เปิดที่มา ‘กรมศิลปากร’ พ.ร.บ.จัดตั้ง โดย ‘คณะราษฎร’

พ.ร.บ.จัดตั้ง ‘กรมศิลปากร’ เกิดขึ้นในยุคคณะราษฎร มาย้อนดูประวัติศาสตร์หลัง 2475 เมื่อปีนี้ 2560 กรมศิลปากร ระบุ ‘หมุดคณะราษฎร’ ไม่เป็นประโยชน์ทางประวัติศาสตร์ ไม่ใช่โบราณวัตถุ   ภายหลัง กรมศิลปากรระบุว่า หมุดคณะราษฎร ไม่ใช่ “โบราณวัตถุ” ไม่ใช่สังหาริมทรัพย์ที่เป็นประโยชน์ในทางประวัติศาสตร์ เพราะหมุดดังกล่าวมีลักษณะเป็นเพียงเครื่องหมายระบุตำแหน่งที่เคยมีการประกาศแถลงการณ์เปลี่ยนแปลงการปกครองเท่านั้น    การอธิบายดังกล่าวทำให้เกิดข้อถกเถียงในสังคม เพราะมีฝ่ายที่คิดแตกต่างกับกรมศิลปากร เช่น ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่มองว่า “หมุดคณะราษฎรที่หายไปเป็นโบราณวัตถุแน่ มีมาตั้งแต่ปี 2479 เป็นสมบัติของราชการ กระทรวงมหาดไทยเป็นคนทำ นายกรัฐมนตรีเป็นคนวางศิลาฤกษ์ เพราะฉะนั้น เป็นโบราณวัตถุ ส่วนที่กรมศิลปากรบอกว่าไม่ใช่ เรื่องนี้กรมศิลปากรก็น่าสงสารนะ อาจจะไม่ได้เรียนประวัติศาสตร์”   ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ   เมื่อลองมาย้อนดูประวัติกรมศิลปากร ในเว็บไซต์กรมศิลปากร จะพบว่า หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิถุนายน 2475 ในวันที่ 3 พฤษภาคม 2476  ได้มีพระราชบัญญัติจัดตั้งกรมศิลปากรขึ้นมาใหม่ หลังจากก่อนหน้านั้น ในปี พ.ศ.2469 สมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7) “กรมศิลปากร” ถูกยุบไปรวมเข้ากับราชบัณฑิตยสภา เรียกว่า “ศิลปากรสถาน”   สำหรับ “กรมศิลปากร” มีการจัดตั้งเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ.2454 โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่ 6) ทรงเล็งเห็นความสำคัญ “มรดกศิลปวัฒนธรรม” อันเป็นรากเหง้า ของชีวิต และบ้านเมือง จึงทรงมีพระราชดำริ ให้โอนกิจการของช่างมหาดเล็ก จากกระทรวงวัง และกรมพิพิธภัณฑ์ จากกระทรวงธรรมการ มาจัดตั้งเป็น “กรมศิลปากร”   เนื้อหาตอนหนึ่งในเว็บไซต์ กรมศิลปากร ระบุประวัติดังนี้              นับแต่อดีตที่ล่วงเลยมาเป็นเวลานานก่อน พ.ศ.


Read all…. :

พ.ร.บ.จัดตั้ง ‘กรมศิลปากร’ เกิดขึ้นในยุคคณะราษฎร มาย้อนดูประวัติศาสตร์หลัง 2475 เมื่อปีนี้ 2560 กรมศิลปากร ระบุ ‘หมุดคณะราษฎร’ ไม่เป็นประโยชน์ทางประวัติศาสตร์ ไม่ใช่โบราณวัตถุ

 

ภายหลัง กรมศิลปากรระบุว่า หมุดคณะราษฎร ไม่ใช่ “โบราณวัตถุ” ไม่ใช่สังหาริมทรัพย์ที่เป็นประโยชน์ในทางประวัติศาสตร์ เพราะหมุดดังกล่าวมีลักษณะเป็นเพียงเครื่องหมายระบุตำแหน่งที่เคยมีการประกาศแถลงการณ์เปลี่ยนแปลงการปกครองเท่านั้น 

 

การอธิบายดังกล่าวทำให้เกิดข้อถกเถียงในสังคม เพราะมีฝ่ายที่คิดแตกต่างกับกรมศิลปากร เช่น ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่มองว่า “หมุดคณะราษฎรที่หายไปเป็นโบราณวัตถุแน่ มีมาตั้งแต่ปี 2479 เป็นสมบัติของราชการ กระทรวงมหาดไทยเป็นคนทำ นายกรัฐมนตรีเป็นคนวางศิลาฤกษ์ เพราะฉะนั้น เป็นโบราณวัตถุ ส่วนที่กรมศิลปากรบอกว่าไม่ใช่ เรื่องนี้กรมศิลปากรก็น่าสงสารนะ อาจจะไม่ได้เรียนประวัติศาสตร์”

 

600

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ

 

เมื่อลองมาย้อนดูประวัติกรมศิลปากร ในเว็บไซต์กรมศิลปากร จะพบว่า หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิถุนายน 2475 ในวันที่ 3 พฤษภาคม 2476  ได้มีพระราชบัญญัติจัดตั้งกรมศิลปากรขึ้นมาใหม่ หลังจากก่อนหน้านั้น ในปี พ.ศ.2469 สมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7) “กรมศิลปากร” ถูกยุบไปรวมเข้ากับราชบัณฑิตยสภา เรียกว่า “ศิลปากรสถาน”

 

สำหรับ “กรมศิลปากร” มีการจัดตั้งเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ.2454 โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่ 6) ทรงเล็งเห็นความสำคัญ “มรดกศิลปวัฒนธรรม” อันเป็นรากเหง้า ของชีวิต และบ้านเมือง จึงทรงมีพระราชดำริ ให้โอนกิจการของช่างมหาดเล็ก จากกระทรวงวัง และกรมพิพิธภัณฑ์ จากกระทรวงธรรมการ มาจัดตั้งเป็น “กรมศิลปากร”

 

เนื้อหาตอนหนึ่งในเว็บไซต์กรมศิลปากรระบุประวัติดังนี้ 

 

          นับแต่อดีตที่ล่วงเลยมาเป็นเวลานานก่อน พ.ศ. ๒๔๕๔ มรดกศิลปวัฒนธรรมไทย โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ประวัติศาสตร์ วรรณกรรม การละคร ดนตรี ฟ้อนรำ งานช่างประณีตศิลป์ การหอสมุด จดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์ ฯลฯ อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงาน กรม กระทรวงต่าง ๆ อย่างหลากหลาย ไม่มีการรวบรวม จัดไว้ใน ความรับผิดชอบ ของหน่วยงานใด เป็นการเฉพาะ

 

          จนกระทั่งในรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ ทรงเล็งเห็นความสำคัญ “มรดกศิลปวัฒนธรรม” อันเป็นรากเหง้า ของชีวิต และบ้านเมือง จึงทรงมีพระราชดำริ ให้โอนกิจการของช่างมหาดเล็ก จากกระทรวงวัง และกรมพิพิธภัณฑ์ จากกระทรวงธรรมการ มาจัดตั้งเป็น “กรมศิลปากร” เมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม พ.ศ.๒๔๕๔ ต่อมาในปี พ.ศ.๒๔๖๙ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้โอนงานพิพิธภัณฑ์ ไปอยู่ในความควบคุมดูแลของ กรรมการหอพระสมุดฯ และได้โปรดเกล้าฯ ให้ยุบกรมศิลปากรไปรวมเข้ากับราชบัณฑิตยสภา เรียกว่า “ศิลปากรสถาน”

 

           ต่อมาภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง คือ เมื่อวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๔๗๖ ก็ได้มี พระราชบัญญัติ จัดตั้งกรมศิลปากร ขึ้นมาใหม่ อีกครั้ง โดยสังกัด กระทรวงธรรมการ หลังจากนั้น ได้มีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ส่วนราชการภายใน และย้ายสังกัด เพื่อความเหมาะสม หลายครั้ง จนกระทั่ง พ.ศ. ๒๕๐๑ จึงได้มีพระราชบัญญัติ โอนกรมศิลปากร มาสังกัด กระทรวงศึกษาธิการ และต่อมาได้โอนมาสังกัดกระทรวงวัฒนธรรมซึ่งได้รับการสถาปนาขึ้นใหม่ตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม เมื่อวันที่ ๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ ถือเป็น ๑ ใน ๒๐ กระทรวงหลักของประเทศ ตามนโยบายปฏิรูประบบราชการของรัฐบาล 

           

          กรมศิลปากรได้ปรับปรุงการแบ่งส่วนราชการใหม่ ตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม (ฉบับที่ ๒ ) พ.ศ.๒๕๔๘ โดยยกเลิกสำนักสถาปัตยกรรมและหัตถศิลป์ และจัดตั้งหน่วยงานใหม่ขึ้นอีก ๒ สำนัก แทน คือ สำนักช่างสิบหมู่ และสำนักสถาปัตยกรรม และตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม (ฉบับที่ ๓ ) พ.ศ.๒๕๔๙ ปรับปรุงโครงสร้างและการบริหารของ “สำนักงานศิลปากรที่ ๑-๑๕”  ซึ่งเดิมมีฐานะเป็นหน่วยงานภายใต้สังกัดสำนักโบราณคดีเป็น “สำนักศิลปากรที่ ๑-๑๕” ขึ้นตรงต่อกรมศิลปากร รับผิดชอบดำเนินงานตามอำนาจหน้าที่ของกรมศิลปากรในเขตพื้นที่ส่วนภูมิภาค และเมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๐  โอนย้ายสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ไปสังกัดกระทรวงวัฒนธรรม ตามพระราชบัญญัติสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ.๒๕๕๐

 

ที่มาภาพ เว็บไซต์กรมศิลปากร

 

Source : เปิดที่มา ‘กรมศิลปากร’ พ.ร.บ.จัดตั้ง โดย ‘คณะราษฎร’

Be the first to comment on "เปิดที่มา ‘กรมศิลปากร’ พ.ร.บ.จัดตั้ง โดย ‘คณะราษฎร’"

Leave a comment

Your email address will not be published.


*