สนช.ค้านคุณสมบัติผู้ตรวจการแผ่นดิน

สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ค้านการสรรหาผู้ตรวจการแผ่นดิน ตามคุณสมบัติใหม่ ชี้ยิ่งกำหนดเกณฑ์สูง ยิ่งหาคนดีมาดำรงตำแหน่งได้ยาก ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติ 217 เสียง เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน ในวาระที่หนึ่ง โดย นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ชี้แจงหลักการของกฎหมายที่เปลี่ยนแปลงสาระสำคัญไปจากร่างเดิม 3 ประเด็น คือ 1.เปลี่ยนบทบาทของผู้ตรวจการแผ่นดิน จากเป็นคนตรวจจับและรายงานความผิด เป็นบุคคลที่ช่วยเหลือ และให้คำปรึกษาเจ้าหน้าที่รัฐและหน่วยงานรัฐ   2.หลังมีการร้องทุกข์จากประชาชนให้ผู้ตรวจการแผ่นดินหารือกับเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว โดยระหว่างนั้นจะต้องระงับเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนภายใน 30 วัน และหลังจากได้ผลการหารือแล้ว หากภาครัฐไม่ปฏิบัติตามให้ถือว่ามีความผิด 3.หลีกเลี่ยงการตั้งคณะอนุกรรมการทำงานแทนผู้ตรวจการแผ่นดิน ยกเว้นแต่กรณีที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งนี้สมาชิกหลายคนอภิปราย และขอสงวนคำแปรญัตติ ในประเด็นการสรรหาผู้ตรวจการแผ่นดิน 3 คน ตามคุณสมบัติใหม่ที่กำหนดให้ กรรมการ 2 คนเคยดำรงตำแหน่งอธิบดี หรือเทียบเท่าในหน่วยงานราชการมาไม่น้อยกว่า 5 ปี และอีก 1 คนเคยดำเนินกิจการสาธารณามาไม่น้อยกว่า 20 ปี ซึ่ง พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอน เห็นว่าเป็นการกำหนดคุณสมบัติที่สูงจนเกินไปทำให้สรรหากรรมการยากขึ้น และเมื่อมีตัวเลือกน้อยลง จะยิ่งหาคนดีมาดำรงตำแหน่งได้ยากตามไปด้วย ขณะเดียวกัน นายกล้าณรงค์ จันทิก อภิปรายว่า การรีเซ็ตผุ้ตรวจการเลือกตั้ง เป็นการใช้กฎหมายย้อนหลังให้โทษ ซึ่งไม่เป็นธรรมกับกรรมการที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในขณะนี้ โดย สนช. มีมติให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ 19 คน ประกอบด้วย กรธ.


Read all…. :

สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ค้านการสรรหาผู้ตรวจการแผ่นดิน ตามคุณสมบัติใหม่ ชี้ยิ่งกำหนดเกณฑ์สูง ยิ่งหาคนดีมาดำรงตำแหน่งได้ยาก

ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติ 217 เสียง เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน ในวาระที่หนึ่ง โดย นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ชี้แจงหลักการของกฎหมายที่เปลี่ยนแปลงสาระสำคัญไปจากร่างเดิม 3 ประเด็น คือ

1.เปลี่ยนบทบาทของผู้ตรวจการแผ่นดิน จากเป็นคนตรวจจับและรายงานความผิด เป็นบุคคลที่ช่วยเหลือ และให้คำปรึกษาเจ้าหน้าที่รัฐและหน่วยงานรัฐ  

2.หลังมีการร้องทุกข์จากประชาชนให้ผู้ตรวจการแผ่นดินหารือกับเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว โดยระหว่างนั้นจะต้องระงับเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนภายใน 30 วัน และหลังจากได้ผลการหารือแล้ว หากภาครัฐไม่ปฏิบัติตามให้ถือว่ามีความผิด

3.หลีกเลี่ยงการตั้งคณะอนุกรรมการทำงานแทนผู้ตรวจการแผ่นดิน ยกเว้นแต่กรณีที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ทั้งนี้สมาชิกหลายคนอภิปราย และขอสงวนคำแปรญัตติ ในประเด็นการสรรหาผู้ตรวจการแผ่นดิน 3 คน ตามคุณสมบัติใหม่ที่กำหนดให้ กรรมการ 2 คนเคยดำรงตำแหน่งอธิบดี หรือเทียบเท่าในหน่วยงานราชการมาไม่น้อยกว่า 5 ปี และอีก 1 คนเคยดำเนินกิจการสาธารณามาไม่น้อยกว่า 20 ปี ซึ่ง พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอน เห็นว่าเป็นการกำหนดคุณสมบัติที่สูงจนเกินไปทำให้สรรหากรรมการยากขึ้น และเมื่อมีตัวเลือกน้อยลง จะยิ่งหาคนดีมาดำรงตำแหน่งได้ยากตามไปด้วย ขณะเดียวกัน นายกล้าณรงค์ จันทิก อภิปรายว่า การรีเซ็ตผุ้ตรวจการเลือกตั้ง เป็นการใช้กฎหมายย้อนหลังให้โทษ ซึ่งไม่เป็นธรรมกับกรรมการที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในขณะนี้

โดย สนช. มีมติให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ 19 คน ประกอบด้วย กรธ. 2 คน ครม. 3 คน และ สนช. 14 คน กำหนดเวลาแปรญัตติ 7 วัน และดำเนินการ 45 วัน

Source : สนช.ค้านคุณสมบัติผู้ตรวจการแผ่นดิน

Be the first to comment on "สนช.ค้านคุณสมบัติผู้ตรวจการแผ่นดิน"

Leave a comment

Your email address will not be published.


*