นานาสาระกับเรื่องร้อยแปดพันเก้า

ร้อยแปดพันเก้า เป็นแหล่งรวบรวม สิ่งดี ๆ  ที่ให้ความรู้กับผู้อ่าน รอบตัว ไม่ว่าจะเรื่อง ท่องเที่ยว การศึกษา ค้าขาย เรื่อง ทั่ว ๆ ไป ที่ทุกคนสนใจ และสามารถนำเอาไปใช้กับชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี ติดตามพวกเราไปนาน ๆ นะคะ   ร้อยแปดพันเก้า เรื่องเล่าร้อยแปด

Read More

No Picture

ประมูลเบอร์สวย กสทช. ยอดทะลุ 28 ล้านบาท

กสทช. ประมูลเบอร์โทรศัพท์สวยครั้งที่ 2 ของปีนี้ เงินประมูลทะลุกว่า 28 ล้านบาท ส่วนเลขหมาย 9 ตัวเหมือนกัน ราคาตั้งต้น 20 ล้านบาท และ 8 ตัวเหมือนกัน ราคาตั้งต้น 6 ล้านบาท ยังไม่มีผู้ประมูล ส่วนราคาสูงสุดคือกลุ่ม 7 ตัวเหมือนราคาตั้งต้น 3 ล้านบาท ราคาชนะอยู่ท


ทรัมป์เมินอิสลาม สั่งทำเนียบขาวเลิกจัดงานเลี้ยงละศีลอด

รับชมคลิปตัวเต็มได้ที่นี่ ทรัมป์สั่งทำเนียบขาวเลิกงานเลี้ยงละศีลอดที่ประธานาธิบดีจากทุกพรรคจัดต่อเนื่องกว่า ๒๐ ปี ขณะที่ยุคโอบาม่าพูดชัดว่างานเลี้ยงสะท้อนว่าอิสลามเป็นส่วนหนึ่งของอเมริกาตั้งแต่สร้างประเทศ เปิดปมผู้นำจากคลินตันสู่บุชและโอบาม่าทั้งจัดทั้งร่วมงานเลี้ยงเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับชุมชุนมุสลิมในอเมริกาและผู้แทนประเทศทั่วโลก ส่วนทรัมป์ไม่แคร์ความหลากหลายทางศาสนาและวัฒนธรรมจนมีพฤติกรรมแบบปัจจุบัน


เกษตรใหม่ สร้างพืชเพียงปลายนิ้ว

รับชมคลิปตัวเต็มได้ที่นี่ รายการ FrontLine ประจำวันที่ 25 มิถุนายน 2560 frontline สัปดาห์นี้ ชวนบุกฟาร์มเกษตรคนรุ่นใหม่ กับประธานกลุ่มสมาร์ท ฟาร์มเมอร์ประเทศไทย สัมผัสนวัตกรรมระบบปลูกพืชใหม่ ลดแรงงาน และต้นทุน เชื่อมต่อผลผลิตสู่การตลาด ใน frontline เกษตรใหม่ สร้างพืชเพียงปลายนิ้ว  


รฟท.อนุญาต ITD เริ่มงานเครนรถไฟสีแดงได้     

รฟท. อนุญาต อิตาเลียนไทย เริ่มดำเนินงานระบบโครงสร้างทางวิ่งรถไฟยกระดับ โครงการรถไฟสายแดงอีกครั้ง ตั้งแต่ 26 มิ.ย.นี้ หลังร่วมวางมาตรการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ          นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท.  เผย ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (26 มิ.ย.) เป็นต้นไป  การรถไฟฯ จะอนุญาตให้ผู้รับจ้างบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน)  หรือ ไอทีอี  ดำเนินงานติดตั้งโครงสร้างทางวิ่งรถไฟยกระดับ ในโครงการรถไฟสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต ได้อีกครั้ง  หลังถูกสั่งให้หยุดดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา เพื่อแก้ไขและปรับปรุงมาตรการความปลอดภัยให้เรียบร้อยจากอุบัติเหตุชิ้นส่วนเหล็กในโครงการร่วงหล่นในระหว่างการทำงาน       และจากนี้ ทุกครั้งก่อนเริ่มทำงานก่อสร้างทุกงานของโครงการ จะมีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในส่วนของที่ปรึกษาและผู้รับจ้างไอทีดี ร่วมตรวจสอบความพร้อมในด้านความปลอดภัย และความพร้อมก่อนการเริ่มงานทุกครั้ง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนที่สัญจรบริเวณพื้นที่โครงการ   


‘พนมดินRobot’ วก.ท่าตูม แชมป์ตัวแทนประเทศไทยหุ่นยนต์ ABU ประจำปี 2560 

ทีมพนมดิน Robot จากวิทยาลัยการอาชีพท่าตูม คว้าแชมป์การแข่งขันหุ่นยนต์เอบียู โรบอท คอนเทสต์ เป็นตัวแทนประเทศไทยไปร่วมแข่งขันหุ่นยนต์นานาชาติ เอบียู เอเชีย แปซิฟิค โรบอท คอนเทสต์ 2017 ที่ประเทศญี่ปุ่น วันนี้ (25 มิ.ย.2560) หอประชุมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ทีม.”พนมดินRobot” วิทยาลัยการอาชีพท่าตูม คว้าแชมป์การแข่งขันหุ่นยนต์เอบียู โรบอท คอนเทสต์ (ABU : Asia-Pacific Robot contest) ภายใต้ชื่อการแข่งขัน “ยุทธการจานร่อน” เป็นตัวแทนประเทศไทยไปร่วมแข่งขันหุ่นยนต์นานาชาติ เอบียู เอเชีย แปซิฟิค โรบอท คอนเทสต์ 2017 ที่เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในเดือนสิงหาคมนี้ ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า การแข่งขันหุ่นยนต์ ABU ชิงชนะเลิศประเทศไทย เป็นเวทีสำคัญที่ให้นักเรียนนักศึกษาในระดับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษา กว่า 180 ทีม นำความรู้ความสามารถมาพัฒนาหุ่นยนต์มีศักยภาพสูงตามโจทย์ที่กำหนด มาประลองฝีมือด้านวิศวกรรม และการบูรณาการศาสตร์ต่างๆ มาใช้อย่างเต็มความสามารถ ซึ่งเป็นอีกการแข่งขันที่ช่วยกระตุ้นความสนใจทางด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี นำไปสู่การพัฒนาการเรียนหรือยกระดับต่อยอดผลงานสู่เชิงพาณิชย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ความต้องการบุคลากรของประเทศได้ในอนาคต     เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวต่อไปว่า การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศหุ่นยนต์ เอบียู โรบอท คอนเทส ประจำปี 2560 ภายใต้ชื่อการแข่งขัน “ยุทธการจานร่อน” มีการแบ่งทีมเข้าแข่งขันออกเป็น 2 ฝ่าย คือ สีแดง และ สีน้ำเงิน แต่ละทีมมีหุ่นยนต์ทีมละ 1 ตัว คือ หุ่นยนต์บังคับด้วยมือ กติกาการแข่งขันของเกมส์คือ ผู้เล่นจะเป็นผู้บังคับหุ่นยนต์ให้สามารถร่อนจาน ไปวางบนเสาให้ได้มากที่สุดภายในระยะเวลาการแข่งขัน 3 นาที จะเป็นผู้ชนะ โดยมีอุปสรรคเป็นลูกบอล (Beach ball) วางอยู่บนเสาทุกต้น ผู้เล่นจะต้องให้ลูกบอลบนเสาหล่นจากเสาด้วย จานร่อนถึงจะสามารถนับเป็นคะแนนได้ โดยการแข่งขันจะมีเสาอยู่ทั้งหมด 7 ต้น  เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวต่อไปว่า ปีนี้ มีทีมที่ผ่านการคัดเลือกในระดับอาชีวศึกษา 8 ทีม และอุดมศึกษา 8 ทีม รวมเป็น 16 ทีม ในรอบชิงแชมป์ประเทศไทย จาก 180 ทีม จากทั่วประเทศ และทีม “พนมดิน Robot จากวิทยาลัยการอาชีพท่าตูม จ.สุรินทร์ สามารถคว้าชัยชนะไปครอง โดยสามารถร่อนจานไปวางที่เสาได้คะแนนแบบชนะน็อก (APPARE) ด้วยเวลา 2.04 นาที ชัยชนะนี้ ถือเป็นสมัยที่ .7 ของทีม หุ่นยนต์จากอาชีวศึกษา. โดยได้รับรางวัลเงินสด 100,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล และจะเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันชิงแชมป์หุ่นยนต์นานาชาติ เอบียู เอเชียแปซิฟิก คอนเทสต์ 2017 กับอีก 18 ประเทศ ที่ประเทศญี่ปุ่น ในเดือนสิงหาคม นี้ รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ทีม GOLD GEAR จาก สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ได้รับเงินสด 50,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล และทีมรองชนะเลิศ อันดับ 2 จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ ทีมเซราะกราวโรบอท วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ และทีม Mechartronics Destroyer 2 สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ได้รับเงินสด 30,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล สำหรับรางวัลอื่นๆ จากการแข่งขันในครั้งนี้ ได้แก่ รางวัลความคิดสร้างสรรค์ ได้แก่ ทีม IND.Dragon NSRU Robot:Aspiration จากมหาวิทยาลัยราชภัฎนครสวรรค์ไ ด้รับเงินสด 30,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล, รางวัลเทคนิคยอดเยี่ยม ได้แก่ ทีมขุนด่านปราการชล 2 วิทยาลัยเทคนิคนครนายก ได้รับเงินสด 30,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล, รางวัลศิลปะยอดเยี่ยม ได้แก่ ทีมนาคาแห่งลุ่มน้ำโขง The Kazuki มหาวิทยาลัยนครพนมได้รับเงินสด 30,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล, รางวัลนักประดิษฐ์ยอดเยี่ยม ได้แก่ ทีม ลูกเจ้าแม่คลองประปา The Return มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต ได้รับเงินสด 30,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล และการประกวดกองเชียร์ โดยทีม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต สามารถเอาชนะใจกรรมการ ได้รางวัลชนะเลิศกองเชียร์ไปครอง     ทั้งนี้การแข่งขันหุ่นยนต์เอบียู โรบอท คอนเทสต์ (ABU : Asia-Pacific Robot contest) บมจ. อสมท รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพต่อเนื่องเป็นปี ที่ 16 ในการจัดการแข่งขันหุ่นยนต์ ABU ชิงชนะเลิศประเทศไทย ซึ่งเป็นเวทีการแข่งขันด้านหุ่นยนต์ระดับประเทศที่ได้รับความสนใจจากทีมอาชีวศึกษาและอุดมศึกษาเข้าร่วมการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง


พาชมหอเฉลิมพระเกียรติพระราชวงศ์จักรี จ.นครพนม

รับชมคลิปตัวเต็มได้ที่นี่ มีคำกล่าวคุ้นหูว่า 'ทุกตารางนิ้วในประเทศไทยมีรอยพระบาทยาตรา' อันสะท้อนถึง ความตรากตรำพระวรกายของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่เสด็จเยี่ยมเยียน และพระราชทานโครงการช่วยเหลือราษฎรในทุกพื้นที่ อย่างทั่วถึง เช่นเดียวกับจังหวัดนครพนม ที่เสด็จกว่า 14 ครั้ง ช่วงกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ชาวนครพนมร่วมจัดงานเพื่อน้อมรำลึกถึงเหตุการณ์น่าประทับใจดังกล่าว อาคาร 2 ชั้น มีกลิ่นอายของสถาปัตยกรรมไทย ท่ามกลางทุ่งหญ้าและอ่างเก็บน้ำหนองญาติ ขนาด 2,500 ไร่ คือ หอเฉลิมพระเกียรติพระราชวงศ์จักรี จัดสร้างจากงบประมาณสลากกินแบ่งรัฐบาล ปี 2549 จำนวน 50 ล้านบาท เพื่อเป็นอนุสรณ์ในโอกาสที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จเยือนนครพนม ระหว่างวันที่ 14 ถึง 15 มิถุนายน 2505       เมื่อ 55 ปี ก่อน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินมายังจังหวัดนครพนม เพื่อทรงเยี่ยมพระราชทานขวัญกำลังใจทหารชายแดน ซึ่งกำลังปฏิบัติภารกิจในช่วงสงครามเย็น และประทับแรมในกระโจมริมอ่างเก็บน้ำหนองญาติ นับเป็นการเสี่ยงภยันตรายในพื้นที่สีแดง ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างขั้วเสรีประชาธิปไตย กับขั้วสังคมนิยม ในเวลานั้น  การเสด็จเยือนนครพนมกว่า 14 ครั้ง ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รวบรวมเป็นภาพถ่ายและคำอธิบายสั้นๆ ในโซนจัดแสดง “ปิติสุข ทรงเสด็จพระราชดำเนินเยือนนครพนม”  เช่น “ดอกไม้แห่งหัวใจ” พระบรมฉายาลักษณ์ที่คนไทยคุ้นเคยมากที่สุดภาพหนึ่ง ในหลวงรัชกาลที่ 9 ค้อมพระวรกายลงต่ำ พระเศียรเกือบจรดศีรษะสตรีชราวัย 102 ปี ผู้ถือดอกบัวเหี่ยวไหว้สา รับเสด็จพระราชดำเนินเยือนนครพนมครั้งแรก เมื่อปี 2498 ภายในหอเฉลิมพระเกียรติพระราชวงศ์จักรี จังหวัดนครพนม ยังจัดแสดงความรู้ทางประวัติศาสตร์ เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์  ตลอดจนประวัติศาสตร์ท้องถิ่นนครพนมอีกมากมาย เช่น พระธาตุประจำวันเกิดทั้ง 7 แห่งในจังหวัด นิทรรศการวิถีชีวิตชนเผ่า ทั้ง 7 ชนเผ่า และ 2 เชื้อชาติ ของจังหวัดนครพนม เป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่เดินทางไปท่องเที่ยวจังหวัดนครพนม ไม่ควรพลาด เปิดให้เข้าชมทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ 


ส่องนโยบายรถไฟไทย-จีน 3 ยุค 3 รัฐบาล

รับชมคลิปตัวเต็มได้ที่นี่ โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ที่ถูกผลักดันให้เดินหน้าด้วยมาตรา 44 เพื่อปลดล็อคข้อติดขัดระเบียบต่างๆ ซึ่งจุดเริ่มต้นโครงการดังกล่าวเป็นเพียงกรอบแนวคิดที่จะเชื่อมเส้นทางรถไฟระหว่างประเทศ จนในที่สุดนำมาสู่การปรับเปลี่ยนเส้นทางใหม่ผ่าน 3 ยุค 3 รัฐบาล หลังโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ที่ค้างมาถึง 3 รัฐบาล ในที่สุด ถูกขับเคลื่อนในรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ด้วยการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ปลดล็อก 7 ด้าน เพื่อให้รถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา เดินหน้าต่อได้ เช่น ระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง ระเบียบราคากลาง รวมถึงการยกเว้นระเบียบข้อกฎหมายต่างๆ เช่น เรื่องพัสดุ อี-ออกชั่นในส่วนที่จ้างจีนทำ ระเบียบด้านวิศวกรและสถาปนิก อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ฝ่ายโยธาและการจราจร ระบุว่า รัฐบาลควรใช้มาตรา 44 ดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูง ในช่วงแรกระยะทาง 3.5 กิโลเมตร ระหว่างสถานีกลางดง–ปางอโศก ก่อน ส่วนที่เหลือเสนอให้ตั้งรูปแบบการลงทุนร่วมกันระหว่างไทย-จีน เพื่อรับผิดชอบโครงการร่วมกัน อีกทั้งหาแนวทางเชื่อมต่อกับจีน หากโครงการสามารถเชื่อมต่อเส้นทางระหว่างประเทศได้ก็จะเกิดผลตอบแทนร่วม ทั้งการขนส่งผู้โดยสารและขนส่งสินค้า  อีกทั้งยังมีความเป็นไปได้ที่จะพัฒนา 2 พื้นที่ข้างทางรถไฟให้เกิดประโยชน์ เพื่อดึงดูดการลงทุน เพราะปัจจุบันเส้นทางดังกล่าว เป็นเพียงเส้นทางในประเทศ  โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีนที่ผ่านมาถึง 3 ยุค 3 รัฐบาล มีการเปลี่ยนแปลงในรายละเอียดในหลายๆ ด้าน เริ่มต้นที่ยุคแรกในสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งจัดทำแผนแม่บทโครงการรถไฟความเร็วสูง 5 เส้นทาง ได้แก่ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ , กรุงเทพฯ-หนองคาย , กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี , กรุงเทพฯ-ระยอง และกรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ เบื้องต้นจะสร้างเฉพาะรางให้รถไฟจีนที่จะวิ่งจากคุณหมิง-ลาว วิ่งผ่าน และไทยเก็บค่าผ่าน , จัดตั้งบริษัทร่วมทุนไทย-จีนในสัดส่วนร้อยละ 51 ต่อ 49 ส่วนการบริหารจัดการเดินรถจะใช้บริษัทไทย-จีนเป็นผู้รับผิดชอบ แต่ไม่มีการลงนาม เพราะยุบสภาในปี 2554 ยุคที่สอง สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีแผนทำรถไฟความเร็วสูง 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 4 เส้นทาง ได้แก่ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ , กรุงเทพฯ-นครราชสีมา-หนองคาย , กรุงเทพฯ-ระยอง และกรุงเทพฯ-หัวหิน-สงขลา วงเงินลงทุน 783,000 ล้านบาท โดยได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจกับรัฐบาลจีน เพื่อก่อสร้างเส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา-หนองคาย แต่ถูกศาลรัฐธรรมนูญตีตก ร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท      มาถึงยุครัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มี 4 เส้นทาง วงเงิน 7 แสน 1 พันล้านบาท 4 เส้นทาง ได้แก่ กรุงเทพฯ – หัวหิน , กรุงเทพฯ – ระยอง , กรุงเทพฯ – นครราชสีมา-หนองคาย  และกรุงเทพฯ – พิษณุโลก วิ่งด้วยความเร็ว 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไทยเป็นผู้ลงทุนเองทั้งหมด โดยให้การรถไฟแห่งประเทศไทยทำสัญญาจ้างรัฐวิสาหกิจจีนพัฒนาโครงการ ลงนาม MOU เมื่อเดือนธันวาคม 2557     โดยจะเริ่มสร้างเส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ก่อน วงเงิน 1 แสน 7 หมื่น 9 พันล้านบาท ซึ่งกระทรวงคมนาคม เตรียมนำเสนอโครงการต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ประมาณต้นเดือนกรกฎาคมนี้ และนำเข้าสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช.


กรอ.ชี้อุบัติเหตุบ่อน้ำเสียเพราะประมาท เลินเล่อ 

กรมโรงงานอุตสาหกรรม เตรียมแถลงเหตุนักศึกษาและพนักงาน พลัดตกบ่อบำบัดน้ำเสียของบริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) เสียชีวิต 5 ราย  วันพรุ่งนี้ (26 มิ.ย.) กรมโรงงานอุตสาหกรรม และสมาคมวิศวกรสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย เตรียมแถลงชี้แจงเหตุนักศึกษาและพนักงาน พลัดตกบ่อบำบัดน้ำเสียของบริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) เสียชีวิต 5 ราย  หลังส่งเจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบหาสาเหตุที่เกิดขึ้นแล้ว รวมถึงจะชี้แจงข้อกฏหมาย และมาตรการกำกับดูแลโรงงานด้านความปลอดภัย    ก่อนหน้านี้ นายมงคล พฤกษ์วัฒนา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ระบุข้อสันนิษฐานเบื้องต้นว่า อุบัติเหตุดังกล่าว เกิดจากความประมาท เลินเล่อของโรงงาน ที่อาจเปิดฝาบ่อบำบัดน้ำเสียทิ้งไว้  แต่ยังไม่ยืนยันว่าเปิดฝาบ่อไว้เพื่อซ่อมบำรุงหรือไม่ โดยหลังจากนี้ จะออกคำสั่งให้โรงงานหยุดประกอบกิจการเฉพาะระบบบำบัดน้ำเสีย เพื่อปรับปรุงแก้ไข ขณะที่ซีพีเอฟ ได้มอบเงินช่วยเหลือญาตผู้เสียชีวิต รายละ 3 ล้านบาท พร้อมดูแลการศึกษาบุตรผู้เสียชีวิต