ภูเขาน้ำแข็งมหึมาแตกออกจากกันที่แอนตาร์กติกา

ทีมวิจัยเปิดเผยว่า แผ่นน้ำแข็งขนาดมหึมาน้ำหนักกว่าล้านล้านตันได้แยกตัวออกจากหิ้งน้ำแข็งขนาดใหญ่ในแอนตาร์กติกาตะวันตก และอาจส่งผลกระทบต่อระดับน้ำทะเลทั่วโลกในอนาคต ในขณะที่รัฐบาลของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ถอนสหรัฐฯ ออกจากข้อตกลงปารีสว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และยืนยันว่าไม่จำเป็นต้องเป็นกังวลเรื่องภาวะโลกร้อน แต่ทีมวิจัยจากอังกฤษเปิดเผยว่า แผ่นน้ำแข็งขนาดมหึมาน้ำหนักกว่าล้านล้านตันได้แยกตัวออกจากหิ้งน้ำแข็งขนาดใหญ่ทางตะวันตกของแอนตาร์กติกาตะวันตก และมีแนวโน้มว่าการแยกตัวของแผ่นน้ำแข็งดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อระดับน้ำทะเลทั่วโลกในอนาคต นักวิทยาศาสตร์จากโครงการไมดาสเฝ้าสังเกตการณ์รอยแยกของหิ้งน้ำแข็งลาร์เซน ซี ซึ่งใหญ่เป็นอันดับสี่ในแอนตาร์กติกา และมีรอยแตกเพิ่มมากขึ้นในตลอดช่วงสิบสองเดือนที่ผ่านมา โดยผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าช่วงวันจันทร์และวันพุธที่ผ่านมา (10 และ 13 กรกฎาคม) ดาวเทียมขององค์การอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (นาซา) พบว่า พื้นที่ราว 5,800 ตารางกิโลเมตรของลาร์เซนซีได้แยกตัวออกมา นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่หิ้งน้ำแข็งในแถบนั้นมีรอยแยกและแตกตัวออกมา ก่อนหน้านี้หิ้งน้ำแข็งลาร์เซน เอ ถล่มลงเมื่อปี 1995 และลาร์เซน บี แตกออกมาเมื่อปี 2002 โดยหิ้งน้ำแข็งลาร์เซนทั้งสามตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของทะเลเวดเดลล์ บริเวณชายฝั่งตะวันออกของคาบสมุทรแอนตาร์กติก ด้านนาย เอเดรียน ลัคแมน อาจารย์ของมหาวิทยาลัยสวอนซีและเป็นผู้นำนักวิจัยของโครงการไมดาสกล่าวว่าจากการเฝ้าสังเกตการณ์รอยแยกดังกล่าวมานานหลายเดือน พบว่าการแยกออกจากกันของแผ่นน้ำแข็งและหิ้งน้ำแข็งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นปกติตามธรรมชาติ แต่จุดที่น่าสนใจคือขนาดของแผ่นน้ำแข็งที่แยกออกมานั้นมีขนาดใหญ่และใช้เวลานานกว่าที่รอยแยกจะทำให้แผ่นน้ำแข็งแยกตัวออกมาจากหิ้งน้ำแข็งได้                                                                                                           แผ่นน้ำแข็งที่แยกตัวออกจากหิ้งน้ำแข็งลาร์เซนซีในครั้งนี้ มีชื่อเรียกว่า A68 มีขนาดใหญ่กว่ากรุงลอนดอน 3 เท่า หรือใหญ่กว่ากรุงเทพฯ ประมาณ 4 เท่า แต่จะใหญ่กว่าภูเก็ตถึง 10 เท่า ทั้งยังมีขนาดเป็นครึ่งหนึ่งของแผ่นน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในโลก บี 15 ที่แยกตัวออกมาจากหิ้งน้ำแข็งรอสเมื่อปี 2000 ส่วนการแยกตัวของแผ่นน้ำแข็ง A68 ส่งผลให้พื้นที่ของหิ้งน้ำแข็งลาร์เซนซีลดลงราวร้อยละ 12 และได้เปลี่ยนภูมิทัศน์ในบริเวณนั้นไปตลอดกาล                         นายลัคแมนยังเสริมอีกว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวยังไม่ส่งผลกระทบต่อใครในเวลาอันใกล้นี้ แต่ทีมวิจัยจะสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิดว่าการแยกตัวของแผ่นน้ำแข็งจะทำให้เกิดปฏิกิริยาอย่างไรต่อหิ้งน้ำแข็งลาร์เซนโดยรวม อย่างไรก็ตาม หากหิ้งน้ำแข็งยังคงแตกตัวเพิ่มขึ้นอาจส่งผลต่อระดับน้ำทะเลได้ แม้จะยังไม่เกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ก็ตาม แต่การแยกตัวของแผ่นน้ำแข็งจากลาร์เซนซีในครั้งนี้เป็นหนึ่งในสัญญาณที่บ่งบอกว่าภาวะโลกร้อนยังคงอยู่และจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่อไป


Next detail…. :

ทีมวิจัยเปิดเผยว่า แผ่นน้ำแข็งขนาดมหึมาน้ำหนักกว่าล้านล้านตันได้แยกตัวออกจากหิ้งน้ำแข็งขนาดใหญ่ในแอนตาร์กติกาตะวันตก และอาจส่งผลกระทบต่อระดับน้ำทะเลทั่วโลกในอนาคต

ในขณะที่รัฐบาลของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ถอนสหรัฐฯ ออกจากข้อตกลงปารีสว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และยืนยันว่าไม่จำเป็นต้องเป็นกังวลเรื่องภาวะโลกร้อน แต่ทีมวิจัยจากอังกฤษเปิดเผยว่า แผ่นน้ำแข็งขนาดมหึมาน้ำหนักกว่าล้านล้านตันได้แยกตัวออกจากหิ้งน้ำแข็งขนาดใหญ่ทางตะวันตกของแอนตาร์กติกาตะวันตก และมีแนวโน้มว่าการแยกตัวของแผ่นน้ำแข็งดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อระดับน้ำทะเลทั่วโลกในอนาคต

นักวิทยาศาสตร์จากโครงการไมดาสเฝ้าสังเกตการณ์รอยแยกของหิ้งน้ำแข็งลาร์เซน ซี ซึ่งใหญ่เป็นอันดับสี่ในแอนตาร์กติกา และมีรอยแตกเพิ่มมากขึ้นในตลอดช่วงสิบสองเดือนที่ผ่านมา โดยผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าช่วงวันจันทร์และวันพุธที่ผ่านมา (10 และ 13 กรกฎาคม) ดาวเทียมขององค์การอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (นาซา) พบว่า พื้นที่ราว 5,800 ตารางกิโลเมตรของลาร์เซนซีได้แยกตัวออกมา

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่หิ้งน้ำแข็งในแถบนั้นมีรอยแยกและแตกตัวออกมา ก่อนหน้านี้หิ้งน้ำแข็งลาร์เซน เอ ถล่มลงเมื่อปี 1995 และลาร์เซน บี แตกออกมาเมื่อปี 2002 โดยหิ้งน้ำแข็งลาร์เซนทั้งสามตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของทะเลเวดเดลล์ บริเวณชายฝั่งตะวันออกของคาบสมุทรแอนตาร์กติก

ด้านนาย เอเดรียน ลัคแมน อาจารย์ของมหาวิทยาลัยสวอนซีและเป็นผู้นำนักวิจัยของโครงการไมดาสกล่าวว่าจากการเฝ้าสังเกตการณ์รอยแยกดังกล่าวมานานหลายเดือน พบว่าการแยกออกจากกันของแผ่นน้ำแข็งและหิ้งน้ำแข็งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นปกติตามธรรมชาติ แต่จุดที่น่าสนใจคือขนาดของแผ่นน้ำแข็งที่แยกออกมานั้นมีขนาดใหญ่และใช้เวลานานกว่าที่รอยแยกจะทำให้แผ่นน้ำแข็งแยกตัวออกมาจากหิ้งน้ำแข็งได้ 


                                                                                                        
แผ่นน้ำแข็งที่แยกตัวออกจากหิ้งน้ำแข็งลาร์เซนซีในครั้งนี้ มีชื่อเรียกว่า A68 มีขนาดใหญ่กว่ากรุงลอนดอน 3 เท่า หรือใหญ่กว่ากรุงเทพฯ ประมาณ 4 เท่า แต่จะใหญ่กว่าภูเก็ตถึง 10 เท่า ทั้งยังมีขนาดเป็นครึ่งหนึ่งของแผ่นน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในโลก บี 15 ที่แยกตัวออกมาจากหิ้งน้ำแข็งรอสเมื่อปี 2000 ส่วนการแยกตัวของแผ่นน้ำแข็ง A68 ส่งผลให้พื้นที่ของหิ้งน้ำแข็งลาร์เซนซีลดลงราวร้อยละ 12 และได้เปลี่ยนภูมิทัศน์ในบริเวณนั้นไปตลอดกาล 
                      
นายลัคแมนยังเสริมอีกว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวยังไม่ส่งผลกระทบต่อใครในเวลาอันใกล้นี้ แต่ทีมวิจัยจะสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิดว่าการแยกตัวของแผ่นน้ำแข็งจะทำให้เกิดปฏิกิริยาอย่างไรต่อหิ้งน้ำแข็งลาร์เซนโดยรวม อย่างไรก็ตาม หากหิ้งน้ำแข็งยังคงแตกตัวเพิ่มขึ้นอาจส่งผลต่อระดับน้ำทะเลได้ แม้จะยังไม่เกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ก็ตาม แต่การแยกตัวของแผ่นน้ำแข็งจากลาร์เซนซีในครั้งนี้เป็นหนึ่งในสัญญาณที่บ่งบอกว่าภาวะโลกร้อนยังคงอยู่และจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่อไป

Source : ภูเขาน้ำแข็งมหึมาแตกออกจากกันที่แอนตาร์กติกา

Be the first to comment on "ภูเขาน้ำแข็งมหึมาแตกออกจากกันที่แอนตาร์กติกา"

Leave a comment

Your email address will not be published.


*