‘ดวงฤทธิ์’ ชี้ ‘รถไฟไทย-จีน’ รัฐควรคำนึงผลประโยชน์ประชาชน 

รับชมคลิปตัวเต็มได้ที่นี่ 'ดวงฤทธิ์ บุนนาค' ยืนยันไม่คิดขวางโครงการรถไฟไทย-จีน แนะ 'พลเอกประยุทธ์' กำชับครม. อย่าทำงานมักง่าย คำนึงผลประโยชน์ประชาชน  จากกรณีประกาศคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 30/2560เรื่อง มาตรการเร่งรัดและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินการโครงการรถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพ – นครราชสีมา โดยมีใจความสำคัญข้อหนึ่งระบุว่า ให้การรถไฟแห่งประเทศไทยทำสัญญาจ้างรัฐวิสาหกิจ ซึ่งเป็นตัวแทนแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่มีประสบการณ์ตรงด้านการพัฒนารถไฟความเร็วสูงที่ได้รับการรับรองคุณภาพและประสิทธิภาพจาก National Development and Reform Commission แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนเพื่อดำเนินการโครงการ โดยนายดวงฤทธิ์ บุนนาค สถาปนิกชื่อดัง โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าวระบุว่า  อยากจะกราบเรียนท่านนายกฯที่เคารพว่า ไม่เคยคิดจะขวางเรื่องรถไฟความเร็วสูงปานกลางของท่านเลยนะครับ แต่จะทำทั้งที ก็ต้องให้เกิดประโยชน์คุ้มค่า ท่านจะลงทุนกันทั้งทีใช้เงินหลายแสนล้านบาท ครม.ก็อย่าทำงานกันแบบข้าราชการชุ่ย ต้องคิดกันให้รอบคอบจากประสบการณ์ รถไฟเส้นนี้และทุกเส้น ต้องเป็น'เครื่องจักรขับเคลื่อเศรษฐกิจ'ครับ การขนส่งจากต้นทางไปปลายทาง ต้องคิดเลยว่าจะขน'ใคร'และ'อะไร'บ้างที่จะทำให้เศรษฐกิจเราดีขึ้น การยกที่ดินสองข้างทางรถไฟให้ทางจีนไปพัฒนา เป็นการตกลงที่ขาดสำนึกเรื่องเศรษฐกิจโดยสิ้นเชิง แทนที่คนไทยจะทำมาหากินจากเส้นทางเศรษฐกิจนี้ได้ กลับต้องยกดินแดนให้ต่างชาติไปทำมาหากิน มันเรื่องอะไร เสียเงินให้เขาทำรถไฟ แล้วยังมาเสียดินแดนให้เขาไปอีก เสียทั้งขึ้นทั้งล่อง เงินที่ลงทุนทำรถไฟ ก็ไม่ควรมาจากประเทศไทยอย่างเดียว ควรจะเป็นการร่วมลงทุนกัน และไม่ใช่การให้สิทธิผูกขาดในการดำเนินการของบริษัทจีนยาวนานถึง 30 ปี เงินที่ประเทศเราลงไป ไม่มีทางได้คืนมาเลยใน 30 ปีนั้น ผมไม่ได้เกลียดอะไรประเทศจีนเลยนะครับ ผมว่าประเทศเขายอดเยี่ยมมาก มีเงินเยอะ และโครงการแบบนี้สมควรที่เขาจะช่วยเอาเงินมาลงกับเราบ้าง เพิ่อแบ่งเบาภาระของประเทศเล็กๆที่ยากจนอย่างเราบ้าง ขณะเดียวกันการดำเนินการออกแบบและก่อสร้าง จริงอยู่ที่เราทำระบบรถไฟไม่เก่ง แต่เรื่องอาคารและโครงสร้างที่รองรับระบบ ผมเชื่อว่าสถาปนิกวิศวกรไทยไม่แพ้ชาติไหนในโลก ควรจะให้งานออกแบบก่อสร้างแยกเป็นสองส่วน ส่วนไหนเราทำไม่เป็นก็ให้เขาทำไป ส่วนไหนเราทำได้ ก็ใช้กรอบ Local Collaboration ที่สภาสถาปนิกมีอยู่แล้วกับ ASEAN เข้ามาประยุกต์ใช้ก็ได้ ก็สามารถจะทำงานร่วมกับสถาปนิกจีนได้โดยมีการถ่ายทอดเทคโนโลยี่ (Technology Transfer) ซึ่งเป็นวิธีเดียวกับที่จีนใช้พัฒนาประเทศเขาเช่นกัน สามารถทำได้ทันทีไม่ต้องมาสอบอะไร หรือจะให้สถาปนิกจีน เข้ามาเปิดบริษัทสถาปนิกในไทยเลยก็ได้ พรบ.สถาปนิก เปิดช่องให้สถาปนิกจากทุกชาติเข้ามาทำงานในไทยได้อยู่แล้วโดยไม่ต้องสอบอะไรเลย แค่เข้ามาเปิดบริษัทในไทย ร่วมงานกับคนไทย ซึ่งถ้าเขาจะมาบริหารระบบรถไฟฟ้านี้ไปอีก 30 ปี วิธีนี้ก็น่าจะเหมาะสมดี ถ้าไม่อยากเข้ามาขอรับใบอนุญาตแบบ 'ภาคีสถาปนิกพิเศษ' แบบที่ผมเคยบอกไป และคนไทยเองก็ได้การถ่ายทอดเทคโนโลยี่ที่ว่านี้ไปพร้อมกัน เราจะได้ออกแบบทำกันได้เองซักวันนึง  นายดวงฤทธิ์ ระบุทิ้งท้ายว่า จะลงทุนจ่ายค่าแบบเขาเป็นหมื่นล้าน ก็น่าจะทำให้มันได้ประโยชน์กลับมาที่คนไทยบ้างนะครับ ท่านนายกฯ อย่าอนุญาตให้ ครม.ของท่านทำงานโดยมักง่ายกับประเทศนี้ โดยใช้อำนาจในฐานะหัวหน้าคสช.ของท่านสั่งการ โดยการฉีกกฎหมาย ข้อตกลงต่างๆที่มีการเจรจาเพื่อผลประโยชน์คนไทยทั้งประเทศมายาวนานหลายปี เพราะคนที่อยู่รอบตัวของท่านโง่ ชุ่ย และขี้เกียจ อีกต่อไปเลยนะครับ เพราะสุดท้ายแล้วก็เป็นท่านนั่นแหละที่ต้องรับผิดชอบการกระทำทุกๆอย่างที่เกิดขึ้น  


Read Continue…. :

รับชมคลิปตัวเต็มได้ที่นี่

'ดวงฤทธิ์ บุนนาค' ยืนยันไม่คิดขวางโครงการรถไฟไทย-จีน แนะ 'พลเอกประยุทธ์' กำชับครม. อย่าทำงานมักง่าย คำนึงผลประโยชน์ประชาชน 

จากกรณีประกาศคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 30/2560เรื่อง มาตรการเร่งรัดและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินการโครงการรถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพ – นครราชสีมา โดยมีใจความสำคัญข้อหนึ่งระบุว่า ให้การรถไฟแห่งประเทศไทยทำสัญญาจ้างรัฐวิสาหกิจ ซึ่งเป็นตัวแทนแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่มีประสบการณ์ตรงด้านการพัฒนารถไฟความเร็วสูงที่ได้รับการรับรองคุณภาพและประสิทธิภาพจาก National Development and Reform Commission แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนเพื่อดำเนินการโครงการ

โดยนายดวงฤทธิ์ บุนนาค สถาปนิกชื่อดัง โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าวระบุว่า  อยากจะกราบเรียนท่านนายกฯที่เคารพว่า ไม่เคยคิดจะขวางเรื่องรถไฟความเร็วสูงปานกลางของท่านเลยนะครับ แต่จะทำทั้งที ก็ต้องให้เกิดประโยชน์คุ้มค่า ท่านจะลงทุนกันทั้งทีใช้เงินหลายแสนล้านบาท ครม.ก็อย่าทำงานกันแบบข้าราชการชุ่ย ต้องคิดกันให้รอบคอบจากประสบการณ์ รถไฟเส้นนี้และทุกเส้น ต้องเป็น'เครื่องจักรขับเคลื่อเศรษฐกิจ'ครับ การขนส่งจากต้นทางไปปลายทาง ต้องคิดเลยว่าจะขน'ใคร'และ'อะไร'บ้างที่จะทำให้เศรษฐกิจเราดีขึ้น การยกที่ดินสองข้างทางรถไฟให้ทางจีนไปพัฒนา เป็นการตกลงที่ขาดสำนึกเรื่องเศรษฐกิจโดยสิ้นเชิง แทนที่คนไทยจะทำมาหากินจากเส้นทางเศรษฐกิจนี้ได้ กลับต้องยกดินแดนให้ต่างชาติไปทำมาหากิน มันเรื่องอะไร เสียเงินให้เขาทำรถไฟ แล้วยังมาเสียดินแดนให้เขาไปอีก เสียทั้งขึ้นทั้งล่อง เงินที่ลงทุนทำรถไฟ ก็ไม่ควรมาจากประเทศไทยอย่างเดียว ควรจะเป็นการร่วมลงทุนกัน และไม่ใช่การให้สิทธิผูกขาดในการดำเนินการของบริษัทจีนยาวนานถึง 30 ปี เงินที่ประเทศเราลงไป ไม่มีทางได้คืนมาเลยใน 30 ปีนั้น ผมไม่ได้เกลียดอะไรประเทศจีนเลยนะครับ ผมว่าประเทศเขายอดเยี่ยมมาก มีเงินเยอะ และโครงการแบบนี้สมควรที่เขาจะช่วยเอาเงินมาลงกับเราบ้าง เพิ่อแบ่งเบาภาระของประเทศเล็กๆที่ยากจนอย่างเราบ้าง

ขณะเดียวกันการดำเนินการออกแบบและก่อสร้าง จริงอยู่ที่เราทำระบบรถไฟไม่เก่ง แต่เรื่องอาคารและโครงสร้างที่รองรับระบบ ผมเชื่อว่าสถาปนิกวิศวกรไทยไม่แพ้ชาติไหนในโลก ควรจะให้งานออกแบบก่อสร้างแยกเป็นสองส่วน ส่วนไหนเราทำไม่เป็นก็ให้เขาทำไป ส่วนไหนเราทำได้ ก็ใช้กรอบ Local Collaboration ที่สภาสถาปนิกมีอยู่แล้วกับ ASEAN เข้ามาประยุกต์ใช้ก็ได้ ก็สามารถจะทำงานร่วมกับสถาปนิกจีนได้โดยมีการถ่ายทอดเทคโนโลยี่ (Technology Transfer) ซึ่งเป็นวิธีเดียวกับที่จีนใช้พัฒนาประเทศเขาเช่นกัน สามารถทำได้ทันทีไม่ต้องมาสอบอะไร หรือจะให้สถาปนิกจีน เข้ามาเปิดบริษัทสถาปนิกในไทยเลยก็ได้ พรบ.สถาปนิก เปิดช่องให้สถาปนิกจากทุกชาติเข้ามาทำงานในไทยได้อยู่แล้วโดยไม่ต้องสอบอะไรเลย แค่เข้ามาเปิดบริษัทในไทย ร่วมงานกับคนไทย ซึ่งถ้าเขาจะมาบริหารระบบรถไฟฟ้านี้ไปอีก 30 ปี วิธีนี้ก็น่าจะเหมาะสมดี ถ้าไม่อยากเข้ามาขอรับใบอนุญาตแบบ 'ภาคีสถาปนิกพิเศษ' แบบที่ผมเคยบอกไป และคนไทยเองก็ได้การถ่ายทอดเทคโนโลยี่ที่ว่านี้ไปพร้อมกัน เราจะได้ออกแบบทำกันได้เองซักวันนึง 

นายดวงฤทธิ์ ระบุทิ้งท้ายว่า จะลงทุนจ่ายค่าแบบเขาเป็นหมื่นล้าน ก็น่าจะทำให้มันได้ประโยชน์กลับมาที่คนไทยบ้างนะครับ ท่านนายกฯ อย่าอนุญาตให้ ครม.ของท่านทำงานโดยมักง่ายกับประเทศนี้ โดยใช้อำนาจในฐานะหัวหน้าคสช.ของท่านสั่งการ โดยการฉีกกฎหมาย ข้อตกลงต่างๆที่มีการเจรจาเพื่อผลประโยชน์คนไทยทั้งประเทศมายาวนานหลายปี เพราะคนที่อยู่รอบตัวของท่านโง่ ชุ่ย และขี้เกียจ อีกต่อไปเลยนะครับ เพราะสุดท้ายแล้วก็เป็นท่านนั่นแหละที่ต้องรับผิดชอบการกระทำทุกๆอย่างที่เกิดขึ้น
 

Source : ‘ดวงฤทธิ์’ ชี้ ‘รถไฟไทย-จีน’ รัฐควรคำนึงผลประโยชน์ประชาชน 

Be the first to comment on "‘ดวงฤทธิ์’ ชี้ ‘รถไฟไทย-จีน’ รัฐควรคำนึงผลประโยชน์ประชาชน "

Leave a comment

Your email address will not be published.


*