คพ. แจงสาเหตุน้ำทะเลพัทยาใต้เป็นสีดำ

กรมควบคุมมลพิษ  แจงสาเหตุที่ทำให้น้ำทะเลบริเวณชายหาดพัทยาใต้เป็นสีดำ มาจากการสูบน้ำจากบ่อพักน้ำเสีย เพื่อป้องกันน้ำท่วมเมืองพัทยา  หลังเกิดฝนตกหนักในช่วงวันที่ 11-12 ก.ค.ที่ผ่านมา ด้านภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไข กรมควบคุมมลพิษและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันจัดการปัญหาเศษขยะและสิ่งปฏิกูลบริเวณทะเลพัทยาภายหลังจากการเกิดฝนตกหนักเมื่อวันที่ 11–12 กรกฎาคม 2560 ทำให้มีปริมาณน้ำท่วมขังในเขตเมืองพัทยา เมืองพัทยาจึงดำเนินการสูบน้ำจากบ่อพักน้ำเสียบริเวณพัทยาใต้ (วอล์คกิ้งสตรีท) เพื่อป้องกันน้ำท่วมเมืองพัทยา ซึ่งน้ำที่สูบออกมีน้ำเสีย เศษขยะ และเศษใบไม้รวมปะปนไปกับน้ำฝนด้วย จึงทำให้ขยะและสิ่งปฏิกูลปนเปื้อนบริเวณชายหาดและส่งกลิ่นเหม็น เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2560 มีรายงานข่าวพบสภาพชายหาดและหน้าอ่าวบริเวณพัทยาใต้ ด้านหลังสถานีสูบน้ำในโครงการระบบบำบัดน้ำเสียเมืองพัทยา ใกล้ปากทางเข้าโครงการวอล์คกิ้งสตรีท ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ตลอดแนวชายหาดในระยะความยาวกว่า 300 เมตร สภาพผืนทรายมีสภาพดำสกปรกจากเศษขยะสิ่งปฏิกูลและน้ำเน่าเสีย น้ำมีลักษณะเป็นตะกอนขุ่นดำแพร่กระจายเป็นวงกว้างกว่า 1 ตารางกิโลเมตร ก่อให้เกิดภาพลักษณ์ไม่ดีด้านสิ่งแวดล้อม และการเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมทั่วโลก นอกจากนี้ยังพบพื้นที่อีก 25 จุด บริเวณด้านท้ายแหลมฉบังและชายหาดพัทยากลางมีคุณภาพเสื่อมโทรมมาก จึงควรดำเนินการจัดทำแผนเพื่อลดและกำจัดมลพิษ โดยเฉพาะกรณีของน้ำเสียและขยะมูลฝอย ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้น้ำทะเลอาจประสบปัญหาวิกฤตได้ในอนาคต ทั้งนี้ เมืองพัทยาถูกประกาศเป็นเขตควบคุมมลพิษ เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2535 มีปริมาณน้ำเสียที่เกิดขึ้นประมาณ 116,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน มีระบบบำบัดน้ำเสีย 2 แห่ง ได้แก่ ระบบบำบัดน้ำเสียที่ซอยวัดบุณย์กัญจนาราม สามารถรองรับน้ำเสียได้ประมาณ 43,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวันปัจจุบันน้ำเสียเข้าระบบประมาณ 20,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน และระบบบำบัดน้ำเสียที่ซอยวัดหนองใหญ่สามารถรองรับน้ำเสียได้ประมาณ 65,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ปัจจุบันมีน้ำเสียเข้าระบบประมาณ 80,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวันซึ่งเกินขีดความสามารถการบำบัดของระบบบำบัดฯ และมีเครื่องจักรชำรุด ซึ่งเมืองพัทยาอยู่ระหว่างดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซม โดยประสานดำเนินการร่วมกับองค์การจัดการน้ำเสีย (อจน.) นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่ากรมควบคุมมลพิษได้ประสานเมืองพัทยา เพื่อเร่งดำเนินการแก้ไขเก็บขยะและฟื้นฟูชายหาด และเร่งปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสียให้มีประสิทธิภาพสามารถรองรับปริมาณน้ำเสียทั้งหมดได้ โดยประสานดำเนินการร่วมกับองค์การจัดการน้ำเสีย รวมทั้งให้เร่งดำเนินการเรื่องการทำข้อตกลงการให้บริหารจัดการระบบบำบัดน้ำเสียเมืองพัทยา (MOA) กับองค์การจัดการน้ำเสียด้วยโดยขอให้จังหวัดชลบุรีช่วยกำกับดูแลในเรื่องดังกล่าว เพื่อให้การดำเนินงานระบบบำบัดน้ำเสียมีประสิทธิภาพต่อไปในอนาคต นอกจากนี้ กรมควบคุมมลพิษจะร่วมกับสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 13 (ชลบุรี) และศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เพื่อดำเนินการติดตาม และเฝ้าระวังคุณภาพน้ำทะเลในบริเวณดังกล่าวด้วย  นายจตุพร กล่าวอีกว่า ในส่วนของข่าวที่นำเสนอว่าพบพื้นที่อีก 25 จุด ด้านท้ายแหลมฉบัง และบริเวณชายหาดพัทยากลาง มีคุณภาพน้ำเสื่อมโทรมมากนั้น จากการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำทะเลในจังหวัดชลบุรีของกรมควบคุมมลพิษ ตั้งแต่อ่าวชลบุรีจนถึงช่องแสมสาร (25 จุด) พบว่า คุณภาพน้ำทะเลโดยส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์พอใช้ขึ้นไป ยกเว้นบริเวณ อ่าวชลบุรี อ่าวศรีราชา ท่าเรือแหลมฉบัง (ตอนท้าย) และท่าเรือสัตหีบ อย่างไรก็ดี กรมควบคุมมลพิษ ได้มีการหารือกับจังหวัดชลบุรีให้มีการศึกษาแนวทางการจัดการน้ำเสียในภาพรวม(Strategicenvironmentalassessment:SEA) เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำเสียในจังหวัดชลบุรีในภาพรวมทั้งหมด ทั้งนี้กรมควบคุมมลพิษจะประสานสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดทุกจังหวัด เพื่อจัดทำแผนการจัดการน้ำเสียระดับจังหวัดเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำเสียในภาพรวมของพื้นที่ด้วย นอกจากนี้ รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (พลเอกสุรศักดิ์กาญจนรัตน์) มีข้อสั่งการให้กรมควบคุมมลพิษประสานกับจังหวัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการโดยใช้มาตรการทางกฎหมายโดยเคร่งครัดและมีแนวทางในการควบคุมและป้องกันปัญหาการระบายน้ำเสียลงสู่ชายหาดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาการระบายน้ำเสียลงสู่ชายหาดให้เป็นระบบอย่างยั่งยืนต่อไป


Read more… :

กรมควบคุมมลพิษ  แจงสาเหตุที่ทำให้น้ำทะเลบริเวณชายหาดพัทยาใต้เป็นสีดำ มาจากการสูบน้ำจากบ่อพักน้ำเสีย เพื่อป้องกันน้ำท่วมเมืองพัทยา  หลังเกิดฝนตกหนักในช่วงวันที่ 11-12 ก.ค.ที่ผ่านมา ด้านภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไข

กรมควบคุมมลพิษและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันจัดการปัญหาเศษขยะและสิ่งปฏิกูลบริเวณทะเลพัทยาภายหลังจากการเกิดฝนตกหนักเมื่อวันที่ 11–12 กรกฎาคม 2560 ทำให้มีปริมาณน้ำท่วมขังในเขตเมืองพัทยา เมืองพัทยาจึงดำเนินการสูบน้ำจากบ่อพักน้ำเสียบริเวณพัทยาใต้ (วอล์คกิ้งสตรีท) เพื่อป้องกันน้ำท่วมเมืองพัทยา ซึ่งน้ำที่สูบออกมีน้ำเสีย เศษขยะ และเศษใบไม้รวมปะปนไปกับน้ำฝนด้วย จึงทำให้ขยะและสิ่งปฏิกูลปนเปื้อนบริเวณชายหาดและส่งกลิ่นเหม็น

เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2560 มีรายงานข่าวพบสภาพชายหาดและหน้าอ่าวบริเวณพัทยาใต้ ด้านหลังสถานีสูบน้ำในโครงการระบบบำบัดน้ำเสียเมืองพัทยา ใกล้ปากทางเข้าโครงการวอล์คกิ้งสตรีท ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ตลอดแนวชายหาดในระยะความยาวกว่า 300 เมตร สภาพผืนทรายมีสภาพดำสกปรกจากเศษขยะสิ่งปฏิกูลและน้ำเน่าเสีย น้ำมีลักษณะเป็นตะกอนขุ่นดำแพร่กระจายเป็นวงกว้างกว่า 1 ตารางกิโลเมตร ก่อให้เกิดภาพลักษณ์ไม่ดีด้านสิ่งแวดล้อม และการเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมทั่วโลก นอกจากนี้ยังพบพื้นที่อีก 25 จุด บริเวณด้านท้ายแหลมฉบังและชายหาดพัทยากลางมีคุณภาพเสื่อมโทรมมาก จึงควรดำเนินการจัดทำแผนเพื่อลดและกำจัดมลพิษ โดยเฉพาะกรณีของน้ำเสียและขยะมูลฝอย ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้น้ำทะเลอาจประสบปัญหาวิกฤตได้ในอนาคต

ทั้งนี้ เมืองพัทยาถูกประกาศเป็นเขตควบคุมมลพิษ เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2535 มีปริมาณน้ำเสียที่เกิดขึ้นประมาณ 116,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน มีระบบบำบัดน้ำเสีย 2 แห่ง ได้แก่ ระบบบำบัดน้ำเสียที่ซอยวัดบุณย์กัญจนาราม สามารถรองรับน้ำเสียได้ประมาณ 43,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวันปัจจุบันน้ำเสียเข้าระบบประมาณ 20,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน และระบบบำบัดน้ำเสียที่ซอยวัดหนองใหญ่สามารถรองรับน้ำเสียได้ประมาณ 65,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ปัจจุบันมีน้ำเสียเข้าระบบประมาณ 80,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวันซึ่งเกินขีดความสามารถการบำบัดของระบบบำบัดฯ และมีเครื่องจักรชำรุด ซึ่งเมืองพัทยาอยู่ระหว่างดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซม โดยประสานดำเนินการร่วมกับองค์การจัดการน้ำเสีย (อจน.)

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่ากรมควบคุมมลพิษได้ประสานเมืองพัทยา เพื่อเร่งดำเนินการแก้ไขเก็บขยะและฟื้นฟูชายหาด และเร่งปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสียให้มีประสิทธิภาพสามารถรองรับปริมาณน้ำเสียทั้งหมดได้ โดยประสานดำเนินการร่วมกับองค์การจัดการน้ำเสีย รวมทั้งให้เร่งดำเนินการเรื่องการทำข้อตกลงการให้บริหารจัดการระบบบำบัดน้ำเสียเมืองพัทยา (MOA) กับองค์การจัดการน้ำเสียด้วยโดยขอให้จังหวัดชลบุรีช่วยกำกับดูแลในเรื่องดังกล่าว เพื่อให้การดำเนินงานระบบบำบัดน้ำเสียมีประสิทธิภาพต่อไปในอนาคต นอกจากนี้ กรมควบคุมมลพิษจะร่วมกับสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 13 (ชลบุรี) และศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เพื่อดำเนินการติดตาม และเฝ้าระวังคุณภาพน้ำทะเลในบริเวณดังกล่าวด้วย

 นายจตุพร กล่าวอีกว่า ในส่วนของข่าวที่นำเสนอว่าพบพื้นที่อีก 25 จุด ด้านท้ายแหลมฉบัง และบริเวณชายหาดพัทยากลาง มีคุณภาพน้ำเสื่อมโทรมมากนั้น จากการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำทะเลในจังหวัดชลบุรีของกรมควบคุมมลพิษ ตั้งแต่อ่าวชลบุรีจนถึงช่องแสมสาร (25 จุด) พบว่า คุณภาพน้ำทะเลโดยส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์พอใช้ขึ้นไป ยกเว้นบริเวณ อ่าวชลบุรี อ่าวศรีราชา ท่าเรือแหลมฉบัง (ตอนท้าย) และท่าเรือสัตหีบ อย่างไรก็ดี กรมควบคุมมลพิษ ได้มีการหารือกับจังหวัดชลบุรีให้มีการศึกษาแนวทางการจัดการน้ำเสียในภาพรวม(Strategicenvironmentalassessment:SEA) เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำเสียในจังหวัดชลบุรีในภาพรวมทั้งหมด ทั้งนี้กรมควบคุมมลพิษจะประสานสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดทุกจังหวัด เพื่อจัดทำแผนการจัดการน้ำเสียระดับจังหวัดเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำเสียในภาพรวมของพื้นที่ด้วย

นอกจากนี้ รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (พลเอกสุรศักดิ์กาญจนรัตน์) มีข้อสั่งการให้กรมควบคุมมลพิษประสานกับจังหวัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการโดยใช้มาตรการทางกฎหมายโดยเคร่งครัดและมีแนวทางในการควบคุมและป้องกันปัญหาการระบายน้ำเสียลงสู่ชายหาดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาการระบายน้ำเสียลงสู่ชายหาดให้เป็นระบบอย่างยั่งยืนต่อไป

Source : คพ. แจงสาเหตุน้ำทะเลพัทยาใต้เป็นสีดำ

Be the first to comment on "คพ. แจงสาเหตุน้ำทะเลพัทยาใต้เป็นสีดำ"

Leave a comment

Your email address will not be published.


*


Automated by AutoBlogged