เมียนมาขึ้นบัญชีดำเจ้าหาญ ยองห้วย นักปชต.คนสำคัญ

รัฐบาลเมียนมาปฏิเสธวีซาเจ้าหาญ ยองห้วย นักประชาธิปไตยคนสำคัญชาวไทใหญ่ โดยมีข่าวลือว่าเหตุที่เขาโดนขึ้นบัญชีดำ เป็นเพราะได้รับความนิยมในกลุ่มชาติพันธุ์และมีอิทธิพลต่อกระบวนการเจรจาสันติภาพมากเกินไป สำนักข่าวปางโหลงของเมียนมา รายงานว่าเจ้าหาญ ยองห้วย ผู้อำนวยการศูนย์ยูโร-พม่า หรือ EBO บุตรชายของประธานาธิบดีคนแรกของเมียนมา ไม่ได้รับวีซาให้เดินทางเข้าเมียนมา หลังจากยื่นขอวีซาผ่านสถานทูตเมียนมาในแคนาดาไปตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่ไม่ได้รับการอนุมัติหรือติดต่อกลับ และเมื่อสอบถามไปยังสถานทูต ก็ได้รับคำตอบว่าทางสถานทูตไม่ทราบเช่นกันว่าเหตุใดเจ้าหาญจึงไม่ได้รับอนุมัติวีซา นายคืนใส ใจเย็น ผู้อำนวยการศูนย์สันติภาพและการเจรจาปีดองซู หรือ PI ซึ่งเป็นองค์กรภาคประชาสังคมที่สนับสนุนการเจรจาสันติภาพในเมียนมา กล่าวว่าโดยปกติ เจ้าหาญ ซึ่งถือสัญชาติแคนาดา จะได้รับวีซาอายุ 1 ปีสำหรับเดินทางเข้าออกเมียนมา โดยไม่เคยมีปัญหาใดๆ และใช้เวลาในการขอวีซาเพียง 1 สัปดาห์เท่านั้น แต่การอนุมัติหรือปฏิเสธวีซา เป็นสิทธิ์ขาดของกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งนางอองซาน ซูจี เป็นเจ้ากระทรวง โดยนอกจากเจ้าหาญ เจ้าหน้าที่ของ EBO อีก 2 คน ก็ถูกขึ้นบัญชีดำและไม่ได้รับอนุมัติวีซาเช่นเดียวกัน สำนักข่าวปางโหลงรายงานว่า มีข่าวลือว่าการที่เจ้าหาญถูกปฏิเสธวีซา เป็นเพราะเขาเริ่มได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในหมู่นักการเมืองกลุ่มชาติพันธุ์ และถูกกล่าวหาว่าพยายามเข้าไปมีอิทธิพลในการกำหนดทิศทางการเจรจาสันติภาพระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์และรัฐบาลกลาง หรือการเจรจาปางโหลงแห่งศตวรรษที่ 21 ซึ่งดำเนินต่อเนื่องมานานกว่า 1 ปี ศูนย์ยูโร-พม่า หรือ EBO ของเจ้าหาญ ตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1997 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยในเมียนมา ตลอดหลายปีที่ผ่านมา EBO ทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนการเงินหลักแก่กระบวนการเจรจาสันติภาพระหว่างรัฐบาลกลางและกลุ่มชาติพันธุ์ รวมถึงเป็นผู้สังเกตการณ์และรายงานประเด็นปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนของกลุ่มชาติพันธุ์ต่อประชาคมโลกอย่างต่อเนื่อง โดยมีศูนย์ปฏิบัติงานหลักอยู่ในกรุงบรัสเซลส์ เบลเยียม เจ้าหาญได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าเมียนมา และตั้งสำนักงาน EBO ในเมียนมาได้เมื่อปี 2011 ซึ่งเป็นช่วงที่รัฐบาลของนายเต็ง เส่ง อดีตประธานาธิบดีเมียนมา เร่งเดินหน้ากระบวนการเจรจาสันติภาพ โดยมีเจ้าหาญเป็นตัวกลางสำคัญในการเจรจาระหว่างฝ่ายรัฐบาลและกลุ่มชาติพันธุ์ และล่าสุด EBO กำลังช่วยประสานงานการเจรจาหยุดยิง 8 ฉบับ ที่จะนำไปสู่การตั้งศูนย์ประสานงานของกองกำลังติดอาวุธกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆในเมียนมาอย่างถูกกฎหมาย นายคืนใสกล่าวว่าการขึ้นบัญชีดำเจ้าหาญและเจ้าหน้าที่ EBO ถือเป็นความล้มเหลวของนางอองซูาน ซูจี มุขมนตรีแห่งรัฐของเมียนมา ในการเดินหน้ากระบวนการสันติภาพ เพราะหากเจ้าหาญไม่สามารถเข้าเมียนมาได้ การเจรจาจะมีปัญหาอย่างแน่นอน นอกจากนี้ ขุนใสยังมองว่าการขึ้นขัญชีดำเจ้าหาญเพียงเพราะข่าวลือต่างๆ เป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรม รัฐบาลควรใช้วิธีการพูดคุยอย่างตรงไปตรงมากับเจ้าหาญมากกว่า เจ้าหาญเป็นบุตรชายคนเล็กของเจ้าส่วยแต้ก อดีตเจ้าฟ้าไทใหญ่ ผู้ขึ้นเป็นประธานาธิบดีคนแรกของเมียนมาเมื่อปี 1948 และได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มรัฐบุรุษที่ร่วมกับนายพลออง ซาน ก่อกำเนิดประเทศเมียนมายุคหลังอาณานิคม เนื่องจากได้เป็นหนึ่งในผู้ร่วมการเจรจาปางโหลง พี่ชายของเจ้าหาญถูกยิงเสียชีวิตเมื่อนายพลเนวินก่อรัฐประหารเมื่อปี 1962 ส่วนเจ้านางเฮือนคำ มารดาของเจ้าหาญ ได้นำครอบครัวหลบหนีออกนอกประเทศ และก่อตั้งกองกำลังกู้ชาติรัฐฉาน หรือ Shan State Army (SSA) ซึ่งปัจจุบันเป็นกลุ่มติดอาวุธที่ใหญ่ที่สุดในเมียนมา อ่านเพิ่ม บุตรชายปธน.คนแรกของเมียนมามองศึกเลือกตั้ง 2015


Read more… :

รัฐบาลเมียนมาปฏิเสธวีซาเจ้าหาญ ยองห้วย นักประชาธิปไตยคนสำคัญชาวไทใหญ่ โดยมีข่าวลือว่าเหตุที่เขาโดนขึ้นบัญชีดำ เป็นเพราะได้รับความนิยมในกลุ่มชาติพันธุ์และมีอิทธิพลต่อกระบวนการเจรจาสันติภาพมากเกินไป

สำนักข่าวปางโหลงของเมียนมา รายงานว่าเจ้าหาญ ยองห้วย ผู้อำนวยการศูนย์ยูโร-พม่า หรือ EBO บุตรชายของประธานาธิบดีคนแรกของเมียนมา ไม่ได้รับวีซาให้เดินทางเข้าเมียนมา หลังจากยื่นขอวีซาผ่านสถานทูตเมียนมาในแคนาดาไปตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่ไม่ได้รับการอนุมัติหรือติดต่อกลับ และเมื่อสอบถามไปยังสถานทูต ก็ได้รับคำตอบว่าทางสถานทูตไม่ทราบเช่นกันว่าเหตุใดเจ้าหาญจึงไม่ได้รับอนุมัติวีซา

นายคืนใส ใจเย็น ผู้อำนวยการศูนย์สันติภาพและการเจรจาปีดองซู หรือ PI ซึ่งเป็นองค์กรภาคประชาสังคมที่สนับสนุนการเจรจาสันติภาพในเมียนมา กล่าวว่าโดยปกติ เจ้าหาญ ซึ่งถือสัญชาติแคนาดา จะได้รับวีซาอายุ 1 ปีสำหรับเดินทางเข้าออกเมียนมา โดยไม่เคยมีปัญหาใดๆ และใช้เวลาในการขอวีซาเพียง 1 สัปดาห์เท่านั้น แต่การอนุมัติหรือปฏิเสธวีซา เป็นสิทธิ์ขาดของกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งนางอองซาน ซูจี เป็นเจ้ากระทรวง โดยนอกจากเจ้าหาญ เจ้าหน้าที่ของ EBO อีก 2 คน ก็ถูกขึ้นบัญชีดำและไม่ได้รับอนุมัติวีซาเช่นเดียวกัน

สำนักข่าวปางโหลงรายงานว่า มีข่าวลือว่าการที่เจ้าหาญถูกปฏิเสธวีซา เป็นเพราะเขาเริ่มได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในหมู่นักการเมืองกลุ่มชาติพันธุ์ และถูกกล่าวหาว่าพยายามเข้าไปมีอิทธิพลในการกำหนดทิศทางการเจรจาสันติภาพระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์และรัฐบาลกลาง หรือการเจรจาปางโหลงแห่งศตวรรษที่ 21 ซึ่งดำเนินต่อเนื่องมานานกว่า 1 ปี

ศูนย์ยูโร-พม่า หรือ EBO ของเจ้าหาญ ตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1997 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยในเมียนมา ตลอดหลายปีที่ผ่านมา EBO ทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนการเงินหลักแก่กระบวนการเจรจาสันติภาพระหว่างรัฐบาลกลางและกลุ่มชาติพันธุ์ รวมถึงเป็นผู้สังเกตการณ์และรายงานประเด็นปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนของกลุ่มชาติพันธุ์ต่อประชาคมโลกอย่างต่อเนื่อง โดยมีศูนย์ปฏิบัติงานหลักอยู่ในกรุงบรัสเซลส์ เบลเยียม เจ้าหาญได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าเมียนมา และตั้งสำนักงาน EBO ในเมียนมาได้เมื่อปี 2011 ซึ่งเป็นช่วงที่รัฐบาลของนายเต็ง เส่ง อดีตประธานาธิบดีเมียนมา เร่งเดินหน้ากระบวนการเจรจาสันติภาพ โดยมีเจ้าหาญเป็นตัวกลางสำคัญในการเจรจาระหว่างฝ่ายรัฐบาลและกลุ่มชาติพันธุ์ และล่าสุด EBO กำลังช่วยประสานงานการเจรจาหยุดยิง 8 ฉบับ ที่จะนำไปสู่การตั้งศูนย์ประสานงานของกองกำลังติดอาวุธกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆในเมียนมาอย่างถูกกฎหมาย

นายคืนใสกล่าวว่าการขึ้นบัญชีดำเจ้าหาญและเจ้าหน้าที่ EBO ถือเป็นความล้มเหลวของนางอองซูาน ซูจี มุขมนตรีแห่งรัฐของเมียนมา ในการเดินหน้ากระบวนการสันติภาพ เพราะหากเจ้าหาญไม่สามารถเข้าเมียนมาได้ การเจรจาจะมีปัญหาอย่างแน่นอน นอกจากนี้ ขุนใสยังมองว่าการขึ้นขัญชีดำเจ้าหาญเพียงเพราะข่าวลือต่างๆ เป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรม รัฐบาลควรใช้วิธีการพูดคุยอย่างตรงไปตรงมากับเจ้าหาญมากกว่า

เจ้าหาญเป็นบุตรชายคนเล็กของเจ้าส่วยแต้ก อดีตเจ้าฟ้าไทใหญ่ ผู้ขึ้นเป็นประธานาธิบดีคนแรกของเมียนมาเมื่อปี 1948 และได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มรัฐบุรุษที่ร่วมกับนายพลออง ซาน ก่อกำเนิดประเทศเมียนมายุคหลังอาณานิคม เนื่องจากได้เป็นหนึ่งในผู้ร่วมการเจรจาปางโหลง พี่ชายของเจ้าหาญถูกยิงเสียชีวิตเมื่อนายพลเนวินก่อรัฐประหารเมื่อปี 1962 ส่วนเจ้านางเฮือนคำ มารดาของเจ้าหาญ ได้นำครอบครัวหลบหนีออกนอกประเทศ และก่อตั้งกองกำลังกู้ชาติรัฐฉาน หรือ Shan State Army (SSA) ซึ่งปัจจุบันเป็นกลุ่มติดอาวุธที่ใหญ่ที่สุดในเมียนมา

อ่านเพิ่ม

บุตรชายปธน.คนแรกของเมียนมามองศึกเลือกตั้ง 2015

Source : เมียนมาขึ้นบัญชีดำเจ้าหาญ ยองห้วย นักปชต.คนสำคัญ

Be the first to comment on "เมียนมาขึ้นบัญชีดำเจ้าหาญ ยองห้วย นักปชต.คนสำคัญ"

Leave a comment

Your email address will not be published.


*


RSS Feeds to WordPress Posts