เผยไทยจ่อซื้อ ‘ซอฟต์แวร์แกะรอย’ ผู้ใช้เน็ต

รอยเตอร์เผยไทยเตรียมจ่ายกว่า 120 ล้านบาท ซื้อซอฟต์แวร์แกะรอยผู้ใช้สื่อโซเชียลนับล้าน พร้อมออกกฎหมายฉบับใหม่ เปิดทางดักข้อมูลทางมือถือได้ ไม่ต้องขออำนาจศาล   สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 19 มิถุนายน ว่า กระทรวงดิจิทัลของไทยกำลังจะใช้เงินกว่า 128 ล้านบาท ซื้อซอฟต์แวร์ระบบวิเคราะห์ข้อมูลเครือข่ายสังคมออนไลน์ เพื่อจับตาและแกะรอยความสัมพันธ์ส่วนบุคคลของผู้ใช้จำนวนกว่า 1 ล้านราย   “ซอฟต์แวร์ชนิดนี้จะกราดตรวจและเก็บรักษาข้อมูลทั้งหมดบนโซเชียลมีเดียเพื่อวิเคราะห์และเฝ้าจับตา” นายธีรวุฒิ ธงภักดิ์ ผู้อำนวยการกองโครงสร้างพื้นฐานด้านบริการดิจิทัล เปิดเผยกับรอยเตอร์ และว่า รัฐบาลไทยกำลังจะเปิดประมูลเพื่อพิจารณาข้อเสนอขายซอฟต์แวร์ดังกล่าว   รอยเตอร์รายงานว่า รัฐบาลไทยกำลังเสริมสร้างขีดความสามารถในการแกะรอยเครือข่ายสังคมออนไลน์ และออกกฎหมายเพิ่มอำนาจแก่เจ้าหน้าที่รัฐในการสอดส่องการสื่อสารส่วนบุคคล   รายงานของเฟซบุ๊กระบุว่า ในปีนี้ รัฐบาลไทยมีคำขอไปยังเฟซบุ๊กแล้วราว 300 ครั้ง เพื่อให้ปิดกั้นการเข้าถึงเนื้อหาราว 300 โพสต์ในประเทศไทย นับว่าปริมาณคำขอได้เพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงเวลาจากกลางปี 2557 จนถึงสิ้นปี 2559 ซึ่งมีรวมกัน 80 คำขอ   นอกจากนี้ รัฐบาลไทยกำลังผลักดันกฎหมายความมั่นคงทางไซเบอร์ คาดว่าจะผ่านสภาในปีนี้ แม้ภาคประชาสังคมและภาคธุรกิจวิตกว่าเป็นการให้อำนาจรัฐบาลในการสอดแนมประชาชน     ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวจะล้วงลึกข้อมูลผู้ใช้ยิ่งกว่ากฎหมายอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ที่เพิ่งแก้ไขเมื่อเร็วๆนี้   “กฎหมายฉบับนี้มุ่งเสริมสร้างความมั่นคงของชาติ เปิดทางให้รัฐเข้าถึงข้อมูลของบุคคลที่ต้องสงสัย” ดร.ภูมิ ภูมิรัตน ที่ปรึกษาอาวุโสของบริษัทจี-เอเบิล ซึ่งให้บริการแก่ภาคธุรกิจ กล่าว   รอยเตอร์รายงานว่า ร่างกฎหมายฉบับล่าสุดกำหนดให้จัดตั้งคณะกรรมการความมั่นคงทางไซเบอร์แห่งชาติ มีหัวหน้ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธาน มีอำนาจสั่งการให้หน่วยงานราชการและบริษัทเอกชนให้ความร่วมมือในการสอบสวนสืบสวนคดีความมั่นคงทางไซเบอร์   บทบัญญัติสำคัญ คือ เจ้าหน้าที่รัฐมีอำนาจเรียกบุคคลเข้ารายงานตัวเพื่อสอบถามข้อมูลหรือส่งมอบข้อมูล และยังมีอำนาจดักจับการสื่อสารผ่านอุปกรณ์ทุกชนิด เช่น โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ ได้เมื่อเกิด “กรณีฉุกเฉิน” โดยไม่ต้องขออำนาจศาล   นาวาอากาศเอก สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม อธิบายกับรอยเตอร์ว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องป้องกันอาชญากรรม และปฏิเสธว่า การซื้อซอฟต์แวร์และออกกฎหมายความมั่นคงทางไซเบอร์นั้น ไม่ใช่การสอดแนมประชาชน “ไม่ใช่การละเมิดความเป็นส่วนตัว แต่เป็นการคุ้มครองเครือข่าย”   อย่างไรก็ตาม พลตรี ฤทธี อินทราวุธ ผู้อำนวยการศูนย์ไซเบอร์กองทัพบก ซึ่งเฝ้าตรวจจับเนื้อหาวิจารณ์สถาบันกษัตริย์บนอินเทอร์เน็ต กล่าวว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวจะเป็นประโยชน์แก่รัฐบาลในการเอาผิดผู้หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ คนที่ไม่ได้ทำผิดกฎหมายไม่ต้องกลัวอะไร   “ไม่มีอะไรน่ากลัวถ้าคุณไม่ได้ทำผิด” พล.ต.ฤทธีกล่าวกับสำนักข่าวของอังกฤษ.   Source: Reuters Photo:  AFP          


Read Continue…. :

รอยเตอร์เผยไทยเตรียมจ่ายกว่า 120 ล้านบาท ซื้อซอฟต์แวร์แกะรอยผู้ใช้สื่อโซเชียลนับล้าน พร้อมออกกฎหมายฉบับใหม่ เปิดทางดักข้อมูลทางมือถือได้ ไม่ต้องขออำนาจศาล

 

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 19 มิถุนายน ว่า กระทรวงดิจิทัลของไทยกำลังจะใช้เงินกว่า 128 ล้านบาท ซื้อซอฟต์แวร์ระบบวิเคราะห์ข้อมูลเครือข่ายสังคมออนไลน์ เพื่อจับตาและแกะรอยความสัมพันธ์ส่วนบุคคลของผู้ใช้จำนวนกว่า 1 ล้านราย

 

“ซอฟต์แวร์ชนิดนี้จะกราดตรวจและเก็บรักษาข้อมูลทั้งหมดบนโซเชียลมีเดียเพื่อวิเคราะห์และเฝ้าจับตา” นายธีรวุฒิ ธงภักดิ์ ผู้อำนวยการกองโครงสร้างพื้นฐานด้านบริการดิจิทัล เปิดเผยกับรอยเตอร์ และว่า รัฐบาลไทยกำลังจะเปิดประมูลเพื่อพิจารณาข้อเสนอขายซอฟต์แวร์ดังกล่าว

 

รอยเตอร์รายงานว่า รัฐบาลไทยกำลังเสริมสร้างขีดความสามารถในการแกะรอยเครือข่ายสังคมออนไลน์ และออกกฎหมายเพิ่มอำนาจแก่เจ้าหน้าที่รัฐในการสอดส่องการสื่อสารส่วนบุคคล

 

รายงานของเฟซบุ๊กระบุว่า ในปีนี้ รัฐบาลไทยมีคำขอไปยังเฟซบุ๊กแล้วราว 300 ครั้ง เพื่อให้ปิดกั้นการเข้าถึงเนื้อหาราว 300 โพสต์ในประเทศไทย นับว่าปริมาณคำขอได้เพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงเวลาจากกลางปี 2557 จนถึงสิ้นปี 2559 ซึ่งมีรวมกัน 80 คำขอ

 

นอกจากนี้ รัฐบาลไทยกำลังผลักดันกฎหมายความมั่นคงทางไซเบอร์ คาดว่าจะผ่านสภาในปีนี้ แม้ภาคประชาสังคมและภาคธุรกิจวิตกว่าเป็นการให้อำนาจรัฐบาลในการสอดแนมประชาชน

 

 

ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวจะล้วงลึกข้อมูลผู้ใช้ยิ่งกว่ากฎหมายอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ที่เพิ่งแก้ไขเมื่อเร็วๆนี้

 

“กฎหมายฉบับนี้มุ่งเสริมสร้างความมั่นคงของชาติ เปิดทางให้รัฐเข้าถึงข้อมูลของบุคคลที่ต้องสงสัย” ดร.ภูมิ ภูมิรัตน ที่ปรึกษาอาวุโสของบริษัทจี-เอเบิล ซึ่งให้บริการแก่ภาคธุรกิจ กล่าว

 

รอยเตอร์รายงานว่า ร่างกฎหมายฉบับล่าสุดกำหนดให้จัดตั้งคณะกรรมการความมั่นคงทางไซเบอร์แห่งชาติ มีหัวหน้ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธาน มีอำนาจสั่งการให้หน่วยงานราชการและบริษัทเอกชนให้ความร่วมมือในการสอบสวนสืบสวนคดีความมั่นคงทางไซเบอร์

 

บทบัญญัติสำคัญ คือ เจ้าหน้าที่รัฐมีอำนาจเรียกบุคคลเข้ารายงานตัวเพื่อสอบถามข้อมูลหรือส่งมอบข้อมูล และยังมีอำนาจดักจับการสื่อสารผ่านอุปกรณ์ทุกชนิด เช่น โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ ได้เมื่อเกิด “กรณีฉุกเฉิน” โดยไม่ต้องขออำนาจศาล

 

นาวาอากาศเอก สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม อธิบายกับรอยเตอร์ว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องป้องกันอาชญากรรม และปฏิเสธว่า การซื้อซอฟต์แวร์และออกกฎหมายความมั่นคงทางไซเบอร์นั้น ไม่ใช่การสอดแนมประชาชน “ไม่ใช่การละเมิดความเป็นส่วนตัว แต่เป็นการคุ้มครองเครือข่าย”

 

อย่างไรก็ตาม พลตรี ฤทธี อินทราวุธ ผู้อำนวยการศูนย์ไซเบอร์กองทัพบก ซึ่งเฝ้าตรวจจับเนื้อหาวิจารณ์สถาบันกษัตริย์บนอินเทอร์เน็ต กล่าวว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวจะเป็นประโยชน์แก่รัฐบาลในการเอาผิดผู้หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ คนที่ไม่ได้ทำผิดกฎหมายไม่ต้องกลัวอะไร

 

“ไม่มีอะไรน่ากลัวถ้าคุณไม่ได้ทำผิด” พล.ต.ฤทธีกล่าวกับสำนักข่าวของอังกฤษ.

 

Source: Reuters

Photo:  AFP

 

 

 

 

 

Source : เผยไทยจ่อซื้อ ‘ซอฟต์แวร์แกะรอย’ ผู้ใช้เน็ต

Be the first to comment on "เผยไทยจ่อซื้อ ‘ซอฟต์แวร์แกะรอย’ ผู้ใช้เน็ต"

Leave a comment

Your email address will not be published.


*