ฉลามเขียว : สัปเยก

ในหนังฮอลลีวูดส์เรื่อง  Back to the Future ที่พี่ไทยให้ชื่อว่า  เจาะเวลาหาอดีต  มีเหตุการณ์ตอนหนึ่ง พระเอกที่ขี่ซูเปอร์คาร์ข้ามเวลากลับไปในอดีตแล้ว  ออกไปเจอผับที่มีหนุ่มสาวอเมริกันยุคกะโน้นไปเที่ยวกันแน่น  พระเอกเจอคู่หนุ่มสาวที่เป็นพ่อแม่ของตัวเองในโลกปัจจุบันด้วย  แล้วในฉากนี้เขาได้ขอกีตาร์จากนักดนตรีในผับมาเล่นเพลง Rock and Roll อย่างมัน  ทำให้คนในผับลุกขึ้นแดนซ์ร็อคกันอย่างตื่นเต้น เพราะไม่รู้จัก แล้วเมื่อเพลงจบก็ถามพระเอกว่ามันคือเพลงอะไร  ได้หนุ่มตอบว่า  ร็อคแลนด์โรล ต่อไปลูกหลานของพวกท่านจะชื่นชอบมันมาก เพลงอเมริกันแนวร็อคแอลนด์โรลล์ฮิตจริงๆ โดยเฉพาะในยุคของ Elvis Pressley  คำนี้ในหนัง  ทำให้ผมนำมาเขียนในวันนี้  เพื่อบอกแก่คนไทยทั้งชาติว่า เดี๋ยวคนไทยก็จะได้รู้จักคำว่า…สัปเยก แต่คนไทยจะไม่ชื่นชอบสัปเยก  เหมือนคนอเมริกันชอบร็อค แอนด์ โรล  คนไทยจะรังเกลียดสัปเยก ผมร่ายยาวมานี้เพื่อจะเขียนบอกแก่ “นายชัชวาล วงศ์จร” ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา  ว่าถ้าท่านเก็บข้อเขียนของผมในวันนี้เอาไว้ในคอมพิวเตอร์  คู่กับข่าวที่ท่านให้สัมภาษณ์สื่อเมื่อวันที่17 มิ.ย.2560  แล้วจะดีมาก  มันจะเป็นเครื่องมือบอกแก่ลูกหลานชาวโคราชได้ในอนาคต ตามปกติตัวผมชอบนัก  พาดหัวตั้งชื่อเรื่องเป็นภาษาอังกฤษ  ทั้งที่ตัวเองไม่รู้อังกฤษ  แต่วันนี้ผมตัดสินใจยากครับ ใจอยากใช้ชื่อเรื่องว่า extraterritoriality แปลว่า  สิทธิสภาพนอกอาณาเขต  ซึ่งคนไทยยุคนี้กำลังจะรู้จัก  และขมขื่นกับคำว่า “สัปเยก” ผมจึงขอใช้คำไทยคำนี้นะครับ คนไทยยุคก่อนมีความน่ารักอย่างเข้าใจได้ยาก  แปลภาษาอังกฤษออกมาน่ารักๆทั้งสิ้น  เช่นคำว่า  telegram แทนที่จะใช้ทับศัพท์ไทยว่า เทเลแกรม ก็เป็น ตะแล็บแก็บ  ซึ่งหมายถึงโทรเลข   เป็นการติดต่อสื่อสารที่ไวที่สุดในยุคโน้น  หนุ่มๆจะส่งสารให้สาวอย่างไวก็จะมีคำกล่าวว่า เดี๋ยวต้องส่งตะแก็บแล็บไปหาเธอหน่อย สัปเยก  มาจากคำอังกฤษว่า subject มันก็ ซับเจก  นั่นล่ะครับ  แต่เพราะความน่ารักของคนไทยโบราณจึงใช้ว่า  สัปเยก  ใช้เรียกขาน “คนสัญชาติอื่น” ที่ทำงานให้อังกฤษในไทยยุคที่ไทยตกอยู่ภายใต้ สนธิสัญฐาเบาว์ริ่ง… Bowring treaty  คนเหล่านี้ส่วนใหญ่สัญชาติ อินเดีย พม่า  มาลายู  ญวน ซึ่งเป็นชาติอาณานิคมของอังกฤษกับฝรั่งเศส ปวดร้าวจิตใจคนไทยหนักมากก็ตรงที่ สัปเยกทำผิดกฎหมายไทย  บนแผ่นดินไทย ท่านไม่ให้จับขึ้นศาลไทยนะครับ  ส่งให้ศาลอังกฤษพิจารณาคดีและตัดสินกันเอง ซึ่ง…แหงสิ …ส่วนใหญ่ตัดสินเข้าข้างกันเอง หลายท่านอาจจะเลี้ยงสัตว์เลี้ยงน่ารักๆไว้ในบ้าน  อย่าง หมา หรือแมว มันก็จะมีวิถีชีวิตของสัตว์อย่างหนึ่งที่เหมือนกัน คือ  กินอิ่มแล้วก็หยุด  ไม่กินจนท้องแตกตาย แต่มนุษย์เป็นสัตว์โลกที่ไม่รู้จักอิ่ม  ละโมบไม่สิ้นสุด  ฆ่าเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ  ซึ่งเมื่อราว 400 ปีก่อน ประเทศสเปน ในทวีปยุโรป รุ่งเรืองที่สุดในโลก  กองทัพแข็งแกร่ง และมีความรู้สึกว่าต้องแสวงหาความร่ำรวยเพิ่ม  ควีนส์แห่งสเปนจึงให้เงินทุนจ้างนักเดินเรือชื่อ “คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส” ให้ล่องเรือออกมหาสมุทร แสวงหาแหล่งทรัพยากรธรรมชาติใหม่ๆ   ก็ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกไปเจอแผ่นดินอเมริกันที่มีชาวเม็กซิโก  กับ อินเดียนแดงเป็นเจ้าของอยู่อาศัยอยู่แล้ว  สเปนขึ้นปล้นแผ่นดิน แล้วคนยุโรปชาติอื่นๆก็ลงเรือข้ามแอตแลนติกขึ้นปล้นแผ่นดินของอินเดียนแดง  ฆ่าเป็นเบือ  อังกฤษ กับฝรั่งเศส หันมาทางเอเชียด้วย  ล่าอาณานิคม ยึดเอา  มาลายู พม่า อินเดีย  ญวน ลาว เป็นเมืองขึ้น ขนทรัพยากรธรรมชาติกลับบ้าน “สมเด็จพระนางเจ้าวิกตอเรีย “  ส่ง  “เซอร์ จอห์น เบาว์ริง …Sir.


Read Continue…. :

ในหนังฮอลลีวูดส์เรื่อง  Back to the Future ที่พี่ไทยให้ชื่อว่า  เจาะเวลาหาอดีต  มีเหตุการณ์ตอนหนึ่ง พระเอกที่ขี่ซูเปอร์คาร์ข้ามเวลากลับไปในอดีตแล้ว  ออกไปเจอผับที่มีหนุ่มสาวอเมริกันยุคกะโน้นไปเที่ยวกันแน่น  พระเอกเจอคู่หนุ่มสาวที่เป็นพ่อแม่ของตัวเองในโลกปัจจุบันด้วย  แล้วในฉากนี้เขาได้ขอกีตาร์จากนักดนตรีในผับมาเล่นเพลง Rock and Roll อย่างมัน  ทำให้คนในผับลุกขึ้นแดนซ์ร็อคกันอย่างตื่นเต้น เพราะไม่รู้จัก แล้วเมื่อเพลงจบก็ถามพระเอกว่ามันคือเพลงอะไร  ได้หนุ่มตอบว่า  ร็อคแลนด์โรล ต่อไปลูกหลานของพวกท่านจะชื่นชอบมันมาก เพลงอเมริกันแนวร็อคแอลนด์โรลล์ฮิตจริงๆ โดยเฉพาะในยุคของ Elvis Pressley 

คำนี้ในหนัง  ทำให้ผมนำมาเขียนในวันนี้  เพื่อบอกแก่คนไทยทั้งชาติว่า เดี๋ยวคนไทยก็จะได้รู้จักคำว่า…สัปเยก แต่คนไทยจะไม่ชื่นชอบสัปเยก  เหมือนคนอเมริกันชอบร็อค แอนด์ โรล  คนไทยจะรังเกลียดสัปเยก

ผมร่ายยาวมานี้เพื่อจะเขียนบอกแก่ “นายชัชวาล วงศ์จร” ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา  ว่าถ้าท่านเก็บข้อเขียนของผมในวันนี้เอาไว้ในคอมพิวเตอร์  คู่กับข่าวที่ท่านให้สัมภาษณ์สื่อเมื่อวันที่17 มิ.ย.2560  แล้วจะดีมาก  มันจะเป็นเครื่องมือบอกแก่ลูกหลานชาวโคราชได้ในอนาคต

ตามปกติตัวผมชอบนัก  พาดหัวตั้งชื่อเรื่องเป็นภาษาอังกฤษ  ทั้งที่ตัวเองไม่รู้อังกฤษ  แต่วันนี้ผมตัดสินใจยากครับ ใจอยากใช้ชื่อเรื่องว่า extraterritoriality แปลว่า  สิทธิสภาพนอกอาณาเขต  ซึ่งคนไทยยุคนี้กำลังจะรู้จัก  และขมขื่นกับคำว่า “สัปเยก” ผมจึงขอใช้คำไทยคำนี้นะครับ

คนไทยยุคก่อนมีความน่ารักอย่างเข้าใจได้ยาก  แปลภาษาอังกฤษออกมาน่ารักๆทั้งสิ้น  เช่นคำว่า  telegram แทนที่จะใช้ทับศัพท์ไทยว่า เทเลแกรม ก็เป็น ตะแล็บแก็บ  ซึ่งหมายถึงโทรเลข   เป็นการติดต่อสื่อสารที่ไวที่สุดในยุคโน้น  หนุ่มๆจะส่งสารให้สาวอย่างไวก็จะมีคำกล่าวว่า เดี๋ยวต้องส่งตะแก็บแล็บไปหาเธอหน่อย

สัปเยก  มาจากคำอังกฤษว่า subject มันก็ ซับเจก  นั่นล่ะครับ  แต่เพราะความน่ารักของคนไทยโบราณจึงใช้ว่า  สัปเยก  ใช้เรียกขาน “คนสัญชาติอื่น” ที่ทำงานให้อังกฤษในไทยยุคที่ไทยตกอยู่ภายใต้ สนธิสัญฐาเบาว์ริ่ง… Bowring treaty  คนเหล่านี้ส่วนใหญ่สัญชาติ อินเดีย พม่า  มาลายู  ญวน ซึ่งเป็นชาติอาณานิคมของอังกฤษกับฝรั่งเศส

ปวดร้าวจิตใจคนไทยหนักมากก็ตรงที่ สัปเยกทำผิดกฎหมายไทย  บนแผ่นดินไทย ท่านไม่ให้จับขึ้นศาลไทยนะครับ  ส่งให้ศาลอังกฤษพิจารณาคดีและตัดสินกันเอง ซึ่ง…แหงสิ …ส่วนใหญ่ตัดสินเข้าข้างกันเอง

หลายท่านอาจจะเลี้ยงสัตว์เลี้ยงน่ารักๆไว้ในบ้าน  อย่าง หมา หรือแมว มันก็จะมีวิถีชีวิตของสัตว์อย่างหนึ่งที่เหมือนกัน คือ  กินอิ่มแล้วก็หยุด  ไม่กินจนท้องแตกตาย แต่มนุษย์เป็นสัตว์โลกที่ไม่รู้จักอิ่ม  ละโมบไม่สิ้นสุด  ฆ่าเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ  ซึ่งเมื่อราว 400 ปีก่อน ประเทศสเปน ในทวีปยุโรป รุ่งเรืองที่สุดในโลก  กองทัพแข็งแกร่ง และมีความรู้สึกว่าต้องแสวงหาความร่ำรวยเพิ่ม  ควีนส์แห่งสเปนจึงให้เงินทุนจ้างนักเดินเรือชื่อ “คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส” ให้ล่องเรือออกมหาสมุทร แสวงหาแหล่งทรัพยากรธรรมชาติใหม่ๆ   ก็ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกไปเจอแผ่นดินอเมริกันที่มีชาวเม็กซิโก  กับ อินเดียนแดงเป็นเจ้าของอยู่อาศัยอยู่แล้ว  สเปนขึ้นปล้นแผ่นดิน แล้วคนยุโรปชาติอื่นๆก็ลงเรือข้ามแอตแลนติกขึ้นปล้นแผ่นดินของอินเดียนแดง  ฆ่าเป็นเบือ 

อังกฤษ กับฝรั่งเศส หันมาทางเอเชียด้วย  ล่าอาณานิคม ยึดเอา  มาลายู พม่า อินเดีย  ญวน ลาว เป็นเมืองขึ้น ขนทรัพยากรธรรมชาติกลับบ้าน “สมเด็จพระนางเจ้าวิกตอเรีย “  ส่ง  “เซอร์ จอห์น เบาว์ริง …Sir. John Bowring”  ขี่เรือมาทอดสมอที่ปากแม่น้ำเจ้าพระยา  เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2398  และแจ้งแก่ “พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาล ที่ 4” ของไทยว่า อังกฤษขอทำสนธิสัญญาค้าขายด้วย พระองค์ท่านก็เล็งเห็นการณ์ไกล จึงลงพระปรมาภิไธย ในสนธิสัญญาเบาว์ริ่ง เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2398

จุดเจ็บปวดของสนธิสัญญาเบาว์ริ่งมีหลายอย่าง  ไทยเก็บภาษีได้ไม่เกินร้อยละ 3 ที่เจ็บสุดก็คือ คนอังกฤษที่เข้ามาอยู่ในไทยเมื่อทำผิดกฎหมายไทยจะไม่ขึ้นศาลไทย ให้ไปขึ้นศาลอังกฤษ  เรียกว่า สิทธิสภาพนอกอาณาเขต … extraterritoriality หรือ extraterritorial right

ไทยสูญเสียสิทธิสภาพนอกอาณาเขตแก่อังกฤษตั้งแต่บัดนั้น  มิหนำ…แถมด้วยให้บรรดาสัปเยก  หรือคนสัญชาติอื่นที่ทำงานให้อังกฤษบนแผ่นดินไทยก็ไม่ต้องขึ้นศาลไทย

ท่านประธานหอการค้าโคราช  “นายชัชวาล วงศ์จร” จำข้อความของผมตรงนี้ให้แม่นๆด้วยนะครับ  และถ้าเก็บที่ท่านให้ข่าวไว้คู่กับข้อเขียนของผมในวันนี้จะดีมาก

สนธิสัญญาเบาว์ริ่ง  บังคับประเทศไทยอยู่ยาวนานถึง 70 ปี จากนั้นมีการแก้ไข  และค่อย ๆ ยกเลิกไปในสมัยรัชกาลที่ 6  หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 1 สิ้นสุด  กระทั่งปี 2482 “พลตรี ป. พิบูลสงคราม”  หัวหน้ารัฐบาลในขณะนั้นจึงได้ทำการลงนามสนธิสัญญาการค้าเสรีกับประเทศอื่นๆอีกหลายประเทศ  ทำให้สนธิสัญญาเบาว์ริ่งถูกลืมไปโดยปริยาย

ที่ผมนำเรื่องสนธิสัญญาเบาว์ริ่งมาเขียนในวันนี้  เพื่อย้อนประวัติศาสตร์ให้คนไทยยุคออนไลน์ได้รู้ว่า คนชาติอื่นที่เข้ามาอยู่อาศัยในประเทศไทย  แต่ไม่อยู่ใต้กฎหมายไทย  ทำผิดก็ไม่ต้องขึ้นศาลไทย  

มันเคยมีมาแล้วครับ

เศร้านะ

ฉลามเขียว
18 มิถุนายน 2560

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สิทธิสภาพนอกอาณาเขต : วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ กับ ประภัสสร เสวิกุล
โคราชฝันเป็นเมืองคู่แฝดกทม.หลังใช้ม.44เร่งรัดรถไฟความเร็วสูง 

 

Source : ฉลามเขียว : สัปเยก

Be the first to comment on "ฉลามเขียว : สัปเยก"

Leave a comment

Your email address will not be published.


*