าที่รัฐเจอตัวเมื่อไหร่ก็จับดำเนินคดี  ที่เชื่ออย่างนี้เพราะผมมั่นใจว่า  พล.อ.ประยุทธ์จะไม่ยกเลิกคำสั่งมาตรา 44 ให้วัดธรรมกายเป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษ   คำสั่งนี้เป็นกฎหมาย  เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ไม่สั่งยกเลิกมันก็จะอยู่เป็นกฎหมายตลอดไป  ถ้านักการเมืองเข้ามาเป็นรัฐบาลประชาธิปไตยจะยกเลิก  ก็ต้องออกเป็นพระราชบัญญัติ  ซึ่ง…ยาก ผมขอให้พล.อ.ประยุทธ์ยึดวัดพระธรรมกายไว้อย่างนี้ตลอดไป  แล้วให้เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี เข้าไปเป็นผู้บริหารจัดการนำพื้นที่วัด 2,000 ไร่มาใช้ในกิจการพุทธศาสนา  รวมทั้งตึกรามมากมายนั้น จะแบ่งสักส่วนเป็นที่ทำงานของมหาเถรฯก็คงจะดูดี ขณะนี้ พื้นที่ทั้งหมดของวัดธรรมกายอยู่ภายใต้อำนาจของพล.อ.ประยุทธ์  เมื่อไม่ใจฝ่อก่อนแน่นอน  ก็ขอให้ท่านนายกฯเดินหน้าสะสางให้จบ 1.ตั้งด่านตรวจถาวรทุกประตูตลอด 24 ชั่วโมง อย่าให้อาหารเข้าไป  อย่าให้คนเข้าไป 2.จงรู้ว่าสิ่งที่จะทำให้พล.อ.ประยุทธ์แพ้ทันทีคือ มีการปะทะ มีสถานการณ์เลือดเปื้อนจีวร  ก็จงกำชับเจ้าหน้าที่ของท่าน…อย่าหลงกลปะทะ 3..จัดตั้งคณะสงฆ์ชุดใหม่ขึ้นมาบริหารวัด 4.กอบกู้มหาเถรสมาคม   ฉลามเขียว 20 กุมภาพันธ์ 2560   ข่าวที่เกี่ยวข้อง  

Read More

ถ่านหินสะอาด ข้ออ้างหรือทางออก?

การประกาศเดินหน้าโรงไฟฟ้าถ่านหินที่กระบี่จุดชนวนให้เกิดการถกเถียงกันใหญ่โตถึงความเหมาะสมของการใช้ถ่านหินผลิตไฟฟ้า และทางเลือกอื่นๆที่น่าจะสร้างสรรค์ทันโลกกว่านี้ รัฐบาลยืนยันว่าจะใช้ “ถ่านหินสะอาด” แต่ถ่านหินสามารถเป็นแหล่งพลังงานสะอาดได้จริงหรือ นี่คือข้ออ้างหรือทางออกที่สวยงามกันแน่? [ View the story “ถ่านหินสะอาด ข้ออ้างหรือทางออก?” on Storify ]  


ฉลามเขียว : พล.อ.ประยุทธ์ถอยเถอะ

การลอบสังหาร Kim Jong Nam น่าสนใจเพราะมันเกิดใกล้บ้านเรา  ส่วนในไทย โรงไฟฟ้าถ่านหินก็ยังเป็นสงครามตำใจผู้มีอำนาจต่อไป และแม้จะอยู่ในระบอบการปกครองเผด็จการ  สิทธิชุมนุมอย่างสงบปราศจากอาวุธก็ควรจะมี   เผด็จการ อำมหิตโคตร  ฆ่าได้แม้กระทั่งพี่ชายตัวเอง เพียงเพื่อปกป้องอำนาจ หรือเพียงเพื่อยุติความรำคาญ กระผม นายฉลามเขียว  ไม่รู้ภาษาอังกฤษ แต่เป็นคนชอบอ่านข่าวต่างประเทศ  โดยเฉพาะข่าวต่างประเทศของสำนัก Voice TV จะอ่านทุกข่าว  ในลักษณะติดอย่างงอมแงม  จึงมีความดีใจและแช่มชื่นเป็นอย่างมากที่สื่อไทยอีกหลายๆสำนักเล่นข่าว ลอบสังหาร นาย Kim Jong Nam พี่ชายต่างแม่ของ  Kim Jong Un ลูกชายของ Kim Jong Ill คนที่กำลังเป็นประธานาธิบดีประเทศเกาหลีเหนืออยู่ในเวลานี้  ปกครองด้วยระบอบเผด็จการ อยู่ใต้การนำของพรรคการเมืองเดียว  Labour Party ร่วมกับกองทัพ ในสไตล์ชาตินิยมสุดโต่ง เผด็จการตัวบุคคลน่าเกลียดน่าชัง  น่ากลัว  เป็นชาติเดียวในโลกที่เหลืออยู่  ชาติศิวิไลซ์อื่นๆไม่คบไม่ค้าด้วย เกาหลีเหนือ ว่าไปแล้วเรื่องราวทุกเรื่องที่เกิดขึ้นถือว่า  ไกลตัวเรามากคนไทยไม่ค่อยจะใส่ใจ  แต่การลอบสังหาร Kim Jong Nam น่าสนใจเพราะมันเกิดใกล้บ้านเรา  ลงมือฆ่าในสนามบินนานาชาติแห่งที่ 2 กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย  เมื่อตอนเช้า 13 ก.พ.2017 ขณะที่จอง นาม กำลังเดินไปที่เคาน์เตอร์จะเช็คอินขึ้นเครื่องบินพาณิชย์ไปลงมาเก๊า ประเทศจีน กลับไปหาเมียคนที่ 2 กับลูก ข่าวของสื่อมวลชนที่ออกมาตอนแรกบอกว่า  นักฆ่าสาว สายลับเกาหลีเหนือ 2 นาง จิ้มด้วยเข็มพิษ แต่ต่อมาข่าวเปลี่ยนเป็นว่า ฉีดสารพิษใส่หน้า ทำลายดวงตา และตายบนรถ Ambulance ขณะนำส่งโรงพยาบาล  แต่จนป่านนี้แม้การชันสูตรศพเสร็จสิ้นแล้วรัฐบาลมาเลเซียก็ยังไม่เปิดเผยแก่คนทั่วโลกว่า ลอบฆ่าด้วยวิธีใด  สารพิษคืออะไร ปล่อยให้เป็นปริศนาดำมืด  และปฏิเสธคำขอของเอกอัครราชทูตเกาหลีเหนือประจำกรุงกัวลาลัมเปอร์ ที่ขอศพจองนามกลับบ้าน 24 ชั่วโมงหลังการตาย  ตำรวจมาเลเซียแถลงข่าวว่า จับนักฆ่าสาวได้แล้ว  คนแรกจับในสนามบิน  ถือพาสปอร์ตเวียดนาม ต่อมาก็จับชายหนุ่มมาเลเซียได้อีก 1 คน  พร้อมจับสาวอินโดนีเซีย แฟนของหนุ่มมาเลย์ได้อีก 1 คน รวมเป็น 3 ขณะที่ทุกอย่างคลุมเครือ  เมื่อตอนเช้า 18 ก.พ.2017 ก็มีข่าวใหม่ครึกโครมออกมาว่า สาวอินโดฯ อายุ 26 นาง Siti Aisyah ให้การแก่ตำรวจมาเลเซียที่สอบสวนเธอว่า  เธอไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำลงไปคือ การลอบสังหาร  และไม่รู้ว่าเหยื่อของเธอเป็นใคร เพราะเธอถูกล่อลวงว่า  ให้ร่วมรายการเกมโชว์ออกทีวี  ประเภทซ่อนกล้องแอบถ่ายแกล้งผู้คน  โดยผู้จ้างวานบอกว่าจะให้เงิน และช่วยเหลือเธอได้ไปทำงานที่ประเทศจีน ให้เธอฉีดสเปรย์น้ำที่เป็นฝอยๆใส่หน้าผู้ชายคนนี้  ขณะเดินอยู่ในสนามบิน Siti Aisyah claims she was being paid to spray water into men's faces as part of Just For Laughs TV programme and had no idea the spray had been laced with poison. คำให้การของ นาง Siti Aisyah น่าเชื่อถือมั๊ย  เพราะว่าคนระดับ “รองประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ” แถลงข่าวแก่สื่อมวลชนด้วยตัวเอง 17 ก.พ.2017 ว่า  เธอถูกหลอกให้หลงว่ากำลังเล่นเกมโชว์ซ่อนกล้องเอาไปออกทีวี  เธอไม่ใช่สายลับสาว  ไม่ใช่นักฆ่า   เพราะถ้าเธอเป็นสาวสายลับนักฆ่าจริง  ไม่มีทางที่จะหาเธอเจอได้ง่ายขนาดนี้ Vice President Jusuf Kalla said that she “was duped to believe she was playing a game”, which he described as “a reality show” where people use “hidden or remote cameras”


No Picture

สนช.เคยติงส.ส.โดดสภา แต่วันนี้กลับทำพฤติกรรมที่ไม่ต่างกัน!

จากกรณีเมื่อวันที่ 5 ก.พ. 60 โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ 'ไอลอว์' เปิดเผยผลการตรวจสอบผ่านทางเว็บไซต์ เกี่ยวกับการเข้าประชุมของสมาชิก สนช


ฉลามเขียว : โรงไฟฟ้าถ่านหิน – ศึกที่ผู้ครองอำนาจจะแพ้

แม้เรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินจะเป็นเหมือนเรื่องของคน 2 อำเภอ แต่ปัญหาใหญ่กว่านั้น เพราะมีเรื่องราวที่จะทำให้ประเทศไทยและประชาชนไทยสูญเสียผลประโยชน์มโหฬาร   ฟันธงเลยรึ ฉลามเขียว…กล้าหาญถึงขนาดเขียนฟันธงว่า ผู้ครองอำนาจจะพ่ายแพ้ในสงครามสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเลยเชียวรึ  ไม่อย่างนั้นมั้ง  เพราะเรื่องนี้แม้ขณะนี้จะมีม็อบมาอยู่ที่หน้าทำเนียบรัฐบาลแล้ว  แต่ก็วงแคบ  ไม่ได้เกี่ยวข้องกับประชาชนส่วนใหญ่เป็นมวลรวมทั่วประเทศ ก็ตอบเลยนะครับว่า  การเอา ฮ.กองทัพบก ไปล่าสัตว์ที่ป่าทุ่งใหญ่รเรศวร แล้ว ฮ.ตกที่บางเลน ซากสัตว์เกลื่อนประจาน ตอนแรกก็เรื่องเล็กๆ  และสื่อมวลชนก็มีแค่หนังสือพิมพ์กระดาษ ไม่มีสื่อโซเชียลออนไลน์เป็นรายวินาทีของประชาชนทุกคนอย่างทุกวันนี้  แต่เหตุการณ์นั้นก็เป็นจุดเริ่มต้นให้คนไทยทั่วประเทศลุกฮือขึ้นมา โค่น “ ระบอบการปกครอง ถนอม-ประภาส-ณรงค์ ” ลงไปอย่างราบคาบ…และทำให้ประชาชนไทยป็นใหญ่ในแผ่นดินอยู่ได้แป๊บนึง 3 ปี จาก 14 ตุลาคม2516 ถึง 6 ตุลาคม 2519 ประชาชนก็สิ้นอำนาจ  เผด็จการทหารกลับมาอย่างอำมหิตกว่าเก่า ผมนายฉลามเขียว วันนี้ควรจะเขียนเรื่อง ใช้อำนาจมาตรา 44 ยึดพื้นที่วัดธรรมกาย  เป็น “เขตควบคุมพิเศษ” เพื่อไล่ล่าตามจับ “ธัมมชโย” เพราะผมเพิ่งจะเขียนไปให้ท่านโค่นลัทธิล่อลวงบริจาคเงินมโหฬารในไทยพุทธ  แต่ผมยังไม่เขียนเรื่องนี้นะครับ เพราะ หนึ่งละ ผมไม่แน่ใจว่าธรรมกายเป็นลัทธิล่อลวงบริจาคเงินมโหฬารรึไม่  สองละ ผมยังไม่แน่ใจว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นเป็นงานโชว์ที่ซับซ้อนเกินกว่าที่เราได้เห็นแก่ตาจากสื่อมวลชนรึไม่ ยึดธรรมกาย  รอแป๊บค่อยเขียนก็ได้….. วันนี้ผมเห็นศึกสงคราม   …ในเหตุการณ์ที่ประชาชนชาวกระบี่กับสงขลา ยกเข้ามาชุมนุมอยู่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อต่อต้านไม่ให้รัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  สร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่อำเภอเทพา สงขลา กับอำเภอเหนือคลอง กระบี่ ใช่ครับ  ถ้าหากมองอย่างผิวเผินมันก็แค่เรื่องของคนสองอำเภอ  ขณะที่ประเทศไทยกว้างใหญ่ไพศาลมาก  คนจังหวัดอื่นไม่รับรู้ด้วยหรอก  นั่นก็อาจจะเป็นมุมมองที่ถูก แต่ผมมองเห็นปัญหาที่ใหญ่กว่านั้น เพราะผมได้อ่านจากข้อเขียนของ “ม.ล.รุ่งคุณ กิติยากร” นักเคลื่อนไหวเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน ชื่อเรื่อง…   ไม่เรียกว่า ‘ทรราช’ แล้วจะให้เรียกว่าอย่างไร ผมอ่านแล้วตะลึง…. เพราะได้มีการผูกโยงเอาหลายเรื่องราวที่จะทำให้ประเทศไทยและประชาชนไทยสูญเสียผลประโยชน์มโหฬาร มารวมไว้  ทั้งเรื่อง การจะยอมให้ประเทศจีนระเบิดแก่งหินกลางแม่น้ำโขง  ที่อาจจะส่งผลเสียใหญ่ถึงขนาดที่ทำให้ไทยเสียดินแดน หากทางน้ำในแม่น้ำโขงเกิดเปลี่ยนมากัดเซาะแผ่นดินไทย หงอจีน….เพราะโลกตะวันตกกับอเมริกา ไม่ยอมรับ  มีคบ  ระบอบการปกครองเผด็จการทหาร จะเป็นตัวเร้าหัวใจคนไทยฝ่ายประชาชนธิปไตยให้ลุกโพลงได้ง่าย เช่นเดียวกับ โรงไฟฟ้าถ่านหินปักษ์ใต้  ประชาชนไทยทั่วไปอาจจะยังไม่รู้ว่า “นายทุนใหญ่” ใครที่แอบไปซื้อเหมืองถ่านหินเอาไว้  แต่บรรดานักเคลื่อนไหวพิทักษ์ฝั่งทะเลอันดามัน – รู้ และเขียนเผยแพร่ข้อมูลกันอยู่อย่างเร่าร้อน ผมไม่รู้จักถ่านหินอย่างลึกซึ้ง เคยครั้งเดียวร่วมคณะผู้ใหญ่ไปทำข่าวต่างประเทศ ได้มีโอกาเดินเฉียดกองถ่านหินที่นำมาใช้เป็นเชื้อเพลิง …มันเหม็นมาก แค่กลิ่นของถ่านหินก็หายใจแทบไม่ออก  แล้วเมื่อมันถูกเผาปล่อยแก๊สพิษออกมาก็ยิ่งร้ายกาจน่าสะพึงกลัว ซึ่งเหล่านี้หาไม่ยากในข้อมูลทางวิชาการผลร้ายจากการเผาถ่านหิน ม็อบต่อต้านถ่านหินที่มาปักหลักชุมนุมกันที่ทำเนียบรัฐบาลในเวลานี้ ประกาศแล้วจะอยู่ไปจนกว่ารัฐบาลจะหยุด  ซึ่งรัฐบาลจะหยุดหรือ   เพราะ คณะกรรมการพลังงานแห่งชาติ โดยท่านนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธานการประชุมด้วยตัวเอง ที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อตอนเช้า 17 ก.พ.2560 เพิ่งลงมติแล้วให้เดินหน้าสร้างทั้ง 2 โรง  ด้วยเหตุผลชะงักงัน เพราะต้องทำความเข้าใจประชาชนในพื้นที่มาแล้ว 2 ปี ม็อบต่อต้านถ่านหินคนไม่มาก แต่มีที่แตกต่างจากหลายๆม็อบ 1.มาในสถานการณ์รัฐประหาร กล้าพอที่จะมาชุมนุมท้าทาย ก็เพื่อรักษาผลประโยชน์ของท้องถิ่นตัวเอง เพื่อรักษาสภาพชีวิตตัวเองเอาไว้  หมายความว่า  ไม่กลัว 2.ทุกคนมีโทรศัพท์มือถือในมือ  เท่ากับ “มีสื่อออนไลน์รายวินาทีอยู่ในมือ” สามารถที่จะส่งรูป ส่งข่าว ส่งคลิป  ออกไปให้พี่น้องทางบ้านได้เห็นอย่างสดๆ  ซึ่งปรัชญาของสื่อมวลนก็คือ ผู้ครองสื่อคือผู้ครองความได้ปรียบ ดังนั้นเมื่อประชาชนเป็นเจ้าของสื่อเอง ก็ย่อมครองความได้เปรียบ นอกจากนี้ยังมีเฟชบุ้คชื่อบัญชี “ หยุดถ่านหินกระบี่ ” เป็นศูนย์กลางอีกด้วยก็ยิ่งทำให้มีพลัง ที่จริงผมก็อยากจบข้อเขียนอย่างหล่อ  ด้วยการบอกผู้ครองอำนาจในขณะนี้ว่า ถ้าท่านใช้ความรุนแรงปราบม็อบโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ทำเนียบรัฐบาลแล้วละก็  มันจะเป็น  Beginning of the end …จุดเริ่มต้นของจุดจบ ผมไม่ใช้คำนี้หรอกครับ  เพราะ มันเลยจุด Beginning มาตั้งนานแล้ว   ฉลามเขียว 17 กุมภาพันธ์ 2560   อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง ผู้ชุมนุมปักหลักหน้าทำเนียบ ค้านมติไฟเขียว 'โรงไฟฟ้าถ่านหิน' “บิ๊กตู่”ยันมติกพช.


No Picture

ฉลามเขียว : โค่นลัทธิล่อลวงบริจาคเงินมโหฬารในไทยพุทธ

สถาบันศาสนาและพระมหากษัตริย์มีความมั่นคงแล้ว ก็เหลือแต่สถาบันชาติที่ต้องปรองดองสู่ประชาธิปไตย และที่ยังน่าห่วงคือลัทธิล้างสมอง ล่อลวงด้วยพิธีกรรม   ณ บ้านริมคลองราชบุรี บ้านเลขที่ 28 หมู่ 1 ต.บางป่า อ.เมือง   นางตาล ประสัตถพงศ์  ภรรยาของ นายนับ ได้คลอดลูกคนที่ 2 ออกมาเป็นผู้ชาย เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ.



ฉลามเขียว : พล.อ.ประยุทธ์ – โซเชียล – คนดี

จะควบคุมนักข่าวด้วยกฎหมายนั้นยังไงก็คุมไม่ได้ เพราะนักข่าวมีเจ้านายที่น่าเกรงขามมากสุดอยู่แล้ว คือ ประชาชน ที่เป็นผู้บริโภคข่าวสารของนักข่าว และโซเชียลมีเดียที่เป็นเครื่องมือให้ประชาชนตรวจสอบได้รวดเร็วยิ่งขึ้น   “วันนี้ทุกคนคงรับรู้แล้วว่า สื่อโซเชียลนั้น มีอิทธิพลสูงและแพร่กระจายออกไปได้อย่างกว้างขวาง ทั้งในสังคมไทยและโลกอย่างรวดเร็ว ทุกคนสามารถเป็นผู้สื่อข่าวหรือสร้างข่าวได้เอง ผู้คนสามารถเสพข้อมูลรับรู้เรื่องราวต่าง ๆ ได้รวดเร็วเป็นวินาที หรือเสี้ยวนาที สิ่งที่เป็นอันตรายมากที่สุดคือ การสร้างการรับรู้ที่ผิด ๆ บิดเบือนไปโดยไม่ใช่ข้อเท็จจริง ซึ่งเราไม่อาจจะแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว เพราะจะยากขึ้นเรื่อย ๆ ใครพูดก่อน ใครเขียนก่อน ได้ก่อนทำนองนั้น บางอย่างนั้นผิด แล้วก็สร้างที่ผิด ๆ ไปแล้วคนก็เชื่อไปแล้ว อันนี้มีปัญหา เมื่อออกไปสู่สังคมโลกแล้วนั้น ก็เสียไปทั้งตัวเอง ทั้งประเทศชาติและผลประโยชน์ส่วนรวมก็หายไป ผมขอความร่วมมือให้ทุกคนทุกภาคส่วนได้พึงระลึก และแจ้งเตือนกันช่วยกันทำความเข้าใจหาข้อมูลให้ดี รัฐบาลพร้อมจะตอบคำถาม ก่อนที่จะแสดงความคิดเห็นใด ๆ ที่เป็นความขัดแย้ง ทั้งนี้เพื่อหวังผลแต่เพียงว่า ให้สถานการณ์สงบไม่วุ่นวายเราจะได้ใช้เวลาในการแก้ปัญหาความขัดแย้งหรือแก้ไขปัญหาภายใน ไม่ว่าจะเรื่องเศรษฐกิจ สังคม หรืออื่น ๆ”  พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี กล่าวท่อนต้น ในรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย วันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 20.15 น. ก็พอดีโช้ะ  กับที่  นายฉลามเขียว ตั้งใจไว้ว่าวันอาทิตย์ 12 ก.พ.2560 ซึ่งเป็นข้อเขียนวิเคราะห์สานการณ์ทางการเมืองในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา  โดยพบว่าได้เกิดปรากฏการณ์  “โซเชียลพิฆาตโซเชียล”  ขึ้นมาอย่างคมคาย  จึงขอนำทุกเหตุการณ์มาประกอบกัน แล้วให้คำตอบแก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่า  ที่ท่านกล่าวข้างต้นนั้นถูกต้องแล้ว  มีอะไรรัฐบาลจะต้องชี้แจงทันที  แต่…