ศาลอาญา สรุปข้อปฏิบัติในการถ่ายภาพทำข่าว

ศาลอาญา กำหนดพื้นที่ที่อนุญาตให้ถ่ายภาพทำข่าว ห้ามถ่ายภาพที่ติดเครื่องพันธนาการ ไม่ให้เห็นใบหน้าเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์หรือตำรวจขณะการควบคุมตัว และห้ามไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก บริเวณห้องควบคุมตัวและด้านหลังศาลอาญา นายเจริญวิทย์ เกื้อทิพย์ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา , นายมนตรี รัตนทวีโสภณเลขานุการศาลอาญา และนายเจตสิริ อังศุพาณิชย์ ผู้อำนวยศาลอาญา ประชุมร่วมเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์และสื่อมวลชนโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์หลายสำนัก เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (13 มิ.ย.) เพื่อสรุปแนวทางและข้อปฎิบัติในการถ่ายภาพทำข่าวบริเวณห้องคุมขังศาลอาญา  โดยนายเจริญวิทย์ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา กล่าวว่า การทำหน้าที่ของผู้สื่อข่าวถือเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญต้องมีเสรีภาพขั้นพื้นฐาน ที่ทำให้มนุษย์สามารถแสดงความคิดเห็นได้โดยผ่านสื่อทุกรูปแบบ สามารถแสวงหาการรับข้อมูลข่าวสารและแสดงความคิดเห็นเผยแพร่ ข้อมูลข่าวสารได้โดยปราศจากการแทรกแซงของรัฐ  ทั้งนี้ในส่วนของศาลที่เป็นหน่วยงานโดยเฉพาะ เพื่อความเรียบร้อยในบริเวณศาล และสิทธิของจำเลยปกติก็จะให้สื่อมวลชนเสนอข่าวตามที่กฎหมายกำหนดไว้ หรือศาลได้ออกข้อกำหนดเฉพาะในส่วนของศาล เฉพาะศาลอาญาเองเราก็มีข้อกำหนดตามที่เคยได้ประชุมกับผู้สื่อข่าวครั้งก่อนแล้วดังนี้ ประการแรกบริเวณหน้าศาลอาญา ศาลจะอนุญาตให้ถ่ายภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหวตามปกติ รวมทั้งป้ายชื่อศาลก็สามารถถ่ายได้ แต่ในส่วนที่เป็นบัลลังก์ห้องพิจารณาคดี ศาลจะไม่อนุญาตให้ถ่ายนิ่งหรือภาพเครื่องไหว ส่วนการถ่ายภาพบริเวณด้านหลังศาลอาญานั้น การถ่ายภาพจะต้องขออนุญาตก่อนทุกครั่ง มิฉะนั้นจะไม่อนุญาตให้ถ่าย ยกเว้นกรณีเป็นเหตุการณ์ฉุกเฉิน เช่น คดีที่มีการนำตัวผู้ต้องหามาฝากขัง ซึ่งศาลและผู้สื่อข่าวก็ไม่ทราบล่วงหน้า จะอนุญาตให้ถ่ายภาพล่วงหน้าได้ แต่ต้องไปยื่นขออนุญาตในภายหลัง นายเจริญวิทย์ กล่าวต่อว่า ส่วนบริเวณด้านหลังศาลที่อนุญาตให้ถ่ายรูป จะอนุญาตให้เฉพาะสื่อที่มีรายชื่อขออนุญาตเท่านั้น ซึ่งจะกำหนดจุดเป็นพื้นที่บริเวณหน้าทางเข้าห้องควบคุมด้านหลังศาล และบริเวณทางเดินด้านในที่จัดพื้นที่ไว้ให้รวม 2 จุด ซึ่งศาลจะให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) ตำรวจและเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ประสานกับผู้สื่อข่าวว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยอนุญาตจะให้ถ่ายภาพหรือไม่ ถ้าหากผู้ต้องหาหรือจำเลยอนุญาตก็สามารถถ่ายได้ หากจำเลยหรือผู้ต้องหาไม่อนุญาตก็ไม่สามารถถ่ายได้เพราะจะเป็นการละเมิดสิทธิ ส่วนพื้นที่ที่กำหนดให้ถ่ายภาพดังกล่าวนั้น ให้ผู้สื่อข่าวที่ถ่ายภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหวได้ตั้งแต่ระดับหน้าอกและใบหน้าของผู้ต้องหาหรือจำเลย หรือหากจะมีการเบลอใบหน้าผู้ต้องหาหรือจำเลยก็จะเป็นการเพราะการถ่ายภาพทำข่าวไม่ใช่การประจานผู้ต้องหาหรือจำเลยในลักษณะเหยียดหยาม แต่ขึ้นอยู่กับจรรยาบรรณของผู้สื่อข่าวและแต่ละองค์การ โดยเฉพาะอย่างยิ่งห้ามถ่ายภาพที่ติดเครื่องพันธนาการ กรงขัง โซ่ตรวน กุญแจมือหรือกำไลข้อมือ และไม่ให้เห็นใบหน้าเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์หรือตำรวจขณะการควบคุมตัว แต่หากถ่ายภาพติดเจ้าหน้าที่ด้วยความจำเป็นก็อาจจะใช้วิธีการเบลอภาพได้ และขอห้ามทำการไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กและด้วยเครื่องมืออุปกรณ์ใดๆก็ตาม บริเวณห้องควบคุมตัวและด้านหลังศาลอาญา ส่วนการถ่ายภาพบริเวณห้องเวรชี้ในการนำตัวผู้ต้องหามาฝากขัง ศาลจะอนุญาตให้ถ่ายภาพช่วงผู้ต้องหาเดิน แต่ห้ามถ่ายภาพผู้ต้องหาขณะรายงานตัวกับเจ้าหน้าที่บริเวณหน้าห้องเวรชี้ และขอย้ำบริเวณห้องพิจารณาคดีห้ามไม่ให้สัมภาษณ์คู่ความหรือผู้ต้องขังในห้องพิจารณาโดยเด็ดขาด


Read Continue…. :

ศาลอาญา กำหนดพื้นที่ที่อนุญาตให้ถ่ายภาพทำข่าว ห้ามถ่ายภาพที่ติดเครื่องพันธนาการ ไม่ให้เห็นใบหน้าเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์หรือตำรวจขณะการควบคุมตัว และห้ามไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก บริเวณห้องควบคุมตัวและด้านหลังศาลอาญา

นายเจริญวิทย์ เกื้อทิพย์ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา , นายมนตรี รัตนทวีโสภณเลขานุการศาลอาญา และนายเจตสิริ อังศุพาณิชย์ ผู้อำนวยศาลอาญา ประชุมร่วมเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์และสื่อมวลชนโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์หลายสำนัก เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (13 มิ.ย.) เพื่อสรุปแนวทางและข้อปฎิบัติในการถ่ายภาพทำข่าวบริเวณห้องคุมขังศาลอาญา 

โดยนายเจริญวิทย์ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา กล่าวว่า การทำหน้าที่ของผู้สื่อข่าวถือเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญต้องมีเสรีภาพขั้นพื้นฐาน ที่ทำให้มนุษย์สามารถแสดงความคิดเห็นได้โดยผ่านสื่อทุกรูปแบบ สามารถแสวงหาการรับข้อมูลข่าวสารและแสดงความคิดเห็นเผยแพร่ ข้อมูลข่าวสารได้โดยปราศจากการแทรกแซงของรัฐ  ทั้งนี้ในส่วนของศาลที่เป็นหน่วยงานโดยเฉพาะ เพื่อความเรียบร้อยในบริเวณศาล และสิทธิของจำเลยปกติก็จะให้สื่อมวลชนเสนอข่าวตามที่กฎหมายกำหนดไว้ หรือศาลได้ออกข้อกำหนดเฉพาะในส่วนของศาล เฉพาะศาลอาญาเองเราก็มีข้อกำหนดตามที่เคยได้ประชุมกับผู้สื่อข่าวครั้งก่อนแล้วดังนี้

ประการแรกบริเวณหน้าศาลอาญา ศาลจะอนุญาตให้ถ่ายภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหวตามปกติ รวมทั้งป้ายชื่อศาลก็สามารถถ่ายได้ แต่ในส่วนที่เป็นบัลลังก์ห้องพิจารณาคดี ศาลจะไม่อนุญาตให้ถ่ายนิ่งหรือภาพเครื่องไหว

ส่วนการถ่ายภาพบริเวณด้านหลังศาลอาญานั้น การถ่ายภาพจะต้องขออนุญาตก่อนทุกครั่ง มิฉะนั้นจะไม่อนุญาตให้ถ่าย ยกเว้นกรณีเป็นเหตุการณ์ฉุกเฉิน เช่น คดีที่มีการนำตัวผู้ต้องหามาฝากขัง ซึ่งศาลและผู้สื่อข่าวก็ไม่ทราบล่วงหน้า จะอนุญาตให้ถ่ายภาพล่วงหน้าได้ แต่ต้องไปยื่นขออนุญาตในภายหลัง

นายเจริญวิทย์ กล่าวต่อว่า ส่วนบริเวณด้านหลังศาลที่อนุญาตให้ถ่ายรูป จะอนุญาตให้เฉพาะสื่อที่มีรายชื่อขออนุญาตเท่านั้น ซึ่งจะกำหนดจุดเป็นพื้นที่บริเวณหน้าทางเข้าห้องควบคุมด้านหลังศาล และบริเวณทางเดินด้านในที่จัดพื้นที่ไว้ให้รวม 2 จุด ซึ่งศาลจะให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) ตำรวจและเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ประสานกับผู้สื่อข่าวว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยอนุญาตจะให้ถ่ายภาพหรือไม่ ถ้าหากผู้ต้องหาหรือจำเลยอนุญาตก็สามารถถ่ายได้ หากจำเลยหรือผู้ต้องหาไม่อนุญาตก็ไม่สามารถถ่ายได้เพราะจะเป็นการละเมิดสิทธิ

ส่วนพื้นที่ที่กำหนดให้ถ่ายภาพดังกล่าวนั้น ให้ผู้สื่อข่าวที่ถ่ายภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหวได้ตั้งแต่ระดับหน้าอกและใบหน้าของผู้ต้องหาหรือจำเลย หรือหากจะมีการเบลอใบหน้าผู้ต้องหาหรือจำเลยก็จะเป็นการเพราะการถ่ายภาพทำข่าวไม่ใช่การประจานผู้ต้องหาหรือจำเลยในลักษณะเหยียดหยาม แต่ขึ้นอยู่กับจรรยาบรรณของผู้สื่อข่าวและแต่ละองค์การ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งห้ามถ่ายภาพที่ติดเครื่องพันธนาการ กรงขัง โซ่ตรวน กุญแจมือหรือกำไลข้อมือ และไม่ให้เห็นใบหน้าเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์หรือตำรวจขณะการควบคุมตัว แต่หากถ่ายภาพติดเจ้าหน้าที่ด้วยความจำเป็นก็อาจจะใช้วิธีการเบลอภาพได้ และขอห้ามทำการไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กและด้วยเครื่องมืออุปกรณ์ใดๆก็ตาม บริเวณห้องควบคุมตัวและด้านหลังศาลอาญา

ส่วนการถ่ายภาพบริเวณห้องเวรชี้ในการนำตัวผู้ต้องหามาฝากขัง ศาลจะอนุญาตให้ถ่ายภาพช่วงผู้ต้องหาเดิน แต่ห้ามถ่ายภาพผู้ต้องหาขณะรายงานตัวกับเจ้าหน้าที่บริเวณหน้าห้องเวรชี้ และขอย้ำบริเวณห้องพิจารณาคดีห้ามไม่ให้สัมภาษณ์คู่ความหรือผู้ต้องขังในห้องพิจารณาโดยเด็ดขาด

Source : ศาลอาญา สรุปข้อปฏิบัติในการถ่ายภาพทำข่าว

Be the first to comment on "ศาลอาญา สรุปข้อปฏิบัติในการถ่ายภาพทำข่าว"

Leave a comment

Your email address will not be published.


*


Automatically Feed Your Blog