‘วิรไท’ แจงเงินอาเซียนแข็งจากปัจจัยดอลลาร์เป็นหลัก 

ผู้ว่า ธปท. แจงค่าเงินบาทแข็งค่าล้อตามเพื่อนบ้านอาเซียน จากปัจจัยหลักดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า เตือนผู้ประกอบการไม่ควรชะล่าใจค่าเงินผันผวน พร้อมเผยผลการศึกษาแบงก์ชาติระบุ ธุรกิจขนาดเล็กไม่ทำป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนมากถึงร้อยละ 75 ส่วนการปรับลดวงเงินในพันธบัตร ธปท.เพื่อป้องกันเงินร้อนไหลเข้าไทยระยะสั้น ไม่ได้ใช้นโยบายอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อการส่งออก นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า จากการเข้าร่วมประชุมผู้ว่าการธนาคารกลางอาเซียน พบว่ามีบางประเทศแสดงความเป็นห่วงเรื่องความผันผวนของค่าเงินในภูมิภาค และมองว่า สาเหตุหลักมาจากสถานการณ์การอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐเป็นหลัก ทำให้ทุกสกุลเงินในอาเซียนต่างปรับตัวแข็งค่าขึ้นในช่วงที่ผ่านมา  ดังนั้น การแข็งค่าของสกุลเงินในอาเซียนจึงเป็นผลมาจากปัจจัยภายนอกภูมิภาคเป็นหลัก ไม่ใช่จากปัจจัยภายในของแต่ละประเทศในอาเซียนเอง และในส่วนของไทยเองยังถือว่าโชคดีที่เงินบาทไม่ได้ผันผวนรุนแรงเมื่อเทียบกับหลายสกุล อย่างไรก็ตาม เงินบาทผันผวนไม่รุนแรง และเคลื่อนไหวอยู่ในระดับกลาง เมื่อเทียบกับเงินสกุลภูมิภาค แต่ผู้ประกอบการไม่ควรชะล่าใจ ควรป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไว้ล่วงหน้า ( เฮดจิ้ง) เพราะ ธปท. ไม่สามารถฝืนกระแสได้ และไม่ได้ใช้นโยบายอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อการส่งออก  ทั้งนี้ จากการศึกษาของธปท.


Read more… :

ผู้ว่า ธปท. แจงค่าเงินบาทแข็งค่าล้อตามเพื่อนบ้านอาเซียน จากปัจจัยหลักดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า เตือนผู้ประกอบการไม่ควรชะล่าใจค่าเงินผันผวน พร้อมเผยผลการศึกษาแบงก์ชาติระบุ ธุรกิจขนาดเล็กไม่ทำป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนมากถึงร้อยละ 75 ส่วนการปรับลดวงเงินในพันธบัตร ธปท.เพื่อป้องกันเงินร้อนไหลเข้าไทยระยะสั้น ไม่ได้ใช้นโยบายอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อการส่งออก

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า จากการเข้าร่วมประชุมผู้ว่าการธนาคารกลางอาเซียน พบว่ามีบางประเทศแสดงความเป็นห่วงเรื่องความผันผวนของค่าเงินในภูมิภาค และมองว่า สาเหตุหลักมาจากสถานการณ์การอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐเป็นหลัก ทำให้ทุกสกุลเงินในอาเซียนต่างปรับตัวแข็งค่าขึ้นในช่วงที่ผ่านมา 

ดังนั้น การแข็งค่าของสกุลเงินในอาเซียนจึงเป็นผลมาจากปัจจัยภายนอกภูมิภาคเป็นหลัก ไม่ใช่จากปัจจัยภายในของแต่ละประเทศในอาเซียนเอง และในส่วนของไทยเองยังถือว่าโชคดีที่เงินบาทไม่ได้ผันผวนรุนแรงเมื่อเทียบกับหลายสกุล

อย่างไรก็ตาม เงินบาทผันผวนไม่รุนแรง และเคลื่อนไหวอยู่ในระดับกลาง เมื่อเทียบกับเงินสกุลภูมิภาค แต่ผู้ประกอบการไม่ควรชะล่าใจ ควรป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไว้ล่วงหน้า ( เฮดจิ้ง) เพราะ ธปท. ไม่สามารถฝืนกระแสได้ และไม่ได้ใช้นโยบายอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อการส่งออก 
ทั้งนี้ จากการศึกษาของธปท. พบว่า ผู้ส่งออกไทยกว่าร้อยละ 60 ไม่ได้ทำการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน( เฮดจิ้ง ) โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดเล็ก มีมากถึงร้อยละ 75 ที่ไม่ทำเฮดจิ้ง 

ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยเก็งกำไรทิศทางค่าเงิน และเลือกที่จะไม่ป้องกันความเสี่ยง เพราะคิดว่าทางการจะคอยดูแลไม่ให้ค่าเงินเคลื่อนไหวมาก แต่จะป้องกันความเสี่ยง เมื่อค่าเงินผันผวนไปในทิศทางที่ไม่ต้องการ ซึ่งจะยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อค่าเงินบาทมากขึ้น 

สำหรับการปรับลดวงเงินในพันธบัตร ธปท.ระยะสั้นลงในช่วงเดือนที่ผ่านมา เพื่อแก้ปัญหาเงินทุนจากต่างชาติไหลเข้ามาพักในระยะสั้นและมีการเก็งกำไรค่าเงินจนส่งผลให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นนั้น พบว่าการใช้มาตรการดังกล่าวถือว่าแก้ปัญหาได้ในระดับหนึ่ง เพราะทำให้เงินทุนที่เข้ามา ได้ไหลไปในส่วนของพันธบัตรระยะยาวมากขึ้นแทน ซึ่งหากเป็นในลักษณะนี้ ธปท.จะไม่มีความกังวลเท่ากับที่เงินทุนไหลเข้ามามากในช่วงสั้นๆ และทำให้ค่าเงินมีความผันผวน 

“ถ้าเข้ามาช่วงสั้นๆ มากๆ จนกระทบกับตลาดเงิน และอัตราแลกเปลี่ยน เราจะไม่ชอบ เพราะฉะนั้นเราจึงได้เริ่มใช้มาตรการเพื่อลดช่องทางที่จะเอาเงินเข้ามาพัก ซึ่งยังมีอีกหลายมาตรการ เพื่อเป็นการส่งสัญญาณไปยังนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศว่าเราไม่ welcome เราไม่ชอบนักที่จะมี flow เข้ามาพักในระยะสั้นๆ และคราวละมากๆ” ผู้ว่า ธปท.กล่าว 

 

 

 

ที่มา : อินโฟเควสท์ และ ASTVผู้จัดการออนไลน์

Source : ‘วิรไท’ แจงเงินอาเซียนแข็งจากปัจจัยดอลลาร์เป็นหลัก 

Be the first to comment on "‘วิรไท’ แจงเงินอาเซียนแข็งจากปัจจัยดอลลาร์เป็นหลัก "

Leave a comment

Your email address will not be published.


*