เปิดใจเหลนคณะราษฎร ‘หมุด2475’ ไม่ใช่มรดกของสายเลือด 

เหลนคณะราษฎรท้าพรรคประชาธิปัตย์ปลดรูป ‘ควง อภัยวงศ์’ หากไม่ย้อนกลับเจตนารมณ์คณะราษฎร ยืนยันในระบอบรัฐสภาเพื่อพิสูจน์ตัวเองให้กลับมาชนะการเลือกตั้ง  สัมภาษณ์ “พริษฐ์ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์” เหลนหลวงเสรีเริงฤทธิ์ (จรูญ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์) ผู้ไปแจ้งความที่ สน.ดุสิต กรณีหมุดคณะราษฎรหาย ถึงทัศนะของเขาต่อหมุดอันเป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 และข้อเรียกร้องต่อพรรคประชาธิปัตย์  -คิดว่าตัวเองเป็นผู้เสียหายไหม  โดยส่วนตัวคิดว่าเป็นผู้เสียหาย จึงได้ไปแจ้งความ แต่ไปในฐานะคนธรรมดา ไม่ได้แจ้งความในฐานะเราเป็นลูกหลานคณะราษฎร ไม่ได้บอกว่าเป็นหมุดของเราหรือเป็นทรัพย์สินที่ต้องไปทวงคืน แต่ว่าตอนนี้เรื่องกฎหมายก็ถือว่าพ้นไปแล้ว เพราะได้ดำเนินการถึงที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว รอผลการดำเนินคดี -มองว่าเป็นเจ้าของทรัพย์ เป็นมรดกตามที่นายตำรวจตั้งคำถามหรือเปล่า  ท่านก็คงทราบดีกว่าผม เพราะเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ ผมก็ไม่ได้เก่งกาจเท่าท่าน   -เป็นเหลนคณะราษฎร มีความสัมพันธ์ในสายเลือด ทำให้คิดว่าหมุดมีความหมายกับตัวเองเป็นพิเศษมากกว่าคนอื่นหรือไม่   ก็มีนิดนึง ไม่ว่าใครจะด่าว่าคณะราษฎรชิงสุกก่อนห่ามหรือว่าอะไร ผมไม่ติดใจเลยนะ ไม่ใช่ประเด็น แต่ผมรู้สึกพิเศษตรงที่เราเป็นลูกหลาน เขาเสี่ยงชีวิตมาเพื่อการนี้ แล้วก็ไม่อยากให้ถูกลบไปจากประวัติศาสตร์ นี่คืออินเนอร์ลึกๆ  แต่ว่าส่วนตัว ผมก็ไม่ได้ซีเรียสเท่ากับท่านอื่น ผมจึงบอกแต่แรกว่าผมอาสามาเป็นหนังหน้าไฟให้ผู้หลักผู้ใหญ่ครับผม  -คิดว่าตัวเองผูกพันกับหมุดมากกว่าประชาชนทั่วไปไหม   จริงๆ ก็ไม่ เพราะว่าหมุดเป็นของประชาชนคนไทยทุกคน ไม่ได้มีความเป็นเจ้าของหรืออะไรเป็นพิเศษ มันคือสมบัติของชาติ  -เห็นหมุดใหม่แล้วรู้สึกอย่างไร ยังไม่ได้ไปสถานที่จริง ได้ดูภาพเพราะมีลูกหลานคณะราษฎรส่งมาให้ดู ได้เห็นแล้วก็รู้สึกแปลกๆ นิดนึง เพราะมีบางข้อความอยู่บนพื้นก็รู้สึกแปลกๆ แต่ก็เอาที่สบายใจเลยครับ  -ทำไมถึงเรียกร้องประชาธิปัตย์ให้มาแสดงจุดยืน  เพราะประชาธิปัตย์มีกำเนิดจากคณะราษฎร ถ้าไปที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ก็จะเห็นภาพท่านควง อภัยวงศ์อยู่ชัดเจน ท่านก็เป็นถึงอดีตนายกรัฐมนตรี เป็นผู้มีส่วนสำคัญในประวัติศาสตร์ด้านต่างๆ แล้ว ที่สำคัญคือ พรรคประชาธิปัตย์ได้บอกกล่าวกับสังคมมาตลอดว่ายึดมั่นในระบอบรัฐสภา ซึ่งก็เกิดขึ้นด้วย ท่านควงอภัยวงศ์  ก็มีส่วนร่วมด้วย  ดังนั้น ผมจึงคิดว่า ถ้าระดับผู้ก่อตั้งและระดับอดีตนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ก่อตั้งพรรค ควรจะเป็นหัวหน้าพรรคที่ออกมาแสดงความเห็น -ทำไมคาดหวังกับพรรคประชาธิปัตย์ แม้จะก่อตั้งโดยควง อภัยวงศ์ แต่บทบาทพรรคประชาธิปัตย์ ค่อนข้างจะตรงข้ามกับความเป็นประชาธิปไตย  ความจริงแล้วผม คิดว่า มันก็ตัดสินกันไปได้นะครับว่า สอดคล้องกับประชาธิปไตยหรือเปล่า ผมก็ไม่ได้เรียกร้องให้รับผิดชอบเพราะมันไม่ได้หายไปเพราะท่าน  ผมอยากถามความเห็น การตอบคำถามนั่นคือความรับผิดชอบ ไม่ใช่มันหายไปแล้วเป็นความผิดท่าน ท่านอาจจะออกมาตอบว่าดีแล้วที่เปลี่ยนหมุดก็ได้ หรือจะตอบว่าต้องหามากลับไว้ที่เดิมก็ได้ หรือท่านจะบอกว่า ขออนุญาตไม่แสดงความเห็น ตามหลักการการให้สัมภาษณ์ทั่วไป ก็ได้เหมือนกัน แต่ท่านต้องมีคำตอบในทัศนะของผม   -มองว่าพรรคประชาธิปัตย์เดินในแนวทางประชาธิปไตยหรือเป็นปฏิปักษ์กับประชาธิปไตย  พรรคประชาธิปัตย์อยู่มานานก็มีทั้งช่วงดีและไม่ดี  -ฟังก์ชั่นของพรรคประชาธิปัตย์กับการเมืองไทย   ฟังก์ชั่นของพรรคประชาธิปัตย์กับการเมืองไทย ผมมองว่าก็ค่อนข้างจะมีปัญหาจริง สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ต้องทำคือ ต้องพิสูจน์ตัวเองกลับมาชนะเลือกตั้งในระบอบรัฐสภา อย่างที่ท่านยืนยันไว้เท่านั้นเอง การที่ท่านจะยืนยันในระบอบรัฐสภาจริง ท่านก็ต้องย้อนกลับไปคณะราษฎรที่ก่อตั้งพรรคท่านขึ้นมา คือท่านควง อภัยวงศ์นั่นแหละ ไม่อย่างนั้น พรรคประชาธิปัตย์ ก็ควรจะปลดรูปท่านควง อภัยวงศ์ออก จากพรรคซะ ท่านอภิสิทธิ์ก็แจ้งมาเลยว่าเห็นด้วยที่เปลี่ยนหมุดคณะราษฎร เท่านั้นก็จบ ไม่มีอะไร  -อยากได้ยินคุณอภิสิทธิ์ พูดว่าอะไร ยังไงก็ได้ครับ เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย หรือควรจะนำมาเก็บในมิวเซียมก็แล้วแต่ท่านเลย แล้วแต่ท่าน จะตอบว่าไม่มีความเห็นก็ได้ แต่ว่าท่านต้องมีรีแอคชั่น  -เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องอย่างไร ผมเรียนโรงเรียนเดียวกับท่าน แต่เป็นรุ่นพี่ที่ห่าง นอกจากนั้นก็ได้รับการศึกษาจากสถาบันในอังกฤษเหมือนกัน   -เป็นรุ่นน้องที่สถาบันไหนบ้าง   ทางโรงเรียนได้แจ้งผมว่าอย่าเอ่ยชื่อโรงเรียน เพราะโรงเรียนจะไม่สบายใจ ส่วนที่บอกว่ารุ่นน้องอ็อกซ์ฟอร์ด ผมเรียนผ่านอินเตอร์เน็ตแต่บินไปสอบ ด้านเศรษฐศาสตร์การเมือง ในแง่การพัฒนาประเทศชาติที่มีรายได้ปานกลางพัฒนาสู่ประเทศที่มีรายได้สูง เป็นประกาศนียบัตรเล็กๆ ครับ ผมค่อนข้างจะสนใจคอร์สเล็กๆ ไม่ได้เรียนคอร์สลึกไปเป็นดอกเตอร์  ส่วนหลักสูตรปริญญาตรีกำลังเรียนรัฐศาสตร์ ม.รามคำแหง คาดว่าเรียนจบซัมเมอร์นี้  ตอนนี้เป็นพนักงานองค์กรแห่งหนึ่ง ตอนนี้ leave without pay (ลาแบบไม่รับเงินเดือน) ออกมาเรียนเพิ่มเติม อนาคตอยากนำความรู้มาทำประโยชน์เพื่อประเทศ ไม่คิดว่าจะต้องไปทำธุรกิจเอกชน  -เคยทำกิจกรรมเคลื่อนไหวมาก่อนหรือไม่  เคยทำกิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ แถวๆ สยาม หลังเหตุการณ์สลายการชุมนุมปี 53 เคยจัดงานดนตรีเพื่อสันติภาพหลังวันบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ ร่วมกับเพื่อนนักดนตรี ชื่อเทศกาลหลากสี เรามาลืมเรื่องไม่ดี มาเริ่มต้นกันใหม่ ทำความเข้าใจกันใหม่ เราคิดเห็นแตกต่างได้ แต่ว่าเราอยู่ด้วยกันได้  -อยากเห็นสังคมแบบไหน   อยากเห็นสังคมที่เปิดกว้างให้แต่ละคนได้ใช้ศักยภาพตัวเองได้เต็มที่ในด้านการพัฒนาประเทศชาติ   ผมรู้สึกว่ามันมีแบริเออร์บางอย่าง ที่ทำให้คนรุ่นใหม่ ไม่สามารถที่จะ เอาความสามารถตัวเองเข้าไปพัฒนา มีแบริเออร์ค่อนข้างเยอะ คนรุ่นใหม่เสนออย่างนั้นอย่างนี้ บางทีคนก็ไม่ฟังเรา ผมไม่ได้หมายถึงหน่วยงานผมนะ  -ได้รับการปลูกฝังความคิดทางการเมืองจากครอบครัวอย่างไร  ตอนเด็กๆ จะมีแม่บ้าน ซึ่งเมื่อก่อนก็เรียกบ่าว เป็นสิบคนเลย ก็มีการเลือกตั้งภายในบ้าน มีกระทรวงโน้นกระทรวงนี้ มีโหวตลงคะแนนเสียงทุก 3 เดือน แต่ละคนจะไปเป็นรัฐมนตรีกระทรวงซักผ้า กระทรวงล้างจาน กระทรวงห้องครัว ผมก็ดูกระทรวงซ่อมมือถือ ซ่อมให้ทุกคนรวมถึงลูกแม่บ้านด้วสย  -แล้วการเมืองนอกบ้านมีการพูดคุยกันอย่างไร คือการเมืองในประเทศไทยมันรุนแรงและหลายๆ อย่าง โดยส่วนตัวผมก็ไม่ค่อยอยากจะไปอะไรมาก    การเมืองในประเทศ ช่วงนี้มีความสับสนเยอะ ด้วยความที่ประวัติศาสตร์บอกเรามาหลายรอบ ในช่วงฝุ่นตลบเรามองอะไรไม่ออกหรอก เมื่อเวลาผ่านไป ประวัติศาสตร์ก็จะจารึกเองว่าใครทำอะไรไว้บ้างครับผม   


Read all…. :

เหลนคณะราษฎรท้าพรรคประชาธิปัตย์ปลดรูป ‘ควง อภัยวงศ์’ หากไม่ย้อนกลับเจตนารมณ์คณะราษฎร ยืนยันในระบอบรัฐสภาเพื่อพิสูจน์ตัวเองให้กลับมาชนะการเลือกตั้ง 

สัมภาษณ์ “พริษฐ์ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์” เหลนหลวงเสรีเริงฤทธิ์ (จรูญ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์) ผู้ไปแจ้งความที่ สน.ดุสิต กรณีหมุดคณะราษฎรหาย ถึงทัศนะของเขาต่อหมุดอันเป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 และข้อเรียกร้องต่อพรรคประชาธิปัตย์ 

-คิดว่าตัวเองเป็นผู้เสียหายไหม 

โดยส่วนตัวคิดว่าเป็นผู้เสียหาย จึงได้ไปแจ้งความ แต่ไปในฐานะคนธรรมดา ไม่ได้แจ้งความในฐานะเราเป็นลูกหลานคณะราษฎร ไม่ได้บอกว่าเป็นหมุดของเราหรือเป็นทรัพย์สินที่ต้องไปทวงคืน แต่ว่าตอนนี้เรื่องกฎหมายก็ถือว่าพ้นไปแล้ว เพราะได้ดำเนินการถึงที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว รอผลการดำเนินคดี

-มองว่าเป็นเจ้าของทรัพย์ เป็นมรดกตามที่นายตำรวจตั้งคำถามหรือเปล่า 

ท่านก็คงทราบดีกว่าผม เพราะเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ ผมก็ไม่ได้เก่งกาจเท่าท่าน

 
-เป็นเหลนคณะราษฎร มีความสัมพันธ์ในสายเลือด ทำให้คิดว่าหมุดมีความหมายกับตัวเองเป็นพิเศษมากกว่าคนอื่นหรือไม่

 
ก็มีนิดนึง ไม่ว่าใครจะด่าว่าคณะราษฎรชิงสุกก่อนห่ามหรือว่าอะไร ผมไม่ติดใจเลยนะ ไม่ใช่ประเด็น แต่ผมรู้สึกพิเศษตรงที่เราเป็นลูกหลาน เขาเสี่ยงชีวิตมาเพื่อการนี้ แล้วก็ไม่อยากให้ถูกลบไปจากประวัติศาสตร์ นี่คืออินเนอร์ลึกๆ 

แต่ว่าส่วนตัว ผมก็ไม่ได้ซีเรียสเท่ากับท่านอื่น ผมจึงบอกแต่แรกว่าผมอาสามาเป็นหนังหน้าไฟให้ผู้หลักผู้ใหญ่ครับผม 

-คิดว่าตัวเองผูกพันกับหมุดมากกว่าประชาชนทั่วไปไหม
 

จริงๆ ก็ไม่ เพราะว่าหมุดเป็นของประชาชนคนไทยทุกคน ไม่ได้มีความเป็นเจ้าของหรืออะไรเป็นพิเศษ มันคือสมบัติของชาติ 

-เห็นหมุดใหม่แล้วรู้สึกอย่างไร

ยังไม่ได้ไปสถานที่จริง ได้ดูภาพเพราะมีลูกหลานคณะราษฎรส่งมาให้ดู ได้เห็นแล้วก็รู้สึกแปลกๆ นิดนึง เพราะมีบางข้อความอยู่บนพื้นก็รู้สึกแปลกๆ แต่ก็เอาที่สบายใจเลยครับ 

-ทำไมถึงเรียกร้องประชาธิปัตย์ให้มาแสดงจุดยืน 

เพราะประชาธิปัตย์มีกำเนิดจากคณะราษฎร ถ้าไปที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ก็จะเห็นภาพท่านควง อภัยวงศ์อยู่ชัดเจน ท่านก็เป็นถึงอดีตนายกรัฐมนตรี เป็นผู้มีส่วนสำคัญในประวัติศาสตร์ด้านต่างๆ แล้ว ที่สำคัญคือ พรรคประชาธิปัตย์ได้บอกกล่าวกับสังคมมาตลอดว่ายึดมั่นในระบอบรัฐสภา ซึ่งก็เกิดขึ้นด้วย ท่านควงอภัยวงศ์  ก็มีส่วนร่วมด้วย 

ดังนั้น ผมจึงคิดว่า ถ้าระดับผู้ก่อตั้งและระดับอดีตนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ก่อตั้งพรรค ควรจะเป็นหัวหน้าพรรคที่ออกมาแสดงความเห็น

-ทำไมคาดหวังกับพรรคประชาธิปัตย์ แม้จะก่อตั้งโดยควง อภัยวงศ์ แต่บทบาทพรรคประชาธิปัตย์ ค่อนข้างจะตรงข้ามกับความเป็นประชาธิปไตย 

ความจริงแล้วผม คิดว่า มันก็ตัดสินกันไปได้นะครับว่า สอดคล้องกับประชาธิปไตยหรือเปล่า ผมก็ไม่ได้เรียกร้องให้รับผิดชอบเพราะมันไม่ได้หายไปเพราะท่าน 

ผมอยากถามความเห็น การตอบคำถามนั่นคือความรับผิดชอบ ไม่ใช่มันหายไปแล้วเป็นความผิดท่าน

ท่านอาจจะออกมาตอบว่าดีแล้วที่เปลี่ยนหมุดก็ได้ หรือจะตอบว่าต้องหามากลับไว้ที่เดิมก็ได้ หรือท่านจะบอกว่า ขออนุญาตไม่แสดงความเห็น ตามหลักการการให้สัมภาษณ์ทั่วไป ก็ได้เหมือนกัน แต่ท่านต้องมีคำตอบในทัศนะของผม
 

-มองว่าพรรคประชาธิปัตย์เดินในแนวทางประชาธิปไตยหรือเป็นปฏิปักษ์กับประชาธิปไตย 

พรรคประชาธิปัตย์อยู่มานานก็มีทั้งช่วงดีและไม่ดี 

-ฟังก์ชั่นของพรรคประชาธิปัตย์กับการเมืองไทย

 
ฟังก์ชั่นของพรรคประชาธิปัตย์กับการเมืองไทย ผมมองว่าก็ค่อนข้างจะมีปัญหาจริง สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ต้องทำคือ ต้องพิสูจน์ตัวเองกลับมาชนะเลือกตั้งในระบอบรัฐสภา อย่างที่ท่านยืนยันไว้เท่านั้นเอง การที่ท่านจะยืนยันในระบอบรัฐสภาจริง ท่านก็ต้องย้อนกลับไปคณะราษฎรที่ก่อตั้งพรรคท่านขึ้นมา คือท่านควง อภัยวงศ์นั่นแหละ ไม่อย่างนั้น พรรคประชาธิปัตย์ ก็ควรจะปลดรูปท่านควง อภัยวงศ์ออก จากพรรคซะ ท่านอภิสิทธิ์ก็แจ้งมาเลยว่าเห็นด้วยที่เปลี่ยนหมุดคณะราษฎร เท่านั้นก็จบ ไม่มีอะไร 

-อยากได้ยินคุณอภิสิทธิ์ พูดว่าอะไร

ยังไงก็ได้ครับ เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย หรือควรจะนำมาเก็บในมิวเซียมก็แล้วแต่ท่านเลย แล้วแต่ท่าน จะตอบว่าไม่มีความเห็นก็ได้ แต่ว่าท่านต้องมีรีแอคชั่น 

-เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องอย่างไร

ผมเรียนโรงเรียนเดียวกับท่าน แต่เป็นรุ่นพี่ที่ห่าง นอกจากนั้นก็ได้รับการศึกษาจากสถาบันในอังกฤษเหมือนกัน

 
-เป็นรุ่นน้องที่สถาบันไหนบ้าง

 
ทางโรงเรียนได้แจ้งผมว่าอย่าเอ่ยชื่อโรงเรียน เพราะโรงเรียนจะไม่สบายใจ ส่วนที่บอกว่ารุ่นน้องอ็อกซ์ฟอร์ด ผมเรียนผ่านอินเตอร์เน็ตแต่บินไปสอบ ด้านเศรษฐศาสตร์การเมือง ในแง่การพัฒนาประเทศชาติที่มีรายได้ปานกลางพัฒนาสู่ประเทศที่มีรายได้สูง เป็นประกาศนียบัตรเล็กๆ ครับ ผมค่อนข้างจะสนใจคอร์สเล็กๆ ไม่ได้เรียนคอร์สลึกไปเป็นดอกเตอร์ 

ส่วนหลักสูตรปริญญาตรีกำลังเรียนรัฐศาสตร์ ม.รามคำแหง คาดว่าเรียนจบซัมเมอร์นี้ 

ตอนนี้เป็นพนักงานองค์กรแห่งหนึ่ง ตอนนี้ leave without pay (ลาแบบไม่รับเงินเดือน) ออกมาเรียนเพิ่มเติม อนาคตอยากนำความรู้มาทำประโยชน์เพื่อประเทศ ไม่คิดว่าจะต้องไปทำธุรกิจเอกชน 

-เคยทำกิจกรรมเคลื่อนไหวมาก่อนหรือไม่ 

เคยทำกิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ แถวๆ สยาม หลังเหตุการณ์สลายการชุมนุมปี 53 เคยจัดงานดนตรีเพื่อสันติภาพหลังวันบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ ร่วมกับเพื่อนนักดนตรี ชื่อเทศกาลหลากสี เรามาลืมเรื่องไม่ดี มาเริ่มต้นกันใหม่ ทำความเข้าใจกันใหม่ เราคิดเห็นแตกต่างได้ แต่ว่าเราอยู่ด้วยกันได้ 

-อยากเห็นสังคมแบบไหน
 

อยากเห็นสังคมที่เปิดกว้างให้แต่ละคนได้ใช้ศักยภาพตัวเองได้เต็มที่ในด้านการพัฒนาประเทศชาติ
 

ผมรู้สึกว่ามันมีแบริเออร์บางอย่าง ที่ทำให้คนรุ่นใหม่ ไม่สามารถที่จะ เอาความสามารถตัวเองเข้าไปพัฒนา มีแบริเออร์ค่อนข้างเยอะ คนรุ่นใหม่เสนออย่างนั้นอย่างนี้ บางทีคนก็ไม่ฟังเรา ผมไม่ได้หมายถึงหน่วยงานผมนะ 

-ได้รับการปลูกฝังความคิดทางการเมืองจากครอบครัวอย่างไร 

ตอนเด็กๆ จะมีแม่บ้าน ซึ่งเมื่อก่อนก็เรียกบ่าว เป็นสิบคนเลย ก็มีการเลือกตั้งภายในบ้าน มีกระทรวงโน้นกระทรวงนี้ มีโหวตลงคะแนนเสียงทุก 3 เดือน แต่ละคนจะไปเป็นรัฐมนตรีกระทรวงซักผ้า กระทรวงล้างจาน กระทรวงห้องครัว ผมก็ดูกระทรวงซ่อมมือถือ ซ่อมให้ทุกคนรวมถึงลูกแม่บ้านด้วสย 

-แล้วการเมืองนอกบ้านมีการพูดคุยกันอย่างไร

คือการเมืองในประเทศไทยมันรุนแรงและหลายๆ อย่าง โดยส่วนตัวผมก็ไม่ค่อยอยากจะไปอะไรมาก 

 

การเมืองในประเทศ ช่วงนี้มีความสับสนเยอะ ด้วยความที่ประวัติศาสตร์บอกเรามาหลายรอบ ในช่วงฝุ่นตลบเรามองอะไรไม่ออกหรอก เมื่อเวลาผ่านไป ประวัติศาสตร์ก็จะจารึกเองว่าใครทำอะไรไว้บ้างครับผม 
 

Source : เปิดใจเหลนคณะราษฎร ‘หมุด2475’ ไม่ใช่มรดกของสายเลือด 

Be the first to comment on "เปิดใจเหลนคณะราษฎร ‘หมุด2475’ ไม่ใช่มรดกของสายเลือด "

Leave a comment

Your email address will not be published.


*