ผ่อนปรนให้นั่งแคปและท้ายกระบะได้ แต่ยังคงม.44 คุมจราจร

รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายยกฏหมาย ให้หน่วยงานเกี่ยวข้องหามาตราการป้องกันลดอุบัติเหตุ ระบุการบังคับใช้กฎหมายตามคำสั่งมาตรา 44 ลดอุบัติเหตุได้ ยังคงบังคับใช้ต่อไป แต่ผ่อนปรนให้นั่งแคปและท้ายกระบะได้ต่อไป  นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายยกฏหมาย เผย ที่ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสรุปและประเมินสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ตั้งแต่ 11-17 เมษายน 2560 ซึ่งมีการสรุปตัวเลขสถิติสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุและพื้นที่ที่เกิดอุบัติเหตุโดยปีนี้มีข้อสังเกตว่าไม่มีอุบัติเหตุกับรถโดยสารสาธารณะ ขณะที่อุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดกับรถส่วนบุคคลและรถจักรยานยนต์ซึ่งสาเหตุการเสียชีวิตไม่เกิดผู้ที่คาดเข็มขัดนิรภัย ส่วนรถจักรยานยนต์สาเหตุมาจากการเมาสุรา ไม่สวมหมวกนิรภัย และร้อยละ 50 เป็นรถที่ไม่ถูกต้องตามกฏหมาย ทำให้มีปัญหาในเรื่องของประกันภัย และสุ่มเสี่ยงทำให้เกิดอาชญากรรม จากสถิติการเสียชีวิตแสดงให้เห็นว่าการบังคับใช้กฎหมายตามมาตรา 44 ให้คาดเข็มขัดนิรภัยสามารถช่วยลดอุบัติเหตุได้ ดังนั้นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมการขนส่งทางบก และกรมสรรพสามิตที่เกี่ยวข้องกับเรื่องภาษีรถยนต์ ไปหามาตรการเพื่อจะกำหนดในเรื่องข้อปฏิบัติเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน รวมถึงรณรงค์ลดอุบัติเหตุ ขณะนี้ ยังคงบังคับใช้กฏหมาย ตามคำสั่งมาตรา 44 อยู่แต่ผ่อนปรนให้นั่งแคปและท้ายรถกระบะได้จนกว่าจะมีการออกมาตราการ ยืนยันมาตราการใหม่จะไม่กระทบกับการใช้รถใช้ถนนของประชาชนโดยจะเน้นเรื่องของความปลอดภัยและความสะดวกของประชาชนเป็นหลัก และในช่วงที่ยังไม่มีการแก้ระเบียบใหม่ขอให้ประชาชนช่วยกัน ปฏิบัติในการเดินทางเหมือนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่สามารถลดจำนวนผู้เสียชีวิตลงได้       


Read Continue…. :

รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายยกฏหมาย ให้หน่วยงานเกี่ยวข้องหามาตราการป้องกันลดอุบัติเหตุ ระบุการบังคับใช้กฎหมายตามคำสั่งมาตรา 44 ลดอุบัติเหตุได้ ยังคงบังคับใช้ต่อไป แต่ผ่อนปรนให้นั่งแคปและท้ายกระบะได้ต่อไป 

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายยกฏหมาย เผย ที่ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสรุปและประเมินสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ตั้งแต่ 11-17 เมษายน 2560 ซึ่งมีการสรุปตัวเลขสถิติสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุและพื้นที่ที่เกิดอุบัติเหตุโดยปีนี้มีข้อสังเกตว่าไม่มีอุบัติเหตุกับรถโดยสารสาธารณะ

ขณะที่อุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดกับรถส่วนบุคคลและรถจักรยานยนต์ซึ่งสาเหตุการเสียชีวิตไม่เกิดผู้ที่คาดเข็มขัดนิรภัย ส่วนรถจักรยานยนต์สาเหตุมาจากการเมาสุรา ไม่สวมหมวกนิรภัย และร้อยละ 50 เป็นรถที่ไม่ถูกต้องตามกฏหมาย ทำให้มีปัญหาในเรื่องของประกันภัย และสุ่มเสี่ยงทำให้เกิดอาชญากรรม

จากสถิติการเสียชีวิตแสดงให้เห็นว่าการบังคับใช้กฎหมายตามมาตรา 44 ให้คาดเข็มขัดนิรภัยสามารถช่วยลดอุบัติเหตุได้ ดังนั้นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมการขนส่งทางบก และกรมสรรพสามิตที่เกี่ยวข้องกับเรื่องภาษีรถยนต์ ไปหามาตรการเพื่อจะกำหนดในเรื่องข้อปฏิบัติเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน รวมถึงรณรงค์ลดอุบัติเหตุ

ขณะนี้ ยังคงบังคับใช้กฏหมาย ตามคำสั่งมาตรา 44 อยู่แต่ผ่อนปรนให้นั่งแคปและท้ายรถกระบะได้จนกว่าจะมีการออกมาตราการ ยืนยันมาตราการใหม่จะไม่กระทบกับการใช้รถใช้ถนนของประชาชนโดยจะเน้นเรื่องของความปลอดภัยและความสะดวกของประชาชนเป็นหลัก และในช่วงที่ยังไม่มีการแก้ระเบียบใหม่ขอให้ประชาชนช่วยกัน ปฏิบัติในการเดินทางเหมือนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่สามารถลดจำนวนผู้เสียชีวิตลงได้
    
 

Source : ผ่อนปรนให้นั่งแคปและท้ายกระบะได้ แต่ยังคงม.44 คุมจราจร

Be the first to comment on "ผ่อนปรนให้นั่งแคปและท้ายกระบะได้ แต่ยังคงม.44 คุมจราจร"

Leave a comment

Your email address will not be published.


*