นานาสาระกับเรื่องร้อยแปดพันเก้า

ร้อยแปดพันเก้า เป็นแหล่งรวบรวม สิ่งดี ๆ  ที่ให้ความรู้กับผู้อ่าน รอบตัว ไม่ว่าจะเรื่อง ท่องเที่ยว การศึกษา ค้าขาย เรื่อง ทั่ว ๆ ไป ที่ทุกคนสนใจ และสามารถนำเอาไปใช้กับชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี ติดตามพวกเราไปนาน ๆ นะคะ   ร้อยแปดพันเก้า เรื่องเล่าร้อยแปด

Read More

ผบ.ตร.ยัน รู้ตัวมือระเบิด รพ.พระมงกุฎฯ 

ผบ.ตร. ยืนยัน รู้ตัวคนร้ายก่อเหตุลอบวางระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าแล้ว ไม่ฟันธงเชื่อมโยงเหตุระเบิดโรงละครแห่งชาติ กับหน้าสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเก่าหรือไม่ ยอมรับข้อมูลของตำรวจและกองทัพสอดคล้องกัน   พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุ การติดตามตัวคนร้ายก่อเหตุลอบวางระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า มีความคืบหน้าไปพอสมควร โดยภายในสัปดาห์นี้ถ้ามีพยานหลักฐาน ก็สามารถออกหมายจับได้เลย ยืนยันรู้ตัวคนร้ายที่ก่อเหตุแล้ว แต่ไม่ขอบอก โดยอยู่ระหว่างการติดตามจับกุม ส่วนจะโยงกับที่วางระเบิดหน้าโรงละครแห่งชาติ และหน้าสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเก่าหรือไม่นั้น ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าคนร้ายรายนี้ หลบหนีออกนอกพื้นที่กรุงเทพมหานครไปแล้วหรือไม่ ส่วนกรณีที่มีการพาดพิงถึง นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ โกตี๋ ว่าอยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดดังกล่าวนั้น ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าเกี่ยวข้องในลักษณะใด แต่ยอมรับว่าข้อมูลของตำรวจและทางกองทัพสอดคล้องกัน ตัวละครใกล้เคียงกัน ซึ่งที่ผ่านมา นายวุฒิพงศ์แสดงจุดยืนยันชัดเจน อยู่ตรงข้ามรัฐบาล ตรงข้ามสถาบัน ส่วนอดีตนายพลนอกราชการที่ถูกพาดพิง ก็อยู่กลุ่มฐานข้อมูลเก่าๆที่ต้องตรวจสอบ สำหรับการเชิญตัวเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า จำนวน 3 คน มาสอบปากคำ ยังไม่ได้รับรายงานจากคณะทำงานสืบสวนสอบสวน ส่วนจะมีคนภายในโรงพยาบาลเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่นั้น ไม่ทราบเพราะอยู่ระหว่างการสืบสวน ด้าน พลตำรวจเอก ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานนะหัวหน้าชุดคลี่คลายคดี กล่าวภายหลังเรียกประชุมทีมสืบสวนสอบสวน ว่า ส่วนตัวยังไม่พอใจผลการทำงาน โดยจะให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุเพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม ส่วนการออกหมายจับหรือหมายเรียกนั้น ยังไม่สามาถทำได้ เนื่องจากหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ยังไม่เพียงพอ จากข้อมูลของกองบัญชาการตำรวจนครบาล และตำรวจสันติบาล ยอมรับว่าขณะนี้มีผู้ต้องสงสัยกว่า 100 คน ซึ่งต้องทำให้มันแคบลง จึงจะยืนยันได้ว่าใครเป็นผู้ก่อเหตุ      


No Picture

เช็คพอยต์พบการแพร่ระบาดของมัลแวร์ Judy ครั้งใหญ่บน Google Play คาดติดแล้ว 36.5 ล้านแอคเคาน์

พบมัลแวร์ในระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์รอบใหม่ โดยมัลแวร์จะติดมาจากการคลิกโฆษณาภายในแอปพลิเคชัน และพบว่าในแอปพลิเคชันเหล่านี้หลายตัวอยู่บน Google Play Store มานานกว่า 1 ปีผู้ที่ออกมาเปิดเผยเรื่องดังกล่าวคือบริษัทซีเคียวริตี้เช็คพอยต์ (CheckPoint) ซึ่งมีการ


No Picture

SEA Serpents ซื้อตัวมือโปรเกาหลี เสริมทัพเตรียมลุย TLCS

SEA Serpents ทีมอีสปอร์ตไทย ประกาศซื้อตัว Kim “Emperor” Jin-hyun และ Jeong “Fixer” Jae-woo สองนักกีฬาอีสปอร์ตจากเกาหลีใต้ เสริมทัพเตรียมลุย Thailand League of Legends Championship Series (TLCS) ตั้งเป้าคว้าแชมป์ พร้อมลุยเวทีระดับโลก


บาทแข็งค่าเร็วแซงหน้าเพื่อนบ้าน ธปท.งัดเครื่องมือป้องค่าเงิน

แบงก์ชาติยอมรับเงินบาทแข็งค่าเร็วกว่าสกุลเงินเพื่อนบ้าน หลัง กนง. มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ย้ำจับตาเงินทุนไหลเข้าระยะสั้น งัดเครื่องมือลดปริมาณออกพันธบัตรแบงก์ชาติอายุไม่เกิน 1 ปี ต่ออีกเป็นเดือนที่ 3 หวังลดแรงจูงใจพวกเก็งกำไรในระยะสั้น นายเมธี สุภาพงษ์ รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ตามที่ค่าเงินบาทแข็งค่าค่อนข้างเร็วในช่วงสัปดาห์ที่แล้ว โดยเฉพาะนับตั้งแต่การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 24 พฤษภาคมนั้น  ธปท.


ปชป. เสียงแตกจับมือ-ไม่จับมือพรรคการเมืองสู้พรรคทหาร ระวังกปปส.ยึดพรรค

หลังจากอดีตหัวหน้าพรรคอย่างพิชัย รัตตกุล ออกมาเรียกร้องให้พรรคการเมืองจับมือกันเตรียมสู้พรรคทหารในศึกเลือกตั้งรอบหน้า ปชป.เกิดเสียงแตกในเรื่องดังกล่าว วานนี้ (28 พ.ค.) นายพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเสนอโมเดลให้ 4 พรรคการเมืองใหญ่จับมือกันเองเพื่อสู้กับพรรคทหารในการเลือกตั้งครั้งหน้า ทำให้มีเสียงสะท้อนจากหลายฝ่ายในประเด็นดังกล่าวโดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ของนายพิชัยเองได้แบ่งออกเป็นสองขั้วอย่างชัดเจน เริ่มจากเสียงสนับสนุนของนายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล อดีตส.ส.กระบี่ ซึ่งถือว่าเป็นผู้อาวุโสในพรรค โดยนายพิเชษฐชี้ว่าถึงเวลาเสียที เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาในการเมืองถูกเล่นงานจนยับเยินแล้ว ตนไม่ได้หมายความว่าจะต้องจับกับพรรคใดพรรคหนึ่ง และนายพิเชษฐยังย้ำว่าข่าวที่กปปส.จะหวนกลับมาสู้พรรคและพยายามจะยึดพรรคที่ตนเคยออกมาบอกนั้น ไม่ใช่แค่ข่าวลือ ส่วนเสียงค้านมาจากมือกฎหมายประจำพรรคอย่าง นายวิรัตน์ กัลยาศิริ กล่าวว่าตนต้องขอขอบคุณแนวคิดของผู้อาวุโสอย่างนายพิชัย แต่อุดมการณ์ของพรรคตั้งแต่ปี 2554 ชัดเจนว่าจะไม่ร่วมงานกับบางพรรคการเมืองไม่ยึดผลประโยชน์ชาติ คิดแต่ผลประโยชน์ตนเองและพวกพ้องเป็นที่ตั้ง และยังมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มหมิ่นสถาบันฯด้วย ด้านพรรคทหารหรือใครจะชนะได้เป็นนายกฯ จะแพ้ชนะเลือกตั้งในอนาคตอยู่ที่ประชาชน ส่วนประชาธิปัตย์จะเป็นพรรคฝ่ายค้ายหรือรัฐบาลก็ได้ แต่ขอให้ยึดอุดมการณ์ของพรรคเป็นหลัก  


‘นายกฯ’ ลงพื้นที่เช็คความพร้อมแผนรับมือ ‘น้ำท่วม’

นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ แบริ่ง – ลาซาล เช็คแผนป้องกันและแก้ปัญหาน้ำท่วม วอนประชาชนอย่าทิ้งขยะ ทุกฝ่ายต้องบูรณาแก้ไขอย่างเป็นระบบ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยพลตำรวจเอก อัศวิน ขวัญเมือง และคณะลงพื้นที่ตรวจสอบ ระบบป้องกันและแก้ปัญหาน้ำท่วม พร้อมตรวจสอบระบบจัดการน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมถึงลงพื้นที่ช่วงแบริ่ง – ลาซาล เพื่อติดตามแนวทางแก้ไขปัญหา โดยช่วงลงพื้นที่ได้ในตกลงมา ก่อนที่จะรับฟังรายงานจากกรุงเทพมหานคร จากนั้นได้ดูเครื่องสูบน้ำในจุดระบายน้ำต่างๆ บนถนนสุขุมวิท หน้าซอยแบริ่ง มักประสบปัญหาท่วมขัง เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นแอ่งกระทะ และนายกรัฐมนตรี ยังได้พบปะประชาชนที่ค้าขายริมถนน พร้อมสอบถามถึงสภาพช่วงที่ฝนตกหนัก กระทบต่อการค้าขายหรือไม่ ก่อนที่อุดหนุนมแม่ค้าขนมหวาน กาแฟ และไก่ทอด ให้กับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน และสื่อมวลชน  ซึ่งนายกรัฐมนตรี ยังขอร้องประชาชนอย่าทิ้งขยะ ทิ้งโซฟา เพราะจะทำให้เกิดปัญหาท่อตัน และน้ำท่วมตามมาภายหลัง แต่ขอให้นำไปทิ้งในที่จัดไว้ รวมถึงให้ข้อแนะนำกทม.จัดหารถบรรทุกขนาดใหญ่ไว้บริการ และนัดเวลาในการเก็บขยะชิ้นใหญ่ หากนำมาซ่อมแซ่มได้ก็นำไปกับคนยากจน พร้อมขอประชาลนอย่ามักง่ายในการทิ้งขยะ ส่วนแก้ไขปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ กทม. ก็เป็นไปตามแผนบริหารจัดการน้ำท่วมประเทศ แต่กรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวง มีชุมชนขนาดใหญ่ และเป็นหัวใจสำคัญด้านเศรษฐกิจ จึงต้องมีการแก้ไขปัญหาอย่างบูรณาทั้งระบบ ซึ่งจะต้องแก้ในเรื่องของผังเมือง การสร้างที่อยู่อาศัย ที่ขว้างทางน้ำ อีกทั้งเร่งจัดทำแผนหาโรงสูบน้ำแห่งใหม่ที่คลองเปรมประชากร ซึ่งจะต้องใช้งบประมาณอย่างมาก แต่จะสามารถระบายในพื้นที่กรุงเทพมหานครได้  พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี ยังขอบคุณประชาชนทุกคนที่ช่วยกันแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างเต็มที่ ซึ่งหากมีปัญหาขอให้แจ้งมายังกรุงเทพฯ โดยรัฐบาลก็พร้อมที่จะสนับสนุนงานทั้งระบบ


ขยะ 1,300 ตัน ต้นตอขวางทางระบายน้ำ กทม. 

นายกฯ เน้นย้ำผู้ว่าฯ กทม. วางแผนการบริหารจัดการน้ำอย่างดีที่สุด เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมขัง หวังบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน หลังลงพื้นที่ตรวจสถานีสูบน้ำพระโขนง และพบว่าปัญหาการระบายน้ำที่แห่งนี้ คือขยะที่มีมากถึง 1,300 ตัน   นี่คือ 'สถานีสูบน้ำพระโขนง' เป็นสถานีสูบน้ำขนาดใหญ่ที่สุดในกรุงเทพมหานคร ทำหน้าที่ควบคุมระดับน้ำในคลองประเวศ และคลองพระโขนง ซึ่งเป็นคลองสายสำคัญในพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก เนื่องจากหน้าที่ป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม และการรับน้ำจากคลองสาขาต่างๆ เพื่อระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา  ทั้งนี้ พบว่าปัญหาการระบายน้ำที่แห่งนี้ คือ ขยะจำนวนมากบริเวณหน้าสถานีสูบน้ำ เช่น ที่นอน โซฟา ยางรถยนต์ และถุงพลาสติด รวมกว่า 1,300 ตัน ซึ่งขณะนี้ได้ประสาน50 เขตให้เจ้าหน้าที่เก็บขยะ และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทิ้งขยะให้ถูกที่ นายสมพงษ์ เวียงแก้ว ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึง แผนการระบายน้ำช่วงฝนตกหนักเกิน 60 มิลลิเมตร ยอมรับ การแก้ปัญหาน้ำท่วมกทม ทำได้ยาก เนื่องจากเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ ต้องใช้ระบบปิดล้อม แล้วใช้เครื่องสูบน้ำออกไปยังระบบระบายน้ำ คูคลองสาขา แต่พบปัญหาทางกายภาพ เช่น บ้านรุกล้ำริมคลอง ผังเมืองที่มีพื้นที่รับน่ำ้น้อยลงจากการสร้างที่อยู่อาศัยปิดทับ และท่อระบายน้ำเก่ามีขนาด 60 เซนติเมตร ซึ่งเล็กกว่าอัตราจำนวนการระบายน้ำ สำหรับแผนระบายน้ำกทม ใช้ระบบระบายน้ำหลักกับรองควบคู่กันเช่น ท่อระบายน้ำ คูคลองระบายน้ำ สถานีสูบน้ำ ประตูระบายน้ำ และบ่อสูบน้ำ ตลอดจนอุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่และแก้มลิง ต้องรับมือน้ำฝน น้ำทะเลหนุน และน้ำเหนือไหลหลาก ยอมรับ ระบบป้องกันน้ำท่วมของกรุงเทพมหานคร ยังไม่สมบูรณ์ ใช้งบประมาณจำนวนมากแก้ไข ขณะที่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ย้ำให้พลตำรวจเอกอัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครวางแผนการบริหารจัดการน้ำอย่างดีที่สุดเพื่อ ป้องกันปัญหาน้ำท่วม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน      


ซีไอเอ็มบีไทย ออกสินเชื่อมอร์เกจพาวเวอร์ เปลี่ยนโฉนดเป็นเงินทุน

ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ออกสินเชื่อมอร์เกจพาวเวอร์ เปลี่ยนโฉนดเป็นเงินทุน  ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก 5.55% ต่อปี กู้ได้สูงสุด 80% ของราคาประเมิน วงเงินสินเชื่อสูงสุด 10 ล้านบาท เจาะกลุ่มพนักงานประจำ ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ พนักงานสัญญาจ้างของหน่วยงานราชการหรือรัฐวิสาหกิจ น.ส.อรอนงค์ อุดมก้านตรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ด้านผลิตภัณฑ์สินเชื่อรายย่อย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า ธนาคารพร้อมเป็นแหล่งเงินทุนให้แก่ผู้ที่ต้องการเงินทุนไปก่อร่างสร้างตัว หรือต้องการเงินทุนไปทำตามความฝัน  สำหรับผู้มีที่อยู่อาศัยปลอดภาระหนี้กับธนาคารแล้ว ไม่ว่าจะเป็น บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮม ห้องชุด อาคารพาณิชย์ (สำหรับใช้อยู่อาศัย) สามารถเปลี่ยนโฉนดเป็นเงินทุนได้ ด้วยสินเชื่อมอร์เกจพาวเวอร์ ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก 5.55% ต่อปี กู้ได้สูงสุด 80% ของราคาประเมิน วงเงินสินเชื่อสูงสุด 10 ล้านบาท เจาะกลุ่มพนักงานประจำ ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ พนักงานสัญญาจ้างของหน่วยงานราชการหรือรัฐวิสาหกิจ สำหรับผู้กู้หลักต้องมีรายได้ประจำ ตั้งแต่ 30,000 บาทขึ้นไป “ซีไอเอ็มบี ไทย ปฏิวัติวงการสินเชื่อบ้านปลอดภาระ ที่อัตราดอกเบี้ยค่อนข้างแพงมาโดยตลอด เรากดดอกเบี้ยลงมาต่ำกว่า 6% เป็นครั้งแรก และดอกเบี้ยเป็นแบบลดต้นลดดอก เราอยากให้ลูกค้าได้เงินทุนนำไปทำให้ชีวิตดีขึ้น ทำฝันให้เป็นจริง การลงทุนสานฝันนั้นหลากหลาย ใช้ทุนตั้งตัว เริ่มต้นกิจการ บางอย่างใช้เงินไม่มากก็เริ่มต้นได้ เช่น ขายของออนไลน์ หรือการร่วมหุ้นกับเพื่อนทำกิจการต่างๆ การส่งลูกเรียนก็เป็นการลงทุน การพัฒนาตัวเองในด้านต่างๆก็เป็นการลงทุนอีกรูปแบบหนึ่ง รวมถึงการทำความเข้าใจเรื่องการเงิน การใช้วงเงินก้อนใหม่ไปปิดหนี้เดิมเพื่อลดภาระดอกเบี้ยลงได้มาก เงินส่วนนี้ก็นำกลับมาเป็นทุนได้ด้วย” น.ส.อรอนงค์ กล่าว นอกจากนี้ ธนาคารยังเสนอ สินเชื่อพร็อพเพอร์ตี้โลน ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก 6.66% สำหรับหลักประกันปลอดภาระหนี้ที่ไม่มีผู้อยู่อาศัยและต้องการการปรับปรุงซ่อมแซมใหม่ อาทิ อพาร์ตเม้นท์ หรือ เซอร์วิส อพาร์ตเม้นท์ โกดัง โรงงาน สำนักงาน อาคารพาณิชย์ (สำหรับการพาณิชย์) ปล่อยกู้สูงสุด 60% ของราคาประเมิน วงเงินสินเชื่อสูงสุด 10 ล้านบาท สำหรับผู้ที่ไม่มีบ้านปลอดภาระ แต่เป็นพนักงานผู้มีรายได้ประจำ มีอาชีพการงานที่มั่นคงเป็นหลักประกันส่วนตัว สามารถนำอาชีพที่ความมั่นคงนี้มาเป็นทุนได้ ธนาคารเสนอสินเชื่อบุคคลเพอร์ซันแนลแคช ดอกเบี้ยและระยะเวลาผ่อนเหมาะสมกับความต้องการลูกค้าแต่ละคน ตามช่วงชีวิต และเป้าหมายที่แตกต่างกัน ประกอบด้วย ทางเลือกที่ 1 ดอกเบี้ย 9% ต่อปี ตลอดอายุสัญญา 12 เดือน สำหรับผู้ที่มีรายได้ประจำต่อเดือน 20,000 บาทขึ้นไป เหมาะกับผู้ที่ต้องการผ่อนระยะสั้นๆ ทางเลือกที่ 2 ดอกเบี้ย 12% ต่อปี ตลอดอายุสัญญาสูงสุด 24 เดือน สำหรับผู้ที่มีรายได้ประจำต่อเดือน 20,000 บาทขึ้นไป ทางเลือกที่ 3 ดอกเบี้ย 15% ต่อปี ตลอดอายุสัญญาสูงสุด 36 เดือน สำหรับผู้ที่มีรายได้ประจำต่อเดือน 30,000 บาทขึ้นไป และทางเลือกที่ 4 ดอกเบี้ย 18% ต่อปี ตลอดอายุสัญญาสูงสุด 60 เดือน สำหรับผู้ที่มีรายได้ประจำต่อเดือน 20,000 บาทขึ้นไป  ทุกแบบ วงเงินอนุมัติขั้นต่ำ 30,000 บาทขึ้นไป และอนุมัติสูงสุด 5 เท่าของรายได้หรือสูงสุด 1.5 ล้านบาท “หลายคนอาจไม่รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองมีอยู่นั้นสามารถนำไปต่อยอดได้มากมายหลายทาง บ้านเปลี่ยนเป็นเงินทุนได้ การเป็นพนักงานประจำ ก็ลุกขึ้นมาทำธุรกิจควบคู่ไปได้ และการสร้างเครดิตทางการเงินที่ดีในวันนี้ สามารถต่อยอดการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในอนาคตได้ง่ายขึ้น ด้วยดอกเบี้ยที่ดีขึ้นด้วย ธนาคารไม่ได้ต้องการกระตุ้นให้คนเป็นหนี้เพิ่ม เพียงแต่ระบบเศรษฐกิจที่ดีควรสร้างสมดุล และเงินทุนเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้คนลุกขึ้นมาทำสิ่งที่ฝัน ได้ทำตามเป้าหมาย เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น” น.ส.อรอนงค์ กล่าว