ร่าง กม.ไซเบอร์สหรัฐฯ เสนอตรวจสอบหน่วยความมั่นคง

วุฒิสภาสหรัฐฯ เสนอร่างกฎหมายไซเบอร์ฉบับใหม่ ซึ่งจะระบุให้สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ เปิดเผยข้อมูลด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ให้หน่วยงานรัฐบาลอื่นๆ ทราบ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส นายรอน จอห์นสัน ส.ว.รัฐวิสคอนซินจากพรรครีพับลิกัน และนายไบรอัน สแกทซ์ ส.ว.รัฐฮาวายจากพรรคเดโมแครต เป็นตัวแทนสองพรรค เสนอร่างกฎหมายไซเบอร์ฉบับใหม่ต่อที่ประชุมวุฒิสภาสหรัฐฯ เมื่อวานนี้ โดยเนื้อหาของร่างกฎหมายดังกล่าวระบุว่า สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ NSA จะต้องเปิดเผยข้อมูลด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ให้แก่หน่วยงานรัฐบาลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลข้อมูลออนไลน์ในสหรัฐฯ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการทำงานของเอ็นเอสเอ การเสนอร่างกฎหมายไซเบอร์ฉบับใหม่นี้ เป็นผลจากที่กลุ่มแฮ็คเกอร์ปล่อยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ข้อมูล Wanna Cry เพื่อโจมตีระบบคอมพิวเตอร์ใน 150 ประเทศทั่วโลกตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา และบริษัทไมโครซอฟท์ได้ออกมาแถลงข่าวว่า มัลแวร์ Wanna Cry อาศัยช่องโหว่ของระบบปฏิบัติการวินโดวส์ของไมโครซอฟท์เข้าโจมตีคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องทั่วโลก และกลุ่มแฮ็คเกอร์ใช้เครื่องมือเจาะระบบที่ขโมยมาจากฐานข้อมูลของเอ็นเอสเออีกต่อหนึ่งซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านไซเบอร์หลายรายกล่าวว่า เอ็นเอสเอเก็บรวบรวมเครื่องมือที่ใช้โจมตีช่องโหว่ของระบบออนไลน์เอาไว้ เพราะต้องการใช้ประโยชน์ในการสอดแนมข้อมูลต่างๆ เช่นกัน นอกจากนี้ หนังสือพิมพ์ China Daily สื่อของรัฐบาลจีน ยังได้เผยแพร่บทความโจมตีรัฐบาลสหรัฐฯ และเอ็นเอสเอ ว่าเป็นผู้ที่ต้องร่วมรับผิดชอบต่อความเสียหายของหน่วยงานและบริษัทต่างๆ ทั่วโลกที่ได้รับผลกระทบจากมัลแวร์ WannaCry ในฐานะที่ปล่อยให้เครื่องมือแฮ็คข้อมูลถูกขโมยไปได้ โดยบริษัทในจีนหลายแห่งได้รับผลกระทบจากมัลแวร์นี้ด้วย นอกจากนี้ ในปี 2013 อดีตนักวิเคราะห์ข่าวกรองสหรัฐฯ ยังได้ออกมากเปิดโปงด้วยว่า เอ็นเอสเอเคยดำเนินโครงการสอดแนมพลเรือนอเมริกันและชาวต่างชาติที่ติดต่อกับชาวอเมริกันด้วยวิธีต่างๆ เพื่อรวบรวมข้อมูลอภิพันธ์ หรือเมตะดาตา ทำให้เอ็นเอสเอถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวของประชาชน และโครงการดังกล่าวถูกระงับไป แต่ผู้เชี่ยวชาญทางไซเบอร์จำนวนหนึ่งประเมินว่าเอ็นเอสเอน่าจะยังเก็บรวบรวมข้อมูลดังกล่าวในสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง ส่วนร่างกฎหมายไซเบอร์ฉบับใหม่ของสหรัฐฯ มีชื่อเต็มว่า กฎหมายปกป้องความสามารถในการต่อต้านการแฮ็คข้อมูล หรือ PATCH ซึ่งระบุว่าเอ็นเอสเอจะต้องเปิดเผยข้อมูลแก่หน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ ที่เกี่ยวข้องในการกำกับดูแลระบบออนไลน์ เพื่อเป็นการตรวจสอบและถ่วงดุลการทำงานของเอ็นเอสเอ และต้องมีการแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาประเด็นอ่อนไหวทางไซเบอร์ โดยจะต้องมีตัวแทนจากกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ, สำนักงานสอบสวนกลาง หรือเอฟบีไอ, หน่วยข่าวกรอง, รัฐมนตรีของกระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และผู้อำนวยการเอ็นเอสเอ ข่าวที่เกี่ยวข้อง:  แฮ็กเกอร์เกาหลีเหนือเกี่ยวข้องกับมัลแวร์ แถมเคยแฮ็กไทย รมว.ดิจิทัล เตือนภัยมัลแวร์เรียกค่าไถ่แนะอัพเดทวินโดว์  


Read Continue…. :

วุฒิสภาสหรัฐฯ เสนอร่างกฎหมายไซเบอร์ฉบับใหม่ ซึ่งจะระบุให้สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ เปิดเผยข้อมูลด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ให้หน่วยงานรัฐบาลอื่นๆ ทราบ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส

นายรอน จอห์นสัน ส.ว.รัฐวิสคอนซินจากพรรครีพับลิกัน และนายไบรอัน สแกทซ์ ส.ว.รัฐฮาวายจากพรรคเดโมแครต เป็นตัวแทนสองพรรค เสนอร่างกฎหมายไซเบอร์ฉบับใหม่ต่อที่ประชุมวุฒิสภาสหรัฐฯ เมื่อวานนี้ โดยเนื้อหาของร่างกฎหมายดังกล่าวระบุว่า สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ NSA จะต้องเปิดเผยข้อมูลด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ให้แก่หน่วยงานรัฐบาลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลข้อมูลออนไลน์ในสหรัฐฯ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการทำงานของเอ็นเอสเอ

การเสนอร่างกฎหมายไซเบอร์ฉบับใหม่นี้ เป็นผลจากที่กลุ่มแฮ็คเกอร์ปล่อยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ข้อมูล Wanna Cry เพื่อโจมตีระบบคอมพิวเตอร์ใน 150 ประเทศทั่วโลกตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา และบริษัทไมโครซอฟท์ได้ออกมาแถลงข่าวว่า มัลแวร์ Wanna Cry อาศัยช่องโหว่ของระบบปฏิบัติการวินโดวส์ของไมโครซอฟท์เข้าโจมตีคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องทั่วโลก และกลุ่มแฮ็คเกอร์ใช้เครื่องมือเจาะระบบที่ขโมยมาจากฐานข้อมูลของเอ็นเอสเออีกต่อหนึ่งซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านไซเบอร์หลายรายกล่าวว่า เอ็นเอสเอเก็บรวบรวมเครื่องมือที่ใช้โจมตีช่องโหว่ของระบบออนไลน์เอาไว้ เพราะต้องการใช้ประโยชน์ในการสอดแนมข้อมูลต่างๆ เช่นกัน

นอกจากนี้ หนังสือพิมพ์ China Daily สื่อของรัฐบาลจีน ยังได้เผยแพร่บทความโจมตีรัฐบาลสหรัฐฯ และเอ็นเอสเอ ว่าเป็นผู้ที่ต้องร่วมรับผิดชอบต่อความเสียหายของหน่วยงานและบริษัทต่างๆ ทั่วโลกที่ได้รับผลกระทบจากมัลแวร์ WannaCry ในฐานะที่ปล่อยให้เครื่องมือแฮ็คข้อมูลถูกขโมยไปได้ โดยบริษัทในจีนหลายแห่งได้รับผลกระทบจากมัลแวร์นี้ด้วย

นอกจากนี้ ในปี 2013 อดีตนักวิเคราะห์ข่าวกรองสหรัฐฯ ยังได้ออกมากเปิดโปงด้วยว่า เอ็นเอสเอเคยดำเนินโครงการสอดแนมพลเรือนอเมริกันและชาวต่างชาติที่ติดต่อกับชาวอเมริกันด้วยวิธีต่างๆ เพื่อรวบรวมข้อมูลอภิพันธ์ หรือเมตะดาตา ทำให้เอ็นเอสเอถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวของประชาชน และโครงการดังกล่าวถูกระงับไป แต่ผู้เชี่ยวชาญทางไซเบอร์จำนวนหนึ่งประเมินว่าเอ็นเอสเอน่าจะยังเก็บรวบรวมข้อมูลดังกล่าวในสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง

ส่วนร่างกฎหมายไซเบอร์ฉบับใหม่ของสหรัฐฯ มีชื่อเต็มว่า กฎหมายปกป้องความสามารถในการต่อต้านการแฮ็คข้อมูล หรือ PATCH ซึ่งระบุว่าเอ็นเอสเอจะต้องเปิดเผยข้อมูลแก่หน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ ที่เกี่ยวข้องในการกำกับดูแลระบบออนไลน์ เพื่อเป็นการตรวจสอบและถ่วงดุลการทำงานของเอ็นเอสเอ และต้องมีการแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาประเด็นอ่อนไหวทางไซเบอร์ โดยจะต้องมีตัวแทนจากกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ, สำนักงานสอบสวนกลาง หรือเอฟบีไอ, หน่วยข่าวกรอง, รัฐมนตรีของกระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และผู้อำนวยการเอ็นเอสเอ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: 

Source : ร่าง กม.ไซเบอร์สหรัฐฯ เสนอตรวจสอบหน่วยความมั่นคง

Be the first to comment on "ร่าง กม.ไซเบอร์สหรัฐฯ เสนอตรวจสอบหน่วยความมั่นคง"

Leave a comment

Your email address will not be published.


*