เรือสำรวจแม่น้ำโขงของจีนเข้าเทียบท่าเชียงแสน 

เรือสำรวจแม่น้ำโขงของบริษัท CCCC Second Habor Consultants ซึ่งเป็นบริษัทเอกชน ของจีนที่ได้รับการสัมปทานเข้ามาสำรวจแม่น้ำโขงตามมติ ครม. เทียบท่าเชียงแสน ขณะที่ฝ่ายอนุรักษ์แสดงความกังวลผลกระทบโครงการระเบิดแก่งในแม่น้ำโขงและจะใช้เวลาราว 2 เดือนในการทำการสำรวจร่องน้ำที่ติดกับชายแดนไทย-สปป.ลาว ด้าน จ.เชียงราย รวม 15 จุด เพื่อศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากโครงการระเบิดแก่งแม่น้ำโขง  เรือสำรวจแม่น้ำโขงของบริษัท CCCC Second Habor Consultant จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาจากมณฑลยูนนาน ประเทศจีน ได้เดินทางเข้าสู่น่านน้ำโขงของประเทศไทยแล้ว หลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2559 ซึ่ง คณะรัฐมนตรี ให้ความเห็นชอบแผนพัฒนาการเดินเรือระหว่างประเทศ ในแม่น้ำล้านช้าง – แม่น้ำโขง ค.ศ


Read more… :

เรือสำรวจแม่น้ำโขงของบริษัท CCCC Second Habor Consultants ซึ่งเป็นบริษัทเอกชน ของจีนที่ได้รับการสัมปทานเข้ามาสำรวจแม่น้ำโขงตามมติ ครม. เทียบท่าเชียงแสน ขณะที่ฝ่ายอนุรักษ์แสดงความกังวลผลกระทบโครงการระเบิดแก่งในแม่น้ำโขงและจะใช้เวลาราว 2 เดือนในการทำการสำรวจร่องน้ำที่ติดกับชายแดนไทย-สปป.ลาว ด้าน จ.เชียงราย รวม 15 จุด เพื่อศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากโครงการระเบิดแก่งแม่น้ำโขง 

เรือสำรวจแม่น้ำโขงของบริษัท CCCC Second Habor Consultant จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาจากมณฑลยูนนาน ประเทศจีน ได้เดินทางเข้าสู่น่านน้ำโขงของประเทศไทยแล้ว หลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2559 ซึ่ง คณะรัฐมนตรี ให้ความเห็นชอบแผนพัฒนาการเดินเรือระหว่างประเทศ ในแม่น้ำล้านช้าง – แม่น้ำโขง ค.ศ. 2015 – 2025 เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางในการพัฒนาการขนส่งทางน้ำระหว่างประเทศ ในแม่น้ำล้านช้าง – แม่น้ำโขง และการดำเนินงานเบื้องต้น (งานศึกษาสำรวจออกแบบ) และล่าสุดกรมเจ้าท่า ได้มีจดหมายถึงกลุ่มรักษ์เชียงของ ระบุว่าบริษัทจีน CCCC Second Habor Consultants จะเริ่มเข้าสำรวจภาคสนามบริเวณพรมแดนไทย-ลาว ในวันนี้ (19 เมษายน 2560) โดยมีกำหนดระยะเวลาดำเนิน  2 เดือน 

อีกด้านหนึ่ง เครือข่ายประชาชนไทย 8  จังหวัดลุ่มน้ำโขง ได้ร่วมกันออกแถลงการณ์คัดค้านการสำรวจและระเบิดแก่งแม่น้ำโขง ของบริษัทดังกล่าว โดยระบุว่า ไม่เห็นด้วยต่อโครงการนี้เนื่องจากกังวลเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชน และเรียกร้องให้ยุติโครงการดังกล่าวทันที 

เรือของ บริษัท CCCC Second Habor Consultant จำกัด  เป็นเรือที่ทางการจีนว่าจ้างให้ทำการสำรวจแม่น้ำโขง ตามโครงการความร่วมมือในการสำรวจร่องแม่น้ำโขงในเขตแดนไทย-สปป.ลาว ด้านที่ติดกับ จ.เชียงราย มีเรือสำรวจลำใหญ่ 3 ชั้นขนาดระวางน้ำหนัก 450 ตัน จำนวน 3 ลำ และมีเรือเล็กจำนวน 4 ลำ  

นายหลิวเจี้ยน หัวหน้าคณะซึ่งมีลูกเรือชาวจีนมาด้วย 60 ชีวิต  แจ้งว่าคณะจะมีสำรวจร่องแม่น้ำโขงโดยมีกำหนดจะดำเนินการเฉพาะร่องน้ำที่ติดกับชายแดนไทย-สปป.ลาว ด้าน จ.เชียงราย รวม 15 จุดเท่านั้น โดยมีการใช้เรือใหญ่ 3 ลำชื่อว่าเรือจาฟู่ 3 เรือฉีตง 9 และเรือเฉินไท่ 198 เป็นเรือหลักในการดำเนินการส่วนเรือเล็กอีก 4 ลำให้การสนับสนุน ทั้งนี้เรือใหญ่ทั้ง 3 ลำจะมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการในลำที่ 1 จำนวน 14 คน ลำที่ 2 จำนวน 13 คน และเรือลำที่ 3 เป็นเรือกายภาพจำนวน 13 คน ที่เหลือเป็นกัปตันและลูกเรือ การดำเนินการจะเริ่มหลังการทำเรื่องเข้าเมืองและตรวจสอบรายละเอียดตามกฎหมายไทยทั้งหมดแล้วเสร็จ โดยเริ่มตั้งแต่สามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน ไปจนถึงสุดเขตแดนไทยที่ อ.เวียงแก่น โดยใช้ระยะเวลาที่กำหนดเอาไว้ 55 วัน คาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการสำรวจในวันพรุ่งนี้ 

น.อ.ชลทัย รัตนเรือง ผบ.หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตเชียงราย กล่าวว่าทางหน่วยทหารมีหน้าที่ร่วมกับกรมเจ้าท่านำเจ้าหน้าที่ออกติดตามไปพร้อมกับเรือสำรวจของจีนดังกล่าว ตั้งแต่เริ่มต้นที่ดำเนินการตลอดแนวและตลอดระยะเวลาทั้งหมดดังกล่าว โดยเบื้องต้นได้มีการจัดมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยจำนวน 4 ให้ร่วมเดินทางไปกับคาราวานเรือสำรวนดังกล่าวด้วยเป็นประจำทุกวัน ทั้งนี้ได้มีการแจ้งแล้วว่าเรือสำรวจนี้จะต้องดำเนินการตามข้อตกลงที่ได้ยื่นต่อทางฝ่ายไทยโดยจะไม่ดำเนินการนอกแผนงานเป็นอันขาด 

นายสุรนาท นายสุรนาท ศิริโชค รักษาการ ผอ.สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขา จ.เชียงราย  ให้ข้อมูลว่าการสำรวจครั้งนี้ประกอบด้วย 4 ด้านคือด้านชลศาสตร์คือร่องน้ำ ความเร็วน้ำ ความลึกของแม่น้ำโขง การไหลของทางน้ำ ด้านธรณีศาสตร์ สำรวจชั้นหิน เกาะแก่ง ด้านสภาพภูมิประเทศคือต้นไม้ ป่าไม้ โขดหิน และด้านวิศวกรรม ซึ่งผลการสำรวจทั้งหมดมีการนำผลไปศึกษาและจัดทำเป็นรายงานสรุปผลพร้อมผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอ โดยทางการจีนจะต้องนำเสนอต่อรัฐบาลไทยเพื่อนำไปพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป จากนั้นยังมีขั้นตอนในการจัดคณะทำงานร่วมด้านอีไอเอลงพื้นที่สำรวจซ้ำอีกครั้งหนึ่งด้วย เช่น ดูเรื่องตลิ่งพัง วิถีชีวิต การประมง ฯลฯ ต่อไป ก่อนหน้านี้่ทางกรมเจ้าท่าได้ร่วมกับฝ่ายปคกรองและหน่วยงานความมั่นคงจัดประชุมเพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ไปแล้วเมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการต่อต้านหรือความเข้าใจผิดเพราะเป็นเพียงการสำรวจเท่านั้นยังไม่มีการระเบิดเกาะแก่งแต่อย่างใด 

ขณะที่เครือข่ายประชาชนไทย 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง และองค์กรเครือข่ายภาคีลุ่มน้ำโขง ซึ่งทำงานติดตามสถานการณ์แม่น้ำโขงมาโดยตลอด  ได้ออกแถลงการณ์ แสดงความไม่เห็นด้วยต่อโครงการนี้ 

“ในครั้งนี้ เมื่อกรมเจ้าเท่า อนุญาตให้บริษัท CCCC Second Habor Consultants ซึ่งเป็นบริษัทเอกชน ของจีนที่ได้รับการสัมปทานเข้ามาสำรวจแม่น้ำโขงในเขตชายแดนไทย-ลาว จึงเท่ากับเป็นการเปิดพื้นที่ทางอธิปไตยของประเทศให้กับจีนได้ทำการสำรวจ ซึ่งไม่สมควรอย่างยิ่ง” 

แถลงการณ์ยังเรียกร้องให้รัฐบาลมีคำสั่งยกเลิกการสำรวจครั้งนี้  ห้ามมิให้บริษัทเอกชนจีน เข้ามาทำการสำรวจพื้นที่ในแผ่นดินไทย อันเป็นพื้นที่อ่อนไหว ทั้งในทางระบบนิเวศธรรมชาติ และในทางความมั่นคงระหว่างประเทศ สิ่งที่น่ากังวลมากที่สุดในขณะนี้ คือ ประเด็นสำคัญระหว่างประเทศนี้ กำลังถูกดำเนินการโดยบริษัทเอกชนที่รับจ้าง และหน่วยงานรัฐไทยระดับกรมเท่านั้น ทั้งๆ ที่ควรเป็นการตัดสินใจโดยรัฐบาล เพราะหากเกิดความเสียหายแล้วจะไม่สามารถแก้ไขกลับคืนได้อีก และขอให้มีการประเมินผลกระทบทางเศรษฐศาสตร์และสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการระเบิดแก่ง แม่น้ำโขงในระยะที่ 1 และการเดินเรือพาณิชย์ระหว่างแม่น้ำโขงตอนบน-สามเหลี่ยมทองคำ เพื่อเปรียบเทียบกับการค้าขายกับจีนตลอด 15 ปีที่ผ่านมา และหาทางออกในการค้าที่เป็นธรรมและยั่งยืน

โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงการเดินเรือพาณิชย์แม่น้ำโขงตอนบน 4 ชาติ ไทย สปป.ลาว เมียนมา และจีนตอนใต้ ที่มีตั้งแต่ปี 2544 โดยทางการจีนรับขับเคลื่อนมีกำหนดดำเนินการตั้งแต่เมืองซือเหมา มณฑลยูนนาน-แขวงหลวงพระบาง สปป.ลาว ระยะทางประมาณ 809 กิโลเมตร 

Source : เรือสำรวจแม่น้ำโขงของจีนเข้าเทียบท่าเชียงแสน 

Be the first to comment on "เรือสำรวจแม่น้ำโขงของจีนเข้าเทียบท่าเชียงแสน "

Leave a comment

Your email address will not be published.


*