ปธน.อิหร่านชนะการเลือกตั้งสมัย 2

ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีอิหร่านเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา ปรากฏว่านายฮัสซัน โรฮานี ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน สามารถเอาชนะนายเอบราฮิม ไรซี ไปได้อย่างขาดลอยด้วยคะแนน 58.6 ต่อ 39.8 ทำให้นายโรฮานีกลายเป็นว่าที่ประธานาธิบดีสมัยที่ 2  คณะกรรมการการเลือกตั้งของอิหร่านได้ประกาศผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบแรกอย่างเป็นทางการ โดยนายฮัสซัน โรฮานี ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน ซึ่งมีจุดยืนสายกลางได้รับคะแนนเสียงร้อยละ 58.6 เอาชนะนายเอบราฮิม ไรซี ผู้สมัครหัวอนุรักษ์นิยมที่ได้รับการสนับสนุนจากอยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ที่ได้รับคะแนนเสียงร้อยละ 39.8 ไปอย่างขาดลอย ส่งผลให้นายโรฮานีกลายเป็นว่าที่ประธานาธิบดีสมัยที่ 2 โดยไม่จำเป็นต้องมีการจัดการเลือกตั้งรอบ 2 สำหรับบรรยากาศการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา ชาวอิหร่านประมาณร้อยละ 70 หรือราวๆ 40 ล้านคน จากจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 56 ล้านคน ต่างทยอยออกมาใช้สิทธิอย่างเนืองแน่นตลอดทั้งวัน ส่งผลให้คณะกรรมการการเลือกตั้งต้องประกาศขยายระยะเวลาใช้สิทธิออกไปถึง 5 ชั่วโมง จากเดิมที่กำหนดเวลาปิดหีบอยู่ที่ 18.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น นับตั้งแต่ที่นายโรฮานีชนะการเลือกตั้งสมัยแรกด้วยคะแนนเสียงถล่มทลายเมื่อปี 2013 เขาได้ดำเนินนโยบายเปิดประเทศสู่โลกภายนอก เน้นการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ ด้วยการสนับสนุนการลงทุนจากต่างชาติ รวมทั้งสนับสนุนสิทธิสตรี โดยผลงานสำคัญของนายโรฮานี คือ ข้อตกลงอาวุธนิวเคลียร์ที่อิหร่านร่วมลงนามกับสหรัฐฯ และประเทศมหาอำนาจตะวันตก ซึ่งส่งผลให้เกิดการระงับมาตรการคว่ำบาตรทางการค้าต่ออิหร่าน อย่างไรก็ตาม นายไรซีและพรรคการเมืองอนุรักษ์นิยมกลับมองว่า นายโรฮานีล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาการว่างงาน เนื่องจากตัวเลขอัตราการว่างงานของทางการอิหร่านสูงถึงร้อยละ 12.5 โดยประชากรที่มีการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มว่างงานสูงสุด ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญกลับคาดการณ์ว่าตัวเลขอัตราการว่างงานที่แท้จริงอาจสูงถึงร้อยละ 20 ส่วนนายไรซี เป็นอดีตอิหม่ามที่ได้รับการสนับสนุนจากอยาตุลเลาะห์ คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดที่มีสถานะเทียบเท่าพระสันตะปาปาของชาวคาทอลิก โดยนักวิเคราะห์ต่างคาดการณ์ว่า นายไรซี ได้ถูกวางตัวให้เป็นทายาททางการเมืองของอยาดุลเลาะห์ คาเมเนอี ขณะที่นโยบายที่สำคัญของนายไรซี คือ เน้นการสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจภายในประเทศ มากกว่าการบูรณาการสู่ระบบเศรษฐกิจโลก การแสดงจุดยืนที่แข็งกร้าวต่อสหรัฐฯ และการฟื้นฟูอุดมการณ์ของการปฏิวัติอิสลาม นักวิเคราะห์จึงมองว่า การที่ชาวอิหร่านจำนวนมากออกมาใช้สิทธิในการเลือกตั้ง และการที่ประชาชนส่วนใหญ่ลงคะแนนให้กับนายโรฮานี สะท้อนให้เห็นว่า ชาวอิหร่านเลือกเส้นทางของการปฏิรูป การเปิดกว้างทางเศรษฐกิจ และการบูรณาการเข้ากับประชาคมโลก มากกว่าการโดดเดี่ยวตัวเองจากโลกภายนอก และยึดถืออุดมการณ์ทางศาสนาอย่างเคร่งครัด


Read Continue…. :

ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีอิหร่านเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา ปรากฏว่านายฮัสซัน โรฮานี ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน สามารถเอาชนะนายเอบราฮิม ไรซี ไปได้อย่างขาดลอยด้วยคะแนน 58.6 ต่อ 39.8 ทำให้นายโรฮานีกลายเป็นว่าที่ประธานาธิบดีสมัยที่ 2 

คณะกรรมการการเลือกตั้งของอิหร่านได้ประกาศผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบแรกอย่างเป็นทางการ โดยนายฮัสซัน โรฮานี ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน ซึ่งมีจุดยืนสายกลางได้รับคะแนนเสียงร้อยละ 58.6 เอาชนะนายเอบราฮิม ไรซี ผู้สมัครหัวอนุรักษ์นิยมที่ได้รับการสนับสนุนจากอยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ที่ได้รับคะแนนเสียงร้อยละ 39.8 ไปอย่างขาดลอย ส่งผลให้นายโรฮานีกลายเป็นว่าที่ประธานาธิบดีสมัยที่ 2 โดยไม่จำเป็นต้องมีการจัดการเลือกตั้งรอบ 2

สำหรับบรรยากาศการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา ชาวอิหร่านประมาณร้อยละ 70 หรือราวๆ 40 ล้านคน จากจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 56 ล้านคน ต่างทยอยออกมาใช้สิทธิอย่างเนืองแน่นตลอดทั้งวัน ส่งผลให้คณะกรรมการการเลือกตั้งต้องประกาศขยายระยะเวลาใช้สิทธิออกไปถึง 5 ชั่วโมง จากเดิมที่กำหนดเวลาปิดหีบอยู่ที่ 18.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น

นับตั้งแต่ที่นายโรฮานีชนะการเลือกตั้งสมัยแรกด้วยคะแนนเสียงถล่มทลายเมื่อปี 2013 เขาได้ดำเนินนโยบายเปิดประเทศสู่โลกภายนอก เน้นการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ ด้วยการสนับสนุนการลงทุนจากต่างชาติ รวมทั้งสนับสนุนสิทธิสตรี โดยผลงานสำคัญของนายโรฮานี คือ ข้อตกลงอาวุธนิวเคลียร์ที่อิหร่านร่วมลงนามกับสหรัฐฯ และประเทศมหาอำนาจตะวันตก ซึ่งส่งผลให้เกิดการระงับมาตรการคว่ำบาตรทางการค้าต่ออิหร่าน

อย่างไรก็ตาม นายไรซีและพรรคการเมืองอนุรักษ์นิยมกลับมองว่า นายโรฮานีล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาการว่างงาน เนื่องจากตัวเลขอัตราการว่างงานของทางการอิหร่านสูงถึงร้อยละ 12.5 โดยประชากรที่มีการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มว่างงานสูงสุด ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญกลับคาดการณ์ว่าตัวเลขอัตราการว่างงานที่แท้จริงอาจสูงถึงร้อยละ 20

ส่วนนายไรซี เป็นอดีตอิหม่ามที่ได้รับการสนับสนุนจากอยาตุลเลาะห์ คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดที่มีสถานะเทียบเท่าพระสันตะปาปาของชาวคาทอลิก โดยนักวิเคราะห์ต่างคาดการณ์ว่า นายไรซี ได้ถูกวางตัวให้เป็นทายาททางการเมืองของอยาดุลเลาะห์ คาเมเนอี ขณะที่นโยบายที่สำคัญของนายไรซี คือ เน้นการสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจภายในประเทศ มากกว่าการบูรณาการสู่ระบบเศรษฐกิจโลก การแสดงจุดยืนที่แข็งกร้าวต่อสหรัฐฯ และการฟื้นฟูอุดมการณ์ของการปฏิวัติอิสลาม

นักวิเคราะห์จึงมองว่า การที่ชาวอิหร่านจำนวนมากออกมาใช้สิทธิในการเลือกตั้ง และการที่ประชาชนส่วนใหญ่ลงคะแนนให้กับนายโรฮานี สะท้อนให้เห็นว่า ชาวอิหร่านเลือกเส้นทางของการปฏิรูป การเปิดกว้างทางเศรษฐกิจ และการบูรณาการเข้ากับประชาคมโลก มากกว่าการโดดเดี่ยวตัวเองจากโลกภายนอก และยึดถืออุดมการณ์ทางศาสนาอย่างเคร่งครัด

Source : ปธน.อิหร่านชนะการเลือกตั้งสมัย 2

Be the first to comment on "ปธน.อิหร่านชนะการเลือกตั้งสมัย 2"

Leave a comment

Your email address will not be published.


*